法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบกรมสรรพสามิตว่าด้วยการออกคำสั่งทำการตรวจค้น ตามมาตรา 148 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
19
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบกรมสรรพสามิต

ว่าด้วยการออกคำสั่งทำการตรวจค้น

ตามมาตรา ๑๔๘ วรรคสอง

แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต

พ.ศ. ๒๕๖๐[๑]

เพื่อให้การออกคำสั่งทำการตรวจค้น

หรือยึดบัญชีเอกสารหรือหลักฐานของผู้ค้างชำระภาษีและบุคคลใด ๆ

ที่มีเหตุอันควรเชื่อว่าจะเป็นประโยชน์แก่การจัดเก็บภาษีค้างเป็นไปด้วยความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพในการเร่งรัดบังคับชำระภาษีค้าง

อาศัยอำนาจตามมาตรา ๑๔๘ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๖๐ อธิบดีกรมสรรพสามิต

จึงวางระเบียบไว้ดังนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า

“ระเบียบกรมสรรพสามิต ว่าด้วยการออกคำสั่งทำการตรวจค้นตามมาตรา

๑๔๘ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๖๐”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่

๑๖ กันยายน ๒๕๖๐ เป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้อธิบดีกรมสรรพสามิตเป็นผู้รักษาการตามระเบียบนี้

ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติ หรือไม่สามารถปฏิบัติตามข้อกำหนดในระเบียบนี้หรือมีปัญหาอื่นใดที่มิได้กำหนดไว้ในระเบียบนี้

ให้อธิบดีเป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาดกรณีปัญหาเกี่ยวกับทางปฏิบัติหรือกรณีที่ระเบียบนี้มิได้กำหนดทางปฏิบัติไว้

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในระเบียบนี้

“อธิบดี” หมายความว่า

อธิบดีกรมสรรพสามิต

“เจ้าพนักงาน” หมายความว่า

เจ้าพนักงานสรรพสามิตตามพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๖๐

“ผู้ค้างชำระภาษี” หมายความว่า

ผู้ค้างชำระภาษีตามระเบียบกรมสรรพสามิตว่าด้วยการปฏิบัติเกี่ยวกับการบังคับชำระภาษีค้างโดยการยึด

การอายัด และการขายทอดตลาดทรัพย์สิน

“ภาษีค้าง” หมายความว่า ภาษีค้างตามระเบียบกรมสรรพสามิตว่าด้วยการปฏิบัติเกี่ยวกับการบังคับชำระภาษีค้างโดยการยึด

การอายัด และการขายทอดตลาดทรัพย์สิน

“ตรวจค้น” หมายความว่า

การกระทำใด ๆ เพื่อยึดบัญชี เอกสาร หรือหลักฐานอื่น และให้รวมถึงการเปิดสถานที่ใด

ๆ ตู้นิรภัย ตู้หรือที่เก็บของอื่น ๆ ของผู้รับการตรวจค้นอันจำเป็นแก่การเร่งรัดการบังคับชำระภาษีค้าง ณ โรงอุตสาหกรรม

คลังสินค้าทัณฑ์บน สถานประกอบการ สถานบริการหรือสถานที่ใด ๆ

ของผู้ค้างชำระภาษีหรือบุคคลใด ๆ

“ผู้รับการตรวจค้น” หมายความว่า เจ้าของ หรือผู้ครอบครองสถานที่ ให้หมายความรวมถึงบุคคลอื่นซึ่งอยู่ ณ สถานที่นั้น

หรือผู้รักษาสถานที่ที่จะทำการตรวจค้นที่มีอายุ ๒๐

ปีบริบูรณ์ในกรณีที่เจ้าของหรือผู้ครอบครองสถานที่ไม่อยู่

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ผู้มีอำนาจออกคำสั่งตรวจค้น ตามมาตรา ๑๔๘

วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๖๐ คือ

๕.๑ อธิบดี สำหรับท้องที่ทั่วราชอาณาจักร

๕.๒ ที่ปรึกษา (ผู้ทรงคุณวุฒิ) หรือรองอธิบดี

หรือผู้อำนวยการสำนักกฎหมายซึ่งปฏิบัติราชการแทนอธิบดี

กรณีได้รับมอบอำนาจหน้าที่ให้ปฏิบัติราชการแทนอธิบดี

๕.๓ ผู้อำนวยการสำนักงานสรรพสามิตภาคซึ่งปฏิบัติราชการแทนอธิบดี

กรณีได้รับมอบอำนาจหน้าที่ให้ปฏิบัติราชการแทนอธิบดี

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ การตรวจค้น

ต้องกระทำในเวลาระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นหรือพระอาทิตย์ตก หรือในระหว่างเวลาทำการของผู้ประกอบอุตสาหกรรม

