法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง กำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิดหรือบางประเภทในพื้นที่บางส่วน ในท้องที่ตำบลเขานิเวศน์ ตำบลบางนอน ตำบลบางริ้น ตำบลหาดส้มแป้น และตำบลปากน้ำ อำเภอเมืองระนอง จังหวัดระนอง (เล่มที่ 10)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
6
มาตรา อารัมภบท

ประกาศกระทรวงมหาดไทย

ประกาศกระทรวงมหาดไทย

เรื่อง

กำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาคาร

บางชนิดหรือบางประเภทในพื้นที่บางส่วน

ในท้องที่ตำบลเขานิเวศน์

ตำบลบางนอน

ตำบลบางริ้น ตำบลหาดส้มแป้น และตำบลปากน้ำ

อำเภอเมืองระนอง

จังหวัดระนอง

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๓

แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒

อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล

ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๑ มาตรา ๓๕ มาตรา ๔๘ มาตรา ๔๙ และมาตรา ๕๐

ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยโดยคำแนะนำของอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมืองจึงออกประกาศกระทรวงมหาดไทยไว้

ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ในประกาศกระทรวงมหาดไทยนี้

“อาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่ง”

หมายความว่า อาคารที่ใช้ประโยชน์เพื่อการพาณิชยกรรมในอาคารหลังเดียวหรือหลายหลัง

ที่มีพื้นที่ใช้สอยอาคารรวมกัน

เพื่อประกอบกิจการขายปลีกขายส่งสินค้าอุปโภคและบริโภคหลายประเภทที่ใช้ในชีวิตประจำวัน

ตั้งแต่ ๓๐๐ ตารางเมตรขึ้นไป

แต่ไม่หมายความรวมถึงตลาดตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข

และอาคารที่ใช้ดำเนินการเพื่อส่งเสริมหรือจำหน่ายสินค้าซึ่งเป็นผลิตผลหรือผลิตภัณฑ์ของชุมชน

“บริเวณที่ ๑”

หมายความว่า พื้นที่บริเวณดังต่อไปนี้

ทิศเหนือ จดแนวเขตป่าไม้ถาวรตามมติคณะรัฐมนตรี

ป่าคลองเส็ตกวด ป่าเขาหินช้าง และป่าเขาสามแหลม

บรรจบกับเส้นตรงที่ต่อมาจากเส้นขนานระยะ ๑๐๐ เมตร กับศูนย์กลางถนนพัฒนา

เป็นเส้นขนานระยะ ๑๐๐ เมตร กับศูนย์กลางถนนพัฒนาไปทางทิศตะวันออก

ตะวันออกเฉียงเหนือ และทิศตะวันออกเฉียงใต้ ผ่านทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๔

(ถนนเพชรเกษม)

ทิศตะวันออก จดแนวเขตป่าไม้ถาวรตามมติคณะรัฐมนตรี

ป่าละอุ่น ป่าทรายแดง และป่าราชกรูด

ทิศใต้ จดเส้นตั้งฉากกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๔

(ถนนเพชรเกษม) ที่บริเวณห่างจากศูนย์กลางถนนท่าเมืองซอย ๑

บรรจบกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๔ (ถนนเพชรเกษม) ไปทางทิศใต้

ตามแนวทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๔ (ถนนเพชรเกษม) เป็นระยะ ๑,๔๐๐

เมตร เขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าคลองหัวเขียว และป่าคลองเกาะสุย และคลองระนอง

ฝั่งเหนือ

ทิศตะวันตก จดคลองซื่อ ฝั่งตะวันออก

แนวเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าคลองหัวเขียว และป่าคลองเกาะสุย คลองด่าน ฝั่งใต้

คลองสะพานยูง ฝั่งตะวันออก เขตป่าไม้ถาวรตามมติคณะรัฐมนตรี ป่าคลองเส็ตกวด

ป่าเขาหินช้าง และป่าเขาสามแหลม และเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าคลองเส็ตกวด

ป่าเขาหินช้าง และป่าเขาสามแหลม

เว้นแต่พื้นที่บริเวณที่ ๒

“บริเวณที่ ๒”

