法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

กฎทบวง ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2519) ออกตามความในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัย พ.ศ. 2507

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
19
มาตรา อารัมภบท

ตราครุฑ

ตราครุฑ

กฎทบวง

ฉบับที่

2 (พ.ศ. 2519)

ออกตามความในพระราชบัญญัติระเบียบ

ข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัย

พ.ศ.2507

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 4 และมาตรา 5

แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน

ในมหาวิทยาลัย พ.ศ. 2507 และข้อ 18 แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ

ฉบับที่ 217 ลงวันที่ 29 กันยายน

พ.ศ. 2515 รัฐมนตรีว่าการทบวงมหาวิทยาลัยออกกฎทบวงไว้

ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ 1

ข้อ 1 ให้ยกเลิก

(1) กฎกระทรวง (พ.ศ. 2507)

ออกตามความในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือนใน

มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2507

(2) กฎกระทรวง ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2509)

ออกตามความในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการ

พลเรือนในมหาวิทยาลัย พ.ศ. 2507

(3) กฎกระทรวง ฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2514)

ออกตามความในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการ

พลเรือนในมหาวิทยาลัย พ.ศ. 2507

(4) กฎทบวง ฉบับที่ 1(พ.ศ. 2516)

ออกตามความในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน

ในมหาวิทยาลัย พ.ศ. 2507

มาตรา ข้อ 2

ข้อ 2 กฎทบวงฉบับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2519

เป็นต้นไป

มาตรา ข้อ 3

ข้อ 3 ให้มีคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัยคณะหนึ่ง เรียกโดยย่อว่า

`ก.ม.'

ประกอบด้วยนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน

รัฐมนตรีว่าการทบวงมหาวิทยาลัยของรัฐเป็นรองประธาน และ

กรรมการซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ

แต่งตั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งมิได้เป็นข้าราชการการเมือง สมาชิก

รัฐสภา กรรมการพรรคการเมือง หรือเจ้าหน้าที่ในพรรคการเมือง

จำนวนไม่น้อยกว่าเก้าคนแต่ไม่เกิน

สิบห้าคน

โดยต้องเป็นผู้ดำรงตำแหน่งข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัยซึ่งรับราชการอยู่ไม่น้อยกว่ากึ่ง

หนึ่งของจำนวนกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ

และให้ปลัดทบวงมหาวิทยาลัยของรัฐเป็นกรรมการและเลขาธิการ

กรรมการซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ

แต่งตั้งจากผู้ดำรงตำแหน่งข้าราชการพลเรือนในมหา

วิทยาลัย ถ้าออกจากตำแหน่งข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัย

ให้พ้นจากตำแหน่ง

ก.ม. มีอำนาจหน้าที่ปฏิบัติการตามความในกฎทบวงนี้

มาตรา ข้อ 4

ข้อ 4 กรรมการซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ

แต่งตั้งให้อยู่ในตำแหน่งได้คราวละสองปี ถ้า

ตำแหน่งกรรมการว่างลงก่อนกำหนด

ให้ดำเนินการแต่งตั้งกรรมการแทนภายในกำหนดสามสิบวัน เว้นแต่

วาระของกรรมการเหลือไม่ถึงหนึ่งร้อยแปดสิบวัน

จะไม่แต่งตั้งกรรมการแทนก็ได้ ซึ่งได้รับแต่งตั้งเป็น

กรรมการแทนนั้น

ให้อยู่ในตำแหน่งได้เพียงเท่ากำหนดเวลาของผู้ซึ่งตนแทน

กรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งจะทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ

แต่งตั้งให้เป็นกรรมการอีกก็ได้

ในกรณีที่กรรมการพ้นจากตำแหน่งตามวาระแต่ยังมิได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ

แต่งตั้งกรรมการ

ใหม่

ให้กรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ

แต่งตั้ง

กรรมการให้ใหม่

มาตรา ข้อ 5

ข้อ 5 การประชุม ก.ม.

ต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด

จึงจะเป็นองค์ประชุม

ในการประชุม ก.ม.

