ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย
ที่ สรข. 3 /2554
เรื่อง การจัดส่งข้อมูลเพื่อการจัดทําสถิติดุลการชําระเงินและฐานะการลงทุนระหว่างประเทศ
อื่นๆ - 1.เหตุผลในการออกประกาศ
ปัจจุบันธนาคารแห่งประเทศไทยได้อนุญาตให้ภาคเอกชนที่มีถิ่นที่อยู่ในประเทศทําธุรกรรมการลงทุนในต่างประเทศและธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับการมีสินทรัพย์และหนี้สินกับผู้มีถิ่นที่อยู่ในต่างประเทศได้กว้างขวางมากขึ้น เพื่อสร้างสมดุลของเงินทุนเคลื่อนย้าย เพิ่มโอกาสและผลตอบแทนในการลงทุนของภาคเอกชน รวมทั้งยังช่วยให้ภาคเอกชนสามารถบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนได้ดีขึ้น
ดังนั้น ธนาคารแห่งประเทศไทยจึงจําเป็นต้องสํารวจข้อมูลต่างๆ ซึ่งได้แก่ ข้อมูลการทําธุรกรรมลงทุนระหว่างประเทศ การมีสินทรัพย์และหนี้สินกับต่างประเทศ การกู้ยืมจากต่างประเทศ รวมทั้งการมีสินเชื่อการค้ากับต่างประเทศ เพื่อนํามาจัดทําและเผยแพร่ข้อมูลสถิติดุลการชําระเงินและฐานะการลงทุนระหว่างประเทศให้ครบถ้วนและถูกต้องตามมาตรฐานสากล นอกจากนี้ ยังจะทําให้ประเทศไทยมีข้อมูลที่ครบถ้วนและถูกต้อง สามารถนํามาใช้ประโยชน์แก่ทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน ในการประเมินฐานะการเงินของประเทศ วิเคราะห์ วางแผน และกําหนดนโยบายทางเศรษฐกิจ รวมทั้งพัฒนาระบบสัญญาณเตือนภัยล่วงหน้าทางเศรษฐกิจด้วย
อื่นๆ - 2.อํานาจตามกฎหมาย
อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติธนาคารแห่งประเทศไทยพุทธศักราช 2485 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติธนาคารแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2551 อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจํากัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา 29 ประกอบกับมาตรา 36 มาตรา 39 มาตรา 41 มาตรา 43 และมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทําได้โดยอาศัยอํานาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ธนาคารแห่งประเทศไทยออกหลักเกณฑ์และเงื่อนไขให้บุคคลซึ่งทําธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับการเงินและการลงทุนระหว่างประเทศถือปฏิบัติตามที่กําหนดในประกาศนี้
อื่นๆ - 3.ขอบเขตการบังคับใช้
ประกาศนี้ให้ใช้บังคับกับบุคคลซึ่งทําธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับการเงินและการลงทุนระหว่างประเทศ ตามที่กําหนดในประกาศนี้
อื่นๆ - 4.เนื้อหา
4.1 ในประกาศนี้
"บุคคลธรรมดาผู้มีถิ่นที่อยู่ในประเทศ" หมายถึง บุคคลธรรมดาที่มีภูมิลําเนาในประเทศไทย
"นิติบุคคลผู้มีถิ่นที่อยู่ในประเทศ" หมายถึง
(1) นิติบุคคลที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย และให้หมายรวมถึงสาขาหรือสํานักงานตัวแทนที่ประกอบธุรกิจในประเทศไทยของนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศด้วย
