法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมว่าด้วยการสมัครและการทดสอบความรู้ เพื่อบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการในตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา พ.ศ. 2545 (ฉบับ Update ณ วันที่ 09/11/2548)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
29
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม

ระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม

ว่าด้วยการสมัครและการทดสอบความรู้

เพื่อบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการ

ในตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา

พ.ศ. ๒๕๔๕

โดยที่เป็นการสมควรให้มีระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมว่าด้วยการสมัครและการทดสอบความรู้

เพื่อบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการในตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๘ วรรคสอง วรรคสาม และมาตรา ๓๐

วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๔๓

คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ว่าด้วยการสมัครและการทดสอบความรู้

เพื่อบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการในตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา พ.ศ. ๒๕๔๕”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑]

ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

ให้ประธานศาลฎีการักษาการตามระเบียบนี้

บททั่วไป

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

ในระเบียบนี้ หากมิได้กำหนดไว้โดยเฉพาะเป็นอย่างอื่น

“ก.ต.” หมายความว่า คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม

“คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการทดสอบความรู้ที่ ก.ต.

แต่งตั้งขึ้นเพื่อทำการทดสอบความรู้ผู้สมัคร

“ผู้สมัคร” หมายความว่า ผู้สมัครทดสอบความรู้ตามมาตรา ๒๘

แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๔๓

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕[๒] เมื่อสมควรจะมีการทดสอบความรู้เมื่อใด

ให้เลขานุการ ก.ต. เสนอขอความเห็นชอบจาก ก.ต. เพื่อจัดให้มีการทดสอบความรู้ ทั้งนี้

เพื่อประโยชน์แห่งราชการศาลยุติธรรม ก.ต.

อาจจะกำหนดให้มีการทดสอบความรู้ผู้สมัครตามความในมาตรา ๒๘ (๒) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม

พ.ศ. ๒๕๔๓ เฉพาะข้อ (ก) (ข) (ค) (ง) (จ) (ฉ) หรือ (ช) ข้อใดข้อหนึ่ง

หรือหลายข้อในการทดสอบความรู้แต่ละคราวก็ได้

ให้

ก.ต. ประกาศเกี่ยวกับการรับสมัคร

และแต่งตั้งคณะกรรมการทดสอบความรู้ขึ้นคณะหนึ่งตามจำนวนที่จำเป็น ทั้งนี้ ให้คำนึงถึงคุณสมบัติ

ความรู้ความสามารถ ประสบการณ์ในการสอน

และการเป็นกรรมการสอบวิชากฎหมายของผู้ซึ่งจะได้รับการแต่งตั้งเป็นส่วนสำคัญ

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

ในกรณีที่ระเบียบนี้มิได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น คณะกรรมการมีอำนาจแต่งตั้งคณะทำงาน

ออกประกาศ หรือกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการทดสอบความรู้ตามที่เห็นสมควร

คุณวุฒิและเงื่อนไขในการประกอบวิชาชีพ

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

ผู้สมัครตามความในมาตรา ๒๘ (๒) (ก) (ข) หรือ (ค) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม

พ.ศ. ๒๕๔๓ ต้องได้ศึกษาและสอบไล่ได้ในวิชากฎหมายต่อไปนี้จากต่างประเทศหรือในการศึกษาปริญญาโททางกฎหมายในประเทศไทย

แล้วแต่กรณีด้วย คือ

(๑) กฎหมายอาญา

(๒) กฎหมายแพ่ง

ซึ่งพอเทียบได้กับลักษณะใดลักษณะหนึ่งในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์รวม ๔ วิชา หรือกฎหมายแพ่ง

ซึ่งพอเทียบได้กับลักษณะใดลักษณะหนึ่งในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

และกฎหมายพิเศษตามที่ระบุท้ายระเบียบนี้ รวมกันแล้วไม่น้อยกว่า ๔ วิชา และ

(๓) กฎหมายลักษณะพยานหลักฐาน

หรือกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาหรือกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง หรือกฎหมายล้มละลาย

ผู้สมัครที่ได้ศึกษาและสอบไล่ได้ตามหลักสูตรการศึกษากฎหมายดังต่อไปนี้

ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องศึกษาวิชากฎหมายตามวรรคหนึ่ง

(๑)

ผู้สมัครที่ได้ศึกษาและสอบไล่ได้ตามหลักสูตรการศึกษากฎหมายที่จัดไว้เป็นหลักสูตรเฉพาะด้านในวิชากฎหมายเด็กและเยาวชน

กฎหมายแรงงาน กฎหมายภาษีอากร กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา กฎหมายการค้าระหว่างประเทศ

กฎหมายพาณิชย์นาวี กฎหมายล้มละลาย

(๒)

ผู้สมัครที่ได้ศึกษาและสอบไล่ได้ในวิชากฎหมายที่อยู่ในกลุ่มวิชากฎหมายกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งตามวรรคสอง

