法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง กำหนดคุณสมบัติ คุณลักษณะ และการติดตั้งมาตรวัดความเร็ว และกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการรับรองแบบมาตรวัดความเร็วสำหรับรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ พ.ศ. 2557

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
13

บทเฉพาะกาล

มาตรา อารัมภบท

ประกาศกรมการขนส่งทางบก

ประกาศกรมการขนส่งทางบก

เรื่อง

กำหนดคุณสมบัติ คุณลักษณะ และการติดตั้งมาตรวัดความเร็ว และกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ

และเงื่อนไขการรับรองแบบมาตรวัดความเร็วสำหรับรถยนต์

และรถจักรยานยนต์

พ.ศ. ๒๕๕๗[๑]

ตามที่กรมการขนส่งทางบกได้ออกประกาศ เรื่อง กำหนดคุณสมบัติ คุณลักษณะ

และการติดตั้งมาตรวัดความเร็ว และกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ

และเงื่อนไขการรับรองแบบมาตรวัดความเร็วสำหรับรถยนต์และรถจักรยานยนต์

พ.ศ. ๒๕๕๖ ลงวันที่ ๒๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๖ ไว้แล้ว นั้น

โดยที่ประกาศกรมการขนส่งทางบกดังกล่าว

กำหนดใช้บังคับกับรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ที่ผลิต ประกอบ หรือนำเข้าเพื่อจำหน่าย

ไม่รวมถึงกรณีนำเข้ามาเพื่อใช้งานและจดทะเบียนในนามของตนเองทำให้เกิดการหลีกเลี่ยงไม่นำรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์มาขอรับรองแบบ

สมควรจำกัดจำนวนรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ที่นำเข้ามาเพื่อใช้เองให้เกิดความชัดเจน

และแก้ไขกรณีการรับรองแบบเป็นรายคันที่ระบุตัวเลขชี้บ่งยานยนต์ (Vehicle Identification Number : VIN) ให้ได้รับการยกเว้นการตรวจสอบการผลิตให้เป็นไปตามต้นแบบ

รวมทั้งปรับปรุงแบบของหนังสือรับรองแบบให้มีความเหมาะสมยิ่งขึ้น อาศัยอำนาจตามข้อ

๑๑ และข้อ ๑๒ แห่งกฎกระทรวงกำหนดส่วนควบและอุปกรณ์สำหรับรถ พ.ศ. ๒๕๕๑

อธิบดีกรมการขนส่งทางบก จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ให้ยกเลิกประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง

กำหนดคุณสมบัติ คุณลักษณะและการติดตั้งมาตรวัดความเร็ว และกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ

และเงื่อนไขการรับรองแบบมาตรวัดความเร็วสำหรับรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ พ.ศ. ๒๕๕๖

ลงวันที่ ๒๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๖

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับกับรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์

ดังต่อไปนี้

(๑) รถยนต์ที่มีลักษณะตามข้อ ๓ (๑) และ (๒)

(๒) รถจักรยานยนต์

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในประกาศนี้

(๑) รถยนต์นั่ง (M๑) หมายความว่า รถยนต์สี่ล้อขึ้นไปที่ผู้ผลิตออกแบบให้เป็นรถสำหรับนั่งโดยสารซึ่งมีจำนวนที่นั่งคนโดยสารรวมคนขับไม่เกิน

๙ ที่นั่ง

(๒) รถยนต์บรรทุก (N๑) หมายความว่า

รถยนต์สี่ล้อขึ้นไปที่ผู้ผลิตออกแบบให้เป็นรถสำหรับบรรทุกมีน้ำหนักรถรวมน้ำหนักบรรทุกไม่เกิน

๓,๕๐๐ กิโลกรัม และให้หมายความรวมถึงรถยนต์ที่ผู้ผลิตออกแบบให้มีพื้นที่โดยสารและพื้นที่บรรทุกอยู่ในส่วนเดียวกัน

และเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในภาคผนวก ๑

(๓) มาตรวัดความเร็ว (speedometer) หมายความว่า

อุปกรณ์ที่แสดงข้อมูลเกี่ยวกับค่าความเร็วของรถให้แก่ผู้ขับรถในขณะใดขณะหนึ่ง

(๔) ค่าความคลาดเคลื่อนที่ยอมรับได้ (Tolerances of measuring mechanism) หมายความว่า

ค่าความเที่ยงตรงของมาตรวัดความเร็ว

ซึ่งแสดงโดยค่าจำกัดที่ความเร็วสูงและความเร็วต่ำตลอดช่วงความเร็วป้อนเข้า

(๕) ค่าคงที่ทางเทคนิค (Technical constant) หมายความว่า ความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูลความเร็วป้อนเข้าหรือจำนวนสัญญาณจังหวะ

(Pulse) ต่อนาทีกับความเร็วที่แสดง

(๖) ยางที่ติดตั้งตามปกติ (Tyres normally fitted) หมายความว่า

แบบของยางล้อรถที่ผู้ผลิตกำหนดสำหรับแบบรถนั้น

(๗) ความดันลมยางปกติขณะวิ่ง (Normal running pressure) หมายความว่า ความดันลมยางล้อรถขณะเย็น