ถ้าประธานไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้รองประธาน

เป็นประธานในที่ประชุม

ถ้าประธานและรองประธานไม่อยู่ในที่ประชุม หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้

ให้ที่ประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งทำหน้าที่ประธาน

ในการประชุม ก.ม. ถ้ามีการพิจารณาเรื่องเกี่ยวกับตัวกรรมการผู้ใดโดยเฉพาะ

กรรมการผู้นั้นไม่

มีสิทธิเข้าประชุม

การวินิจฉัยชี้ขาดให้ถือเสียงข้างมาก ถ้ามีคะแนนเสียงเท่ากัน

ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่ม

ขึ้นอีกหนึ่งเสียงเป็นเสียงชี้ขาด

มาตรา ข้อ 6

ข้อ 6 ก.ม. มีอำนาจตั้งอนุกรรมการวิสามัญ เรียกโดยย่อว่า `อ.ก.ม. วิสามัญ' เพื่อทำ

การใด ๆ แทนได้

ในกรณีที่กรรมการของ ก.ม.ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้ง

พ้นจากตำแหน่งตามวาระให้

อ.ก.ม. วิสามัญ ที่ได้รับแต่งตั้งจาก ก.ม.

คณะนั้นพ้นจากตำแหน่งไปด้วย ในระหว่างที่ยังมิได้ทรงพระ

กรุณาโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้ง ก.ม. ใหม่ ให้ อ.ก.ม. วิสามัญ

ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะได้มีการแต่งตั้ง

อ.ก.ม.วิสามัญใหม่

มาตรา ข้อ 7

ข้อ 7 ให้มีอนุกรรมการสามัญ ประจำทุกมหาวิทยาลัยเรียกโดยย่อ ๆ ว่า `อ.ก.ม.มหาวิทยาลัย'

ประกอบด้วยอธิการบดีเป็นประธาน รองอธิการบดี คณบดี

ผู้อำนวยการศูนย์ สถาบันหรือสำนัก และหัวหน้า

แผนกอิสระ ถ้ามี เป็นอนุกรรมการโดยตำแหน่ง ทั้งนี้

อธิการบดีด้วยความเห็นชอบของอนุกรรมการโดย

ตำแหน่ง

จะแต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัยนั้น

เป็นอนุกรรมการอีกจำนวนไม่

เกินห้าคนก็ได้อนุกรรมการที่ได้รับแต่งตั้งให้อยู่ตำแหน่งได้คราวละสองปี

ให้อธิการบดีแต่งตั้งรองอธิการบดีคนใดคนหนึ่งเป็นเลขานุการ

อ.ก.ม.มหาวิทยาลัย

มหาวิทยาลัยใดมีวิทยาลัยเป็นส่วนราชการ ให้หัวหน้าของวิทยาลัยนั้น

เป็นอนุกรรมการโดย

ตำแหน่งด้วย

อ.ก.ม.มหาวิทยาลัยมีหน้าที่ปฏิบัติการตามกฎทบวงนี้ และมีหน้าที่ช่วย

ก.ม.ปฏิบัติการตามที่ ก.ม.

มอบหมาย และให้ความเห็นแก่อธิการบดีตามที่อธิการบดีปรึกษา

การประชุม อ.ก.ม.มหาวิทยาลัย ให้นำความในข้อ 5 มาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ 8

ข้อ 8 อ.ก.ม.มหาวิทยาลัยมีอำนาจตั้งกรรมการเฉพาะกิจเพื่อทำการตามที่

อ.ก.ม.มหาวิทยาลัย

มอบหมาย

มาตรา ข้อ 9

ข้อ 9 ในการปฏิบัติหน้าที่ของ

อ.ก.ม.มหาวิทยาลัยในเรื่องที่เกี่ยวกับการดำเนินการทางวินัย

การออกจากราชการ การร้องทุกข์ การอุทธรณ์ และการอื่นตามที่

ก.ม.กำหนด ก.ม.อาจกำหนดให้มี

ผู้แทนของกลุ่มข้าราชการพลเรือนซึ่งดำรงตำแหน่งข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัยเข้าร่วมประชุมใน

ฐานะที่ปรึกษาด้วยก็ได้

จำนวน คุณสมบัติ การเลือกตั้ง และวาระการดำรงตำแหน่งของผู้แทนกลุ่มข้าราชการพลเรือนตาม

วรรคหนึ่งให้เป็นไปตามที่ ก.ม.กำหนด

มาตรา ข้อ 10

ข้อ 10 การกำหนดอัตราเงินเดือน การบรรจุ การแต่งตั้ง

การเลื่อนขั้นเงินเดือน การสอบสวน

การรักษาวินัย และการออกจากราชการของข้าราชการพลเรือน

ซึ่งดำรงตำแหน่งข้าราชการพลเรือนใน

มหาวิทยาลัย ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎทบวงนี้

การใดที่มิได้กำหนดไว้กฎทบวงนี้ให้เป็นไปตามที่กำหนด

ไว้ในกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนกฎ ก.พ.