หมายความว่า พื้นที่บริเวณดังต่อไปนี้

๒.๑ ทิศเหนือ

จดเส้นตรงที่เชื่อมระหว่างจุดที่อยู่ริมคลองสาคู

ฝั่งตะวันออกตรงจุดที่อยู่ห่างจากคลองสาคู บรรจบกับคลองสะพานยูง ฝั่งเหนือ

ไปทางทิศเหนือตามแนวคลองสาคูเป็นระยะ ๘๘๕ เมตร

กับจุดที่อยู่บนศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๔๐๐๔ ตรงจุดที่อยู่ห่างจากหลักเขต

เทศบาลเมืองระนอง หลักเขตที่ ๖ ไปทางทิศเหนือ ตามแนวทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๔๐๐๔

เป็นระยะ ๕๘๕ เมตร

ทิศตะวันออก จดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๔๐๐๔

ฟากตะวันตก ถนนชาติเฉลิม ฟากตะวันตก ถนนเรืองราษฎร์ ฟากตะวันตก

ทิศใต้ จดเส้นขนานระยะ ๓๐๐ เมตร

กับศูนย์กลางถนนทวีสินค้า

ทิศตะวันตก จดแนวเขตป่าสงวนแห่งชาติ

ป่าคลองหัวเขียว และป่าคลองเกาะสุย คลองสะพานยูง ฝั่งเหนือ และคลองสาคู

ฝั่งตะวันออก

๒.๒ ทิศเหนือ จดวัดสุวรรณคีรีวิหาร

และถนนบำรุงสถาน ฟากใต้

ทิศตะวันออก จดถนนผาดาด ฟากตะวันตก เส้นขนาน ระยะ

๑๐๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๔ (ถนนเพชรเกษม)

และเขตเทศบาลเมืองระนอง จังหวัดระนอง

ทิศใต้ จดเส้นขนานระยะ ๒๐๐ เมตร

กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๔ (ถนนเพชรเกษม)

แนวเขตป่าไม้ถาวรตามมติคณะรัฐมนตรี ป่าละอุ่น ป่าทรายแดง และป่าราชกรูด

เส้นขนานระยะ ๒๐๐ เมตร

กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๔ (ถนนเพชรเกษม)

และโรงเรียนพิชัยรัตนาคาร

ทิศตะวันตก จดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๔

(ถนนเพชรเกษม) ฟากตะวันออก ถนนชลระอุ ฟากตะวันออก และถนนชาติเฉลิม ฟากตะวันออก

๒.๓ ทิศเหนือ จดถนนชลระอุ ฟากใต้

และฟากตะวันตก

ทิศตะวันออก จดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๔

(ถนนเพชรเกษม) ฟากตะวันตก

ทิศใต้ จดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๔ (ถนนเพชรเกษม)

ฟากเหนือ ถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ ฟากตะวันออก และถนนเพิ่มผล ฟากเหนือ

ทิศตะวันตก จดเส้นขนานระยะ ๑๐๐ เมตร

กับศูนย์กลางถนนเรืองราษฎร์ ถนนลุวัง ฟากเหนือ เส้นขนานระยะ ๑๕๐ เมตร

กับศูนย์กลางถนนเรืองราษฎร์ เส้นขนานระยะ ๒๐๐ เมตร กับศูนย์กลางถนนลุวัง

และถนนเรืองราษฎร์ฟากตะวันออก

๒.๔ ทิศเหนือ จดแนวเขตป่าสงวนแห่งชาติ

ป่าคลองหัวเขียว และป่าคลองเกาะสุย

ทิศตะวันออก จดถนนท่าเมือง - ทวีสินค้า

ฟากตะวันตก ถนนท่าเมือง ฟากเหนือ วัดอุปนันทาราม โรงเรียนเทศบาลวัดอุปนันทาราม

ถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ ฟากใต้ และถนนท่าเมือง ซอย ๑ ฟากตะวันตก

ทิศใต้ จดถนนรัตนโกสินทร์ ๒๐๐ ปี ฟากเหนือ

และฟากตะวันออก และทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๔๐๘๐ ฟากเหนือ

ทิศตะวันตก จดลำรางสาธารณะ ฝั่งตะวันออก

ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าคลองหัวเขียว และป่าคลองเกาะสุย สำรางสาธารณะ ฝั่งตะวันออก

๒.๕ ทิศเหนือ จดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๔๐๘๐

ฟากใต้ และถนนรัตนโกสินทร์ ๒๐๐ ปี ฟากตะวันตก และฟากใต้

ทิศตะวันออก จดถนนท่าเมืองซอย ๑ ฟากตะวันตก

และทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๔ (ถนนเพชรเกษม) ฟากตะวันตก