ที่กำหนดโดยผู้ผลิตรถบวกเพิ่มขึ้น ๒๐ กิโลปาสคาล

(๘) รถเปล่า (Unladen vehicle) หมายความว่า รถที่ใช้สำหรับทดสอบเพื่อขอรับรองแบบซึ่งต้องประกอบด้วย

(ก) รถพร้อมใช้งาน (Vehicle in running order) พร้อมด้วยเชื้อเพลิง

สารหล่อเย็นน้ำมันหล่อลื่นตามที่ผู้ผลิตกำหนด

(ข) เครื่องมือและล้ออะไหล่ประจำรถ

ในกรณีที่ผู้ผลิตกำหนดให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน

(ค) คนขับรถหนึ่งคน ที่มีน้ำหนัก ๗๕ กิโลกรัม

(๙) การรับรองแบบ หมายความว่า

การรับรองแบบมาตรวัดความเร็วสำหรับรถตามข้อ ๑ ว่ามีคุณสมบัติ คุณลักษณะ

และการติดตั้งเป็นไปตามประกาศนี้

(๑๐) ผู้ผลิต หมายความว่า

(ก) ผู้ผลิตส่วนควบและเครื่องอุปกรณ์ ซึ่งได้แก่ ผู้ที่ทำการผลิต

ประกอบ หรือนำเข้ามาตรวัดความเร็วสำหรับรถ

(ข) ผู้ผลิตรถ ซึ่งได้แก่ ผู้ที่ทำการผลิต ประกอบ

หรือนำเข้ารถที่ติดตั้งมาตรวัดความเร็ว

(๑๑) หน่วยงานทดสอบ หมายความว่า กรมการขนส่งทางบกหรือหน่วยงานที่กรมการขนส่งทางบกยินยอมให้ทำหน้าที่ทดสอบมาตรวัดความเร็วสำหรับรถ

(๑๒) หน่วยงานตรวจสอบการผลิตให้เป็นไปตามต้นแบบ (Conformity of Production : COP) หมายความว่า

กรมการขนส่งทางบกหรือหน่วยงานที่กรมการขนส่งทางบกยินยอมให้ทำหน้าที่ตรวจประเมินระบบคุณภาพการผลิตและสุ่มตรวจมาตรวัดความเร็วสำหรับรถให้เป็นไปตามต้นแบบที่ได้รับการรับรอง

(๑๓) การผลิตจำนวนมาก หมายความว่า กรณีที่มีการผลิต ประกอบ

หรือนำเข้ารถยนต์นั่ง (M๑) หรือรถยนต์บรรทุก (N๑)

เกินกว่า ๑๐๐ คันต่อแบบต่อปี หรือรถจักรยานยนต์เกินกว่า ๒,๐๐๐

คัน ต่อแบบต่อปี

(๑๔) การผลิตจำนวนน้อย หมายความว่า กรณีที่มีการผลิต ประกอบ

หรือนำเข้ารถยนต์นั่ง (M๑) หรือรถยนต์บรรทุก (N๑)

ไม่เกิน ๑๐๐ คันต่อแบบต่อปี หรือรถจักรยานยนต์ไม่เกิน ๒,๐๐๐

คัน ต่อแบบต่อปี

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ผู้ที่ทำการผลิต

ประกอบ หรือนำเข้ารถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ตามข้อ ๒ ในกรณีดังต่อไปนี้

ต้องได้รับการรับรองแบบมาตรวัดความเร็ว

(๑) กรณีผลิต ประกอบ หรือนำเข้าเพื่อจำหน่าย

(๒) กรณีผลิต ประกอบ หรือนำเข้ามาเพื่อใช้เอง ดังต่อไปนี้

(ก) รถยนต์ที่มีจำนวนเกินกว่า ๓ คันต่อแบบต่อปี

(ข) รถจักรยานยนต์ที่มีจำนวนเกินกว่า ๕ คันต่อแบบต่อปี

คุณสมบัติ

คุณลักษณะ และการติดตั้งมาตรวัดความเร็ว

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ มาตรวัดความเร็วที่แสดงค่าความเร็วเป็นแบบเข็มชี้

(สเกล) ต้องมีคุณสมบัติ หรือคุณลักษณะ ดังต่อไปนี้

(๑) กรณีใช้หน่วยวัดความเร็วเป็นกิโลเมตรต่อชั่วโมง (km/h) ช่วงค่าความเร็วที่แสดงบนหน้าปัดแต่ละช่วงต้องเป็น ๑, ๒, ๕ หรือ ๑๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง

โดยมีความเร็วที่แสดงเป็นตัวเลขต้องเป็นดังนี้

(ก) กรณีความเร็วสูงสุดที่แสดงไว้ไม่เกิน ๒๐๐

กิโลเมตรต่อชั่วโมง ค่าความเร็วที่เป็นตัวเลขที่แสดงแต่ละช่วงต้องไม่เกิน

๒๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง

(ข) กรณีความเร็วสูงสุดที่แสดงไว้เกินกว่า ๒๐๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ค่าความเร็วที่เป็นตัวเลขที่แสดงแต่ละช่วงต้องไม่เกิน ๓๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ทั้งนี้

ช่วงค่าความเร็วที่เป็นตัวเลขที่แสดงแต่ละช่วงไม่จำเป็นต้องเท่ากันก็ได้

(๒) กรณีใช้หน่วยวัดความเร็วเป็นระบบอิมพีเรียล (Imperial) ที่มีหน่วยวัดความเร็วเป็นไมล์ต่อชั่วโมง (mph) ช่วงค่าความเร็วที่เป็นขีดแสดงแต่ละช่วงต้องเป็น

๑, ๒, ๕ หรือ ๑๐

ไมล์ต่อชั่วโมงโดยมีค่าความเร็วที่เป็นตัวเลขที่แสดงแต่ละช่วงต้องไม่เกิน ๒๐

ไมล์ต่อชั่วโมง และค่าเริ่มต้นที่ ๑๐ หรือ ๒๐ ไมล์ต่อชั่วโมง ทั้งนี้ ช่วงค่าความเร็วที่เป็นตัวเลขที่แสดงแต่ละช่วงไม่จำเป็นต้องเท่ากันก็ได้

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ การติดตั้งมาตรวัดความเร็วต้องติดตั้งอยู่ในตำแหน่งที่ผู้ขับรถสามารถมองเห็นได้โดยตรงและชัดเจนทั้งในเวลากลางวันและกลางคืนโดยช่วงความเร็วที่แสดงต้องกว้างเพียงพอและครอบคลุมความเร็วสูงสุดของรถตามที่ผู้ผลิตกำหนด

การทดสอบมาตรวัดความเร็ว

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ การทดสอบมาตรวัดความเร็วให้ทดสอบความเที่ยงตรงโดยเงื่อนไขการทดสอบต้องเป็น

ดังต่อไปนี้

(๑) ยางต้องเป็นแบบใดแบบหนึ่งของยางที่ติดตั้งตามปกติ

โดยทำการทดสอบมาตรวัดความเร็วแต่ละแบบที่ผู้ผลิตจะติดตั้งกับรถ

(๒) ให้ทำการทดสอบกับรถเปล่า

ในกรณีการทดสอบมีวัตถุประสงค์เพื่อวัดความเที่ยงตรง น้ำหนักรถ

และการกระจายน้ำหนักระหว่างเพลาสามารถเพิ่มน้ำหนักขึ้นได้แต่ต้องแจ้งรายละเอียดในแบบแสดงข้อมูลที่กำหนดไว้ในภาคผนวก

๒ หรือภาคผนวก ๓ แล้วแต่กรณี

(๓) อุณหภูมิอ้างอิงที่มาตรวัดความเร็วเท่ากับ ๒๓±๕ ํC หรือที่อุณหภูมิบรรยากาศ

(๔) ความดันลมยางที่ใช้ในการทดสอบให้ใช้ความดันลมยางปกติขณะวิ่ง

(๕) รถที่ทำการทดสอบต้องใช้เกณฑ์ทดสอบความเร็ว

ตามเกณฑ์ทดสอบความเร็วที่กำหนดไว้ในภาคผนวก ๔

กรณีรถที่ขอรับรองแบบมีการผลิตจำนวนน้อย ให้ทดสอบที่ความเร็ว ๔๐

กิโลเมตรต่อชั่วโมง

(๖) เครื่องมือที่ใช้ในการวัดความเร็วต้องมีความเที่ยงตรงร้อยละ ± ๐.๕ โดย

(ก) ผิวของสนามทดสอบต้องเรียบ แห้ง

และสามารถยึดเกาะกับวัสดุได้เป็นอย่างดี

(ข) กรณีทำการทดสอบบนไดนาโมมิเตอร์แบบลูกกลิ้ง

(Roller Dynamometer) เส้นผ่าศูนย์กลางของลูกกลิ้งไดนาโมมิเตอร์ต้องไม่น้อยกว่า

๐.๔ เมตร

กรณีรถที่ขอรับรองแบบมีการผลิตจำนวนน้อย

อาจทำการทดสอบโดยเครื่องมือตาม (ข) หรือเครื่องมือวัดความเร็วอื่น ๆ

ที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางของลูกกลิ้งไม่น้อยกว่า ๐.๒ เมตร ก็ได้

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ผลการทดสอบมาตรวัดความเร็วตามข้อ

๗ ค่าความเร็วที่แสดงโดยมาตรวัดความเร็วต้องไม่ต่ำกว่าค่าความเร็วจริงของรถ

โดยเมื่อใช้เกณฑ์ทดสอบความเร็วตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในภาคผนวก ๔ แล้ว ความแตกต่างระหว่างค่าความเร็วที่แสดงโดยมาตรวัดความเร็วและค่าความเร็วจริงของรถต้องไม่เกินร้อยละ