และระเบียบที่ออกตามความในกฎหมายว่าด้วย

ระเบียบข้าราชการพลเรือนโดยอนุโลม

ในกรณีที่นำกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนกฎ

ก.พ.และระเบียบที่ออกตามความใน

กฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนมาใช้บังคับนั้น

ให้บรรดาอำนาจหน้าที่ของ ก.พ. เป็นอำนาจ

หน้าที่ของ ก.ม. ให้อำนาจหน้าที่ของ อ.ก.พ.กระทรวง หรือ

อ.ก.พ.กรม เป็นอำนาจหน้าที่ของ

อ.ก.ม.มหาวิทยาลัย และให้อำนาจหน้าที่ของรัฐมนตรีเจ้าสังกัด

ปลัดกระทรวง หรืออธิบดี เป็นอำนาจ

หน้าที่ของรัฐมนตรีว่าการทบวงมหาวิทยาลัยของรัฐ

ปลัดทบวงมหาวิทยาลัยของรัฐ หรืออธิการบดี แล้วแต่

กรณี

มาตรา ข้อ 11

ข้อ 11 ตำแหน่งข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัย ได้แก่ตำแหน่งดังต่อไปนี้

(ก) ตำแหน่งซึ่งมีหน้าที่สอน วิจัย และให้บริการทางวิชาการ ได้แก่

(1)

ศาสตราจารย์

(2)

รองศาสตราจารย์

(3)

ผู้ช่วยศาสตราจารย์

(4) อาจารย์

(ข) ตำแหน่งซึ่งมีหน้าที่ให้บริการทางวิชาการ ได้แก่ตำแหน่งในสายงานต่าง ๆ

ดังนี้

(1)

บรรณารักษ์

(2)

โสตทัศนศึกษา

(3) แพทย์

(4) พยาบาล

(5) วิจัย

(6)

ตำแหน่งในสายงานวิชาการอื่น ที่ ก.ม.กำหนด

(ค) ตำแหน่งซึ่งมีหน้าที่เกี่ยวกับงานบริหารและธุรการ ได้แก่

(1)

อธิการบดี

(2)

รองอธิการบดี

(3) คณบดี

(4)

ผู้อำนวยการศูนย์ สถาบัน หรือสำนัก

(5)

หัวหน้าแผนกอิสระ

(6) รองคณบดี

(7)

รองผู้อำนวยการศูนย์ สถาบัน หรือสำนัก

(8)

หัวหน้าภาควิชา หรือหัวหน้าแผนกวิชา

(9)

ผู้อำนวยการ

(10) เลขานุการคณะ

(11) หัวหน้ากอง

(12) หัวหน้าแผนก

(13) ตำแหน่งอื่น

ที่ ก.ม.กำหนด

มาตรา ข้อ 12

ข้อ 12 มหาวิทยาลัยใดจะมีตำแหน่งข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัยตำแหน่งใด

จำนวนเท่าใด

และจะต้องใช้ผู้มีคุณสมบัติเฉพาะตำแหน่งอย่างใด ให้ ก.ม.กำหนดโดยคำนึงถึงลักษณะหน้าที่ความรับ

ผิดชอบ ปริมาณและคุณภาพของงาน

มาตรา ข้อ 13

ข้อ 13 ให้ ก.ม.

จัดทำมาตรฐานกำหนดตำแหน่งข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัยไว้เป็น

หลักฐานทุกตำแหน่งในมาตรฐานกำหนดตำแหน่ง

ให้แสดงชื่อของตำแหน่ง หน้าที่และความรับผิดชอบ

ของตำแหน่ง ลักษณะงานที่ปฏิบัติ

คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งที่ผู้ดำรงตำแหน่งจะต้องมี และสำหรับ

ตำแหน่งตามข้อ 15(ข) และ (ค) (2)

ให้แสดงระดับเงินเดือนที่ให้ได้รับ โดยอนุโลมตามหลักเกณฑ์

ในมาตรา 32 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.

