法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบคณะกรรมการข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง ว่าด้วยพนักงานราชการศาลปกครอง พ.ศ. ๒๕๕๔

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
27
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบคณะกรรมการข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง

ว่าด้วยพนักงานราชการศาลปกครอง

พ.ศ. ๒๕๕๔

โดยที่เป็นการสมควรให้มีการปรับปรุงระบบบริหารงานบุคคลพนักงานศาลปกครองให้สอดคล้อง เหมาะสม เทียบเคียงระบบการจ้างงานพนักงานราชการของส่วนราชการทั่วไปและยุทธศาสตร์การบริหารจัดการภาครัฐแนวใหม่ อันจะทําให้การบริหารจัดการของศาลปกครองและสํานักงานศาลปกครองดําเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลยิ่งขึ้น

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๘๔ (๑๑) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ คณะกรรมการข้าราชการฝ่ายศาลปกครองจึงออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบคณะกรรมการข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง ว่าด้วยพนักงานราชการศาลปกครอง พ.ศ. ๒๕๕๔”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๕ เป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ยกเลิก

(๑) ระเบียบคณะกรรมการข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง ว่าด้วยพนักงานศาลปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๔

(๒) ระเบียบคณะกรรมการข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง ว่าด้วยพนักงานศาลปกครอง (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๕

(๓) ระเบียบคณะกรรมการข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง ว่าด้วยพนักงานศาลปกครอง (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๗

(๔) ระเบียบคณะกรรมการข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง ว่าด้วยพนักงานศาลปกครอง (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๔๘

(๕) ระเบียบคณะกรรมการข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง ว่าด้วยพนักงานศาลปกครอง (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๔๙

(๖) ระเบียบคณะกรรมการข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง ว่าด้วยพนักงานศาลปกครอง (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๕๐

(๗) ระเบียบคณะกรรมการข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง ว่าด้วยพนักงานศาลปกครอง (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๕๔

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในระเบียบนี้

“พนักงานราชการศาลปกครอง” หมายความว่า บุคคลซึ่งสํานักงานศาลปกครองจ้างตามสัญญาจ้างโดยได้รับค่าตอบแทนจากงบประมาณของสํานักงานศาลปกครอง เพื่อเป็นพนักงานราชการของสํานักงานศาลปกครองในการปฏิบัติงานให้แก่สํานักงานศาลปกครอง

“เลขาธิการ” หมายความว่า เลขาธิการสํานักงานศาลปกครอง

“สัญญาจ้าง” หมายความว่า สัญญาจ้างพนักงานราชการศาลปกครองตามระเบียบนี้

"ค่าตอบแทน” หมายความว่า เงินเดือนซึ่งจ่ายให้แก่พนักงานราชการศาลปกครองในการปฏิบัติงานให้แก่สํานักงานศาลปกครอง ตามบัญชีอัตราค่าตอบแทนที่กําหนดท้ายระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ เพื่อประโยชน์ในกิจการของสํานักงานศาลปกครอง สํานักงานศาลปกครองอาจจ้างผู้หนึ่งผู้ใดเป็นพนักงานราชการศาลปกครอง เพื่อปฏิบัติงานตามตําแหน่งและจํานวนที่เลขาธิการกําหนด แต่ต้องไม่เกินจํานวนอัตรากําลังพนักงานราชการศาลปกครองที่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ บรรดากฎหมาย กฎ ระเบียบ ประกาศ ข้อบังคับ คําสั่ง หรือมติคณะกรรมการข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง ที่กําหนดให้ข้าราชการฝ่ายศาลปกครองหรือลูกจ้างสํานักงานศาลปกครองมีหน้าที่ต้องปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติ หรือเป็นข้อห้ามในเรื่องใด ให้ถือว่าพนักงานราชการศาลปกครองมีหน้าที่ต้องปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติ หรือต้องห้ามเช่นเดียวกับข้าราชการฝ่ายศาลปกครองหรือลูกจ้างด้วย ทั้งนี้ เว้นแต่เรื่องใดมีกําหนดไว้แล้วโดยเฉพาะในระเบียบนี้ หรือตามเงื่อนไขของสัญญาจ้าง หรือเป็นกรณีที่สํานักงานศาลปกครองประกาศกําหนดให้พนักงานราชการศาลปกครองประเภทใดหรือตําแหน่งในกลุ่มงานลักษณะใดได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติเช่นเดียวกับข้าราชการฝ่ายศาลปกครองหรือลูกจ้างในบางเรื่อง เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพการปฏิบัติงานของพนักงานราชการศาลปกครอง