(๑) ไม่น้อยกว่า ๔ วิชา และได้ศึกษาและสอบไล่ได้ในวิชากฎหมายตามที่ระบุไว้ในวรรคหนึ่งอีกไม่น้อยกว่า

๒ วิชา โดยในจำนวนนี้อย่างน้อย ๑ วิชา ต้องเป็นวิชาตาม (๑) (๓) หรือกฎหมายแพ่ง

ซึ่งพอเทียบได้กับลักษณะใดลักษณะหนึ่งในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘

เพื่อประโยชน์ในการคำนวณจำนวนวิชาที่กำหนดในข้อ ๖ วรรคหนึ่ง (๒) และวรรคสอง

(๒) ถ้าผู้สมัครคนใดได้ศึกษาและสอบไล่ได้ในวิชากฎหมายในระบบการจัดการศึกษาที่กำหนดให้มีการเรียนการสอนวิชากฎหมายนั้นตลอดปีการศึกษาและมีการวัดผลเมื่อสิ้นปีการศึกษาให้ถือว่าผู้นั้นได้ศึกษาและสอบไล่ได้ในวิชากฎหมายตามที่กำหนดไว้ในข้อดังกล่าว

๒ วิชา

มาตรา ข้อ ๘/๑

ข้อ ๘/๑[๓] ผู้สมัครตามความในมาตรา ๒๘ (๒) (ค) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม

พ.ศ. ๒๕๔๓

ต้องสอบไล่ได้ปริญญาโททางกฎหมายจากมหาวิทยาลัยในประเทศไทย

โดยมีหลักสูตรเดียวไม่น้อยกว่าสองปี หรือหลายหลักสูตรรวมกันไม่น้อยกว่าสองปี

หรือสอบไล่ได้ปริญญาโททางกฎหมายจากมหาวิทยาลัยในประเทศไทยและจากมหาวิทยาลัยในต่างประเทศซึ่ง

ก.ต. รับรอง โดยมีหลายหลักสูตรรวมกันไม่น้อยกว่าสองปี

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙

ผู้สมัครตามความในมาตรา ๒๘ (๒) (ง) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม

พ.ศ. ๒๕๔๓ ต้องได้สอนวิชากฎหมายตามหลักสูตรในคณะนิติศาสตร์ หรือเทียบเท่าคณะนิติศาสตร์มาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่า

๕ ปี ตามแบบที่กำหนดท้ายระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐

ผู้สมัครตามความในมาตรา ๒๘ (๒) (จ) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม

พ.ศ. ๒๕๔๓ ต้องเป็นผู้ที่ดำรงตำแหน่งหรือเคยดำรงตำแหน่ง

(๑) นิติกร ซึ่งผู้บังคับบัญชารับรองว่าได้ปฏิบัติงานด้านกฎหมายตามมาตรฐานในสายงานนิติการที่

ก.ศ. กำหนดเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๖ ปี ตามแบบที่กำหนดท้ายระเบียบนี้ หรือ

(๒) เจ้าพนักงานศาลยุติธรรม

ซึ่งผู้บังคับบัญชารับรองว่าได้ปฏิบัติงานในด้านกฎหมายอย่างแท้จริงตามมาตรฐานในสายงานนิติการที่

ก.ศ. กำหนด เป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๖ ปี ตามแบบที่กำหนดท้ายระเบียบนี้

ทั้งนี้ ผู้สมัครตาม (๑) และ (๒)

จะต้องเป็นผู้ที่ดำรงตำแหน่งหรือเคยดำรงตำแหน่งนิติกรหรือเจ้าพนักงานศาลยุติธรรมไม่ต่ำกว่าระดับ

การนับระยะเวลาการปฏิบัติงานของผู้สมัครตามวรรคหนึ่ง ให้นับเฉพาะเวลาที่ผู้นั้นดำรงตำแหน่งตามที่กำหนดไว้ในวรรคหนึ่งและได้ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งนั้นเท่านั้น

เพื่อประโยชน์ในการนับระยะเวลาการปฏิบัติงานของผู้สมัครตามวรรคหนึ่ง

ถ้าผู้นั้นเคยดำรงตำแหน่งนิติกร เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป

หรือพนักงานคุมประพฤติในกระทรวงยุติธรรมอยู่ในวันที่พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการศาลยุติธรรม

พ.ศ. ๒๕๔๓ ใช้บังคับและได้โอนมาเป็นข้าราชการศาลยุติธรรมโดยผลของกฎหมายดังกล่าวหรือโดยวิธีอื่นก่อนวันที่

๑ เมษายน ๒๕๔๕ หากผู้บังคับบัญชารับรองตามแบบที่กำหนดท้ายระเบียบนี้ว่าในระหว่างที่ผู้นั้นดำรงตำแหน่งดังกล่าวในกระทรวงยุติธรรมได้ปฏิบัติงานด้านกฎหมายอย่างแท้จริงตามมาตรฐานในสายงานนิติการที่

ก.พ. กำหนด

ก็ให้นับเวลาที่ดำรงตำแหน่งดังกล่าวรวมเป็นเวลาปฏิบัติงานของผู้สมัครนั้นด้วย

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑

ผู้สมัครตามความในมาตรา ๒๘ (๒) (ฉ) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม

พ.ศ. ๒๕๔๓ ต้องสอบไล่ได้ปริญญาโทหรือปริญญาเอกหรือเทียบเท่า ในสาขาวิชาแพทยศาสตร์

ทันตแพทยศาสตร์ เภสัชศาสตร์ สัตวแพทยศาสตร์ พยาบาลศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์

สถาปัตยกรรมศาสตร์ หรือการบัญชี และได้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ทันตกรรม เภสัชกรรม

ผู้ประกอบการบำบัดโรคสัตว์ การพยาบาล วิศวกรรม สถาปัตยกรรม หรือเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาต

แล้วแต่กรณี มาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๓ ปี หรือได้ประกอบวิชาชีพทางกฎหมายตามที่ระบุไว้ในมาตรา

๒๗ (๓) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๔๓

ตามเงื่อนไขในข้อ ๑๓ มาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๓ ปี

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒

ผู้สมัครตามความในมาตรา ๒๘ (๒) (ช) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม

พ.ศ. ๒๕๔๓ ต้องสอบไล่ได้ปริญญาตรีหรือเทียบเท่า ในสาขาวิชาแพทยศาสตร์

ทันตแพทยศาสตร์ เภสัชศาสตร์ สัตวแพทยศาสตร์ พยาบาลศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ สถาปัตยกรรมศาสตร์

หรือการบัญชี และได้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ทันตกรรม เภสัชกรรม ผู้ประกอบการบำบัดโรคสัตว์

การพยาบาล วิศวกรรม สถาปัตยกรรม หรือเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาต แล้วแต่กรณี มาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่า

๑๐ ปี

ผู้สมัครตามวรรคหนึ่ง ต้องส่งหลักฐานที่แสดงประสบการณ์ในการทำงาน

ผลงานหรือความรู้เฉพาะด้านในวิชาการด้านนั้น ๆ เพื่อประกอบการประเมินความรู้ความเชี่ยวชาญในวิชาชีพของคณะอนุกรรมการประเมินซึ่ง

ก.ต. แต่งตั้งขึ้น

ผู้ผ่านการประเมินของคณะอนุกรรมการประเมินจึงจะเป็นผู้มีสิทธิเข้ารับการทดสอบความรู้ในวิชากฎหมาย

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓

ผู้สมัครตามความในมาตรา ๒๘ (๒) (ฉ) (ช) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม

พ.ศ. ๒๕๔๓ ซึ่งประกอบวิชาชีพเวชกรรม ทันตกรรม เภสัชกรรม ผู้ประกอบการบำบัดโรคสัตว์

การพยาบาล วิศวกรรม สถาปัตยกรรม หรือเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาตในหน่วยงานของรัฐหรือเอกชนจะต้องมีหนังสือรับรองของผู้บังคับบัญชามาแสดงว่าได้ประกอบวิชาชีพดังกล่าวอย่างแท้จริงตามแบบที่กำหนดท้ายระเบียบนี้

ผู้สมัครตามวรรคหนึ่งซึ่งมิได้ประกอบวิชาชีพดังกล่าวในหน่วยงานของรัฐหรือเอกชนจะต้องมีหนังสือรับรองตนเองมาแสดงว่าได้ประกอบวิชาชีพดังกล่าวอย่างแท้จริงตามแบบที่กำหนดท้ายระเบียบนี้

เงื่อนไขในการประกอบวิชาชีพทางกฎหมาย

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔

ผู้สมัครตามความในมาตรา ๒๘ (๒) (ข) (ค)หรือ (ฉ) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม

พ.ศ. ๒๕๔๓ ซึ่งได้ประกอบวิชาชีพทางกฎหมายเป็นทนายความ พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ

นายทหารซึ่งทำหน้าที่นายทหารสืบสวนสอบสวนหรือนายทหารสารวัตรสืบสวนสอบสวน

เจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวน สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด

หรือเจ้าพนักงานการเลือกตั้ง (งานวินัจฉัยหรืองานสืบสวนสอบสวน) สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง

ตามมาตรา ๒๗ (๓) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ.

๒๕๔๓ จะต้องได้ปฏิบัติงานในหน้าที่ดังกล่าวไม่น้อยกว่าที่กำหนด ดังต่อไปนี้

(๑)

ผู้ที่ประกอบวิชาชีพทางกฎหมายเป็นทนายความจะต้องได้ว่าความในศาลโดยทำหน้าที่หรือมีส่วนร่วมทำหน้าที่ทนายความในการที่ศาลออกนั่งพิจารณามาแล้วไม่น้อยกว่า

