法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการบริหารและการควบคุมการใช้จ่ายเงินของกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ พ.ศ. 2530

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
29
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบกระทรวงมหาดไทย

ระเบียบกระทรวงมหาดไทย

ว่าด้วย การบริหาร

และการควบคุมการใช้จ่ายเงิน

ของกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ

พ.ศ.๒๕๓๐[๑]

โดยที่มาตรา ๕๒

แห่งพระราชบัญญัติการจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.๒๕๒๘

บัญญัติให้การบริหารและการควบคุมการใช้จ่ายเงินกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ

เป็นไปตามระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนด โดยความเห็นชอบของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

โดยความเห็นชอบของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังจึงวางระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้ เรียกว่า “ระเบียบกระทรวงมหาดไทย

ว่าด้วยการบริหาร

และการควบคุมการใช้จ่ายเงินของกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ

พ.ศ.๒๕๓๐”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่

๒ มีนาคม พ.ศ.๒๕๓๐ เป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในระเบียบนี้

“กองทุน” หมายความว่า กองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ

“อธิบดี” หมายความว่า อธิบดีกรมแรงงาน

“ส่วนราชการ” หมายความว่า สถานเอกอัครราชทูต สถานกงสุล และสำนักงานคณะทูตถาวร

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ การปฏิบัติอื่นใดที่มิได้กำหนดไว้ในระเบียบนี้

ให้นำระเบียบว่าด้วยการเก็บรักษาเงิน และ

การนำเงินส่งคลังของส่วนราชการมาใช้โดยอนุโลม

และการใดที่ระเบียบดังกล่าวกำหนดให้เป็นหน้าที่

ของหัวหน้ากองคลังพึงปฏิบัติก็ให้เป็นหน้าที่ของผู้อำนวยการสำนักงานบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ

ปฏิบัติเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับเงินกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำในต่างประเทศเช่นเดียวกัน

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้อธิบดีกรมแรงงานรักษาการตามระเบียบนี้

ที่มาของรายได้ การรับ จ่ายเงิน กองทุน

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ รายได้ของกองทุนให้รับได้จากแหล่งต่าง

ๆดังนี้

(๑) เงินอุดหนุนจากรัฐบาล

(๒) เงินที่ผู้รับอนุญาตจัดหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศต้องส่งเข้ากองทุนตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน

พ.ศ.๒๕๒๘ และตามกฎกระทรวง ซึ่งออกตามความในมาตรา ๓๗ แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว

(๓) ดอกผลของกองทุน

(๔) เงินหรือทรัพย์สินอื่นที่มีผู้อุทิศให้

(๕) หลักประกันที่ตกเป็นกองทุนตามมาตรา ๓๔ แห่งพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน

พ.ศ.๒๕๒๘

ทั้งนี้

เงินและทรัพย์สินข้างต้นให้ส่งเข้าเป็นรายได้ของกองทุนโดยไม่ต้องนำส่งกระทรวงการคลังเป็นรายได้แผ่นดิน

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ การรับเงินตามข้อ ๕ (๒)

ให้รับได้โดยวิธีการ ดังต่อไปนี้

(๑) เงินสด

(๒) เช็คที่ธนาคารในประเทศเซ็นสั่งจ่าย

ตั๋วแลกเงินของธนาคารในประเทศหรือธนาณัติที่สั่งจ่ายในนามของอธิบดีกรมแรงงาน

(เพื่อกองทุนช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ)ในกรณีเป็นเช็ค

ให้รับเฉพาะขีดคร่อมและขีดฆ่าคำว่า “ผู้ถือ”

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ การรับเงินตามข้อ ๗

ให้รับเงินก่อนคนหางานเดินทางออกนอกราชอาณาจักร

หากผู้รับอนุญาตจัดหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศผู้ใดไม่ส่งเงินเข้ากองทุนตามที่กำหนดต้องมีโทษตามมาตรา

๘๔แห่งพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.๒๕๒๘

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ การรับชำระเงิน

ให้กรมแรงงานออกใบเสร็จรับเงินให้แก่ผู้ชำระเงินทุกครั้ง ใบเสร็จรับเงินให้ใช้ตามแบบข้างท้ายระเบียบนี้