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ให้เลขาธิการมีอํานาจเกี่ยวกับการจ้างพนักงานราชการศาลปกครอง ดังต่อไปนี้

(๑) การกําหนดลักษณะงานและคุณสมบัติเฉพาะของกลุ่มงาน รวมทั้งตําแหน่ง และลักษณะงานเฉพาะสําหรับตําแหน่งของพนักงานราชการศาลปกครอง

(๒) ทําสัญญาจ้างปฏิบัติงานกับพนักงานราชการศาลปกครอง

(๓) แต่งตั้งพนักงานราชการศาลปกครองให้ดํารงตําแหน่งใด

(๔) ดําเนินการทางวินัย

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ให้คณะกรรมการข้าราชการฝ่ายศาลปกครองมีอํานาจตีความ และวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ให้เลขาธิการเป็นผู้รักษาการตามระเบียบนี้ และให้มีอํานาจออกประกาศหรือคําสั่งเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติตามระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ พนักงานราชการศาลปกครองมีสองประเภท ดังต่อไปนี้

(๑) พนักงานราชการศาลปกครองทั่วไป ได้แก่ พนักงานราชการศาลปกครองซึ่งปฏิบัติงานในลักษณะเป็นงานประจําทั่วไป ในด้านงานบริการ งานเทคนิค งานบริหารทั่วไป งานวิชาชีพเฉพาะ และงานเชี่ยวชาญเฉพาะ

(๒) พนักงานราชการศาลปกครองพิเศษ ได้แก่ พนักงานราชการศาลปกครองซึ่งปฏิบัติงานในลักษณะที่ต้องใช้ความรู้หรือความเชี่ยวชาญสูงมากเป็นพิเศษ เพื่อปฏิบัติงานในเรื่องที่มีความสําคัญและจําเป็นเฉพาะเรื่อง หรือมีความจําเป็นต้องใช้บุคคลในลักษณะดังกล่าว

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ในการกําหนดตําแหน่งของพนักงานราชการศาลปกครอง ให้กําหนดโดยจําแนกเป็นกลุ่มงานตามลักษณะงานและผลผลิตของงาน ดังต่อไปนี้

(๑) กลุ่มงานบริการ ได้แก่ ตําแหน่งดังต่อไปนี้

(ก) พนักงานหน้าบัลลังก์

(ข) เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์

(ค) พนักงานเดินหมาย

(ง) พนักงานรับโทรศัพท์

(จ) พนักงานขับรถยนต์

(ฉ) พนักงานธุรการ

(๒) กลุ่มงานเทคนิค ได้แก่ ตําแหน่งนายช่าง

(๓) กลุ่มงานบริหารทั่วไป ได้แก่ ตําแหน่งดังต่อไปนี้

(ก) เลขานุการ

(ข) เลขานุการประจําองค์คณะ

(ค) เจ้าหน้าที่ศาลปกครอง

(ง) บรรณารักษ์

(จ) พนักงานแปล

(๔) กลุ่มงานวิชาชีพเฉพาะ ได้แก่ ตําแหน่งดังต่อไปนี้

(ก) พนักงานคอมพิวเตอร์

(ข) วิศวกรโยธา

(ค) สถาปนิก

(๕) กลุ่มงานเชี่ยวชาญเฉพาะ ได้แก่ ตําแหน่งซึ่งปฏิบัติงานในลักษณะที่ต้องอาศัยพื้นฐานความรู้ ประสบการณ์ การฝึกฝน ทฤษฎี หลักวิชาการที่เกี่ยวข้องกับงาน หรือภูมิปัญญาท้องถิ่น หรืองานเชิงพัฒนาระบบ หรือมาตรฐานของงานที่ต้องใช้ความรู้ความสามารถ และประสบการณ์เชี่ยวชาญเฉพาะด้านนั้น ๆ