๑๐ ของค่าความเร็วจริงของรถบวกกับ ๔ กิโลเมตรต่อชั่วโมง หรือแสดงความสัมพันธ์

ดังต่อไปนี้

๐ ≤ (V๑ - V๒) ≤ ๐.๑ V๒ + ๔ km/h

โดยที่

V๑ =

ความเร็วที่แสดงโดยมาตรวัดความเร็ว

V๒ =

ความเร็วจริงของรถ

การรับรองแบบ

การยื่นคำขอ

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ผู้ผลิตรถที่ประสงค์จะขอรับรองแบบมาตรวัดความเร็วให้ยื่นคำขอ

ณ สำนักวิศวกรรมยานยนต์กรมการขนส่งทางบก พร้อมด้วยเอกสารหลักฐาน ดังต่อไปนี้

(๑) บุคคลธรรมดา

(ก) ภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชน

ในกรณีผู้ขอเป็นคนต่างด้าวตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองให้ยื่นใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวพร้อมหลักฐานแสดงที่พักอาศัยในราชอาณาจักรที่ทางราชการหรือหน่วยงานรัฐบาลต่างประเทศหรือองค์การระหว่างประเทศออกให้

(ข) หนังสือมอบอำนาจในกรณีมีการมอบอำนาจ

พร้อมภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ

(ค) เอกสารแสดงข้อมูลประกอบการพิจารณารับรองแบบมาตรวัดความเร็ว จำนวน

๓ ชุด ตามที่กำหนดไว้ในภาคผนวก ๒ หรือภาคผนวก ๓ แล้วแต่กรณี

(ง) ตัวอย่างรถที่ติดตั้งมาตรวัดความเร็วที่ขอรับรองแบบ จำนวน ๑ คัน ให้กรมการขนส่งทางบกหรือหน่วยงานทดสอบตามที่ได้รับแจ้ง

(จ) หลักฐานผลการทดสอบหรือผลการตรวจสอบมาตรวัดความเร็ว (ถ้ามี)

(ฉ) หลักฐานผลการประเมินการตรวจสอบการผลิตให้เป็นไปตามต้นแบบ (ถ้ามี)

(ช)

หลักฐานการผ่านการรับรองมาตรฐานหรือข้อกำหนดทางเทคนิคของมาตรวัดความเร็ว (ถ้ามี)

(๒) ห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด หรือบริษัทจำกัด

(ก) หนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล

(ข) ภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มีอำนาจลงนาม

ในกรณีผู้มีอำนาจลงนามเป็นคนต่างด้าวตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองให้ยื่นใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว

พร้อมหลักฐานแสดงที่พักอาศัยในราชอาณาจักรที่ทางราชการหรือหน่วยงานของรัฐบาลต่างประเทศหรือองค์การระหว่างประเทศออกให้

(ค) เอกสารตามข้อ ๙ (๑) (ข) (ค) (ง) (จ) (ฉ) และ (ช)

(๓) ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือสถาบันการศึกษา

(ก) หนังสือมอบอำนาจของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ

หรือสถาบันการศึกษาให้ดำเนินการยื่นคำขอหนังสือรับรองแบบ

(ข) เอกสารตามข้อ ๙ (๑) (ค) (ง) (จ) (ฉ) และ (ช)

การตรวจสอบ

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ เมื่อได้รับคำขอแล้ว

ให้เจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอตรวจสอบเอกสารให้ครบถ้วนถูกต้องในกรณีที่เอกสารไม่ครบถ้วนถูกต้องให้แจ้งผู้ยื่นคำขอไปดำเนินการแก้ไขภายใน

๔๕ วัน ในกรณีที่เอกสารครบถ้วนถูกต้องให้ดำเนินการ ดังต่อไปนี้

(๑) ตรวจสอบคุณสมบัติ คุณลักษณะ และการติดตั้งมาตรวัดความเร็ว

(ก)

ดำเนินการตรวจสอบคุณลักษณะและการติดตั้งมาตรวัดความเร็วตามที่กำหนดไว้ในหมวด ๑

ให้ตรวจสอบคุณสมบัติโดยทำการทดสอบมาตรวัดความเร็วตามที่กำหนดไว้ในหมวด ๒ โดยผลที่ได้จากการตรวจสอบจะต้องตรงกับข้อมูลที่ได้ระบุไว้ในเอกสารแสดงข้อมูลตามที่กำหนดไว้ในภาคผนวก

๒ หรือภาคผนวก ๓ แล้วแต่กรณี

(ข) ตรวจสอบผลการทดสอบหรือตรวจสอบคุณสมบัติ คุณลักษณะ

หรือการติดตั้งตาม (ก) ของผู้ผลิตหรือหน่วยงานทดสอบอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้

๑)