๑๐ เรื่อง สำหรับผู้สมัครตามมาตรา ๒๘ (๒) (ข) หรือ (ค) และไม่น้อยกว่า ๓๐ เรื่อง

สำหรับผู้สมัครตามมาตรา ๒๘ (๒) (ฉ) ซึ่งในจำนวนนี้ต้องเป็นคดีแพ่งไม่น้อยกว่า ๕

เรื่อง

(๒) ผู้ที่ประกอบวิชาชีพทางกฎหมายเป็นพนักงานฝ่ายปกครอง

หรือตำรวจต้องปฏิบัติงานในหน้าที่พนักงานสอบสวนมาแล้วไม่น้อยกว่า ๑๐ เรื่อง

สำหรับผู้สมัครตามมาตรา ๒๘ (๒) (ข) หรือ (ค) และไม่น้อยกว่า ๓๐ เรื่อง

สำหรับผู้สมัครตามมาตรา ๒๘ (๒) (ฉ)

(๓)

ผู้ที่ประกอบวิชาชีพทางกฎหมายเป็นนายทหารซึ่งทำหน้าที่นายทหารสืบสวนสอบสวนหรือนายทหารสารวัตรสืบสวนสอบสวน

กระทรวงกลาโหม ต้องได้ปฏิบัติงานสอบสวนคดีอาญาซึ่งอยู่ในอำนาจของศาลทหารมาแล้วไม่น้อยกว่า

๑๐ เรื่อง สำหรับผู้สมัครตามมาตรา ๒๘ (๒) (ข) หรือ (ค) และไม่น้อยกว่า ๓๐ เรื่อง

สำหรับผู้สมัครตามมาตรา ๒๘ (๒) (ฉ)

(๔) ผู้ที่ประกอบวิชาชีพทางกฎหมายเป็นเจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวน

สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (สำนักงาน ป.ป.ส.)

ต้องปฏิบัติงานสอบสวนคดียาเสพติดมาแล้วไม่น้อยกว่า ๑๐ เรื่อง

สำหรับผู้สมัครตามมาตรา ๒๘ (๒) (ข) หรือ (ค) และไม่น้อยกว่า ๓๐ เรื่อง

สำหรับผู้สมัครตามมาตรา ๒๘ (๒) (ฉ)

(๕)

ผู้ที่ประกอบวิชาชีพทางกฎหมายเป็นเจ้าพนักงานการเลือกตั้ง (งานวินิจฉัยหรืองานสืบสวนสอบสวน)

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (สำนักงาน กกต.) ต้องปฏิบัติงานพิจารณาวินิจฉัยหรือสอบสวนมาแล้วไม่น้อยกว่า

๑๐ เรื่อง สำหรับผู้สมัครตามมาตรา ๒๘ (๒) (ข) หรือ (ค) และไม่น้อยกว่า ๓๐ เรื่อง

สำหรับผู้สมัครตามมาตรา ๒๘ (๒) (ฉ)

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕

ผู้สมัครที่ประกอบวิชาชีพทางกฎหมายตามข้อ ๑๔ ต้องมีหนังสือรับรองของผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาหรือของผู้บังคับบัญชา

แล้วแต่กรณี มาแสดงว่าได้ทำหน้าที่นั้นอย่างแท้จริงตามแบบที่กำหนดในระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม

ว่าด้วยกำหนดการประกอบวิชาชีพอย่างอื่นที่เกี่ยวเนื่องกับกฎหมาย

และเงื่อนไขเกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพ พ.ศ. ๒๕๔๕

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖

ผู้ที่มีคุณสมบัติและปฏิบัติตามเงื่อนไขครบถ้วน หรือแต่เพียงบางส่วนตามประกาศคณะกรรมการตุลาการ

เรื่องกำหนดวิชาชีพทางกฎหมายอย่างอื่น และเงื่อนไขเกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพตามมาตรา

๒๗ (๑) (ค) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ พ.ศ. ๒๕๒๑ ฉบับลงวันที่

๑๔ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๙ ให้ถือว่าได้ประกอบวิชาชีพอย่างอื่นที่เกี่ยวเนื่องกับกฎหมายและปฏิบัติตามเงื่อนไขเกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพนั้น

ๆ ครบถ้วนแล้ว หรือแต่เพียงส่วนนั้น แล้วแต่กรณี ตามที่คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมกำหนดตามนัยระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗

ผู้ที่เคยดำรงตำแหน่งรองจ่าศาลอยู่ก่อนวันที่ ๑ เมษายน ๒๕๔๔ และยังคงปฏิบัติหน้าที่เดิมในตำแหน่งที่เรียกชื่ออย่างอื่นในสำนักงานศาลยุติธรรม

โดยมีผู้บังคับบัญชารับรองตามแบบที่กำหนดในระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ว่าด้วยกำหนดการประกอบวิชาชีพอย่างอื่นที่เกี่ยวเนื่องกับกฎหมาย

และเงื่อนไขเกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพ พ.ศ. ๒๕๔๕ ให้ถือว่าการปฏิบัติหน้าที่เดิมต่อมานั้นเป็นการประกอบวิชาชีพอย่างอื่นที่เกี่ยวเนื่องกับกฎหมาย

และได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขเกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพนั้น ๆ