(๖) กลุ่มงานเชี่ยวชาญพิเศษ ได้แก่ ตําแหน่งซึ่งปฏิบัติงานในลักษณะที่ต้องใช้ความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษในสาขาที่เกี่ยวข้องกับงานหรือโครงการซึ่งเป็นที่ยอมรับในวงการด้านนั้น ๆ ในกรณีที่มีความจําเป็น สํานักงานศาลปกครองอาจจ้างพนักงานราชการศาลปกครองตําแหน่งอื่นนอกจากที่กําหนดไว้ในวรรคหนึ่ง

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ผู้ซึ่งจะได้รับการจ้างเป็นพนักงานราชการศาลปกครอง ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้

(๑) มีสัญชาติไทย

(๒) มีอายุไม่ต่ํากว่าสิบแปดปีบริบูรณ์

(๓) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย

(๔) ไม่เป็นผู้มีกายทุพพลภาพจนไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ไร้ความสามารถ หรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ หรือเป็นโรคตามที่กําหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน

(๕) ไม่เป็นผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง กรรมการพรรคการเมือง หรือเจ้าหน้าที่ในพรรคการเมือง

(๖) ไม่เป็นผู้เคยต้องรับโทษจําคุกโดยคําพิพากษาถึงที่สุดให้จําคุกเพราะกระทําความผิดทางอาญา เว้นแต่เป็นโทษสําหรับความผิดที่ได้กระทําโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

(๗) ไม่เป็นผู้เคยถูกลงโทษให้ออก ปลดออก หรือไล่ออกจากราชการ รัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานอื่นของรัฐ

(๘) ไม่เป็นข้าราชการ ลูกจ้าง หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ของส่วนราชการ หน่วยงานอื่นของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือราชการส่วนท้องถิ่น

ความใน (๑) ไม่ให้ใช้บังคับแก่พนักงานราชการศาลปกครองชาวต่างประเทศ ซึ่งสํานักงานศาลปกครองจําเป็นต้องจ้างตามข้อผูกพันหรือตามความจําเป็นของภารกิจของสํานักงานศาลปกครอง

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ การสรรหาและการเลือกสรรบุคคลเพื่อจ้างเป็นพนักงานราชการศาลปกครองให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่สํานักงานศาลปกครองกําหนด

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ การจ้างพนักงานราชการศาลปกครองให้กระทําเป็นสัญญาจ้างไม่เกินคราวละสี่ปี หรือตามโครงการที่มีกําหนดเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดไว้ โดยอาจมีการต่อสัญญาจ้างได้ ทั้งนี้ ตามความเหมาะสมและความจําเป็นของสํานักงานศาลปกครอง

แบบสัญญาจ้างให้เป็นไปตามที่สํานักงานศาลปกครองกําหนด

การทําสัญญาตามวรรคหนึ่ง ให้เลขาธิการหรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมายจากเลขาธิการเป็นผู้ลงนาม

ในสัญญาจ้าง

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ การแต่งกายเครื่องแบบพิธีการและเครื่องแบบปกติในการปฏิบัติงานของพนักงานราชการศาลปกครอง ให้เป็นไปตามระเบียบคณะกรรมการข้าราชการฝ่ายศาลปกครองว่าด้วยเครื่องแบบและการแต่งกายของข้าราชการและลูกจ้างของสํานักงานศาลปกครอง

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ วันเวลาการทํางาน หรือวิธีการทํางานในกรณีที่ไม่ต้องอยู่ปฏิบัติงานประจําของพนักงานราชการศาลปกครอง ให้เป็นไปตามประกาศคณะกรรมการข้าราชการฝ่ายศาลปกครองเรื่องกําหนดวันเวลาทํางาน และวันหยุดราชการของข้าราชการฝ่ายศาลปกครองและลูกจ้างสํานักงานศาลปกครอง และแนวปฏิบัติตามที่สํานักงานศาลปกครองกําหนด

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ อัตราค่าตอบแทนพนักงานราชการศาลปกครองให้เป็นไปตามบัญชีแนบท้ายระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ให้พนักงานราชการศาลปกครองได้รับการพิจารณาเลื่อนค่าตอบแทนประจําปี ณ วันที่ ๑ ตุลาคม ของทุกปี ตามหลักเกณฑ์ดังนี้