เจ้าของคลังสินค้าทัณฑ์บน ผู้นำเข้า หรือผู้ประกอบกิจการสถานบริการนั้น

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ การตรวจค้นจะต้องมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าจะเป็นประโยชน์แก่การบังคับชำระภาษีค้างโดยต้องมีการสืบสวนหรือประมวลหลักฐานต่าง

ๆ ก่อนดำเนินการตรวจค้น

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ คำสั่งให้ทำการตรวจค้น ให้จัดทำขึ้นจำนวน ๓

ฉบับ ตามแบบที่กำหนดไว้ท้ายระเบียบนี้ ฉบับที่ ๑ นำไปแสดงแก่ผู้รับการตรวจค้น

ฉบับที่ ๒ ติดไว้กับสมุดคำสั่งให้ทำการตรวจค้นของหน่วยงานผู้ออกคำสั่งตรวจค้นนั้น

ฉบับที่ ๓ ให้ติดไว้กับสำนวนการบังคับชำระภาษีค้าง

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ กรณีที่ผู้รับการตรวจค้นเป็นบุคคลซึ่งมีคำสั่งให้ยึดทรัพย์สิน

และหรืออายัดสิทธิเรียกร้องซึ่งออกตามระเบียบกรมสรรพสามิตว่าด้วยการปฏิบัติเกี่ยวกับการบังคับชำระภาษีค้างโดยการยึด

การอายัด และการขายทอดตลาดทรัพย์สิน ให้เจ้าพนักงานผู้ทำการตรวจค้นนำคำสั่งยึด

และหรืออายัดดังกล่าวไปด้วย หากในการตรวจค้นพบทรัพย์สินตามคำสั่งดังกล่าว

ให้เจ้าพนักงานผู้ทำการตรวจค้นทำการยึดและหรืออายัดไปในคราวเดียวกัน

โดยให้ปฏิบัติตามระเบียบกรมสรรพสามิตว่าด้วยการนั้น

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ในการตรวจค้น

๑๐.๑ เจ้าพนักงานที่ทำการตรวจค้นในแต่ละครั้ง ต้องมีจำนวนไม่น้อยกว่า

๓ คน โดยมีข้าราชการซึ่งดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าชำนาญงาน

หรือชำนาญการขึ้นไปเป็นหัวหน้าชุดที่ทำการตรวจค้น

๑๐.๒ ในการตรวจค้นจะต้องแต่งเครื่องแบบกรมสรรพสามิต

เว้นแต่ผู้ออกคำสั่งจะมีคำสั่งไม่ให้เจ้าพนักงานแต่งเครื่องแบบเป็นการเฉพาะรายก็ให้ระบุไว้ในคำสั่งตรวจค้น

๑๐.๓ ต้องแสดงบัตรประจำตัวข้าราชการต่อผู้รับการตรวจค้นทุกกรณี

พร้อมทั้งแจ้งให้ผู้รับการตรวจค้นทราบถึงความประสงค์ในการตรวจค้น

พร้อมทั้งแสดงความบริสุทธิ์ให้ผู้รับการตรวจค้นเห็นว่าเจ้าพนักงานผู้ทำการตรวจค้นไม่มีสิ่งของผิดกฎหมายติดตัวมา

และให้บันทึกไว้เป็นหลักฐานด้านหลังของคำสั่งตรวจค้น ฉบับที่ ๑

พร้อมให้ผู้รับการตรวจค้นลงลายมือชื่อรับทราบคำสั่งการตรวจค้นนั้น

หากผู้รับการตรวจค้นไม่ยินยอมลงลายมือชื่อ ให้บันทึกถึงเหตุนั้นไว้ด้วย

๑๐.๔ การตรวจค้นต้องกระทำต่อหน้าผู้รับการตรวจค้น

หากไม่สามารถทำการตรวจค้นได้ด้วยเหตุอย่างใดอย่างหนึ่ง

ให้แจ้งเจ้าพนักงานตำรวจแห่งท้องที่นั้นทราบ เพื่อเป็นพยานในการตรวจค้น

๑๐.๕ การตรวจค้นต้องใช้ความละเอียดรอบคอบมิให้เอกสารหลักฐานที่เกี่ยวกับการบังคับชำระภาษีค้างถูกปิดบังซ่อนเร้นไว้

และให้ใช้ดุลพินิจในการยึดเอกสารหลักฐานเฉพาะที่สำคัญและเป็นประโยชน์ต่อการบังคับชำระภาษีค้างเท่านั้น