2518

มาตรา ข้อ 14

ข้อ 14 ในกรณีที่ลักษณะหน้าที่และความรับผิดชอบปริมาณและคุณภาพของงาน

ของตำแหน่งข้าราชการ

พลเรือนในมหาวิทยาลัยตำแหน่งใด ที่ ก.ม.กำหนด

เปลี่ยนแปลงไปให้ ก.ม.พิจารณาปรับปรุงการกำหนด

ตำแหน่งนั้นเสียใหม่ให้เหมาะสม

มาตรา ข้อ 15

ข้อ 15 ข้าราชการพลเรือนซึ่งดำรงตำแหน่งข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัย

ให้ได้รับเงิน

เดือนตามตำแหน่ง ดังต่อไปนี้

(ก) ตำแหน่งซึ่งมีหน้าที่ สอน วิจัย และให้บริการทางวิชาการ

(1)

ศาสตราจารย์ ให้ได้รับเงินเดือนระดับ 7 ถึงระดับ 9 และถ้าศาตราจารย์ผู้ใดเป็น

ผู้เชี่ยวชาญพิเศษและมีผลงานทางวิชาการตามหลักเกณฑ์ที่

ก.ม.กำหนด ให้ผู้นั้นรับเงินเดือนในระดับ 10

ได้ เมื่อได้รับเงินเดือนถึงขั้นต่ำของระดับ 10

และได้ผ่านการประเมินตามวิธีการที่ ก.ม.กำหนดแล้ว

(2)

รองศาสตราจารย์ ให้ได้รับเงินเดือนระดับ 6 ถึงระดับ 8 และถ้ารองศาตราจารย์

ผู้ใดเป็นผู้เชี่ยวชาญพิเศษและมีผลงานทางวิชาการตามหลักเกณฑ์ที่

ก.ม.กำหนด ให้ผู้นั้นรับเงินเดือนใน

ระดับ 9 ได้ เมื่อได้รับเงินเดือนถึงขั้นต่ำของระดับ 9

และได้ผ่านการประเมินตามวิธีการที่ ก.ม.

กำหนดแล้ว

(3)

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ให้ได้รับเงินเดือนระดับ 5 ถึงระดับ 7 และถ้าผู้ช่วยศาตราจารย์

ผู้ใดเป็นผู้เชี่ยวชาญพิเศษและมีผลงานทางวิชาการตามหลักเกณฑ์ที่

ก.ม.กำหนด ให้ผู้นั้นรับเงินเดือนใน

ระดับ 8 ได้ เมื่อได้รับเงินเดือนถึงขั้นต่ำของระดับ 8

และได้ผ่านการประเมินตามวิธีการที่ ก.ม.

กำหนดแล้ว

(4) อาจารย์

ให้ได้รับเงินเดือนระดับ 3 ถึงระดับ 6 และถ้าอาจารย์ผู้ใดเป็นผู้ชำนาญการ

ตามหลักเกณฑ์ที่ ก.ม.กำหนด ให้ผู้นั้นรับเงินเดือนในระดับ 7

ได้ เมื่อได้รับเงินเดือนถึงขั้นต่ำของระดับ

7

และได้ผ่านการประเมินตามวิธีการที่ ก.ม.กำหนดแล้ว

(ข) ตำแหน่งซึ่งมีหน้าที่ให้บริการทางวิชาการ

ให้ได้รับเงินเดือนในระดับตามที่ ก.ม.กำหนดไว้ใน

มาตรฐานกำหนดตำแหน่ง

(ค) ตำแหน่งซึ่งมีหน้าที่เกี่ยวกับงานบริหารและธุรการ

(1)

ตำแหน่งตามที่ระบุไว้ใน ข้อ 11 (ค) (1) ถึง (8) ซึ่งเป็นตำแหน่งที่แต่งตั้งจากผู้

ดำรงตำแหน่งในข้อ 11 (ก)

ให้ได้รับเงินเดือนตามตำแหน่งตามที่ระบุไว้ใน (ก)

