法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบคณะกรรมการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ในการผ่อนผันการชำระเงินคืนกองทุน ลดหย่อนหนี้ หรือระงับการเรียกให้ชำระหนี้ พ.ศ. 2561

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
16
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบคณะกรรมการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา

ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข

ในการผ่อนผันการชำระเงินคืนกองทุน ลดหย่อนหนี้ หรือระงับการเรียกให้ชำระหนี้

พ.ศ. ๒๕๖๑[๑]

โดยที่เป็นการสมควรกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการผ่อนผันการชำระเงินคืนกองทุนลดหย่อนหนี้ หรือระงับการเรียกให้ชำระหนี้

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๙ (๑๑) (๑๗) มาตรา ๔๔ วรรคสาม และมาตรา ๔๙ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๐ คณะกรรมการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาในการประชุมครั้งที่ ๘/๒๕๖๑ เมื่อวันที่ ๒๕ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๑ได้มีมติให้ออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบคณะกรรมการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการผ่อนผันการชำระเงินคืนกองทุน ลดหย่อนหนี้หรือระงับการเรียกให้ชำระหนี้ พ.ศ. ๒๕๖๑”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในระเบียบนี้

“กองทุน” หมายความว่า กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา

“ผู้กู้ยืมเงิน” หมายความว่า นักเรียนหรือนักศึกษาผู้ได้รับเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาจากกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาตามพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๐ และให้หมายความรวมถึงนักเรียนหรือนักศึกษาผู้ได้รับเงินกู้ยืมตามพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๑ และนิสิตหรือนักศึกษาผู้รับทุนการศึกษาแบบต้องใช้คืนจากกองทุนเพื่อการศึกษาตามระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการบริหารกองทุนเพื่อการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติมที่ออกตามพระราชบัญญัติเงินคงคลัง พ.ศ. ๒๔๙๑ ด้วย

“คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา

“คณะอนุกรรมการ” หมายความว่า คณะอนุกรรมการกำกับการชำระเงินคืนกองทุน

“ผู้จัดการ” หมายความว่า ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา

“การผ่อนผันการชำระเงินคืนกองทุน” หมายความว่า การให้ผู้กู้ยืมเงินชำระเงินคืนกองทุนแตกต่างไปจากจำนวน ระยะเวลา หรือวิธีการที่กำหนดไว้ในระเบียบคณะกรรมการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการให้เงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาและการชำระเงินคืนกองทุน”

“การลดหย่อนหนี้” หมายความว่า การลดจำนวนเงินที่ผู้กู้ยืมเงินต้องชำระคืนกองทุนอันได้แก่เงินต้น ดอกเบี้ยหรือค่าธรรมเนียมจัดการเงินกู้ หรือเบี้ยปรับหรือค่าธรรมเนียมกรณีผิดนัดชำระหนี้ให้แก่ผู้กู้ยืมเงิน

“การระงับการเรียกให้ชำระหนี้” หมายความว่า การที่กองทุนไม่ใช้สิทธิเรียกร้องให้ผู้กู้ยืมเงินชำระเงินคืนกองทุนในช่วงระยะเวลาหนึ่งตามที่กำหนด เมื่อสิ้นสุดระยะเวลาดังกล่าวแล้ว ผู้กู้ยืมเงินต้องเริ่มชำระเงินคืนกองทุนโดยระยะเวลาที่ระงับการเรียกให้ชำระหนี้ไม่นับรวมเข้าในระยะเวลาการชำระหนี้ของผู้กู้ยืมเงินรายนั้น

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ผู้กู้ยืมเงินที่จะขอผ่อนผันการชำระเงินคืนกองทุน ลดหย่อนหนี้ หรือระงับการเรียกให้ชำระหนี้ให้ยื่นคำขอพร้อมเอกสารตามแบบที่กองทุนกำหนด โดยยื่นคำขอต่อกองทุนหรือยื่นผ่านช่องทางอื่นที่กองทุนกำหนด