ผลการทดสอบหรือตรวจสอบของผู้ผลิตที่เป็นหน่วยงานทดสอบตามที่กำหนดไว้ในภาคผนวก ๕

๒) ผลการทดสอบหรือตรวจสอบของหน่วยงานทดสอบตามที่กำหนดไว้ในภาคผนวก ๕

๓)

ผลการทดสอบหรือตรวจสอบของหน่วยงานทดสอบตามความตกลงว่าด้วยการรับรองข้อกำหนดทางเทคนิคของยานยนต์

อุปกรณ์ และส่วนควบติดตั้ง และ/หรือใช้ในยานยนต์และเงื่อนไขสำหรับการยอมรับร่วมกันของการให้ความเห็นชอบตามข้อกำหนดทางเทคนิค ปี ๑๙๕๘ ของคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจแห่งยุโรป

องค์การสหประชาชาติ

๔)

ผลการทดสอบหรือตรวจสอบของผู้ผลิตที่มีวิศวกรที่ได้รับมอบหมายจากกรมการขนส่งทางบกเป็นพยานในการทดสอบตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในข้อ

๗ และข้อ ๘

ในกรณีกรมการขนส่งทางบกยอมรับผลการทดสอบหรือตรวจสอบคุณลักษณะและการติดตั้งมาตรวัดความเร็วตาม

(ข) ให้ยกเว้นการทดสอบหรือตรวจสอบตามที่กำหนดไว้ในหมวด ๑ หรือยอมรับผลการทดสอบและตรวจสอบคุณสมบัติมาตรวัดความเร็วตาม

(ข) ให้ยกเว้นการทดสอบและตรวจสอบตามที่กำหนดไว้ในหมวด ๒

(๒) ตรวจสอบการผลิตให้เป็นไปตามต้นแบบ (Conformity of Production : COP)

(ก)

ดำเนินการตรวจสอบการผลิตให้เป็นไปตามต้นแบบตามที่กำหนดไว้ในภาคผนวก ๖ เว้นแต่กรณีการขอรับรองแบบมาตรวัดความเร็วสำหรับรถยนต์

และรถจักรยานยนต์เป็นรายคัน โดยระบุตัวเลขชี้บ่งยานยนต์ (Vehicle Identification Number : VIN) ให้ยกเว้นการตรวจสอบการผลิตให้เป็นไปตามต้นแบบดังกล่าว

(ข)

ตรวจสอบผลการตรวจสอบการผลิตให้เป็นไปตามต้นแบบของผู้ผลิตหรือหน่วยงานตรวจสอบการผลิตให้เป็นไปตามต้นแบบอย่างใดอย่างหนึ่ง

ดังนี้

๑)

ผลการตรวจสอบการผลิตให้เป็นไปตามต้นแบบของผู้ผลิตที่เป็นหน่วยงานตรวจสอบการผลิตให้เป็นไปตามต้นแบบตามที่กำหนดไว้ในภาคผนวก

๒)

ผลการตรวจสอบการผลิตให้เป็นไปตามต้นแบบของหน่วยงานตรวจสอบการผลิตให้เป็นไปตามต้นแบบตามที่กำหนดไว้ในภาคผนวก

๓)

ผลการตรวจสอบการผลิตให้เป็นไปตามต้นแบบของหน่วยงานตรวจสอบการผลิตให้เป็นไปตามต้นแบบท้ายความตกลงว่าด้วยการรับรองข้อกำหนดทางเทคนิคของยานยนต์

อุปกรณ์และส่วนควบติดตั้ง และ/หรือใช้ในยานยนต์

และเงื่อนไขสำหรับการยอมรับร่วมกันของการให้ความเห็นชอบตามข้อกำหนดทางเทคนิค ปี

๑๙๕๘ ของคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจแห่งยุโรป องค์การสหประชาชาติ

๔) ผลการตรวจสอบการผลิตให้เป็นไปตามต้นแบบของหน่วยงานตรวจสอบการผลิตให้เป็นไปตามต้นแบบที่ได้รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยการรับรองระบบงานโดยต้องเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดในประเภทของหน่วยงานตรวจสอบการผลิตให้เป็นไปตามต้นแบบที่กำหนดไว้ในภาคผนวก

ในกรณีกรมการขนส่งทางบกยอมรับผลการตรวจสอบการผลิตให้เป็นไปตามต้นแบบตาม

(ข) ให้ยกเว้นการตรวจสอบการผลิตให้เป็นไปตามต้นแบบที่กำหนดไว้ในภาคผนวก ๖

เงื่อนไขการขอรับรองแบบ

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ การพิจารณารับรองแบบมาตรวัดความเร็วจะรับรองได้ก็ต่อเมื่อมีคุณสมบัติ

คุณลักษณะการติดตั้ง และการทดสอบมาตรวัดความเร็วเป็นไปตามที่กำหนดในข้อ ๕ ข้อ ๖

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ และข้อ ๘

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ การขอรับรองแบบมาตรวัดความเร็วสำหรับรถยนต์