(2) ตำแหน่งตามที่ระบุไว้ใน ข้อ 11 (ค) (9) ถึง (13)

ให้ได้รับเงินเดือนในระดับตาม

ที่ ก.ม.กำหนดไว้ในมาตรฐานกำหนดตำแหน่ง

ทั้งนี้

ตามบัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการพลเรือนท้ายพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน

พ.ศ.2518

มาตรา ข้อ 16

ข้อ 16 ผู้ดำรงตำแหน่งตามข้อ 11 (ค) (1) ถึง (8)

อาจได้รับเงินประจำตำแหน่งเป็นราย

เดือน ตามหลักเกณฑ์ที่ ก.ม. และกระทรวงการคลังกำหนด

มาตรา ข้อ 17

ข้อ 17 การให้ผู้ดำรงตำแหน่งข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัย

ได้รับเงินเดือนตามข้อง 15

ให้เป็นไปตามมาตรา 37

แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2518 โดยอนุโลม

ภายใต้บังคับข้อ 15 (ก)

ตำแหน่งใดมีอัตราเงินเดือนหลายระดับเมื่อผู้ดำรงตำแหน่งนั้นได้รับ

เงินเดือนถึงขั้นต่ำของระดับถัดไป

ให้ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุตามข้อ 24 มีคำสั่งให้ผู้นั้นได้รับเงินเดือนในระดับ

ถัดไปนั้น

มาตรา ข้อ 18

ข้อ 18 การบรรจุบุคคลเข้ารับราชการเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งข้าราชการพลเรือนในมหา

วิทยาลัยให้บรรจุและแต่งตั้งจากผู้สอบแข่งขันได้ในตำแหน่งนั้น

โดยบรรจุและแต่งตั้งตามลำดับที่ในบัญชี

ผู้สอบแข่งขันได้

ความในวรรคหนึ่งไม่ใช้บังคับสำหรับการบรรจุบุคคลเข้ารับราชการตามข้อ 22 ข้อ

23 ข้อ 29

มาตรา ข้อ 30

ข้อ 30 ข้อ 31 และข้อ 32

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ 19

ข้อ 19 ผู้สมัครสอบแข่งขันในตำแหน่งใด

ต้องมีคุณสมบัติทั่วไปหรือได้รับการยกเว้นในกรณีที่ขาด

คุณสมบัติตามมาตรา 24

แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2518 และต้องมีคุณสมบัติ

เฉพาะสำหรับตำแหน่งนั้นตามที่ ก.ม. กำหนดไว้ในมาตรฐานกำหนดตำแหน่ง

หรือได้รับอนุมัติจาก ก.ม.

ตามข้อ 26 ด้วย

สำหรับผู้ขาดคุณสมบัติทั่วไปตามมาตรา 24 (4)

แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน

พ.ศ. 2518 ให้มีสิทธิสมัครสอบแข่งขันได้

แต่จะมีสิทธิได้รับบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งข้าราชการ

พลเรือนในมหาวิทยาลัยในตำแหน่งที่สอบแข่งขันได้

ต่อเมื่อพ้นจากตำแหน่งข้าราชการการเมืองแล้ว

มาตรา ข้อ 20

ข้อ 20 ให้ อ.ก.ม.มหาวิทยาลัยเป็นผู้ดำเนินการสอบแข่งขัน

เพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการ

หลักสูตรและวิธีดำเนินการเกี่ยวกับการสอบแข่งขันตลอดจนเกณฑ์การตัดสิน

การขึ้นบัญชีและการยกเลิก

บัญชีผู้สอบแข่งขันได้ ให้เป็นไปตามที่ ก.ม.กำหนด

มาตรา ข้อ 21

ข้อ 21 ผู้สอบแข่งขันได้

ซึ่งอยู่ในลำดับที่ที่จะได้รับการบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งใด ถ้า

ปรากฏว่าขาดคุณสมบัติทั่วไปโดยไม่ได้รับการยกเว้นในกรณีที่ขาดคุณสมบัติตามมาตรา

แห่งพระราชบัญญัติ

ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2518

หรือขาดคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งอยู่ก่อน หรือภายหลัง

การสอบแข่งขัน โดยไม่ได้รับอนุมัติจาก ก.ม. ตามข้อ 26

จะบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนั้นไม่ได้

มาตรา ข้อ 22

ข้อ 22 ในกรณีที่มีเหตุพิเศษที่ไม่จำเป็นต้องดำเนินการสอบแข่งขัน อ.ก.ม.มหาวิทยาลัยอาจคัด

เลือกบรรจุบุคคลเข้ารับราชการและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งได้

ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ม.