(2) ห้างหุ้นส่วน หรือกิจการร่วมค้า ที่ประกอบธุรกิจในประเทศไทย
"ผู้มีถิ่นที่อยู่ในต่างประเทศ " หมายถึง
(1) บุคคลธรรมดาที่มีภูมิลําเนาในประเทศอื่นนอกประเทศไทย
(2) นิติบุคคลที่ตั้งอยู่ในประเทศอื่นนอกประเทศไทย และให้หมายรวมถึงสาขาหรือสํานักงานตัวแทนที่ประกอบธุรกิจในต่างประเทศของนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยด้วย
(3) บุคคลอื่นใดที่มิใช่บุคคลธรรมดาผู้มีถิ่นที่อยู่ในประเทศ หรือนิติบุคคลผู้มีถิ่นที่อยู่ในประเทศ
"การลงทุนในกิจการโดยผู้ลงทุนจากต่างประเทศ" หมายถึง การที่ผู้มีถิ่นที่อยู่ในต่างประเทศถือครองหุ้นสามัญหรือหุ้นบุริมสิทธิที่ให้สิทธิออกเสียง ที่กิจการออกและเรียกชําระแล้ว หรือร่วมลงทุน ในกิจการในประเทศไทย หรือการจัดตั้งสํานักงานสาขาหรือตัวแทนในประเทศไทย
"การลงทุนในกิจการที่ต่างประเทศ" หมายถึง การที่บุคคลธรรมดาผู้มีถิ่นที่อยู่ในประเทศหรือนิติบุคคลผู้มีถิ่นที่อยู่ในประเทศถือครองหุ้นสามัญหรือหุ้นบุริมสิทธิที่ให้สิทธิออกเสียง ที่กิจการออกและเรียกชําระแล้ว หรือร่วมลงทุน ในกิจการในต่างประเทศ หรือการจัดตั้งสํานักงานสาขาหรือตัวแทนในต่างประเทศ
"สินทรัพย์ต่างประเทศ" หมายถึง สินทรัพย์ทางการเงิน เช่น เงินสดและเงินฝาก เงินให้กู้ยืม สินเชื่อการค้า ตราสารทุน ตราสารหนี้ สัญญาตราสารอนุพันธ์ สินทรัพย์หรือสิทธิเรียกร้องอื่น ๆ เป็นตัน ที่บุคคลธรรมดาผู้มีถิ่นที่อยู่ในประเทศหรือนิติบุคคลผู้มีถิ่นที่อยู่ในประเทศมีสิทธิเรียกร้องต่อผู้มีถิ่นที่อยู่ในต่างประเทศ
"หนี้สินต่างประเทศ" หมายถึง ภาระหนี้สินทางการเงิน เช่น เงินรับฝาก เงินกู้ยืมสินเชื่อการค้า ตราสารทุน ตราสารหนี้ สัญญาตราสารอนุพันธ์ หนี้สินหรือภาระผูกพันอื่น ๆ เป็นต้นที่บุคคลธรรมดาผู้มีถิ่นที่อยู่ในประเทศหรือนิติบุคคลผู้มีถิ่นที่อยู่ในประเทศมีต่อผู้มีถิ่นที่อยู่ในต่างประเทศ
4.2 รายงาน "แบบสํารวจ 42 : ข้อมูลหนี้ต่างประเทศของภาคเอกชนที่มิใช่ธนาคาร"
"ให้บุคคลธรรมดาผู้มีถิ่นที่อยู่ในประเทศและนิติบุคคลผู้มีถิ่นที่อยู่ในประเทศที่มิใช่ธนาคารจัดทําและส่งรายงานตาม "แบบสํารวจ 42 : ข้อมูลหนี้ต่างประเทศของภาคเอกชนที่มิใช่ธนาคาร" ที่แนบท้ายประกาศนี้ เป็นรายไตรมาส ภายใน 1 เดือนนับตั้งแต่วันสิ้นไตรมาส เมื่อ
(1) มีหนี้สินต่างประเทศ ณ วันสิ้นไตรมาส มูลค่ารวมตั้งแต่ 400 ล้นบาทขึ้นไป หรือเทียบเท่า
(2) มีหนี้สินต่างประเทศ ณ วันสิ้นไตรมาส มูลค่ารวมต่ํากว่า 400 ล้านบาท หรือเทียบเท่า และได้รับการคัดเลือกเป็นตัวอย่างสุ่มจากบัญชีรายชื่อตามหลักการทางสถิติ
4.3 รายงาน "แบบสํารวจ 44 : ข้อมูลวิธีการชําระค่าสินค้าและยอดคงค้างสินเชื่อการค้าต่างประเทศ"