และรถจักรยานยนต์ให้ถือว่าเป็นแบบเดียวกัน ดังต่อไปนี้

(๑) ขนาดของยางที่ติดตั้งตามปกติ

(๒) อัตราทดเกียร์รวม

รวมทั้งการลดทอนการขับเคลื่อนไปยังมาตรวัดความเร็ว

(๓) แบบของมาตรวัดความเร็วที่ขอรับรองจะต้องไม่มีความแตกต่างในคุณลักษณะ

ดังนี้

(ก) ค่าความคลาดเคลื่อนที่ยอมรับได้ของกลไกการวัดของมาตรวัดความเร็ว

(ข) ค่าคงที่ทางเทคนิคของมาตรวัดความเร็ว

(ค) ช่วงความเร็วที่แสดง

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ในกรณีที่มาตรวัดความเร็วผ่านการรับรองตามมาตรฐานหรือข้อกำหนดทางเทคนิค

ดังต่อไปนี้ ให้ถือว่ามีคุณสมบัติ คุณลักษณะ และการติดตั้ง เป็นไปตามประกาศนี้

(๑) มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มาตรวัดความเร็วสำหรับยานยนต์

และการติดตั้งมาตรฐานเลขที่ มอก. ๒๓๐๘ - ๒๕๔๙ ขึ้นไป

(๒) ข้อกำหนดทางเทคนิคของสหประชาชาติ ข้อกำหนดที่ ๓๙ ว่าด้วยมาตรวัดความเร็วอนุกรมที่

๐๐ (UN Regulation No. ๓๙.๐๐) ขึ้นไป

การออกหนังสือรับรองแบบ

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ในกรณีมาตรวัดความเร็วเป็นไปตามที่กำหนดหมวด

๑ และหมวด ๒

และผ่านการตรวจสอบการผลิตให้เป็นไปตามต้นแบบให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบนำเสนออธิบดีหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย

เพื่อออกหนังสือรับรองแบบ แล้วแต่กรณี

หนังสือรับรองแบบให้เป็นไปตามที่กำหนดในภาคผนวก ๗

เครื่องหมายรับรองแบบในหนังสือรับรองแบบให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในภาคผนวก

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ในกรณีมาตรวัดความเร็วที่ขอรับรองแบบไม่เป็นไปตามที่กำหนดหมวด

๑ และหมวด ๒ หรือไม่ผ่านการตรวจสอบการผลิตให้เป็นไปตามต้นแบบ

ให้ถือว่าไม่ผ่านการรับรองแบบตามประกาศนี้และให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอทราบ

การตรวจสอบการผลิตให้เป็นไปตามต้นแบบที่ได้รับหนังสือรับรองแบบ

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ มาตรวัดความเร็วที่ได้รับการรับรองแบบแล้ว

ให้มีการตรวจสอบการผลิตให้เป็นไปตามต้นแบบตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๒ ของภาคผนวก ๖

และต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข ดังต่อไปนี้

(๑) ต้องเป็นรถที่ติดตั้งมาตรวัดความเร็วที่มีคุณสมบัติ คุณลักษณะ

การติดตั้ง และการทดสอบเป็นไปตามที่กำหนดไว้ในหมวด ๑ และหมวด ๒

(๒) การตรวจสอบการผลิตมาตรวัดความเร็วให้ใช้วิธีสุ่มตัวอย่าง

และทำการตรวจสอบมาตรวัดความเร็วให้เป็นไปตามต้นแบบตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๒

ของภาคผนวก ๖ โดยให้ตรวจสอบการผลิตสองปีต่อครั้ง

และให้ทำการทดสอบมาตรวัดความเร็วตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๗ ซึ่งค่าความเร็วที่แสดงโดยมาตรวัดความเร็วจะต้องไม่ต่ำกว่าค่าความเร็วจริงของรถและมีความคลาดเคลื่อนได้ไม่เกินร้อยละ

๑๐ ของค่าความเร็วจริงของรถ ดังนี้

(ก) กรณีที่เป็นรถตามข้อ ๒ (๑) บวกเพิ่มขึ้นอีก ๖ กิโลเมตรต่อชั่วโมง

โดยแสดงความสัมพันธ์ได้ ดังนี้ ๐ ≤ (V๑ - V๒) ≤ ๐.๑ V๒ + ๖ km/h โดยที่ V๑ หมายถึง ความเร็วที่แสดงบนมาตรวัดความเร็ว และ V๒ หมายถึง ความเร็วจริงของรถ

(ข) กรณีที่เป็นรถตามข้อ ๒ (๒) บวกเพิ่มขึ้นอีก ๘ กิโลเมตรต่อชั่วโมง

โดยแสดงความสัมพันธ์ได้ดังนี้ ๐ ≤ (V๑ - V๒) ≤ ๐.๑ V๒ + ๘ km/h โดยที่ V๑ หมายถึง

ความเร็วที่แสดงบนมาตรวัดความเร็ว และ V๒ หมายถึง ความเร็วจริงของรถ

การแก้ไขหรือเพิ่มเติมการรับรองแบบ

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ในกรณีผู้ผลิตที่ได้รับหนังสือรับรองแบบประสงค์ขอแก้ไขเพิ่มเติมแบบมาตรวัดความเร็วหรือรายละเอียดของหนังสือรับรองแบบให้ยื่นคำขอแก้ไขเพิ่มเติม