กำหนด

มาตรา ข้อ 23

ข้อ 23 มหาวิทยาลัยใดมีเหตุผลและความจำเป็นอย่างยิ่งเพื่อประโยชน์แก่ราชการ

ที่จะต้องบรรจุ

บุคคลที่มีความรู้ความสามารถและความชำนาญงานสูงมากเป็นพิเศษ

เข้ารับราชการในฐานะผู้ทรงคุณวุฒิ

ให้มหาวิทยาลัยนั้นดำเนินการขออนุมัติ ก.ม.เมื่อ

ก.ม.ได้พิจารณาอนุมัติให้บรรจุและได้กำหนดตำแหน่งที่

จำแต่งตั้งและเงินเดือนที่จะให้ได้รับแล้ว

ให้ผู้มีอำนาจตามข้อ 24 บรรจุและแต่งตั้งได้ตามหลักเกณฑ์และ

วิธีการที่ ก.ม.กำหนด

มาตรา ข้อ 24

ข้อ 24

การบรรจุบุคคลเข้ารับราชการและการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งข้าราชการพลเรือนใน

มหาวิทยาลัย ให้ผู้มีอำนาจต่อไปนี้เป็นผู้สั่งบรรจุแต่งตั้ง

(1) การบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งซึ่งได้รับเงินเดือนในระดับ 10

และตำแหน่ง

ศาสตราจารย์ ปลัดทบวงมหาวิทยาลัยของรัฐโดยอนุมัติของ

ก.ม.เป็นผู้มีอำนาจสั่งบรรจุและเสนอชื่อต่อ

รัฐมนตรีว่าการทบวงมหาวิทยาลัยของรัฐ

ให้รัฐมนตรีว่าการทบวงมหาวิทยาลัยของรัฐ รายงานนายก

รัฐมนตรีเพื่อนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้า

ฯ แต่งตั้ง

(2) การบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งซึ่งได้รับเงินเดือนตั้งแต่ระดับ 9

ลงมา อธิการบดี

ผู้บังคับบัญชาโดยอนุมัติของ อ.ก.ม.มหาวิทยาลัย

เป็นผู้มีอำนาจสั่งบรรจุและแต่งตั้ง

การแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์

และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ตามข้อ 11

(ก) ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ม.กำหนด

มาตรา ข้อ 25

ข้อ 25

ผู้ได้รับการบรรจุเข้ารับราชการและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งข้าราชการพลเรือนใน

มหาวิทยาลัยตำแหน่งใดตามข้อ 18 วรรคหนึ่งและข้อ 22

ให้ทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการในตำแหน่งโดย

อนุโลมตามมาตรา 46

แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2518 เว้นแต่กำหนดเวลา

และวิธีการทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการให้เป็นไปตามที่

ก.ม.กำหนด

มาตรา ข้อ 26

ข้อ 26

ผู้ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัยตำแหน่งใด ต้องมี

คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งนั้น ตามที่

ก.ม.กำหนดไว้ในมาตรฐานกำหนดตำแหน่ง

ในกรณีที่มีเหตุผลและความจำเป็น

ก.ม.อาจอนุมัติให้แต่งตั้งข้าราชการพลเรือนที่มีคุณสมบัติเฉพาะ

ต่างไปจากที่กำหนดไว้ในมาตรฐานกำหนดตำแหน่ง

ให้ดำรงตำแหน่งข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัยได้

ในกรณีที่ ก.ม.กำหนดให้ปริญญาหรือประกาศนียบัตรวิชาชีพใดเป็นคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง

ให้หมายถึงปริญญาหรือประกาศนียบัตรวิชาชีพที่ ก.ม.รับรอง

มาตรา ข้อ 27

ข้อ 27

การย้ายข้าราชการพลเรือนซึ่งดำรงตำแหน่งข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัยไปแต่งตั้ง