ให้ผู้จัดการหรือผู้ที่ผู้จัดการมอบหมายมีอำนาจพิจารณาอนุมัติตามวรรคหนึ่ง

เมื่อได้มีการพิจารณาอนุมัติให้ผ่อนผันการชำระเงินคืนกองทุน ลดหย่อนหนี้ หรือระงับการเรียกให้ชำระหนี้แล้ว ให้ผู้จัดการรายงานคณะอนุกรรมการทราบ

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ในกรณีจำเป็นอื่น นอกจากที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้ หากคณะอนุกรรมการเห็นสมควรคณะอนุกรรมการอาจพิจารณาอนุมัติให้ยกเว้นหลักเกณฑ์ หรือเงื่อนไขบางประการในการให้ผ่อนผันการชำระเงินคืนกองทุน ลดหย่อนหนี้ หรือระงับการเรียกให้ชำระหนี้ที่แตกต่างจากที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้ ให้แก่ผู้กู้ยืมเงินเป็นการเฉพาะรายก็ได้ แล้วรายงานให้คณะกรรมการทราบ ทั้งนี้การพิจารณาอนุมัติดังกล่าวให้คำนึงถึงหลักความเสมอภาคและหลักการไม่เลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมด้วย

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ในกรณีที่มีสถานการณ์หรือเหตุอื่นใดซึ่งมีผลหรืออาจมีผลกระทบต่อการบริหารจัดการกองทุนหากคณะกรรมการเห็นว่าจำเป็นและสมควรใช้มาตรการการผ่อนผันการชำระเงินคืนกองทุน ลดหย่อนหนี้หรือระงับการเรียกให้ชำระหนี้ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง เพื่อแก้ไขหรือลดผลกระทบนั้น คณะกรรมการอาจประกาศกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และเงื่อนเวลาสำหรับการดำเนินการตามมาตรการดังกล่าวก็ได้

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ให้ผู้จัดการเป็นผู้รักษาการตามระเบียบนี้ และให้มีอำนาจวินิจฉัยปัญหาในการปฏิบัติตามระเบียบนี้ แล้วรายงานให้คณะกรรมการทราบ

การผ่อนผันการชำระเงินคืนกองทุน

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ในกรณีจำเป็น ผู้กู้ยืมเงินที่ครบกำหนดชำระหนี้และไม่เป็นผู้ผิดนัดชำระหนี้อาจขอผ่อนผันการชำระเงินคืนกองทุนได้ เมื่อมีเหตุอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้

(๑) เป็นผู้ไม่มีรายได้

(๒) เป็นผู้มีรายได้ไม่เกินแปดพันแปดบาทต่อเดือน

(๓) เป็นผู้ประสบภัยพิบัติจากอัคคีภัย อุทกภัย วาตภัย หรือภัยธรรมชาติอื่น ๆ รวมถึงภัยจากสงคราม หรือจลาจล ซึ่งทรัพย์สินได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง

(๔) เป็นผู้มีรายได้ถดถอย หรือมีความจำเป็นต้องดูแลบุคคลในครอบครัว ซึ่งชราภาพ ป่วยหรือพิการ

(๕) เหตุอื่นใดที่คณะอนุกรรมการกำหนดให้เป็นรายบุคคลตามความเหมาะสมหลักเกณฑ์การพิจารณาความเสียหายของทรัพย์สินอย่างรุนแรง ตาม (๓) และการเป็นผู้มีรายได้ถดถอย หรือมีความจำเป็นต้องดูแลบุคคลในครอบครัว ซึ่งชราภาพ ป่วย หรือพิการตาม (๔) ให้เป็นไปตามที่กองทุนประกาศกำหนดโดยความเห็นชอบของคณะอนุกรรมการ

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ การขอผ่อนผันการชำระเงินคืนกองทุนด้วยเหตุตามข้อ ๘ (๑) (๒) และ (๓) ผู้กู้ยืมเงินคนหนึ่งอาจได้รับการพิจารณาให้ผ่อนผันการชำระเงินคืนกองทุนไม่เกินสองคราว ๆ ละไม่เกินหนึ่งปีนับจากวันที่ได้รับอนุมัติ