และให้มีสำเนาเย็บติดไว้กับเล่มอย่างน้อย ๑ ฉบับ

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ การจ่ายเงินกองทุนให้จ่ายในกิจการต่าง ๆ

ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย

ว่าด้วยกิจการที่จะใช้จ่ายเงินกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ

พ.ศ.๒๕๒๙ โดยจ่ายตามคำวินิจฉัยของอธิบดี หรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายในกรณีต่าง ๆ

ตามอัตราค่าใช้จ่ายดังนี้

(๑)

จ่ายเป็นค่าจัดการให้คนหางานซึ่งถูกทอดทิ้งอยู่ในต่างประเทศได้เดินทางกลับประเทศไทยเฉพาะแก่คนหางานผู้ทีมีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อคนหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศที่จ่ายเงินเข้ากองทุนเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในเรื่องค่าพาหนะ

ค่าที่พัก ค่าอาหาร ค่ารักษาพยาบาลและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่จำเป็นอาทิ

ค่าธรรมเนียมการแลกเปลี่ยนเงินตรา และค่าธรรมเนียมอื่น ๆ

ของประเทศที่คนหางานถูกทอดทิ้งอยู่เท่าที่จำเป็นแก่การให้คนหางานได้ออกจากประเทศนั้น

ทั้งนี้ ให้จ่ายตามที่จ่ายจริงในอัตราที่ประหยัดโดยจะใช้จ่ายได้ในวงเงินไม่เกินอัตราดังต่อไปนี้

(ก) คนละแปดพันบาท

สำหรับคนหางานที่จะต้องส่งกลับประเทศไทยจากประเทศมาเลเซียและสาธารณรัฐสิงคโปร์

(ข) คนละหนึ่งหมื่นสองพันบาท

สำหรับคนหางานที่จะต้องส่งกลับประเทศไทยจากประเทศเนการา บรูไน ดาลุซซาลาม

สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ สาธารณรัฐอินโดนีเซีย ญี่ปุ่น

สาธารณรัฐสังคมนิยมแห่งสหภาพพม่า สาธารณรัฐอินเดีย สาธารณรัฐอิสลามปากีสถาน

สาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตยศรีลังกา และฮ่องกง

(ค) คนละสามหมื่นบาท

สำหรับคนหางานที่จะต้องส่งกลับประเทศไทยจากประเทศอื่นนอกเหนือจากประเทศตาม (ก) และ

(ข)

(๒)

จ่ายเป็นค่าชดเชยแก่ผู้รับอนุญาตจัดหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศจำนวนกึ่งหนึ่งของค่าใช้จ่ายสำหรับการจัดการให้คนหางานซึ่งถูกทอดทิ้งอยู่ในต่างประเทศได้เดินทางกลับประเทศไทยตาม

(๑) ในกรณีที่ผู้รับอนุญาตจัดหางานเป็นผู้ออกเงินค่าใช้จ่ายต่าง ๆ

ดังกล่าวแทนกองทุนไปก่อน หรือได้วางเงินในจำนวนที่กำหนด ณ

สำนักงานทะเบียนจัดหางานกลาง ตามวิธีการที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๔๒ แห่งพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน

พ.ศ.๒๕๒๘

(๓)

จ่ายเป็นค่าสงเคราะห์แก่คนหางานที่ไปทำงานในต่างประเทศเฉพาะคนหางานผู้ที่มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อคนหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศที่จ่ายเงินเข้ากองทุน

ซึ่งเป็นผู้ที่ต้องให้การสงเคราะห์ในกรณีที่คนหางานในต่างประเทศมิได้มีนายจ้างรับผิดชอบ

หรืออยู่ในระหว่างรอการเข้าทำงานใหม่

หรืออยู่ในระหว่างรอการส่งกลับประเทศไทยหรืออยู่ในระหว่างรอการดำเนินการตามกฎหมายเกี่ยวกับแรงงานของประเทศที่คนหางานทำงานอยู่เพื่อเป็นการสงเคราะห์เรื่องค่ายังชีพ