(๑) ต้องมีระยะเวลาในการปฏิบัติงานในรอบปีงบประมาณที่แล้วมาไม่น้อยกว่า ๘ เดือน

(๒) การเลื่อนค่าตอบแทนให้แก่พนักงานราชการศาลปกครองให้พิจารณาตามผลการปฏิบัติงาน โดยผู้ที่จะได้รับการพิจารณาเลื่อนค่าตอบแทนจะต้องมีผลการปฏิบัติงานไม่ต่ํากว่าระดับดีและอัตราการเลื่อนต้องไม่เกินร้อยละ ๖ ของฐานค่าตอบแทน

(๓) หลักเกณฑ์อื่น ๆ ตามที่สํานักงานศาลปกครองกําหนด

ทั้งนี้ วงเงินงบประมาณในการเลื่อนค่าตอบแทนต้องไม่เกินร้อยละ ๔ ของอัตราค่าตอบแทนพนักงานราชการศาลปกครอง ณ วันที่ ๑ กันยายน

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ในกรณีที่มีการคํานวณเพื่อปรับอัตราค่าตอบแทนหรือเลื่อนค่าตอบแทน หากคํานวณแล้วมีเศษไม่ถึงสิบบาท ให้ปรับเพิ่มขึ้นเป็นสิบบาท

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ให้สํานักงานศาลปกครองจัดทําคําสั่งเลื่อนค่าตอบแทนของพนักงานราชการศาลปกครองตามการประเมินผลการปฏิบัติงานในข้อ ๑๘

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ พนักงานราชการศาลปกครองในกลุ่มงานใดผ่านการประเมินผลการปฏิบัติงานเพื่อต่อสัญญาจ้างได้ ให้พนักงานราชการศาลปกครองผู้นั้นได้รับการพิจารณาเลื่อนค่าตอบแทนในกลุ่มงานนั้นตามผลการประเมินการปฏิบัติงานตามหลักเกณฑ์ในข้อ ๑๘ ได้

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ ให้พนักงานราชการศาลปกครองได้รับค่าตอบแทนการออกจากราชการโดยไม่มีความผิดได้ตามหลักเกณฑ์ที่สํานักงานศาลปกครองกําหนด

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ พนักงานราชการศาลปกครองที่ละทิ้งการปฏิบัติงานหรือไม่มาปฏิบัติงานโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร ห้ามมิให้จ่ายค่าตอบแทนสําหรับวันที่ละทิ้งการปฏิบัติงานหรือไม่มาปฏิบัติงานดังกล่าว

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ ในกรณีที่จะให้พนักงานราชการศาลปกครองได้รับอัตราค่าตอบแทนแตกต่างไปจากที่กําหนดไว้ในระเบียบนี้ ให้เลขาธิการเสนอคณะกรรมการข้าราชการฝ่ายศาลปกครองพิจารณา

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ ให้พนักงานราชการศาลปกครองทั่วไปมีสิทธิได้รับค่าครองชีพหรือเงินในลักษณะอื่นตามที่คณะกรรมการข้าราชการฝ่ายศาลปกครองกําหนด

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ ให้พนักงานราชการศาลปกครองได้รับสิทธิประโยชน์ ดังต่อไปนี้

(๑) สิทธิเกี่ยวกับการลา

(๒) สิทธิในการได้รับค่าตอบแทนระหว่างลา

(๓) สิทธิในการได้รับค่าตอบแทนการปฏิบัติงานนอกเวลา

(๔) ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง

(๕) ค่าเบี้ยประชุม

(๖) สิทธิในการขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์

(๗) สิทธิอื่น ๆ ที่คณะกรรมการข้าราชการฝ่ายศาลปกครองกําหนด

หลักเกณฑ์การได้รับสิทธิประโยชน์ตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามที่สํานักงานศาลปกครองกําหนด ทั้งนี้ เท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับหลักเกณฑ์ที่กําหนดเกี่ยวกับการได้รับสิทธินั้นตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ หรือประกาศของทางราชการ

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ ให้พนักงานราชการศาลปกครองได้รับสิทธิประโยชน์และมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการประกันสังคม

การประเมินผลการปฏิบัติงาน

ของพนักงานราชการศาลปกครอง ดังต่อไปนี้

(๑) การประเมินผลการปฏิบัติงานของพนักงานราชการศาลปกครองทั่วไป ให้กระทําในกรณี ดังต่อไปนี้