๑๐.๖ ต้องทำการตรวจค้นโดยสุภาพ

ใช้ความระมัดระวังมิให้เกิดความเสียหาย กระจัดกระจาย บุบสลายแก่ทรัพย์สินใด ๆ

และต้องไม่เป็นการขัดขวางการประกอบธุรกิจของผู้รับการตรวจค้นจนเกินความจำเป็น

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ การตรวจค้นที่ไม่อาจกระทำต่อหน้าผู้รับการตรวจค้น

ให้นำพยานหลักฐานไปยังสถานีตำรวจแห่งท้องที่เพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน

ก่อนนำกลับไปยังหน่วยงานของเจ้าพนักงานผู้ทำการตรวจค้น

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ กรณีไม่อาจทำการตรวจค้นให้แล้วเสร็จภายในวันนั้น

ให้ดำเนินการอายัดเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ที่ตรวจค้นไม่แล้วเสร็จ

ให้ไปยังสถานีตำรวจแห่งท้องที่เพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน

และทำการตรวจค้นในวันต่อไป

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ การปฏิบัติเมื่อทำการตรวจค้นแล้วเสร็จ

๑๓.๑ ให้เจ้าพนักงานผู้ทำการตรวจค้นจัดทำบันทึกรายละเอียดการตรวจค้น (หากมีเอกสารหลักฐานที่จะต้องทำการยึดจากผู้ทำการตรวจค้น

ให้จัดทำใบรับเอกสารหลักฐานแนบบันทึกรายละเอียดการตรวจค้นตามแบบที่กำหนดไว้ท้ายระเบียบนี้ด้วย)

จำนวน ๓ ฉบับ พร้อมทั้งอ่านให้ผู้รับการตรวจค้นฟัง

และให้ผู้รับการตรวจค้นลงลายมือชื่อรับทราบถึงรายละเอียดในบันทึกดังกล่าว

โดยบันทึกฉบับที่ ๑ ติดไว้กับสำนวนการบังคับชำระภาษีค้าง ฉบับที่ ๒

มอบให้กับผู้รับการตรวจค้น ฉบับที่ ๓ ติดไว้กับต้นฉบับคำสั่งตรวจค้น

๑๓.๒ ให้เจ้าพนักงานผู้ทำการตรวจค้นและผู้รับการตรวจค้น

ลงลายมือชื่อกำกับเอกสารหลักฐานที่ทำการตรวจยึดทุกฉบับ

หากจำนวนเอกสารหลักฐานมีจำนวนมาก

ให้เป็นดุลพินิจของหัวหน้าชุดว่าจะลงนามเฉพาะในเอกสารที่เห็นว่าสำคัญก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ให้เจ้าพนักงานผู้ทำการตรวจค้นจัดทำบันทึกเพื่อรายงานผลการตรวจค้นตามแบบที่กำหนดไว้ท้ายระเบียบนี้ต่อผู้มีอำนาจออกคำสั่งตรวจค้นทราบทันที

หรือในวันทำการแรก โดยมีรายละเอียดอย่างน้อยดังนี้

๑๔.๑ เจ้าพนักงานได้มีการแสดงคำสั่งตรวจค้น

การแสดงบัตรประจำตัวข้าราชการและการแสดงความบริสุทธิ์ก่อนเข้าทำการตรวจค้น

๑๔.๒ ชื่อผู้รับการตรวจค้น หากเป็นกรณีอื่นซึ่งไม่มีผู้รับการตรวจค้น

หรือมีการแจ้งให้เจ้าพนักงานตำรวจแห่งท้องที่นั้นทราบเพื่อเป็นพยานในการตรวจค้น

ให้แสดงรายละเอียดไว้ด้วย

๑๔.๓ วัน เวลาที่เริ่มทำการตรวจค้น และสิ้นสุดการตรวจค้น

๑๔.๔ ลักษณะการตรวจค้น การตรวจพบเอกสารหลักฐาน

การได้มาซึ่งเอกสารหลักฐานและปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ ของการตรวจค้น

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ กรณีผู้ค้างภาษีหรือผู้รับคำสั่งให้ทำการตรวจค้นย้ายภูมิลำเนา

ให้ดำเนินการดังนี้

๑๕.๑

ในกรณีภูมิลำเนาใหม่อยู่ในเขตท้องที่รับผิดชอบของผู้มีอำนาจออกคำสั่งตรวจค้นเพื่อบังคับชำระภาษีค้าง

ให้ดำเนินการต่อไปจนถึงที่สุด

๑๕.๒

ในกรณีภูมิลำเนาใหม่อยู่นอกเขตท้องที่รับผิดชอบของผู้มีอำนาจออกคำสั่งตรวจค้นเพื่อบังคับชำระภาษีค้าง