และค่ารักษาพยาบาล ในระหว่างที่รอนั้น

หรือค่ายังชีพและค่ารักษาพยาบาลในกรณีที่ประสบอันตรายจนพิการหรือทุพพลภาพโดยไม่ได้รับเงินทดแทนหรือค่ายังชีพบางส่วนในระหว่างถูกดำเนินคดีในต่างประเทศซึ่งมิใช่ความผิดของคนหางานหรือทดรองเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีเกี่ยวกับนายจ้างผิดสัญญาจ้าง

ค่าใช้จ่ายบางส่วนในการจัดการส่งศพกลับประเทศไทยในกรณีที่ไม่มีเงินใช้จ่ายจากทางอื่น

ทั้งนี้ ให้จ่ายตามที่จ่ายจริงในอัตราที่ประหยัด

โดยจะใช้จ่ายสำหรับแต่ละคนทุกกรณีรวมกันไม่เกินคนละสามหมื่นบาท

โดยให้รวมค่าใช้จ่ายในการแลกเปลี่ยนเงินตรา

และค่าธรรมเนียมการโอนเงินระหว่างประเทศ

ค่าสื่อสารในการติดต่อเพื่อให้การสงเคราะห์ดังกล่าวด้วย

(๔) ในกรณีที่ค่าใช้จ่ายเกินวงเงินที่กำหนดตาม (๑) และ (๓)

ให้อธิบดีมีอำนาจสั่งจ่ายเงินเพิ่มเติมได้ตามความจำเป็นของแต่ละกรณี แต่ทั้งนี้

ต้องไม่เกินร้อยละห้าสิบของวงเงินที่กำหนด

(๕) จ่ายเป็นค่าดำเนินการเพื่อการคัดเลือก

การทดสอบฝีมือและการฝึกอบรมคนหางานก่อนที่จะเดินทางไปทำงานในต่างประเทศแก่กรมแรงงาน

หรือสถาบันอื่นของทางราชการที่อธิบดีกำหนดในวงเงินที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการกองทุนแล้ว

(๕) จ่ายเป็นค่าดำเนินการตาม (๑) (๓) (๔) และ (๕)

แล้วแต่วัตถุประสงค์ของผู้บริจาคเงินเข้ากองทุนหรือตามวงเล็บหนึ่งวงเล็บใดแล้วแต่ผู้บริจาคเงินเข้ากองทุนได้แสดงวัตถุประสงค์ไว้โดยชัดแจ้ง

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ การจ่ายเงินกองทุนให้จ่ายบัญชีเงินกองทุนบัญชีที่

๒ หรือบัญชีกองทุนในต่างประเทศที่มีสำนักงานแรงงานไทยสังกัดกรมแรงงานตั้งอยู่

หรือเจ้าหน้าที่กรมแรงงานประจำอยู่ ณ ประเทศนั้น ตามข้อ ๑๗

ในกรณีที่มีคนหางานไทยที่มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อเป็นผู้จ่ายเงินเข้ากองทุนถูกทอดทิ้ง

หรือต้องการความช่วยเหลืออยู่ในประเทศที่ไม่มีสำนักงานแรงงานไทยสังกัดกรมแรงงานตั้งอยู่

หรือไม่มีเจ้าหน้าที่กรมแรงงานประจำอยู่ ให้จ่ายเงินจากบัญชีเงินกองทุนบัญชีที่ ๒

ผ่านไปให้ส่วนราชการตามระเบียบนี้เพื่อจ่ายเงินกองทุนตามกรณีต่าง ๆ ในข้อ ๑๐

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ การจ่ายเงินให้จ่ายได้โดยวิธีการอย่างใดอย่างหนึ่ง

ดังต่อไปนี้

(๑) เงินสด และหรือ เช็ค

(๒) โอนเงินผ่านทางธนาคาร

การโอนเงินผ่านทางธนาคารให้ใช้เอกสารการรับเงินของธนาคารเป็นใบสำคัญคู่จ่ายชั่วคราวได้

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ การเขียนเช็คสั่งจ่ายเงิน

ให้เขียนเช็คสั่งจ่ายในนามเจ้าหนี้ หรือผู้รับเงินและขีดฆ่าคำว่า“ผู้ถือ” ออก

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ เมื่อจ่ายเงินกองทุนไปแล้ว

ให้หัวหน้าส่วนราชการและเจ้าหน้าที่กรมแรงงาน

ซึ่งประจำประเทศนั้นรีบจัดทำบัญชีรายชื่อ

และที่อยู่ในประเทศของคนหางานซึ่งเป็นสมาชิกของกองทุนที่ได้รับความช่วยเหลือส่งกลับประเทศไทย