โดยให้นับระยะเวลาต่อเนื่องกันไป

หลักเกณฑ์การทดสอบความรู้

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘[๔] การทดสอบความรู้ของผู้สมัครให้มีทั้งการสอบข้อเขียนและการสอบปากเปล่า

ภายใต้บังคับข้อ

๑๙/๑ ข้อ ๒๐/๑ และข้อ ๒๐/๒

วิชาที่ทดสอบ คือ กฎหมายอาญา กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง กฎหมายลักษณะพยานหลักฐาน พระธรรมนูญศาลยุติธรรม

และกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว

หรือกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา หรือกฎหมายภาษีอากร หรือกฎหมายแรงงาน

หรือกฎหมายล้มละลาย หรือกฎหมายการค้าระหว่างประเทศ กับภาษาอังกฤษ กฎหมายรัฐธรรมนูญ

หรือกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรมและระเบียบบริหารราชการศาลยุติธรรม

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙[๕] การสอบข้อเขียนมี ๒ วัน คือ

(๑) วันที่หนึ่ง

วิชากฎหมายอาญา จำนวน ๒ ข้อ กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ จำนวน ๒ ข้อ กับวิชาภาษาอังกฤษ

กฎหมายรัฐธรรมนูญ

หรือกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรมและระเบียบบริหารราชการศาลยุติธรรม

ตามที่กำหนดในข้อ ๑๙/๑ จำนวน ๓ ข้อ เวลา ๓ ชั่วโมง ๓๐ นาที คะแนนเต็ม ๗๐

(๒) วันที่สอง

วิชากฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา จำนวน ๒ ข้อ กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง จำนวน ๒ ข้อ

กฎหมายลักษณะพยานหลักฐาน จำนวน ๑ ข้อ พระธรรมนูญศาลยุติธรรม จำนวน ๑ ข้อ

และวิชากฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว

กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา กฎหมายภาษีอากร กฎหมายแรงงาน กฎหมายล้มละลาย

หรือกฎหมายการค้าระหว่างประเทศ จำนวน ๑ ข้อ เวลา ๓ ชั่วโมง คะแนนเต็ม ๗๐

ผู้สอบต้องปฏิบัติตามระเบียบการสอบข้อเขียนท้ายระเบียบนี้โดยเคร่งครัด

และให้ประธานกรรมการรับผิดชอบในการจัดทำรหัสสมุดคำตอบของผู้สอบทุกคนแยกตามวันที่สอบโดยไม่ให้รหัสซ้ำกันแล้วเก็บรักษารหัสดังกล่าวไว้ด้วยตนเอง

คณะกรรมการอาจจัดตัวบทกฎหมายที่ไม่มีข้อความอื่นใดไว้ให้ผู้สอบใช้ประกอบการสอบวิชาใดในห้องสอบก็ได้

ผู้สอบที่ขาดสอบ

หรือเข้าสอบแต่ไม่ทำคำตอบเลยในการสอบข้อเขียนวิชากฎหมายวันใดวันหนึ่งจะไม่มีสิทธิเข้าสอบปากเปล่า

มาตรา ข้อ ๑๙/๑

ข้อ ๑๙/๑[๖]

ให้ผู้สมัครที่เลือกสอบในกฎหมายลักษณะวิชากฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว

กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา กฎหมายภาษีอากร กฎหมายแรงงาน กฎหมายล้มละลาย หรือกฎหมายการค้าระหว่างประเทศ

ตามข้อ ๑๙ วรรคหนึ่ง (๒) แสดงความจำนงในวันสมัครสอบว่าจะสอบลักษณะวิชากฎหมายใด

ให้ผู้สมัครเลือกสอบในวิชาภาษาอังกฤษ

กฎหมายรัฐธรรมนูญ

หรือกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรมและระเบียบบริหารราชการศาลยุติธรรม

ตามข้อ ๑๙ วรรคหนึ่ง (๑) ดังต่อไปนี้

(๑) ให้ผู้สมัครตามความในมาตรา

๒๘ (๒) (ก) (ข) (ค) (ง) (ฉ) (ช) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม

พ.ศ. ๒๕๔๓ สอบวิชาภาษาอังกฤษข้อที่หนึ่งและข้อที่สอง

และเลือกสอบในวิชาภาษาอังกฤษข้อที่สาม กฎหมายรัฐธรรมนูญ หรือกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรมและระเบียบบริหารราชการศาลยุติธรรมอีกจำนวน

๑ ข้อ

(๒)

ให้ผู้สมัครตามความในมาตรา ๒๘ (๒) (จ) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม

พ.ศ. ๒๕๔๓ สอบวิชาภาษาอังกฤษข้อที่หนึ่ง และเลือกสอบในวิชาภาษาอังกฤษข้อที่สองและข้อที่สาม

กฎหมายรัฐธรรมนูญ

หรือกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรมและระเบียบบริหารราชการศาลยุติธรรมอีกจำนวน

๒ ข้อ

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐[๗] ในการออกข้อสอบ ให้คณะกรรมการออกข้อสอบ

ดังนี้

(๑) วิชากฎหมายอาญา

และกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ให้ออกข้อสอบวิชาละ ๒ ข้อ