การที่ผู้กู้ยืมเงินได้รับอนุมัติให้ผ่อนผันการชำระเงินคืนกองทุน มีผลให้ในระหว่างช่วงระยะเวลาที่ผู้กู้ยืมเงินได้รับการผ่อนผันการชำระเงินคืนกองทุนนั้น ผู้กู้ยืมเงินไม่ต้องชำระหนี้ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย ทั้งนี้ กองทุนจะยกเว้นเบี้ยปรับหรือค่าธรรมเนียมกรณีผิดนัดชำระหนี้ที่เกิดขึ้นในระหว่างเวลาที่ได้รับการผ่อนผันนั้น

เมื่อสิ้นสุดระยะเวลาผ่อนผันการชำระเงินคืนกองทุน ผู้กู้ยืมเงินต้องชำระเงินคืนกองทุนให้เสร็จสิ้นโดยกองทุนจะนำยอดหนี้ที่คงเหลือนับแต่วันที่สิ้นสุดการผ่อนผันมาคำนวณใหม่ และให้ชำระตามระยะเวลาที่เหลืออยู่ตามสัญญากู้ยืมเงินเดิม

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ในกรณีผู้กู้ยืมเงินได้รับอนุมัติให้ผ่อนผันการชำระเงินคืนกองทุนด้วยเหตุตามข้อ ๘ (๔) ให้ผู้กู้ยืมเงินทำบันทึกข้อตกลงต่อท้ายสัญญากู้ยืมเงินกับกองทุนและถือเป็นส่วนหนึ่งของสัญญากู้ยืมเงินซึ่งในบันทึกข้อตกลงนั้นต้องมีลายมือชื่อผู้ค้าประกันให้ความยินยอมให้ผ่อนผันด้วย โดยผู้กู้ยืมเงินยอมรับเงื่อนไขใหม่ในการชำระเงินคืนกองทุนดังนี้

(๑) ได้รับการผ่อนผันขยายระยะเวลาในการชำระเงินคืนกองทุนดังนี้

(๑.๑) หากมีมูลหนี้รวมคงเหลือไม่เกินหนึ่งแสนบาท ให้ขยายระยะเวลาการชำระหนี้ให้ไม่เกินหนึ่งจุดห้าเท่าของระยะเวลาที่เหลืออยู่ตามสัญญากู้ยืมเงินเดิม และเมื่อขยายระยะเวลาการชำระหนี้แล้ว ในการชำระเงินงวดสุดท้าย ผู้กู้ยืมเงินต้องมีอายุไม่เกินหกสิบปี

(๑.๒) หากมีมูลหนี้รวมคงเหลือเกินหนึ่งแสนบาทแต่ไม่เกินสองแสนบาท ให้ขยายระยะเวลาการชำระหนี้ให้ไม่เกินสองเท่าของระยะเวลาที่เหลืออยู่ตามสัญญากู้ยืมเงินเดิม และเมื่อขยายระยะเวลาการชำระหนี้แล้ว ในการชำระเงินงวดสุดท้าย ผู้กู้ยืมเงินต้องมีอายุไม่เกินหกสิบปี

(๑.๓) หากมีมูลหนี้รวมคงเหลือเกินสองแสนบาท ให้ขยายระยะเวลาการชำระหนี้ให้ไม่เกินสองจุดห้าเท่าของระยะเวลาที่เหลืออยู่ตามสัญญากู้ยืมเงินเดิม และเมื่อขยายระยะเวลาการชำระหนี้แล้ว ในการชำระเงินงวดสุดท้าย ผู้กู้ยืมเงินต้องมีอายุไม่เกินหกสิบปี

(๒) ให้ผู้กู้ยืมเงินชำระหนี้เป็นรายเดือน โดยกองทุนจะนำยอดหนี้ที่คงเหลืออันได้แก่เงินต้นและดอกเบี้ยหรือค่าธรรมเนียมจัดการเงินกู้ นับแต่วันที่ได้รับอนุมัติให้ผ่อนผันมาคำนวณใหม่เฉลี่ยให้ชำระในแต่ละเดือนเท่า ๆ กัน และให้ผู้กู้ยืมเงินชำระตามจำนวนที่กำหนดภายในระยะเวลาที่ได้รับการผ่อนผัน