ให้บุคคลธรรมดาผู้มีถิ่นที่อยู่ในประเทศและนิติบุคคลผู้มีถิ่นที่อยู่ในประเทศจัดทําและส่งรายงานตาม"แบบสํารวจ 44 : ข้อมูลวิธีการชําระคําสินค้าและยอดคงค้างสินเชื่อการค้าต่างประเทศ" ที่แนบท้ายประกาศนี้ เป็นรายปี ภายใน 5 เดือน นับตั้งแต่วันสิ้นปี เมื่อ
(1) มีการส่งออก หรือนําเข้าสินค้ามูลค่ารวมตั้งแต่ 400 ล้านบาทขึ้นไป หรือเทียบเท่าในช่วงเวลา 1 ปี
(2) มีการส่งออก หรือนําเข้าสินค้ามูลค่ารวมต่ํากว่า 400 ล้านบาท หรือเทียบเท่าในช่วงเวลา 1 ปี และได้รับการคัดเลือกเป็นตัวอย่างสุ่มจากบัญชีรายชื่อตามหลักการทางสถิติ
4.4 รายงาน "แบบสํารวจ 46 : ข้อมูลฐานะการลงทุนระหว่างประเทศ"
ให้บุคคลดังต่อไปนี้ จัดทําและส่งรายงานตาม"แบบสํารวจ 46 : ข้อมูลฐานะการลงทุนระหว่างประเทศ" ที่แนบท้ายประกาศนี้ เป็นรายไตรมาส ภายใน 45 วันนับตั้งแต่วันสิ้นไตรมาส
(1) นิติบุคคลผู้มีถิ่นที่อยู่ในประเทศซึ่งทําธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับการเงินและการลงทุนระหว่างประเทศจัดทําและส่งรายงานดังกล่าว เมื่อ
(1.1) มีการลงทุนในกิจการโดยผู้ลงทุนจากต่างประเทศทุกรายรวมกัน ณ วันสิ้นไตรมาส มูลคําตั้งแต่ 200 ล้านบาทขึ้นไป
(1.2) มีการลงทุนในกิจการโดยผู้ลงทุนจากต่างประเทศทุกรายรวมกัน ณ วันสิ้นไตรมาส มูลคําต่ํากว่า 200 ล้านบาท และได้รับการคัดเลือกเป็นตัวอย่างสุ่มจากบัญชีรายชื่อตามหลักการ
(2) บุคคลธรรมดาผู้มีถิ่นที่อยู่ในประเทศและนิติบุคคลผู้มีถิ่นที่อยู่ในประเทศซี่งทําธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับการเงินและการลงทุนระหว่างประเทศจัดทําและส่งรายงานดังกล่าว เมื่อ
(2.1) มีการลงทุนในกิจการที่ต่างประเทศ ณ วันสิ้นไตรมาส มูลค่ารวมตั้งแต่ 100 ล้านบาทขึ้นไป หรือเทียบเท่า
(2.2) มีการลงทุนในกิจการที่ต่างประเทศ ณ วันสิ้นไตรมาส มูลค่ารวมต่ํากว่า 100 ล้านบาท หรือเทียบเท่า และได้รับการคัดเลือกเป็นตัวอย่างสุ่มจากบัญชีรายชื่อตามหลักการทางสถิติทางสถิดิ
(2.3) มีสินทรัพย์ต่างประเทศ ณ วันสิ้นไตรมาส มูลค่ารวมตั้งแต่ 200 ล้านบาทขึ้นไป หรือเทียบเท่า
(2.4) มีสินทรัพย์ต่างประเทศ ณ วันสิ้นไตรมาส มูลค่ารวมต่ํากว่า 200 ล้านบาท หรือเทียบเท่า และได้รับการคัดเลือกเป็นตัวอย่างสุ่มจากบัญชีรายชื่อตามหลักการทางสถิติ
4.5 ในกรณีที่บุคคลธรรมดาผู้มีถิ่นที่อยู่ในประเทศและนิติบุคคลผู้มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไม่จัดส่งข้อมูลตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กําหนดตามข้อ 4.2 ข้อ 4.3 หรือ ข้อ 4.4 โดยบุคคลดังกล่าวมีเหตุจําเป็นอันสมควรและได้ขอผ่อนผันการจัดส่งข้อมูล ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจพิจารณาผ่อนผันได้ตามที่เห็นสมควร
อื่นๆ - 5.วันเริ่มต้นบังคับใช้
ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 9 มีนาคม 2554
(นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล)
ผู้ว่าการ
ธนาคารแห่งประเทศไทย