ข้อ ๑๐ ในกรณีผู้กู้ยืมเงินได้รับอนุมัติให้ผ่อนผันการชำระเงินคืนกองทุนด้วยเหตุตามข้อ ๘ (๔) ให้ผู้กู้ยืมเงินทำบันทึกข้อตกลงต่อท้ายสัญญากู้ยืมเงินกับกองทุนและถือเป็นส่วนหนึ่งของสัญญากู้ยืมเงินซึ่งในบันทึกข้อตกลงนั้นต้องมีลายมือชื่อผู้ค้าประกันให้ความยินยอมให้ผ่อนผันด้วย โดยผู้กู้ยืมเงินยอมรับเงื่อนไขใหม่ในการชำระเงินคืนกองทุนดังนี้
(๑) ได้รับการผ่อนผันขยายระยะเวลาในการชำระเงินคืนกองทุนดังนี้
(๑.๑) หากมีมูลหนี้รวมคงเหลือไม่เกินหนึ่งแสนบาท ให้ขยายระยะเวลาการชำระหนี้ให้ไม่เกินหนึ่งจุดห้าเท่าของระยะเวลาที่เหลืออยู่ตามสัญญากู้ยืมเงินเดิม และเมื่อขยายระยะเวลาการชำระหนี้แล้ว ในการชำระเงินงวดสุดท้าย ผู้กู้ยืมเงินต้องมีอายุไม่เกินหกสิบปี
(๑.๒) หากมีมูลหนี้รวมคงเหลือเกินหนึ่งแสนบาทแต่ไม่เกินสองแสนบาท ให้ขยายระยะเวลาการชำระหนี้ให้ไม่เกินสองเท่าของระยะเวลาที่เหลืออยู่ตามสัญญากู้ยืมเงินเดิม และเมื่อขยายระยะเวลาการชำระหนี้แล้ว ในการชำระเงินงวดสุดท้าย ผู้กู้ยืมเงินต้องมีอายุไม่เกินหกสิบปี
(๑.๓) หากมีมูลหนี้รวมคงเหลือเกินสองแสนบาท ให้ขยายระยะเวลาการชำระหนี้ให้ไม่เกินสองจุดห้าเท่าของระยะเวลาที่เหลืออยู่ตามสัญญากู้ยืมเงินเดิม และเมื่อขยายระยะเวลาการชำระหนี้แล้ว ในการชำระเงินงวดสุดท้าย ผู้กู้ยืมเงินต้องมีอายุไม่เกินหกสิบปี
(๒) ให้ผู้กู้ยืมเงินชำระหนี้เป็นรายเดือน โดยกองทุนจะนำยอดหนี้ที่คงเหลืออันได้แก่เงินต้นและดอกเบี้ยหรือค่าธรรมเนียมจัดการเงินกู้ นับแต่วันที่ได้รับอนุมัติให้ผ่อนผันมาคำนวณใหม่เฉลี่ยให้ชำระในแต่ละเดือนเท่า ๆ กัน และให้ผู้กู้ยืมเงินชำระตามจำนวนที่กำหนดภายในระยะเวลาที่ได้รับการผ่อนผัน
(๓) หากผู้กู้ยืมเงินผิดนัดชำระหนี้ตามบันทึกข้อตกลงในเดือนใดเดือนหนึ่ง ให้การขยายระยะเวลานั้นเป็นอันสิ้นผล ผู้กู้ยืมเงินต้องชำระหนี้ให้เสร็จสิ้นภายในระยะเวลาตามสัญญากู้ยืมเงินเดิมและต้องเสียเบี้ยปรับหรือค่าธรรมเนียมกรณีผิดนัดชำระหนี้ในอัตราร้อยละหนึ่งจุดห้าต่อเดือนของจำนวนเงินที่ค้างชำระตลอดระยะเวลาที่ผิดนัดในการทำบันทึกข้อตกลงต่อท้ายสัญญากู้ยืมเงินกับกองทุนตามวรรคหนึ่ง ให้นำเอาวิธีการทำสัญญากู้ยืมเงิน กองทุนที่กำหนดไว้ในระเบียบของกองทุนเกี่ยวกับการให้กู้ยืมเงินเพื่อการศึกษามาใช้โดยอนุโลม
การลดหย่อนหนี้