ให้ดำรงตำแหน่งอื่นในมหาวิทยาลัยเดียวกัน

ต้องย้ายไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งซึ่งอาจได้รับเงินเดือนใน

ระดับที่ไม่สูงกว่าเดิม

แต่ถ้าจะแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งซึ่งอาจได้รับเงินเดือนในระดับที่ต่ำกว่าเดิมจะ

กระทำได้ต่อเมื่อได้รับอนุมัติจาก ก.ม.แล้ว

มาตรา ข้อ 28

ข้อ 28

การเลื่อนข้าราชการพลเรือนซึ่งดำรงตำแหน่งข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัยขึ้น

แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งซึ่งอาจได้รับเงินเดือนในระดับที่สูงขึ้น

ให้เลื่อนและแต่งตั้งจากผู้สอบแข่งขันหรือผู้

สอบคัดเลือกเพื่อดำรงตำแหน่งนั้นได้

หรือจากผู้ได้รับคัดเลือกเพื่อดำรงตำแหน่งนั้น กรณีใดจะเลื่อนและ

แต่งตั้งจากผู้สอบแข่งขันได้

ผู้สอบคัดเลือกได้หรือผู้ได้รับคัดเลือก ให้เป็นไปตามที่ ก.ม.กำหนด

การสอบแข่งขัน ให้เป็นไปตามข้อ 20 ส่วนการสอบคัดเลือกและคัดเลือกให้

อ.ก.ม.มหาวิทยาลัย

เป็นผู้ดำเนินการ

หลักสูตรและวิธีดำเนินการเกี่ยวกับการสอบคัดเลือก

คุณสมบัติของผู้มีสิทธิในการสอบคัดเลือก

เกณฑ์การตัดสิน การขึ้นบัญชีและการยกเลิกบัญชีผู้สอบคัดเลือกได้

ตลอดจนวิธีดำเนินการเกี่ยวกับการ

การแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัยตามวรรคหนึ่ง

สำหรับผู้สอบแข่ง

ขันได้ ให้แต่งตั้งตามลำดับที่ในบัญชีผู้สอบแข่งขันได้

สำหรับผู้สอบคัดเลือกได้ หรือผู้ได้รับคัดเลือก ให้

แต่งตั้งได้ตามความเหมาะสม โดยคำนึงถึงความรู้ ความสามารถ

ความประพฤติและประวัติการรับ

ราชการ

มาตรา ข้อ 29

ข้อ 29

การโอนข้าราชการพลเรือนซึ่งดำรงตำแหน่งข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัยในต่าง

มหาวิทยาลัย

อาจกระทำได้เมื่อผู้มีอำนาจสั่งบรรจุทั้งสองฝ่ายได้ตกลงยินยอมในการโอนนั้นแล้ว

โดยให้

แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งซึ่งอาจได้รับเงินเดือนในระดับที่ไม่สูงกว่าเดิมและรับเงินเดือนในขั้นที่ไม่สูงกว่า

เดิม เว้นแต่การโอนผู้สอบแข่งขันได้

ผู้สอบคัดเลือกได้หรือผู้ได้รับการเลือก ให้กระทำได้ตามหลักเกณฑ์

และวิธีการที่ ก.ม.กำหนด

มาตรา ข้อ 30

ข้อ 30 การโอนพนักงานเทศบาลที่ไม่ใช่พนักงานเทศบาลวิสามัญหรือการโอนข้าราชการซึ่งไม่ใช่

ผู้ดำรงตำแหน่งข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัยและไม่ใช่ข้าราชการการเมือง

ข้าราชการวิสามัญ

หรือข้าราชการซึ่งอยู่ในระหว่างทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการ

มาบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง

ข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัย

อาจกระทำได้เมื่อมหาวิทยาลัยที่จะรับโอนทำความตกลงกับเจ้าสังกัด

แล้ว

การโอนตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ม.กำหนด

เพื่อประโยชน์ในการนับเวลาราชการ

ให้ถือเวลาทำงานหรือเวลาราชการของผู้ซึ่งโอนมา

ตามวรรคหนึ่ง เป็นเวลาราชการที่ดำรงตำแหน่งข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัยตามกฎทบวงนี้ด้วย

มาตรา ข้อ 31

ข้อ 31 ข้าราชการพลเรือนซึ่งดำรงตำแหน่งข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัยผู้ใด

ไปรับ

ราชการทหารตามกฎหมาย ว่าด้วยการรับราชการทหาร

เมื่อผู้นั้นพ้นจากราชการทหารโดยไม่มีความ

เสียหายและประสงค์จะเข้ารับราชการในตำแหน่งข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัยภายในกำหนดหนึ่ง

ร้อยแปดสิบวันนับแต่วันพ้นจากราชการทหาร ให้ผู้มีอำนาจตาม

มาตรา ข้อ 24

ข้อ 24 สั่งบรรจุแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง

และรับเงินเดือนตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ม.กำหนด

มาตรา ข้อ 32

ข้อ 32 ข้าราชการพลเรือนซึ่งดำรงตำแหน่งข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัยผู้ใด

ได้รับอนุมัติ

จากคณะรัฐมนตรีให้ออกจากราชการไปปฏิบัติงานใด ๆ

ซึ่งให้นับเวลาระหว่างนั้นสำหรับการคำนวณ

บำเหน็จบำนาญเหมือนเต็มเวลาราชการตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ

ถ้าผู้นั้นกลับเข้า

รับราชการภายในกำหนดสี่ปี นับแต่วันออกจากราชการไปปฏิบัติงานดังกล่าว

ให้ผู้มีอำนาจตามข้อ 24 สั่ง

บรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งและรับเงินเดือนตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่

ก.ม.กำหนด

มาตรา ข้อ 33

ข้อ 33 การกำหนดอัตราค่าจ้าง การบรรจุ การแต่งตั้ง การเลื่อนเงินค่าจ้าง

การสอบสวน

การรักษาวินัยและการออกจากงาน ของลูกจ้างของมหาวิทยาลัยที่เป็นส่วนราชการในทบวงมหาวิทยาลัย

ของรัฐ

ให้นำระเบียบของกระทรวงการคลังเกี่ยวกับลูกจ้างของส่วนราชการใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ 34

ข้อ 34 ให้คณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัยและอนุกรรมการวิสามัญ

ซึ่ง

ดำรงตำแหน่งอยู่ในวันที่กฎทบวงนี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา

คงอยู่ในตำแหน่งต่อไปจนกว่าจะแต่งตั้ง

คณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัยและอนุกรรมการวิสามัญตามกฎทบวงนี้ใหม่

ทั้งนี้ ภายใน

ระยะเวลาไม่เกินหนึ่งร้อยยี่สิบวัน

นับแต่วันที่กฎทบวงนี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา

มาตรา ข้อ 35

ข้อ 35 ในระหว่างที่ ก.ม.ยังมิได้กำหนดหลักเกณฑ์แกละวิธีการเพื่อปฏิบัติการตามกฎทบวงนี้

ให้หลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ม.

กำหนดและใช้บังคับอยู่ในวันที่กฎทบวงนี้ใช้บังคับ ยังคงใช้บังคับต่อไป

มาตรา ข้อ 36

ข้อ 36 การใดอยู่ในระหว่างดำเนินการตามกฎกระทรวงหรือกฎทบวงที่ออกตามความใน

พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัย พ.ศ.

2507 ในวันที่ ก.ม. กำหนดตำแหน่ง

ข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัยตามกฎทบวงนี้

การดำเนินการต่อไปสำหรับการนั้นให้เป็นไปตามที่

ก.ม. กำหนด

ให้ไว้ ณ วันที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2519

นิพนธ์

ศศิธร

รัฐมนตรีว่าการทบวงมหาวิทยาลัยของรัฐ

หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศกฎทบวงฉบับนี้ คือ

โดยที่สมควรปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับ

การกำหนดอัตราเงินเดือน การบรรจุ การแต่งตั้ง การโอน

การสอบสวน การรักษาวินัย และการออก

จากราชการของข้าราชการและลูกจ้างของมหาวิทยาลัย

ให้สอดคล้องกับข้าราชการพลเรือนทั่วไป จึง

จำเป็นต้องออกกฎทบวงนี้

19 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

กฎทบวง ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2519) ออกตามความในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัย พ.ศ. 2507 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_8e695a14e3be33b2

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com