(๓) หากผู้กู้ยืมเงินผิดนัดชำระหนี้ตามบันทึกข้อตกลงในเดือนใดเดือนหนึ่ง ให้การขยายระยะเวลานั้นเป็นอันสิ้นผล ผู้กู้ยืมเงินต้องชำระหนี้ให้เสร็จสิ้นภายในระยะเวลาตามสัญญากู้ยืมเงินเดิมและต้องเสียเบี้ยปรับหรือค่าธรรมเนียมกรณีผิดนัดชำระหนี้ในอัตราร้อยละหนึ่งจุดห้าต่อเดือนของจำนวนเงินที่ค้างชำระตลอดระยะเวลาที่ผิดนัดในการทำบันทึกข้อตกลงต่อท้ายสัญญากู้ยืมเงินกับกองทุนตามวรรคหนึ่ง ให้นำเอาวิธีการทำสัญญากู้ยืมเงิน กองทุนที่กำหนดไว้ในระเบียบของกองทุนเกี่ยวกับการให้กู้ยืมเงินเพื่อการศึกษามาใช้โดยอนุโลม

การลดหย่อนหนี้

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ในวันครบกำหนดชำระหนี้หรือก่อนวันครบกำหนดชำระหนี้ หากผู้กู้ยืมเงินรายใดชำระเงินคืนกองทุนครบถ้วนทั้งจำนวนในคราวเดียวเป็นเหตุให้หนี้เงินกู้ยืมระงับ ผู้กู้ยืมเงินรายนั้นจะได้รับการลดหย่อนจำนวนเงินที่จะต้องชำระในอัตราร้อยละสามของเงินต้นที่ต้องชำระนั้น

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ผู้กู้ยืมเงินที่อยู่ระหว่างการชำระเงินคืนกองทุนและมิได้เป็นผู้ผิดนัดชำระหนี้หรือเคยเป็นผู้ผิดนัดชำระหนี้ หากชำระเงินคืนกองทุนครบถ้วนทั้งจำนวนเงินที่คงเหลือเป็นเหตุให้หนี้เงินกู้ยืมระงับ ผู้กู้ยืมเงินรายนั้นจะได้รับการลดหย่อนจำนวนเงินที่จะต้องชำระในอัตราร้อยละสามของเงินต้นคงเหลือที่ต้องชำระนั้น

การระงับการเรียกให้ชำระหนี้

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ในกรณีที่ผู้กู้ยืมเงินพิการหรือทุพพลภาพจนไม่สามารถประกอบการงานได้ หรือในกรณีผู้กู้ยืมเงินมีเหตุจำเป็นอย่างใดอย่างหนึ่งตามที่กำหนดต่อไปนี้ ผู้กู้ยืมเงินหรือผู้มีอำนาจกระทำการแทน ผู้กู้ยืมเงินอาจยื่นคำขอพร้อมเอกสารตามแบบที่กองทุนกำหนดเพื่อขอให้กองทุนพิจารณาระงับการเรียกให้ชำระหนี้ก็ได้

(๑) เป็นโรคติดต่อร้ายแรงหรือโรคเรื้อรังที่ปรากฏอาการเด่นชัด หรือรุนแรงจนไม่สามารถประกอบการงานได้

(๒) เป็นผู้ที่ได้รับโทษตามคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกตลอดชีวิต

(๓) ศาลได้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดและกองทุนได้ดำเนินการยื่นคำขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลายแล้ว

หลักเกณฑ์การพิจารณาความเป็นผู้พิการหรือทุพพลภาพจนไม่สามารถประกอบการงานได้เป็นโรคติดต่อร้ายแรงหรือโรคเรื้อรังที่ปรากฏอาการเด่นชัด หรือรุนแรงจนไม่สามารถประกอบการงานได้ให้เป็นไปตามที่กองทุนประกาศกำหนดโดยความเห็นชอบของคณะอนุกรรมการ

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ เมื่อผู้กู้ยืมเงินที่ได้รับอนุมัติการระงับการเรียกให้ชำระหนี้ตามข้อ ๑๓ แล้ว กองทุนจะไม่ใช้สิทธิเรียกร้องให้ผู้กู้ยืมเงินชำระเงินคืนกองทุนในช่วงระยะเวลาที่เหตุอันเป็นเงื่อนไขในการระงับการเรียกให้ชำระหนี้นั้น ๆ ยังอยู่ และเมื่อเหตุอันเป็นเงื่อนไขนั้นสิ้นสุดลงแล้ว ผู้กู้ยืมเงินต้องเริ่มชำระเงินคืนกองทุนตามความรับผิดในสัญญากู้ยืมเงินเดิม โดยระยะเวลาที่ระงับการเรียกให้ชำระหนี้จะไม่ถูกนับรวมเข้าในระยะเวลาการชำระหนี้ของผู้กู้ยืมเงินรายนั้น

