ประกาศ
เรื่อง
การขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร
(คราวที่ ๔)[๑]
ตามที่ได้มีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร
ตั้งแต่วันที่ ๒๖ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๓
และได้ขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินคราวที่ ๓ ออกไปจนถึงวันที่ ๓๑
กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ นั้น
โดยที่รัฐบาลได้ผ่อนคลายมาตรการเพื่อให้สถานที่
กิจการและกิจกรรมต่าง ๆ สามารถเปิดดำเนินการได้มาเป็นลำดับ
โดยคงเฉพาะมาตรการที่จำเป็นเพื่อป้องกันและควบคุมการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด - 19 รวมทั้งส่งเสริมและรณรงค์ให้ประชาชนปรับรูปแบบการดำเนินชีวิตตามแนววิถี นิวนอร์มัล แต่ประชาชนจำนวนมากละเลยการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรค
มีการรวมกลุ่มกันโดยไม่รักษาระยะห่าง (social distancing) อันเป็นมาตรการอันเป็นที่ยอมรับทั่วโลกว่าได้ผลในการป้องกันโรค
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในสถานที่สาธารณะ สถานบริการและสถานบันเทิง
ซึ่งอาจมีความเสี่ยงที่จะเกิดการระบาดและติดเชื้อแบบกลุ่มก้อนที่สามารถพัฒนาเป็นการระบาดในวงกว้างต่อไป นอกจากนี้
ผู้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรทั้งที่เป็นคนไทยและคนต่างชาติยังคงเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ซึ่งมีข้อมูลว่าในเดือนสิงหาคมนี้จะมีคนไทยแสดงความประสงค์จะเดินทางกลับประเทศไทยไว้ต่อทางราชการเป็นจำนวนนับหมื่นคน
อีกทั้งคนต่างชาติจำนวนมากซึ่งแจ้งว่ามีความจำเป็นต้องเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรภายใต้การปฏิบัติตามพันธกรณีและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
หรือมีความจำเป็นที่จะต้องเข้ามาเพื่อความต่อเนื่องในการประกอบธุรกิจ การค้าพาณิชย์ แรงงาน
หรือการศึกษา ดังนั้น เพื่อปกป้องความมั่นคงปลอดภัยทางด้านสาธารณสุขของประเทศ
และป้องกันมิให้เกิดการระบาดระลอกใหม่ที่อาจมีความรุนแรงและสร้างความเสียหายให้แก่ระบบเศรษฐกิจและสังคมของประเทศดังที่เกิดขึ้นในหลายประเทศทั่วโลก จึงมีความจำเป็นต้องขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักรออกไปอีกคราวหนึ่ง โดยลดข้อจำกัดการดำเนินการต่าง
ๆ ที่มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจและวิถีชีวิตของประชาชน
แต่เน้นการบูรณาการความรับผิดชอบและการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายนอกเหนือไปจากเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. ๒๕๕๘ เพื่อให้การแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินดังกล่าวเป็นไปโดยมีเอกภาพ
มีประสิทธิภาพ รวดเร็วทันต่อสถานการณ์ มุ่งรักษาไว้ซึ่งความปลอดภัยในด้านสุขภาพและชีวิตของประชาชนเป็นสำคัญ
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘
นายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีตามมติเมื่อวันที่ ๒๙
กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ จึงให้ขยายระยะเวลาการใช้บังคับประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักรออกไปอีกคราวหนึ่ง สำหรับประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้ยังคงมีผลใช้บังคับต่อไปควบคู่กัน
ทั้งนี้
ตั้งแต่วันที่ ๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ จนถึงวันที่ ๓๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๓
ประกาศ
ณ วันที่ ๒๙ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๓
พลเอก
ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตรี
พิไลภรณ์/จัดทำ
๓๑ กรกฎาคม ๒๕๖๓
ภาณุรุจ/ตรวจ
๓๑ กรกฎาคม ๒๕๖๓
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๓๗/ตอนพิเศษ ๑๗๓ ง/หน้า ๖๖/๓๐ กรกฎาคม ๒๕๖๓