โดยให้ออกข้อสอบเป็นคำถามเกี่ยวกับแนวความคิดทางกฎหมาย หลักกฎหมาย

หรือปัญหาเชิงทฤษฎีที่ให้ผู้สอบแสดงทักษะในการให้เหตุผลและวิเคราะห์วิชาละ ๑ ข้อ

และเป็นคำถามเกี่ยวกับปัญหาเชิงปฏิบัติวิชาละ ๑ ข้อ

(๒) วิชากฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

และกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ให้ออกข้อสอบวิชาละ ๒ ข้อ

(๓) วิชากฎหมายลักษณะพยานหลักฐาน

กฎหมายรัฐธรรมนูญ

กฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรมและระเบียบบริหารราชการศาลยุติธรรม

พระธรรมนูญศาลยุติธรรม กฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว

กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา กฎหมายภาษีอากร กฎหมายแรงงาน

กฎหมายล้มละลายและกฎหมายการค้าระหว่างประเทศ ให้ออกข้อสอบวิชาละ ๑ ข้อ

(๔) วิชาภาษาอังกฤษ

ให้ออกข้อสอบ ๓ ข้อ

โดยให้ออกข้อสอบข้อที่หนึ่งเป็นคำถามที่ให้แปลข้อความภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษและภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย

๑ ข้อ

ข้อที่สองเป็นคำถามภาษาอังกฤษที่ทดสอบความเข้าใจในการอ่านบทความกฎหมายภาษาอังกฤษ ๑

ข้อ และข้อที่สามเป็นคำถามที่ให้ผู้สมัครเขียนอธิบาย

หรือวินิจฉัยปัญหากฎหมายเป็นภาษาอังกฤษ ๑ ข้อ

หากผู้สอบทำข้อสอบในวิชาที่ให้เลือกตอบเกินกว่าที่กำหนด

ให้ถือข้อที่ได้คะแนนน้อยที่สุดเป็นข้อที่กำหนดให้ทำ

มาตรา ข้อ ๒๐/๑

ข้อ ๒๐/๑[๘] ในกรณีที่ ก.ต.

กำหนดให้มีการทดสอบความรู้เฉพาะผู้สมัครตามความในมาตรา ๒๘ (๒) (ก) (ข)

มิให้นำความในข้อ ๑๙ วรรคหนึ่ง ข้อ ๑๙/๑ และข้อ ๒๐

มาใช้บังคับและให้ดำเนินการทดสอบความรู้ ดังนี้

(๑) การสอบข้อเขียน

ให้สอบวิชากฎหมายอาญา จำนวน ๒ ข้อ กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ จำนวน ๒ ข้อ

วิชากฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา จำนวน ๒ ข้อ กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง จำนวน ๒ ข้อ

และวิชากฎหมายลักษณะพยานหลักฐาน กฎหมายรัฐธรรมนูญ กฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว

กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา กฎหมายภาษีอากร กฎหมายแรงงาน กฎหมายล้มละลาย

หรือกฎหมายการค้าระหว่างประเทศ จำนวน ๑ ข้อ เวลา ๓ ชั่วโมง ๔๕ นาที คะแนนเต็ม ๙๐

กับวิชาภาษาอังกฤษ จำนวน ๓ ข้อ เวลา ๓ ชั่วโมง คะแนนเต็ม ๖๐

โดยสำหรับลักษณะวิชาที่ให้เลือกสอบ ผู้สมัครต้องแสดงความจำนงว่าจะสอบลักษณะวิชากฎหมายใดในวันสมัครสอบ

(๒)

ในการออกข้อสอบวิชากฎหมาย ให้คณะกรรมการออกข้อสอบวิชากฎหมายอาญา วิชากฎหมายแพ่งและพาณิชย์

วิชากฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ให้ออกข้อสอบวิชาละ ๒

ข้อ โดยให้ออกข้อสอบเป็นคำถามเกี่ยวกับแนวความคิดทางกฎหมาย หลักกฎหมาย

หรือปัญหาเชิงทฤษฎีที่ให้ผู้สอบแสดงทักษะในการให้เหตุผลและวิเคราะห์วิชาละ ๑ ข้อ

และเป็นคำถามเกี่ยวกับปัญหาเชิงปฏิบัติวิชาละ ๑ ข้อ วิชากฎหมายลักษณะพยานหลักฐาน

กฎหมายรัฐธรรมนูญ กฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว

กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา กฎหมายภาษีอากร กฎหมายแรงงาน

กฎหมายล้มละลายหรือกฎหมายการค้าระหว่างประเทศ ให้ออกข้อสอบเป็นคำถามเกี่ยวกับแนวความคิดทางกฎหมาย

หลักกฎหมาย หรือปัญหาเชิงทฤษฎีที่ให้ผู้สอบแสดงทักษะในการให้เหตุผลและวิเคราะห์วิชาละ

๑ ข้อ

(๓)