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ผู้กู้ยืมเงินที่เป็นผู้พิการหรือทุพพลภาพจนไม่สามารถประกอบการงานได้ ซึ่งได้รับอนุมัติการระงับการเรียกให้ชำระหนี้ ต้องส่งสำเนาบัตรประจำตัวผู้พิการให้แก่กองทุนและต้องรายงานสถานภาพต่อกองทุนภายในหกเดือนนับแต่วันที่บัตรประจำตัวผู้พิการหมดอายุ

เมื่อผู้กู้ยืมเงินได้รับอนุมัติการระงับการเรียกให้ชำระหนี้ตามข้อ ๑๓ (๑) แล้ว กองทุนจะมีหนังสือแจ้งผลการอนุมัติให้ผู้กู้ยืมเงินทราบ ผู้กู้ยืมเงินมีหน้าที่รายงานสถานภาพต่อกองทุนเป็นประจำทุกปี ทั้งนี้ ให้รายงานภายในสามสิบวันก่อนครบระยะเวลาหนึ่งปีนับแต่วันที่ได้รับอนุมัติและภายในสามสิบวันก่อนครบระยะเวลาหนึ่งปีในปีถัด ๆ ไป

เมื่อผู้กู้ยืมเงินได้รับอนุมัติการระงับการเรียกให้ชำระหนี้ตามข้อ ๑๓ (๒) แล้ว กองทุนจะมีหนังสือแจ้งผลการอนุมัติให้ผู้กู้ยืมเงินทราบ ผู้กู้ยืมเงินมีหน้าที่รายงานสถานภาพต่อกองทุนเป็นประจำทุกห้าปี ทั้งนี้ ให้รายงานภายในสามสิบวันก่อนครบระยะเวลาห้าปีนับแต่วันที่ได้รับอนุมัติและภายในสามสิบวันก่อนครบระยะเวลาห้าปีในคราวถัด ๆ ไป

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ หากผู้กู้ยืมเงินที่ได้รับอนุมัติการระงับการเรียกให้ชำระหนี้ ไม่รายงานสถานภาพตามข้อ ๑๕ หรือปรากฏข้อเท็จจริงว่าผู้กู้ยืมเงินเป็นผู้ที่สามารถชำระเงินคืนกองทุนได้ ให้การระงับการเรียกให้ชำระหนี้เป็นอันสิ้นผล และให้ผู้กู้ยืมเงินชำระหนี้ตามสัญญากู้ยืมเงินเดิม โดยกองทุนจะนำยอดหนี้คงเหลือนับแต่วันที่สิ้นสุดการระงับการเรียกให้ชำระหนี้มาคำนวณใหม่ และให้ชำระตามจำนวนที่กำหนดภายในระยะเวลาที่เหลืออยู่ตามสัญญากู้ยืมเงินเดิม โดยระยะเวลาที่ระงับการเรียกให้ชำระหนี้ที่เกิดก่อนวันที่การระงับการเรียกให้ชำระหนี้สิ้นผลจะไม่ถูกนับรวมเข้าในระยะเวลาการชำระหนี้ของผู้กู้ยืมเงินรายนั้น

ประกาศ ณ วันที่ ๒๘ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๑

ประสงค์ พูนธเนศ

ปลัดกระทรวงการคลัง

ประธานกรรมการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา

ปวันวิทย์/จัดทำ

๑๓ มีนาคม ๒๕๖๒

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๕/ตอนพิเศษ ๒๙๗ ง/หน้า ๙/๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๑

16 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบคณะกรรมการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ในการผ่อนผันการชำระเงินคืนกองทุน ลดหย่อนหนี้ หรือระงับการเรียกให้ชำระหนี้ พ.ศ. 2561 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_8d0f78e0a31b24f6

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com