(ก) การประเมินผลการปฏิบัติงานประจําปี

(ข) การประเมินผลการปฏิบัติงานเพื่อต่อสัญญาจ้าง

(๒) การประเมินผลการปฏิบัติงานของพนักงานราชการศาลปกครองพิเศษ ให้กระทําในกรณี

การประเมินผลสําเร็จของงานตามช่วงเวลาที่กําหนดไว้ในสัญญาจ้าง

การประเมินผลการปฏิบัติงานของพนักงานราชการศาลปกครองตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่สํานักงานศาลปกครองกําหนด

หมวด ๑ ข้อ ๒๙ พนักงานราชการศาลปกครองผู้ใดไม่ผ่านการประเมินผลการปฏิบัติงานประจําปีตามข้อ ๒๘ ให้ถือว่าสัญญาจ้างของพนักงานราชการศาลปกครองผู้นั้นสิ้นสุดลง โดยให้สํานักงานศาลปกครองแจ้งให้พนักงานราชการศาลปกครองทราบภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ทราบผลการประเมินผลการปฏิบัติงาน

ของพนักงานราชการศาลปกครองผู้นั้น

หมวด ๑ ข้อ ๓๐ ให้สํานักงานศาลปกครองรายงานผลการดําเนินการจ้างพนักงานราชการศาลปกครอง รวมทั้งปัญหาอุปสรรคหรือข้อเสนอแนะต่อคณะกรรมการข้าราชการฝ่ายศาลปกครองภายในเดือนธันวาคมของทุกปี

วินัยและการรักษาวินัย

หมวด ๑ ข้อ ๓๑ พนักงานราชการศาลปกครองมีหน้าที่ต้องปฏิบัติงานตามที่กําหนดในระเบียบนี้และตามที่สํานักงานศาลปกครองกําหนด รวมทั้งตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในสัญญาจ้าง

อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขด้วยความบริสุทธิ์ใจ

(๑) ต้องปฏิบัติงานด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต และเที่ยงธรรม

(๒) ต้องปฏิบัติงานให้เป็นไปตามกฎหมาย และระเบียบแบบแผนของทางราชการ

(๓) ต้องปฏิบัติงานให้เกิดผลดีหรือความก้าวหน้าแก่ราชการด้วยความตั้งใจ อุตสาหะ เอาใจใส่

และรักษาประโยชน์ของทางราชการ

(๔) ต้องปฏิบัติตามคําสั่งของผู้บังคับบัญชาซึ่งสั่งในหน้าที่ราชการโดยชอบด้วยกฎหมาย

และระเบียบของทางราชการโดยไม่ขัดขืนหรือหลีกเลี่ยง แต่ถ้าเห็นว่าการปฏิบัติตามคําสั่งนั้นจะทําให้เสียหาย

แก่ราชการ หรือจะเป็นการไม่รักษาประโยชน์ของทางราชการ จะต้องเสนอความเห็นเป็นหนังสือทันที

เพื่อให้ผู้บังคับบัญชาทบทวนคําสั่งนั้น และเมื่อได้เสนอความเห็นแล้วถ้าผู้บังคับบัญชายืนยัน ให้ปฏิบัติตามคําสั่งเดิม ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาต้องปฏิบัติตาม

(๕) ต้องอุทิศเวลาของตนให้แก่ราชการ จะละทิ้งหรือทอดทิ้งการปฏิบัติงานมิได้

(๖) ต้องรักษาความลับของทางราชการ

(๗) ต้องสุภาพเรียบร้อย รักษาความสามัคคี และต้องช่วยเหลือกันในการปฏิบัติงานระหว่าง

พนักงานราชการศาลปกครองด้วยกันและผู้ร่วมปฏิบัติงาน

(๘) ต้องต้อนรับ ให้ความสะดวก ให้ความเป็นธรรม และให้การสงเคราะห์แก่ประชาชนผู้ติดต่อราชการเกี่ยวกับหน้าที่ของตน

(๙) ต้องวางตนเป็นกลางทางการเมืองในการปฏิบัติงาน และในการปฏิบัติการอื่นที่เกี่ยวข้องกับประชาชน กับจะต้องปฏิบัติตามระเบียบของทางราชการว่าด้วยมารยาททางการเมืองของข้าราชการด้วยโดยอนุโลม

(๑๐) ต้องรักษาชื่อเสียงของตน และรักษาเกียรติศักดิ์ของตําแหน่งหน้าที่ในการปฏิบัติงานของตน