ในการออกข้อสอบวิชาภาษาอังกฤษ ให้ออกข้อสอบ ๓ ข้อ

โดยให้ออกข้อสอบข้อที่หนึ่งเป็นคำถามที่ให้แปลข้อความภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษ ๑ ข้อ

ข้อที่สองเป็นคำถามภาษาอังกฤษที่ทดสอบความเข้าใจในการอ่านบทความกฎหมายภาษาอังกฤษ ๑

ข้อ และข้อที่สามเป็นคำถามที่ให้ผู้สมัครเขียนอธิบาย หรือวินิจฉัยปัญหากฎหมายเป็นภาษาอังกฤษ

๑ ข้อ

(๔)

ให้ผู้สมัครที่เลือกสอบในวิชากฎหมายลักษณะพยานหลักฐาน กฎหมายรัฐธรรมนูญ

กฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว

กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา กฎหมายภาษีอากร กฎหมายแรงงาน กฎหมายล้มละลาย

หรือกฎหมายการค้าระหว่างประเทศ ตามข้อ ๒๐/๑ (๑)

แสดงความจำนงในวันสมัครสอบว่าจะสอบลักษณะวิชากฎหมายใด

มาตรา ข้อ ๒๐/๒

ข้อ ๒๐/๒[๙] ก.ต.

อาจกำหนดให้สอบวิชาภาษาต่างประเทศอื่นแทนวิชาภาษาอังกฤษก็ได้ ทั้งนี้ ให้นำความในข้อ ๒๐/๑

มาใช้บังคับกับการสอบวิชาภาษาต่างประเทศอื่นโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑[๑๐] ในการตรวจคำตอบแต่ละข้อ

ให้องค์คณะซึ่งประกอบด้วยกรรมการทดสอบความรู้อย่างน้อยสองคนตรวจแล้วให้คะแนนคำตอบตามหลักเกณฑ์การตรวจและการให้คะแนนที่กำหนดท้ายระเบียบนี้

และให้ผู้สอบได้คะแนนคำตอบตามค่าเฉลี่ยที่คำนวณจากคะแนนที่กรรมการทดสอบความรู้แต่ละคนกำหนดให้

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒

การสอบปากเปล่าให้กระทำโดยวิธีถามผู้สมัครเรียงตัว กำหนดเวลาประมาณคนละ ๒๕

นาที คะแนนเต็ม ๖๐ โดยให้กรรมการทดสอบความรู้แต่ละคนที่ทำการสอบปากเปล่าผู้สมัครให้คะแนนแบ่งตามหัวข้อที่กำหนดในแบบการให้คะแนนการสอบปากเปล่าท้ายระเบียบนี้

และให้ผู้สมัครได้คะแนนการสอบปากเปล่าตามค่าเฉลี่ยที่คำนวณจากคะแนนที่กรรมการทดสอบความรู้แต่ละคนกำหนดให้

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓

ผู้สมัครต้องได้คะแนนสอบข้อเขียนไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๕๐ ของคะแนนสอบข้อเขียนทั้งหมด

จึงจะมีสิทธิเข้าสอบปากเปล่า และต้องได้คะแนนสอบปากเปล่าไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๕๐ ของคะแนนสอบปากเปล่า

จึงจะเป็นผู้ผ่านการสอบปากเปล่า เมื่อนำคะแนนสอบข้อเขียนกับคะแนนสอบปากเปล่ารวมกันต้องได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ

๖๐ ของคะแนนทั้งหมดจึงจะอยู่ในเกณฑ์ที่จะได้รับบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ เมื่อทดสอบความรู้เสร็จแล้ว ก.ต.

จะประกาศรายชื่อผู้ที่อยู่ในเกณฑ์จะได้รับการบรรจุเรียงตามลำดับคะแนนไว้ ณ

สำนักงานศาลยุติธรรม

อัตราส่วนในการบรรจุ

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕

การบรรจุข้าราชการตุลาการในตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษาตามความในมาตรา ๒๘

แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๔๓ นั้น ให้บรรจุได้ในอัตราส่วนของจำนวนผู้ที่สอบคัดเลือกเพื่อบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการในตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษาได้ไม่เกินหนึ่งในสาม

แต่ถ้าขณะใดไม่มีผู้ที่สอบคัดเลือกเพื่อบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการในตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษาอยู่แล้วก็ให้บรรจุได้โดยไม่มีอัตราส่วน

ภายใต้บังคับวรรคหนึ่ง การบรรจุข้าราชการตุลาการตามมาตรา ๒๘

(๒) (ก) (ข) (ค) (ง) (จ) (ฉ) หรือ (ช) ซึ่งมีคุณวุฒิต่างกัน

ให้บรรจุได้ในอัตราส่วนของจำนวนผู้ที่อยู่ในเกณฑ์จะได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการในตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษาแต่ละคุณวุฒิตามที่

ก.ต. กำหนด

ประกาศ ณ วันที่ ๑๐ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๕

สันติ ทักราล

ประธานศาลฎีกา

ประธานกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม

[เอกสารแนบท้าย]

๑. กฎหมายพิเศษ

๒. แบบการให้คะแนนการสอบปากเปล่าในการทดสอบความรู้ เพื่อบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการในตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา

๓.

