法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

คำสั่งศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ที่ 71/2553 เรื่อง ห้ามการเสนอข่าว การจำหน่าย หรือทำให้แพร่หลายซึ่งหนังสือพิมพ์ สิ่งพิมพ์ หรือสื่ออื่นใดที่มีข้อความอันอาจทำให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัว หรือเจตนาบิดเบือนข้อมูลข่าวสารทำให้เกิดความเข้าใจผิดในสถานการณ์ฉุกเฉินจนกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ หรือความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ในทั่วราชอาณาจักร

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
3
มาตรา อารัมภบท

คำสั่งศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน

คำสั่งศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน

ที่ ๗๑/๒๕๕๓

เรื่อง ห้ามการเสนอข่าว การจำหน่าย หรือทำให้แพร่หลายซึ่งหนังสือพิมพ์ สิ่งพิมพ์ หรือสื่ออื่นใด

ที่มีข้อความอันอาจทำให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัว หรือเจตนาบิดเบือนข้อมูลข่าวสาร

ทำให้เกิดความเข้าใจผิดในสถานการณ์ฉุกเฉินจนกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ หรือความ

สงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ในทั่วราชอาณาจักร[๑]

ตามที่นายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง และใช้อำนาจตามมาตรา ๙ และมาตรา ๑๑ วรรคสอง แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ ออกข้อกำหนดออกตามความในมาตรา ๙ แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ ลงวันที่ ๗ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๓ และประกาศตามมาตรา ๑๑ แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ ลงวันที่ ๗ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๓ นั้น

เนื่องจากปรากฏว่า ได้มีหนังสือพิมพ์และสิ่งพิมพ์ ตามพระราชบัญญัติจดแจ้งการพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๕๐ บางฉบับ มีข้อความและเนื้อหาที่กระทบกระเทือนต่อความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยภายในราชอาณาจักร โดยมีเจตนาที่จะทำให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักรและบั่นทอนความเป็นปึกแผ่นแน่นแฟ้นของคนในชาติ อันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ จึงมีความจำเป็นที่จะต้องเร่งแก้ไขปัญหาให้ยุติได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันท่วงที

อาศัยอำนาจตามข้อ ๒ แห่งข้อกำหนดออกตามความในมาตรา ๙ แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ ลงวันที่ ๗ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๓ และข้อ ๖ ของประกาศตามมาตรา ๑๑ แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ ลงวันที่ ๗ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๓ ประกอบกับคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ พิเศษ ๙๓/๒๕๕๓ เรื่อง แต่งตั้งผู้กำกับการปฏิบัติงาน หัวหน้าผู้รับผิดชอบ และพนักงานเจ้าหน้าที่ในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง (เพิ่มเติม) ลงวันที่ ๑๖ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๓ จึงออกคำสั่ง ดังนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ห้ามมิให้หนังสือพิมพ์ หรือสิ่งพิมพ์ ตามบัญชีรายชื่อแนบท้ายคำสั่งนี้เสนอข่าวสารหรือทำให้ปรากฏแพร่หลายซึ่งข่าวสารที่มีข้อความและเนื้อหาที่กระทบกระเทือนต่อความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยภายในราชอาณาจักร อันทำให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนและบั่นทอนความเป็นปึกแผ่นแน่นแฟ้นของคนในชาติ

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ห้ามมิให้ผู้ใดจำหน่ายหรือทำให้แพร่หลายด้วยประการใด ๆ ซึ่งหนังสือพิมพ์หรือสิ่งพิมพ์ ดังกล่าวในข้อ ๑

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ผู้ใดฝ่าฝืนคำสั่งนี้ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับตามมาตรา ๑๘ แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘

ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

สั่ง ณ วันที่ ๒๔ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๓

พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา

หัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน

[เอกสารแนบท้าย]

๑. บัญชีรายชื่อหนังสือพิมพ์ สิ่งพิมพ์ แนบท้ายคำสั่งศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ที่ ๗๑/๒๕๕๓ ลงวันที่ ๒๔ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๓

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

ปริยานุช/จัดทำ

๘ มิถุนายน ๒๕๕๓

นันท์นภัสร์/ตรวจ

๘ มิถุนายน ๒๕๕๓

ศิรวัชร์/ปรับปรุง

๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๗/ตอนพิเศษ ๗๐ ง/หน้า ๑๖/๔ มิถุนายน ๒๕๕๓

3 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

คำสั่งศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ที่ 71/2553 เรื่อง ห้ามการเสนอข่าว การจำหน่าย หรือทำให้แพร่หลายซึ่งหนังสือพิมพ์ สิ่งพิมพ์ หรือสื่ออื่นใดที่มีข้อความอันอาจทำให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัว หรือเจตนาบิดเบือนข้อมูลข่าวสารทำให้เกิดความเข้าใจผิดในสถานการณ์ฉุกเฉินจนกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ หรือความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ในทั่วราชอาณาจักร (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_8d3f4756d66443d3

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com