มิให้เสื่อมเสีย

(๑๑) กระทําการอื่นใดตามที่คณะกรรมการข้าราชการฝ่ายศาลปกครองประกาศกําหนด

(๑) ต้องไม่รายงานเท็จต่อผู้บังคับบัญชา การรายงานโดยปกปิดข้อความซึ่งควรต้องแจ้งถือว่า

เป็นการรายงานเท็จด้วย

(๒) ต้องไม่ปฏิบัติงานอันเป็นการกระทําการข้ามผู้บังคับบัญชาเหนือตน เว้นแต่ผู้บังคับบัญชาเหนือตนขึ้นไปเป็นผู้สั่งให้กระทําหรือได้รับอนุญาตเป็นพิเศษชั่วครั้งคราว

(๓) ต้องไม่อาศัยหรือยอมให้ผู้อื่นอาศัยตําแหน่งหน้าที่ในการปฏิบัติงานของตนหาประโยชน์

ให้แก่ตนเองหรือผู้อื่น

(๔) ต้องไม่ประมาทเลินเล่อในการปฏิบัติงาน

(๕) ต้องไม่กระทําการหรือยอมให้ผู้อื่นกระทําการหาผลประโยชน์อันอาจทําให้เสียความเที่ยงธรรมหรือเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์ของตําแหน่งหน้าที่ในการปฏิบัติงานของตน

(๖) ต้องไม่เป็นกรรมการผู้จัดการ หรือผู้จัดการ หรือดํารงตําแหน่งอื่นใดที่มีลักษณะงานคล้ายคลึงกันนั้นในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท

(๗) ต้องไม่กระทําการอย่างใดที่เป็นการกลั่นแกล้ง กดขี่ หรือข่มเหงกันในการปฏิบัติงาน

(๘) ต้องไม่กระทําการอันเป็นการล่วงละเมิดหรือคุกคามทางเพศ ตามที่คณะกรรมการข้าราชการ

ฝ่ายศาลปกครองประกาศกําหนด

(๙) ต้องไม่ดูหมิ่น เหยียดหยาม กดขี่ หรือข่มเหงประชาชนผู้ติดต่อราชการ

(๑๐) ไม่กระทําการอื่นใดตามที่คณะกรรมการข้าราชการฝ่ายศาลปกครองประกาศกําหนด

ฝ่าฝืนข้อห้ามตามข้อ ๓๔ ผู้นั้นเป็นผู้กระทําผิดวินัย

(๑) กระทําความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ราชการ

(๒) จงใจไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ หรือเงื่อนไขที่ทางราชการกําหนดให้ปฏิบัติ

จนเป็นเหตุให้ทางราชการได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง

(๓) ปฏิบัติหน้าที่โดยประมาทเลินเล่อจนเป็นเหตุให้ทางราชการได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง

(๔) ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กําหนดในสัญญา หรือขัดคําสั่ง หรือหลีกเลี่ยงไม่ปฏิบัติตามคําสั่งของผู้บังคับบัญชาตามข้อ ๓๓ (๔) จนเป็นเหตุให้ทางราชการได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง

(๕) ประมาทเลินเล่อจนเป็นเหตุให้ทางราชการได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง

(๖) ละทิ้งหรือทอดทิ้งการทํางานเป็นเวลาติดต่อกันเกินกว่าเจ็ดวัน สําหรับตําแหน่งที่สํานักงาน

ศาลปกครองกําหนดวันเวลาการมาทํางาน

(๗) ละทิ้งหรือทอดทิ้งการทํางานจนทําให้งานไม่แล้วเสร็จตามระยะเวลาที่กําหนดจนเป็นเหตุ

ให้ทางราชการได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง สําหรับตําแหน่งที่สํานักงานศาลปกครองกําหนดการทํางานตามเป้าหมาย

(๘) ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง หรือกระทําความผิดอาญาโดยมีคําพิพากษาถึงที่สุดให้จําคุกหรือ

หนักกว่าโทษจําคุก

(๙) เปิดเผยความลับของทางราชการอันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง

(๑๐) การกระทําอื่นใดที่คณะกรรมการข้าราชการฝ่ายศาลปกครองกําหนดว่าเป็นความผิดวินัย

อย่างร้ายแรง

หมวด ๑ ข้อ ๓๗ เมื่อมีกรณีที่พนักงานราชการศาลปกครองถูกกล่าวหาว่ากระทําความผิดวินัยอย่างร้ายแรง ให้เลขาธิการจัดให้มีคณะกรรมการสอบสวนเพื่อดําเนินการสอบสวนโดยเร็ว และต้องให้โอกาสพนักงานราชการศาลปกครองที่ถูกกล่าวหาชี้แจงและแสดงพยานหลักฐานเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมในกรณีที่ผลการสอบสวนปรากฏว่าพนักงานราชการศาลปกครองผู้นั้นกระทําความผิดวินัยอย่างร้ายแรง ให้เลขาธิการมีคําสั่งไล่ออก

แต่ถ้าไม่มีมูลกระทําความผิดให้สั่งยุติเรื่อง

หลักเกณฑ์และวิธีการสอบสวนพนักงานราชการศาลปกครอง ให้เป็นไปตามที่สํานักงานศาลปกครองกําหนด

หมวด ๑ ข้อ ๓๘ ในกรณีที่ปรากฏว่าพนักงานราชการศาลปกครองกระทําความผิดวินัยไม่ร้ายแรง ให้เลขาธิการสั่งลงโทษภาคทัณฑ์ ตัดเงินค่าตอบแทน หรือลดเงินค่าตอบแทนตามควรแก่กรณีให้เหมาะสมกับความผิด

ในการพิจารณาการกระทําความผิดตามวรรคหนึ่ง ให้เลขาธิการพิจารณาสอบสวนให้ได้ความจริง

และยุติธรรมตามวิธีการที่เห็นสมควร

การสิ้นสุดสัญญาจ้าง

(๑) ตาย

(๒) ลาออก

(๓) สิ้นปีงบประมาณที่พนักงานราชการศาลปกครองทั่วไปมีอายุครบ ๖๐ ปีบริบูรณ์ พนักงานราชการศาลปกครองพิเศษ มีอายุครบ ๖๕ ปีบริบูรณ์

(๔) ครบกําหนดตามสัญญาจ้าง

(๕) ถูกไล่ออก เพราะกระทําผิดวินัยอย่างร้ายแรง

(๖) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามระเบียบนี้ หรือตามที่สํานักงานศาลปกครองกําหนด

(๗) ลาเกินกําหนดตามข้อ ๒๖

(๘) ไม่ผ่านการประเมินผลการปฏิบัติงานตามข้อ ๒๘

(๙) เหตุอื่นตามที่กําหนดไว้ในระเบียบนี้ หรือตามข้อกําหนดของสํานักงานศาลปกครองหรือ

ตามสัญญาจ้าง

หมวด ๑ ข้อ ๔๐ ในระหว่างสัญญาจ้าง พนักงานราชการศาลปกครองผู้ใดประสงค์จะลาออกจากการปฏิบัติงาน ให้ยื่นหนังสือขอลาออกต่อผู้มีอํานาจก่อนล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสามสิบวัน

ในกรณีที่พนักงานราชการศาลปกครองผู้ใดยื่นหนังสือขอลาออกต่อผู้มีอํานาจก่อนล่วงหน้าน้อยกว่าสามสิบวัน หากผู้มีอํานาจอนุญาตการลาออกเห็นว่ามีเหตุผลความจําเป็นพิเศษ ผู้มีอํานาจดังกล่าวจะอนุญาตให้ลาออกก็ได้

ก่อนครบกําหนดตามสัญญาจ้างได้โดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้า และไม่เป็นเหตุที่พนักงานราชการ

ศาลปกครองจะเรียกร้องค่าตอบแทนการเลิกจ้างได้ เว้นแต่สํานักงานศาลปกครองจะกําหนดให้ในกรณีใด

ได้รับค่าตอบแทนการออกจากงานโดยไม่มีความผิดไว้

ศาลปกครองไปปฏิบัติงานนอกเหนือจากเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในสัญญาจ้างได้ โดยไม่เป็นเหตุให้พนักงานราชการศาลปกครองอ้างขอเลิกสัญญาจ้าง หรือเรียกร้องประโยชน์ตอบแทนใด ๆ ในการนี้ สํานักงานศาลปกครอง