หรือได้รับการสงเคราะห์พร้อมทั้งรายละเอียดค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น

และรวบรวมใบสำคัญคู่จ่ายให้กรมแรงงาน โดยส่งออกภายในวันที่ ๑๕

ของเดือนถัดไปให้ส่วนราชการหรือหน่วยงานที่เจ้าหน้าที่กรมแรงงานประจำอยู่ประเทศนั้นเก็บสำเนาบัญชีรายชื่อและรายละเอียดค่าใช้จ่ายไว้หนึ่งชุด

การเก็บรักษาเงิน

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ให้กรมแรงงานเปิดบัญชีเงินฝากไว้กับธนาคารที่เป็นรัฐวิสาหกิจสองบัญชี

คือบัญชีเงินกองทุนบัญชีที่ ๑ เป็นบัญชีเงินฝากประเภทประจำ

และบัญชีเงินกองทุนบัญชีที่ ๒ เป็นบัญชีเงินฝากประเภทกระแสรายวัน

นอกจากนี้ให้มีบัญชีเงินฝากไว้กับธนาคารในนามของกองทุนไว้ในต่างประเทศที่มีสำนักงานแรงงานไทยสังกัดกรมแรงงานตั้งอยู่

หรือที่มีเจ้าหน้าที่กรมแรงงานประจำอยู่ทุกประเทศแห่งละหนึ่งบัญชี

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ บรรดาเงินรายรับทั้งปวงของกองทุนให้นำส่งเข้าบัญชีเงินกองทุนบัญชีที่

๑ ทั้งสิ้น จะหักไว้เพื่อการใด ๆ ไม่ได้

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ บัญชีเงินกองทุนบัญชีที่

๒ และบัญชีเงินกองทุนในต่างประเทศที่มีสำนักงานแรงงานไทยสังกัดกรมแรงงานตั้งอยู่

หรือที่มีเจ้าหน้าที่กรมแรงงานประจำอยู่ ให้มีวงเงินตามที่อธิบดีกำหนด

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ให้กรมแรงงานจัดให้มีตู้นิรภัยสำหรับเก็บรักษาเงินของกองทุน

ให้ตั้งไว้ในที่ปลอดภัยในสำนักงานบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ

ตู้นิรภัยให้มีลูกกุญแจอย่างน้อย ๒ ดอก

แต่ละดอกมีลักษณะแตกต่างกันโดยให้กรรมการเก็บรักษาเงินถือลูกกุญแจคนละดอก

ลูกกุญแจตู้นิรภัยให้มี ๓ ชุด ให้กรรมการเก็บรักษาเงินหนึ่งชุด ให้ผู้อำนวยการกองสำนักงานบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศหนึ่งชุด

ส่วนที่เหลือให้นำฝากเก็บรักษาในลักษณะหีบห่อกับกองคลัง กรมแรงงาน

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ให้กองทุนจัดทำรายงานการรับเงินประจำวัน

และรายงานเงินคงเหลือประจำวัน ตามแบบท้ายระเบียบนี้เป็นประจำทุกวัน

หากวันใดไม่มีการรับจ่ายเงินจะไม่ทำรายงานเงินคงเหลือประจำวันสำหรับวันนั้นก็ได้

แต่ให้หมายเหตุในรายงานเงินคงเหลือประจำวันที่มีการรับจ่ายเงินถัดไปให้ทราบด้วย

การสั่งจ่ายเงิน

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ การจ่ายเงินจากบัญชีเงินกองทุนบัญชีที่

๑ จะทำได้ก็แต่เฉพาะเพื่อนำไปเข้าบัญชีเงินกองทุนบัญชีที่ ๒

และบัญชีเงินกองทุนในต่างประเทศที่มีสำนักงานแรงงานไทยสังกัดกรมแรงงานตั้งอยู่

หรือที่มีเจ้าหน้าที่กรมแรงงานประจำอยู่

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ การสั่งจ่ายเงินจากบัญชีเงินกองทุนบัญชีที่