ณ สำนักวิศวกรรมยานยนต์กรมการขนส่งทางบก พร้อมด้วยเอกสารหลักฐาน ดังต่อไปนี้

(๑) หนังสือรับรองแบบฉบับเดิม

(๒) เอกสารแสดงข้อมูลการแก้ไขเพิ่มเติม

และรายงานผลการทดสอบ ภาพหรือรูปวาด

ในกรณีขอแก้ไขเพิ่มเติมรายละเอียดที่เกิดจากการลงรายการในหนังสือรับรองแบบผิดพลาดคลาดเคลื่อนให้ใช้เฉพาะหลักฐานตาม

(๑) หรือในกรณีการขอแก้ไขเพิ่มเติมตามวรรคหนึ่งที่ไม่จำเป็นต้องพิจารณาผลทดสอบ

ภาพหรือรูปวาดให้ได้รับยกเว้นหลักฐานรายงานผลการทดสอบ ภาพหรือรูปวาดตาม (๒)

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ เมื่อได้รับคำขอแล้ว

ให้เจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอตรวจสอบเอกสารหลักฐานให้ครบถ้วนถูกต้องในกรณีที่เอกสารไม่ครบถ้วนถูกต้องให้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอไปดำเนินการแก้ไขภายใน

๓๐ วัน ในกรณีที่เอกสารหลักฐานครบถ้วนถูกต้องให้ดำเนินการ ดังต่อไปนี้

(๑) การขอแก้ไขเพิ่มเติมข้อผิดพลาดในการออกหนังสือรับรองแบบ เช่น ลงรายละเอียดผิดพลาดให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อผิดพลาดตามคำขอ

หากเห็นว่ามีรายการผิดพลาดจริงให้แก้ไขรายการในหนังสือรับรองแบบให้ถูกต้องพร้อมลงลายมือชื่อผู้ทำการแก้ไขและวันที่กำกับไว้ในรายการที่มีการแก้ไข

หากเห็นว่ารายละเอียดของหนังสือรับรองแบบถูกต้องแล้ว

ให้ชี้แจงหรือแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ยื่นคำขอทราบ

(๒) การขอแก้ไขหรือเพิ่มเติมแบบมาตรวัดความเร็วให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบการขอแก้ไขเพิ่มเติมดังกล่าวว่าจำเป็นต้องดำเนินการทดสอบหรือไม่

แล้วดำเนินการ ดังต่อไปนี้

(ก) กรณีการขอแก้ไขเพิ่มเติมที่ไม่ต้องทำการทดสอบ

ให้พิจารณาความถูกต้องของเอกสารแสดงข้อมูลประกอบการขอแก้ไขเพิ่มเติม

หากเห็นว่าถูกต้องให้ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมเอกสารท้ายหนังสือรับรองแบบพร้อมจัดทำเครื่องหมายการรับรองแบบในส่วนที่มีการเปลี่ยนแปลงตามที่กำหนดไว้ในภาคผนวก

๘ พร้อมทั้งลงลายมือชื่อผู้ทำการแก้ไขและวันที่กำกับไว้ในรายการที่มีการแก้ไข

(ข) กรณีการขอแก้ไขเพิ่มเติมที่ต้องทำการทดสอบ ให้พิจารณาความถูกต้องของเอกสารแสดงข้อมูลประกอบการขอแก้ไขเพิ่มเติม

หากเห็นว่าถูกต้องให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามข้อ ๑๔ และเมื่อดำเนินการเรียบร้อยแล้ว

ปรากฏว่าเอกสารและผลการทดสอบครบถ้วนถูกต้องให้ดำเนินการออกหนังสือรับรองแบบฉบับใหม่ให้กับผู้ยื่นคำขอต่อไป

การเลิกการผลิต

ประกอบ หรือนำเข้า

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ในกรณีผู้ผลิตที่ได้รับหนังสือรับรองแบบประสงค์จะเลิกการผลิต

ประกอบ หรือนำเข้ามาตรวัดความเร็วตามแบบที่ได้รับการรับรองไว้แล้ว

ให้แจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับการเลิกการผลิตประกอบ

หรือนำเข้าดังกล่าวเป็นหนังสือให้กรมการขนส่งทางบกทราบ

การกำกับดูแลผู้ผลิตที่ได้รับหนังสือรับรองแบบ

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ผู้ผลิตที่ได้รับหนังสือรับรองแบบต้องอำนวยความสะดวกให้แก่อธิบดีหรือผู้ที่อธิบดีมอบหมายเข้าทำการตรวจสอบกระบวนการผลิต