ไม่ว่าจะมีการตรวจค้นและยึดอายัดเอกสารหลักฐานแล้วหรือไม่ก็ตาม ให้หน่วยงานซึ่งมีอำนาจเหนือผู้ค้างชำระภาษีหรือผู้รับการตรวจค้นอยู่แต่เดิม

แจ้งขอให้หน่วยงานซึ่งมีอำนาจเหนือผู้ค้างชำระภาษีหรือผู้รับการตรวจค้นตามที่มีภูมิลำเนาใหม่

ดำเนินการตรวจค้นโดยอนุโลม หากได้มาซึ่งเอกสารหลักฐานอย่างใด ๆ

ให้จัดส่งไปยังหน่วยงานซึ่งมีอำนาจเหนือผู้ค้างชำระภาษีหรือผู้รับการตรวจค้นซึ่งมีอำนาจอยู่แต่เดิม

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ การปฏิบัติเกี่ยวกับเอกสารหลักฐานที่ตรวจยึดได้ตามคำสั่งตรวจค้น

ให้ถือปฏิบัติดังนี้

๑๖.๑ กรณีการคืนเอกสารหลักฐานที่เจ้าพนักงานได้ยึดจากตรวจค้น

ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบ หากผู้เป็นเจ้าของเอกสารหลักฐานมีความจำเป็นอย่างใด ๆ

ที่จะต้องใช้เอกสารนั้นเป็นการชั่วคราว

ให้ผู้เป็นเจ้าของยื่นคำร้องขอต่อหน่วยงานผู้ทำการยึดเอกสารหลักฐานนั้น

และให้ผู้มีอำนาจออกคำสั่งตรวจค้นพิจารณาสั่งการ

๑๖.๒ ให้จัดเก็บเอกสารหลักฐานที่ยึดมาได้ตามคำสั่งตรวจค้น

บรรจุในกล่องหรือหีบห่อพร้อมติดป้ายชื่อผู้เป็นเจ้าของเรื่อง และเจ้าของเอกสาร

ไว้จนกว่าการดำเนินการเกี่ยวกับการบังคับชำระภาษีค้างจะเสร็จสิ้นถึงที่สุด

๑๖.๓ กรณีหน่วยงานที่มีอำนาจตามกฎหมายขอให้จัดส่งเอกสารหลักฐานให้ผู้มีอำนาจออกคำสั่งตรวจค้นสั่งจัดส่งเอกสารหลักฐานดังกล่าวไปยังหน่วยงานผู้มีอำนาจ

๑๖.๔ กรณีผู้ค้างชำระได้นำเงินมาชำระครบถ้วนแล้ว

ให้เจ้าพนักงานแจ้งให้ผู้เป็นเจ้าของมาขอรับคืนภายในกำหนด แต่ต้องไม่น้อยกว่า ๑๕

วันนับแต่วันได้รับหนังสือแจ้ง

๑๖.๕

กรณีที่ผู้เป็นเจ้าของไม่มาขอรับเอกสารหลักฐานคืนภายในกำหนดเวลา ให้เสนอผู้มีอำนาจออกคำสั่งตรวจค้นเพื่อพิจารณาจัดส่งคืนโดยตรง หรือสั่งให้นำไปเก็บรักษาในสถานที่อื่นหรือดำเนินการอย่างอื่นแล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ สำนวนคดีที่เสร็จสิ้นการบังคับชำระภาษีค้างแล้ว

ให้เก็บรักษาไว้หรือทำลายได้ตามระเบียบว่าด้วยการนั้น

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ การออกคำสั่งตรวจค้น

จะต้องจัดทำทะเบียนควบคุมไว้เป็นหลักฐาน และการนับเลขของคำสั่งตรวจค้น

ให้นับตามปีปฏิทิน

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ให้อธิบดีเป็นผู้รักษาการตามระเบียบนี้

ประกาศ ณ วันที่ ๑๖ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๐

สมชาย พูลสวัสดิ์

อธิบดีกรมสรรพสามิต

เอกสารแนบท้าย

๑. คำสั่งให้ตรวจค้น ตามความในมาตรา ๑๔๘ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต

พ.ศ. ๒๕๖๐

๒. ใบรับเอกสารและหลักฐานต่าง ๆ

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

พัชรภรณ์/จัดทำ

๒๙

กันยายน ๒๕๖๑

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๕/ตอนพิเศษ

๑๑๙ ง/หน้า ๑๕๒ (เล่มที่ ๑)/๒๔ พฤษภาคม

๒๕๖๑

19 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบกรมสรรพสามิตว่าด้วยการออกคำสั่งทำการตรวจค้น ตามมาตรา 148 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_8e1af7896f5aa3b2

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com