หนังสือรับรองการประกอบวิชาชีพสำหรับผู้สมัครตามความในมาตรา ๒๘ (๒) (ง)

แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๔๓ (สนามเล็ก

(แบบ ๑))

๔.

หนังสือรับรองการประกอบวิชาชีพสำหรับผู้สมัครตามความในมาตรา ๒๘ (๒) (จ) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม

พ.ศ. ๒๕๔๓ (สนามเล็ก (แบบ ๒))

๕.

หนังสือรับรองการประกอบวิชาชีพสำหรับผู้สมัครตามความในมาตรา ๒๘ (๒) (จ)

แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๔๓ (สนามเล็ก

(แบบ ๓))

๖.

หนังสือรับรองการประกอบวิชาชีพสำหรับผู้สมัครตามความในมาตรา ๒๘ (๒) (ฉ) (ช)

แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๔๓ (สนามเล็ก

(แบบ ๔))

๗.

หนังสือรับรองการประกอบวิชาชีพสำหรับผู้สมัครตามความในมาตรา ๒๘ (๒) (ฉ) (ช)

แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๔๓ (สนามเล็ก

(แบบ ๕))

๘.[๑๑]

ระเบียบการสอบข้อเขียนสำหรับการทดสอบความรู้

เพื่อบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการในตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา

๙.[๑๒]

หลักเกณฑ์การตรวจและการให้คะแนนในการทดสอบความรู้

เพื่อบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการในตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

ระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม

ว่าด้วยการสมัครและการทดสอบความรู้

เพื่อบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการในตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๖[๑๓]

ระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม

ว่าด้วยการสมัครและการทดสอบความรู้ เพื่อบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการในตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา

(ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๘[๑๔]

ระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม

ว่าด้วยการสมัครและการทดสอบความรู้ เพื่อบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการในตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา

(ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๔๘[๑๕]

วิมล/ผู้จัดทำ

๒๕ มิถุนายน ๒๕๕๓

นฤดล/ผู้ตรวจ

๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๑๙/ตอนที่ ๕ ก/หน้า ๘/๑๑ มกราคม ๒๕๔๕

[๒] ข้อ ๕

แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม

ว่าด้วยการสมัครและการทดสอบความรู้ เพื่อบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการในตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา

(ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๘

[๓] ข้อ ๘/๑ เพิ่มโดยระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม

ว่าด้วยการสมัครและการทดสอบความรู้

เพื่อบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการในตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๖

[๔] ข้อ ๑๘

แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม

ว่าด้วยการสมัครและการทดสอบความรู้ เพื่อบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการในตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา

(ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๘

[๕] ข้อ ๑๙

แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม

ว่าด้วยการสมัครและการทดสอบความรู้ เพื่อบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการในตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา

(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๖

[๖] ข้อ ๑๙/๑ เพิ่มโดยระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม

ว่าด้วยการสมัครและการทดสอบความรู้

เพื่อบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการในตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๖

[๗] ข้อ ๒๐

แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม

ว่าด้วยการสมัครและการทดสอบความรู้

เพื่อบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการในตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๖

[๘] ข้อ ๒๐/๑ เพิ่มโดยระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม

ว่าด้วยการสมัครและการทดสอบความรู้ เพื่อบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการในตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา

(ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๘

[๙] ข้อ ๒๐/๒ เพิ่มโดยระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม

ว่าด้วยการสมัครและการทดสอบความรู้ เพื่อบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการในตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา

(ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๘

[๑๐] ข้อ ๒๑

แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม

ว่าด้วยการสมัครและการทดสอบความรู้

เพื่อบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการในตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๖

[๑๑] ระเบียบการสอบข้อเขียนสำหรับการทดสอบความรู้

เพื่อบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการในตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม

ว่าด้วยการสมัครและการทดสอบความรู้ เพื่อบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการในตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา

(ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๔๘

[๑๒] หลักเกณฑ์การตรวจและการให้คะแนนในการทดสอบความรู้

เพื่อบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการในตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา เพิ่มโดยระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม

ว่าด้วยการสมัครและการทดสอบความรู้

เพื่อบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการในตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๖

[๑๓] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๒๐/ตอนที่ ๗๓ ก/หน้า ๘/๒๘ กรกฎาคม ๒๕๔๖

[๑๔] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๒๒/ตอนที่ ๑๖ ก/หน้า ๔๕/๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๘

[๑๕] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๒๒/ตอนที่ ๑๐๕ ก/หน้า ๑๙/๙ พฤศจิกายน ๒๕๔๘

29 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมว่าด้วยการสมัครและการทดสอบความรู้ เพื่อบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการในตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา พ.ศ. 2545 (ฉบับ Update ณ วันที่ 09/11/2548) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_8ed81600282fb192

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com