ทำการทดสอบ หรือทำการติดตั้ง ตลอดจนตรวจสอบการปฏิบัติตามประกาศนี้ ณ โรงงานผลิต

โรงงานประกอบ คลังสินค้า สถานที่ติดตั้ง หรือสถานที่ทำการทดสอบ

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ เมื่อปรากฏว่าผู้ผลิตที่ได้รับหนังสือรับรองแบบผู้ใดไม่ปฏิบัติตามตามหลักเกณฑ์

วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในประกาศนี้

หรือเจตนาทุจริตหรือจงใจยื่นเอกสารข้อมูลที่เป็นเท็จหรือปลอมแปลงหลักฐานหรือเอกสารแสดงข้อมูลในการขอรับรองแบบ

ให้กรมการขนส่งทางบกมีอำนาจตักเตือนระงับใช้หนังสือรับรองแบบชั่วคราว

หรือเพิกถอนหนังสือรับรองแบบ ตามควรแก่กรณี

การอุทธรณ์

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ ผู้ผลิตที่ได้รับหนังสือรับรองแบบซึ่งถูกระงับใช้หนังสือรับรองแบบชั่วคราวหรือถูกสั่งเพิกถอนหนังสือรับรองแบบมีสิทธิอุทธรณ์เป็นหนังสือต่ออธิบดีได้ภายใน

๑๕ วัน

นับแต่วันที่ได้รับแจ้งการระงับใช้หนังสือรับรองแบบชั่วคราวหรือเพิกถอนโดยระบุข้อโต้แย้งและข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายที่อ้างอิงประกอบคำขอด้วย

และให้นำหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการอุทธรณ์ตามกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองมาใช้บังคับ

ทั้งนี้

การอุทธรณ์ดังกล่าวไม่เป็นการทุเลาการบังคับตามคำสั่งเพิกถอนหนังสือรับรองแบบ

การบังคับใช้

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ ผู้ผลิตรถต้องดำเนินการให้เป็นไปตามประกาศนี้ภายในระยะเวลา

ดังต่อไปนี้

(๑) แบบมาตรวัดความเร็วสำหรับรถยนต์นั่ง (M๑) และรถยนต์บรรทุก (N๑) ที่ผลิตประกอบ

หรือนำเข้าตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๙

ให้ผู้ผลิตต้องดำเนินการให้เป็นไปตามประกาศนี้

เว้นแต่แบบมาตรวัดความเร็วที่มีอยู่แล้วก่อนวันที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๙ สามารถผลิตประกอบ

หรือนำเข้าต่อไปได้จนถึงวันที่ ๓๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๐

หากพ้นกำหนดเวลาดังกล่าวผู้ผลิตต้องดำเนินการให้เป็นไปตามประกาศนี้

(๒) แบบมาตรวัดความเร็วสำหรับรถจักรยานยนต์ที่ผลิต ประกอบ

หรือนำเข้าตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๘ ผู้ผลิตต้องดำเนินการให้เป็นไปตามประกาศนี้

เว้นแต่แบบมาตรวัดความเร็วที่มีอยู่แล้วก่อนวันที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๘ สามารถผลิต

ประกอบ หรือนำเข้าต่อไปได้จนถึงวันที่ ๓๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๙

หากพ้นกำหนดเวลาดังกล่าว ผู้ผลิตต้องดำเนินการให้เป็นไปตามประกาศนี้

ประกาศ

ณ วันที่ ๙ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๗

ธีระพงษ์

รอดประเสริฐ

อธิบดีกรมการขนส่งทางบก

[เอกสารแนบท้าย]

๑. ภาคผนวก ๑ เงื่อนไขการจัดประเภทรถยนต์บรรทุก (N๑)

๒. ภาคผนวก ๒ เอกสารแสดงข้อมูลสำหรับการผลิตจำนวนมาก

๓. ภาคผนวก ๓ เอกสารแสดงข้อมูลสำหรับการผลิตจำนวนน้อย

๔. ภาคผนวก ๔ เกณฑ์ทดสอบความเร็ว

๕. ภาคผนวก ๕ เงื่อนไขการยอมรับผลการทดสอบหรือตรวจสอบหรือผลการตรวจสอบการผลิตให้เป็นไปตามต้นแบบ

๖. ภาคผนวก ๖ การตรวจสอบการผลิตให้เป็นไปตามต้นแบบ (Conformity of Production : COP)

๗. ภาคผนวก ๗ หนังสือรับรองแบบ

๘. ภาคผนวก ๘ เครื่องหมายการรับรองแบบมาตรวัดความเร็ว

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

ปริยานุช/ผู้จัดทำ

๑๙ มกราคม ๒๕๕๘

นุสรา/ผู้ตรวจ

๙ กุมภาพันธ์

๒๕๕๘

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๓๒/ตอนพิเศษ ๙ ง/หน้า ๔/๑๔ มกราคม ๒๕๕๘

13 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง กำหนดคุณสมบัติ คุณลักษณะ และการติดตั้งมาตรวัดความเร็ว และกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการรับรองแบบมาตรวัดความเร็วสำหรับรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ พ.ศ. 2557 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_8dd1148e2b692a68

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com