ข้อ ๔ เมื่อได้รับแจ้งหรือพบเห็นเป็นที่ประจักษ์ให้ถ่ายภาพขณะกระทำความผิดและให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการดังนี้
(๑) พิจารณาในเบื้องต้นว่าเป็นผู้เข้าข่ายกระทำความผิดตามมาตรา ๑๓ (๑) และ (๒) โดยให้นำตัวมาคัดกรองในสถานที่ ๆ อธิบดีประกาศกำหนด
(๒) นำผู้กระทำความผิดตามมาตรา ๑๓ (๑) และ (๒) ไปยังสถานคุ้มครองและพัฒนาคุณภาพชีวิตเพื่อดำเนินการคัดกรอง โดยการสอบข้อเท็จจริง ถ่ายรูป ตรวจสอบทรัพย์สิน ตรวจสอบสภาพร่างกายและสภาพจิตใจ ตลอดจนหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้อง
(๓) การสอบข้อเท็จจริงและวิเคราะห์เพื่อคัดกรองให้ดำเนินการดังนี้
(ก) หากพบว่าเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ ให้ส่งตัวไปดำเนินการตามกฎหมายป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์
(ข) หากพบว่าเป็นบุคคลต่างด้าว ให้ส่งตัวไปยังกองบังคับการตรวจคนเข้าเมืองหรือสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัด ทั้งนี้ ในกรณีที่มีความสัมพันธ์กันทางสายโลหิต ให้ตรวจสอบสารพันธุกรรม (DNA) เพื่อพิสูจน์ความสัมพันธ์เสียก่อน โดยในระหว่างดำเนินการให้ส่งตัวไปยังสถานที่พักพิงชั่วคราวตามประกาศของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
(ค) หากพบว่าเป็นเด็ก สตรี ผู้สูงอายุ คนวิกลจริต คนพิการหรือทุพพลภาพ และไม่มีผู้อุปการะ ให้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามกฎหมายเฉพาะเพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไปแต่ในกรณีมีผู้อุปการะให้ดำเนินการช่วยเหลือตามกระบวนการสังคมสงเคราะห์โดยประสานครอบครัวชุมชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันมิให้กลับมากระทำการขอทานอีก
(ง) หากพบว่าไม่ใช่บุคคลตามข้อ (ก) (ค) และเป็นบุคคลซึ่งไม่สามารถประกอบอาชีพได้ไม่มีญาติมิตรอุปการะเลี้ยงดูและไม่มีทางเลี้ยงชีพอย่างอื่น หรืออยู่ในสภาวะยากลำบาก ให้ได้รับการคุ้มครองและพัฒนาคุณภาพชีวิตตามระเบียบที่อธิบดีกำหนดตามพระราชบัญญัติควบคุมการขอทาน พ.ศ. ๒๕๕๙
(จ) หากพบว่าผู้ทำการขอทานเป็นบุคคลที่ได้รับความเจ็บป่วย มีบาดแผลเป็นโรคเรื้อรัง หญิงมีครรภ์ หรือมีความจำเป็นเร่งด่วนด้านสุขภาพ ให้ดำเนินการคุ้มครองและพัฒนาคุณภาพชีวิตตามระเบียบที่อธิบดีกำหนด
ประกาศ ณ วันที่ ๒๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๙
พลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
ประธานกรรมการควบคุมการขอทาน
วิศนี/ปริยานุช/จัดทำ
๗ ธันวาคม ๒๕๕๙
ปริญสินีย์/ตรวจ
๓๐ ธันวาคม ๒๕๕๙
[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๓/ตอนพิเศษ ๒๗๗ ง/หน้า ๖/๑ ธันวาคม ๒๕๕๙