อาจกําหนดให้ค่าล่วงเวลา หรือค่าตอบแทนอื่นจากการสั่งให้ปฏิบัติงานดังกล่าวก็ได้

หมวด ๑ ข้อ ๔๓ ในกรณีที่บุคคลใดพ้นจากการเป็นพนักงานราชการศาลปกครองแล้ว หากในการปฏิบัติงานของบุคคลนั้นในระหว่างที่เป็นพนักงานราชการศาลปกครองก่อให้เกิดความเสียหายแก่สํานักงานศาลปกครอง ให้บุคคลดังกล่าวรับผิดชอบในความเสียหายที่เกิดขึ้น เว้นแต่ความเสียหายนั้นเกิดจากเหตุสุดวิสัย ในการนี้ สํานักงานศาลปกครองอาจหักค่าตอบแทนหรือเงินอื่นใดที่บุคคลนั้นจะได้รับจากสํานักงานศาลปกครองไว้

เพื่อชําระค่าความเสียหายดังกล่าวก็ได้

ว่าด้วยพนักงานศาลปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๔ อยู่ในวันก่อนวันที่ระเบียบนี้ใช้บังคับ ให้ผู้นั้นเป็นพนักงานราชการ

ศาลปกครองตามระเบียบนี้ต่อไป

ในวาระเริ่มแรกให้สํานักงานศาลปกครองจัดให้พนักงานราชการศาลปกครองตามวรรคหนึ่งทําสัญญาตามหลักเกณฑ์ในระเบียบนี้ โดยให้ได้รับค่าตอบแทนรวมทั้งสิทธิและประโยชน์ต่าง ๆ ไม่น้อยกว่าค่าตอบแทน สิทธิและประโยชน์ต่าง ๆ ที่ผู้นั้นเคยได้รับอยู่เดิม เว้นแต่ระยะเวลาจ้างของสัญญาให้มีระยะเวลาเท่าที่เหลืออยู่ของสัญญาจ้างเดิม

ในกรณีพนักงานราชการศาลปกครองตามวรรคหนึ่งผู้ใดที่สํานักงานศาลปกครองเริ่มจ้างผู้นั้นไม่เกินสามสิบวันก่อนวันที่ระเบียบนี้ใช้บังคับ สํานักงานศาลปกครองอาจทําสัญญาตามวรรคสองโดยใช้ระยะเวลาตามระเบียบนี้ก็ได้

การดําเนินการตามวรรคสองให้กระทําให้แล้วเสร็จภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ระเบียบนี้บังคับใช้

อยู่ก่อนวันที่ระเบียบนี้ใช้บังคับ ให้เลขาธิการมีอํานาจสั่งลงโทษผู้นั้นหรือสั่งให้ผู้นั้นออกจากราชการ

ตามระเบียบที่ใช้อยู่ในขณะนั้น ส่วนการสอบสวน การพิจารณา และการดําเนินการเพื่อลงโทษหรือให้ออก

จากราชการ ให้ดําเนินการตามระเบียบนี้ เว้นแต่

(๑) กรณีที่เลขาธิการได้สั่งให้สอบสวนโดยถูกต้องตามระเบียบที่ใช้อยู่ในขณะนั้นไปแล้วก่อนวันที่ระเบียบนี้ใช้บังคับและยังสอบสวนไม่เสร็จ ให้สอบสวนตามระเบียบนั้นต่อไปจนกว่าจะแล้วเสร็จ

(๒) ในกรณีที่ได้มีการสอบสวนหรือพิจารณาโดยถูกต้องตามระเบียบที่ใช้อยู่ในขณะนั้นเสร็จไปแล้วก่อนวันที่ระเบียบนี้ใช้บังคับ ให้การสอบสวนหรือพิจารณาแล้วแต่กรณีนั้นเป็นอันใช้ได้

(๓) กรณีที่ได้มีการรายงานหรือส่งเรื่องหรือนําสํานวนเสนอให้เลขาธิการพิจารณาโดยถูกต้องตามระเบียบที่ใช้อยู่ในขณะนั้นและเลขาธิการพิจารณาเรื่องนั้นยังไม่เสร็จ ให้เลขาธิการพิจารณาตามระเบียบนั้นต่อไปจนกว่าจะแล้วเสร็จ

หัสวุฒิ วิฑิตวิริยกุล

ประธานศาลปกครองสูงสุด

ประธานกรรมการข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง

27 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบคณะกรรมการข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง ว่าด้วยพนักงานราชการศาลปกครอง พ.ศ. ๒๕๕๔ (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_8d8adf3b47cb5883

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com