ทิศใต้ จดถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ ฟากตะวันออก

เส้นขนานระยะ ๒๐๐ เมตร กับศูนย์กลางถนนรัตนโกสินทร์ ๒๐๐ ปี แนวเขตป่าสงวนแห่งชาติ

ป่าคลองหัวเขียว และป่าคลองเกาะสมุย และเส้นตรงที่ต่อตรงมาจากแนวเขตของแผนก ๑

กองกำกับการ ๕ กองตำรวจน้ำ และสถานีตำรวจภูธรตำบลปากน้ำ

ทิศตะวันตก จดแผนก ๑ กองกำกับการ ๕ กองตำรวจน้ำ

และสถานีตำรวจภูธรตำบลปากน้ำ

๒.๖

ทิศเหนือ จดเส้นตรงที่ต่อตรงมาจากแนวถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อฟากเหนือ

ถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ ฟากใต้ เส้นขนานระยะ ๑๐๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๔๐๘๐ และแนวเขตป่าสงวนแห่งชาติ

ป่าคลองหัวเขียว และป่าคลองเกาะสุย

ทิศตะวันออก จดแนวเขตป่าสงวนแห่งชาติ

ป่าคลองหัวเขียว และป่าคลองเกาะสุย

ทิศใต้ จดแนวเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าคลองหัวเขียว

และป่าคลองเกาะสุย

ทิศตะวันตก จดคลองซี่อ ฝั่งตะวันออก

ทั้งนี้ ไม่รวมถึงสถานที่ราชการ สถาบันการศึกษา

และศาสนสถาน

ทั้งนี้ ตามแผนที่แนบท้ายประกาศกระทรวงมหาดไทยนี้

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒

ให้กำหนดพื้นที่บางส่วนในท้องที่ตำบลเขานิเวศน์ ตำบลบางนอน ตำบลบางริ้น

ตำบลหาดส้มแป้น และตำบลปากน้ำ อำเภอเมืองระนอง จังหวัดระนอง

ภายในบริเวณแนวเขตตามแผนที่ท้ายประกาศกระทรวงมหาดไทยนี้เป็นบริเวณห้ามก่อสร้างอาคารชนิดและบางประเภท

ดังต่อไปนี้

(ก) ภายในบริเวณที่ ๑

ห้ามบุคคลใดก่อสร้างอาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่ง

(ข) ภายในบริเวณที่ ๒ ห้ามบุคคลใดก่อสร้างอาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่ง

เว้นแต่อาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่งที่มีพื้นที่ใช้สอยอาคารรวมกันเพื่อประกอบกิจการขายปลีกขายส่งสินค้าอุปโภคและบริโภคหลายประเภทที่ใช้ในชีวิตประจำวัน

ตั้งแต่ ๓๐๐ ตารางเมตร แต่ไม่เกิน ๑,๐๐๐ ตารางเมตร แต่ทั้งนี้จะต้องเป็นไปตามข้อกำหนด

ดังต่อไปนี้

(๑)

ที่ดินแปลงที่ตั้งอาคารจะต้องอยู่ติดถนนสาธารณะที่มีช่องทางจราจรไม่น้อยกว่า ๔

ช่องทาง หรือมีขนาดเขตทางไม่น้อยกว่า ๒๐ เมตร

และจะต้องบรรจบกับถนนสาธารณะที่มีขนาดเขตทางที่เท่ากันหรือมากกว่า

(๒)

แนวศูนย์กลางปากทางเข้าออกของรถยนต์ต้องอยู่ห่างจากทางร่วมทางแยกที่เป็นทางบรรจบกันของถนนสาธารณะที่มีขนาดเขตทางตั้งแต่

๑๔ เมตรขึ้นไป ไม่น้อยกว่า ๑๐๐ เมตร

(๓)

มีอัตราส่วนของพื้นที่อาคารคลุมดินต่อพื้นที่ของแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคารไม่เกิน

๐.๓

(๔)

มีอัตราส่วนของพื้นที่ใช้สอยรวมของอาคารต่อพื้นที่ของแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคารไม่เกิน

๑.๕

(๕)

มีอัตราส่วนของพื้นที่ว่างที่จัดให้เป็นสวน

หรือบริเวณปลูกต้นไม้หรือการนันทนาการต่อพื้นที่ของแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร

ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๒๐

(๖) มีที่ว่างด้านหน้าของอาคาร

ห่างจากเขตทางของถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า ๕๐ เมตร

โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารถึงริมเขตทางด้านที่ติดกับแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร

(๗) มีที่ว่างด้านข้างและด้านหลังของอาคาร

ห่างจากเขตที่ดินของผู้อื่นหรือเขตทางของถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า ๑๕ เมตร

โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารถึงเขตที่ดินของผู้อื่นหรือเขตทางด้านที่ติดกับแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร

(๘) อาคารที่มีความสูงเกิน ๑๐ เมตร

ต้องมีระยะห่างจากแนวเขตที่ดิน

ซึ่งเป็นที่ตั้งอาคารศูนย์ราชการหลักของจังหวัดหรืออำเภอ ศาสนสถาน โบราณสถาน สถานศึกษา

ไม่น้อยกว่า ๕๐๐ เมตร

โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารที่ขออนุญาตถึงแนวเขตที่ดินของสถานที่ดังกล่าว

(๙) มีที่จอดรถยนต์ไม่น้อยกว่า ๑ คัน

ต่อพื้นที่อาคาร ๒๐ ตารางเมตร เศษของ ๒๐ ตารางเมตร ให้คิดเป็น ๒๐ ตารางเมตร

(๑๐) ที่พักมูลฝอย ต้องมีระยะห่างจากเขตที่ดินของผู้อื่นหรือถนนสาธารณะ

ไม่น้อยกว่า ๑๐ เมตร

และต้องมีระยะห่างจากสถานที่ประกอบอาหารและสถานที่เก็บอาหารไม่น้อยกว่า ๔ เมตร

แต่ถ้าที่พักมูลฝอยมีขนาดความจุเกิน ๓ ลูกบาศก์เมตร

ต้องมีระยะห่างจากสถานที่ดังกล่าวไม่น้อยกว่า ๑๐ เมตร

และสามารถขนย้ายมูลฝอยได้โดยสะดวก

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ภายในบริเวณพื้นที่ที่กำหนดตามข้อ ๒

ห้ามบุคคลใดดัดแปลงหรือเปลี่ยนการใช้อาคารใดๆ

ให้เป็นอาคารชนิดหรือประเภทที่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดในข้อ ๒

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

ประกาศกระทรวงมหาดไทยนี้มิให้ใช้บังคับแก่อาคารที่มีอยู่แล้วในพื้นที่ตามข้อ

๒ ก่อนหรือในวันประกาศกระทรวงมหาดไทยนี้ใช้บังคับ

แต่ห้ามดัดแปลงหรือเปลี่ยนการใช้อาคารดังกล่าวให้เป็นอาคารชนิดหรือประเภทที่มีลักษณะต้องห้ามที่กำหนดในข้อ

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

ประกาศกระทรวงมหาดไทยนี้มิให้ใช้บังคับแก่อาคารที่ได้รับอนุญาตหรือใบรับแจ้งการก่อสร้าง

ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคารหรือที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายเฉพาะว่าด้วยกิจการนั้น

ก่อนวันที่ประกาศกระทรวงมหาดไทยนี้ใช้บังคับและยังก่อสร้าง ดัดแปลง

หรือเปลี่ยนการใช้ไม่แล้วเสร็จ

แต่จะขอเปลี่ยนแปลงการอนุญาตหรือการแจ้งให้เป็นการขัดต่อประกาศกระทรวงมหาดไทยนี้ไม่ได้

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖[๑]

ประกาศกระทรวงมหาดไทยนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ ๒ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๖

ประมวล รุจนเสรี

รัฐมนตรีช่วยว่าการฯ ปฏิบัติราชการแทน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

ณัฐดนัย/พิมพ์

๒๘

พฤษภาคม ๒๕๕๐

สุกัญญา/ตรวจ

๓๐

พฤษภาคม ๒๕๕๐

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๐ (เล่มที่

๑๐)/ตอนพิเศษ ๑๐๑ ง/หน้า ๑/๔ กันยายน ๒๕๔๖

6 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง กำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิดหรือบางประเภทในพื้นที่บางส่วน ในท้องที่ตำบลเขานิเวศน์ ตำบลบางนอน ตำบลบางริ้น ตำบลหาดส้มแป้น และตำบลปากน้ำ อำเภอเมืองระนอง จังหวัดระนอง (เล่มที่ 10) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_8cbea01727669bc7

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com