๑ และเงินกองทุนบัญชีที่ ๒ ให้มีผู้ลงลายมือชื่อสั่งจ่ายรวมกันสองฝ่าย

ฝ่ายละหนึ่งคน คืออธิบดี หรือรองอธิบดี ฝ่ายหนึ่ง

กับผู้อำนวยการสำนักงานบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ หรือผู้ที่อธิบดีมอบหมาย

อีกฝ่ายหนึ่ง

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ การสั่งจ่ายเงินจากบัญชีเงินกองทุนที่อยู่ในต่างประเทศให้อธิบดีกำหนดให้มีผู้ลงลายมือชื่อสั่งจ่ายร่วมกันอย่างน้อยสองคน

ซึ่งต้องเป็นข้าราชการดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าระดับ ๕ คนหนึ่ง

ร่วมกับหัวหน้าสำนักงานแรงงานไทยในประเทศนั้น

หรือเลขานุการประจำสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลที่เป็นอัตรา

สังกัดกรมแรงงานประจำประเทศนั้น

การบัญชี

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ ให้กรมแรงงานจัดทำบัญชีเพื่อบันทึกรายการทางการเงินแสดงถึงผลการดำเนินงานและฐานะการเงินของกองทุน

โดยถูกต้องตามความเป็นจริง

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ ระบบบัญชีของกองทุนให้ปฏิบัติตามระบบบัญชีคู่

ตามที่ได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงการคลัง

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ ให้กรมแรงงานจัดทำรายงานการรับ

จ่าย เงินกองทุนประจำเดือนเสนออธิบดีกรมแรงงานเพื่อทราบ

พร้อมทั้งสำเนาแจ้งกรมบัญชีกลางทราบ

ให้กรมแรงงานปิดบัญชีกองทุน ตามปีงบประมาณ

และให้จัดทำงบแสดงผลการดำเนินงานในงวดการบัญชี

และงบแสดงฐานะการเงินในงวดการบัญชีนั้น

ส่งให้สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินตรวจสอบภายในสามสิบวัน นับแต่วันสิ้นงวดบัญชี

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ งบแสดงผลการดำเนินงานและงบแสดงฐานะการเงินตามข้อ

๒๔ เมื่อสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินตรวจสอบรับรองแล้ว

ให้กรมแรงงานเสนอคณะกรรมการกองทุนทราบโดยเร็ว

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ ลูกหนี้รายใดที่ค้างชำระเกินกว่าสองปีขึ้นไป

นับแต่วันที่ถึงกำหนดชำระให้กองทุนตั้งสำรองหนี้สูญเท่ากับจำนวนหนี้สินนั้น

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ ลูกหนี้รายใดไม่อยู่ในฐานะที่ชำระหนี้ได้ เช่น

ล้มละลาย หรือเป็นหนี้ที่ค้างชำระเกินสิบปีขึ้นไป

และไม่สามารถเรียกร้องให้ชำระหนี้ได้ ให้จำหน่ายออกจากบัญชีเป็นหนี้สูญ

โดยขอทำความตกลงกับกระทรวงการคลังเป็นกรณี ๆ ไป

การลงทุน

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ ให้กรมแรงงานนำเงินกองทุนไปลงทุนโดยการอนุมัติของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้โดยวิธีดังต่อไปนี้

(๑) ฝากไว้กับธนาคารที่เป็นรัฐวิสาหกิจ

(๒) ซื้อพันธบัตรรัฐบาล หรือตั๋วเงินคลัง

(๓) หลักทรัพย์อื่น ๆ

ตามที่ได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงการคลัง

ประกาศ ณ วันที่ ๒ มีนาคม พ.ศ.๒๕๓๐

พลเอก ประจวบ สุนทรางกูร

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

วิภา/ผู้จัดทำ

๙ มีนาคม ๒๕๕๕

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๐๔/ตอนที่ ๕๖/หน้า ๙๔/๒๖ มีนาคม ๒๕๓๐

29 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการบริหารและการควบคุมการใช้จ่ายเงินของกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ พ.ศ. 2530 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_8cc76450402e950f

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com