法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการตรวจหรือทดสอบสารอันเกิดจากการเสพสุราและกำหนดเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจตรวจหรือทดสอบหรือสั่งให้ผู้ได้รับใบอนุญาตปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ประจำรถในขณะปฏิบัติหน้าที่รับการตรวจหรือทดสอบ

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
7
มาตรา อารัมภบท

ประกาศกรมการขนส่งทางบก

ประกาศกรมการขนส่งทางบก

เรื่อง

กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการตรวจหรือทดสอบสารอันเกิดจาก

การเสพสุราและกำหนดเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจตรวจหรือทดสอบ

หรือสั่งให้ผู้ได้รับใบอนุญาตปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ประจำรถ

ในขณะปฏิบัติหน้าที่รับการตรวจหรือทดสอบ

ตามที่ได้มีประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง

กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการตรวจหรือทดสอบสารอันเกิดจากการเสพสุรา

หรือวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท และกำหนดเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจตรวจหรือทดสอบ

หรือสั่งให้ผู้ได้รับใบอนุญาตปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ประจำรถในขณะปฏิบัติหน้าที่รับการตรวจหรือทดสอบว่ามีสารนั้นอยู่ในร่างกายหรือไม่

ประกาศ ณ วันที่ ๑๗ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๓๕ และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) ประกาศ ณ

วันที่ ๓๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๓๖ ไปแล้ว นั้น

โดยที่ปัจจุบันได้มีประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ ๑๓๕ (พ.ศ.

๒๕๓๙) เรื่อง ระบุชื่อ และประเภทยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ ประกาศ ณ วันที่ ๒๓

กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๓๙

กำหนดให้วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภทแอมเฟตามีนและเมทแอมเฟตามีน

เป็นยาเสพติดให้โทษประเภท ๑ ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.๒๕๒๒

ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงสิบปีและปรับตั้งแต่ห้าพันบาทถึงหนึ่งแสนบาท ดังนั้น

การกระทำความผิดฐานเสพสารแอมเฟตามีนและเมทแอมเฟตามีน

ตามกฎหมายว่าด้วยวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท

จึงเป็นความผิดฐานเสพยาเสพติดประเภท ๑

ตามกฎหมายว่าด้วยยาเสพติดให้โทษที่กำหนดขึ้นใหม่ในปัจจุบัน

อันมีผลทำให้การปฏิบัติตามประกาศกรมการขนส่งทางบกทั้ง ๒ ฉบับดังกล่าว เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับการกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการตรวจหรือทดสอบสารอันเกิดจากการเสพวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทไม่อาจถือปฏิบัติได้ต่อไป

ด้วยเหตุนี้

กรมการขนส่งทางบกจึงเห็นสมควรกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการตรวจหรือทดสอบสารเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับการกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการตรวจหรือทดสอบสารอันเกิดจากการเสพสุราเท่านั้น

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๐๒ ทวิ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ.

๒๕๒๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๓๕

อธิบดีกรมการขนส่งทางบกจึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ให้ยกเลิก

(๑) ประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง

กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการตรวจหรือทดสอบสารอันเกิดจากการเสพสุรา

หรือวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท และกำหนดเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจตรวจหรือทดสอบ

หรือสั่งให้ผู้ใดรับใบอนุญาตปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ประจำรถในขณะปฏิบัติหน้าที่รับการตรวจหรือทดสอบว่ามีสารนั้นอยู่ในร่างกายหรือไม่

ประกาศ ณ วันที่ ๑๗ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๓๕

(๒) ประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง

กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการตรวจหรือทดสอบสารอันเกิดจากการเสพสุรา

หรือวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท และกำหนดเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจตรวจหรือทดสอบ

หรือสั่งให้ผู้ได้รับใบอนุญาตปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ประจำรถ

ในขณะปฏิบัติหน้าที่รับการตรวจหรือทดสอบว่ามีสารนั้นอยู่ในร่างกายหรือไม่ (ฉบับที่

๒) ประกาศ ณ วันที่ ๓๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๓๖

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ในประกาศนี้

“การตรวจหรือทดสอบสารอันเกิดจากการเสพสุรา” หมายความว่า

การตรวจหรือทดสอบหาระดับหรือปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือด

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ผู้ตรวจการและตำรวจต่อไปนี้

เป็นเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจตรวจหรือทดสอบ

หรือสั่งให้ผู้ได้รับใบอนุญาตปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ประจำรถในขณะปฏิบัติหน้าที่รับการตรวจหรือทดสอบว่ามีสารอันเกิดจากการเสพสุราอยู่ในร่างกายหรือไม่

(๑) ผู้ตรวจการในส่วนตรวจการขนส่ง

สำนักควบคุมการขนส่งกรมการขนส่งทางบก มีอำนาจทั้งในเขตกรุงเทพมหานคร

และในเขตอื่นนอกจากกรุงเทพมหานคร

(๒) ผู้ตรวจการในสำนักงานขนส่งจังหวัด

และสำนักงานขนส่งจังหวัดสาขา มีอำนาจเฉพาะในเขตท้องที่ความรับผิดชอบ

(๓) ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาล

หรือรองผู้กำกับการหัวหน้าสถานีตำรวจนครบาลหรือผู้ที่มียศตั้งแต่ร้อยตำรวจตรีหรือเทียบเท่าร้อยตำรวจตรีขึ้นไปซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติราชการแทนในตำแหน่งนั้น

ๆ มีอำนาจเฉพาะในเขตท้องที่ความรับผิดชอบ

(๔) พนักงานสอบสวนกองบังคับการตำรวจจราจรซึ่งมีตำแหน่งตั้งแต่รองสารวัตรขึ้นไป

หรือผู้ที่มียศตั้งแต่ร้อยตำรวจตรีหรือเทียบเท่าตำรวจตรีขึ้นไปซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติราชการแทนในตำแหน่งนั้น

ๆ มีอำนาจเฉพาะในเขตท้องที่ความรับผิดชอบ

(๕) ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดหรือผู้ปฏิบัติราชการแทนซึ่งเป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวนตำรวจภูธรจังหวัดนั้น

มีอำนาจเฉพาะในเขตท้องที่ความรับผิดชอบ

(๖) ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรอำเภอ

หรือรองผู้กำกับการหัวหน้าสถานีตำรวจภูธรอำเภอ

หรือผู้ที่มียศตั้งแต่ร้อยตำรวจตรีหรือเทียบเท่าร้อยตำรวจตรีขึ้นไปซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติราชการแทนในตำแหน่งนั้น

ๆ มีอำนาจเฉพาะในเขตท้องที่ความรับผิดชอบ

(๗) รองผู้กำกับการหัวหน้าสถานีตำรวจภูธรกิ่งอำเภอ

หรือสารวัตรสถานีตำรวจภูธรกิ่งอำเภอ

หรือผู้ที่มียศตั้งแต่ร้อยตำรวจตรีหรือเทียบเท่าร้อยตำรวจตรีขึ้นไปซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติราชการแทนในตำแหน่งนั้น

ๆ มีอำนาจเฉพาะในเขตท้องที่ความรับผิดชอบ

(๘) รองผู้กำกับการหัวหน้าสถานีตำรวจภูธรกิ่งตำบล

หรือสารวัตรหัวหน้าสถานีตำรวจภูธรกิ่งตำบล

หรือผู้ที่มียศตั้งแต่ร้อยตำรวจตรีหรือเทียบเท่าร้อยตำรวจตรีขึ้นไปซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติราชการแทนในตำแหน่งนั้น

ๆ มีอำนาจเฉพาะในเขตท้องที่ความรับผิดชอบ

(๙)

พนักงานสอบสวนกองตำรวจทางหลวงซึ่งมีตำแหน่งตั้งแต่รองสารวัตรขึ้นไป

หรือผู้ที่มียศตั้งแต่ร้อยตำรวจตรีหรือเทียบเท่าร้อยตำรวจตรีขึ้นไป ซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติราชการแทนในตำแหน่งนั้น

ๆ มีอำนาจเฉพาะในเขตท้องที่ความรับผิดชอบ

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ วิธีการตรวจหรือทดสอบหาระดับหรือปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดให้ถือปฏิบัติดังนี้

(๑)

เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้ในการตรวจหรือทดสอบให้ใช้เครื่องตรวจระดับแอลกอฮอล์ในเลือด

โดยวิธีเป่าลมหายใจ (BREATH ANALYZER TEST) และสามารถอ่านค่าของแอลกฮอล์ในเลือดเป็นมิลิกรัมเปอร์เซ็นต์

(๒) วิธีการตรวจหรือทดสอบ

ให้ถือปฏิบัติตามวิธีการตรวจสอบของเครื่องตรวจแต่ละชนิด

(๓)

ระดับเกณฑ์มาตรฐานของแอลกอฮอล์ที่ยอมให้มีในเลือดในขณะปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ประจำรถ

ต้องไม่เกิน ๕๐ มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ดังนั้น เมื่อตรวจสอบตามวิธีการในข้อ ๔ (๒)

แล้วอ่านค่าของแอลกอฮอล์ในเลือดเกินกว่า ๕๐ มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์

ถือว่าผู้รับการตรวจเป็นผู้เสพสุรา

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ในกรณีผู้รับการตรวจโต้แย้งผลการตรวจหรือทดสอบของเจ้าพนักงาน

ให้เจ้าพนักงานผู้ทำการตรวจหรือทดสอบรีบนำตัวผู้รับการตรวจส่งไปยังสถานตรวจพิสูจน์ของส่วนราชการที่สามารถยืนยันความถูกต้องของการตรวจที่ใกล้ที่สุดทันที่

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ สถานตรวจพิสูจน์ของส่วนราชการที่สามารถยืนยันผลและความถูกต้องของการตรวจในกรณีมีข้อโต้แย้งผลการตรวจของเจ้าพนักงาน

มีดังนี้

(๑) โรงพยาบาลศูนย์ของรัฐ

(๒) สถาบันนิติเวชวิทยา หรือกองพิสูจน์หลักฐาน กรมตำรวจ

(๓) หน่วยงานในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข

(ก) กองวิเคราะห์วัตถุเสพติด และกองพิษวิทยา กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์

(ข) ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ขอนแก่น

(ค) ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ชลบุรี

(ง) ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์เชียงราย

(จ) ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์เชียงใหม่

(ฉ) ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ตรัง

(ช) ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์นครราชสีมา

(ซ) ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์พิษณุโลก

(ฌ) ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์สงขลา

(ญ) ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์อุบลราชธานี

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗[๑] ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ ๑๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๐

พงศกร เลาหวิเชียร

อธิบดีกรมการขนส่งทางบก

โชติกานต์/ปรับปรุง

๑๗ มีนาคม ๒๕๕๘

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๑๔/ตอนที่ ๓๔ ง/หน้า ๑๒/๒๙ เมษายน ๒๕๔๐

7 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการตรวจหรือทดสอบสารอันเกิดจากการเสพสุราและกำหนดเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจตรวจหรือทดสอบหรือสั่งให้ผู้ได้รับใบอนุญาตปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ประจำรถในขณะปฏิบัติหน้าที่รับการตรวจหรือทดสอบ (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_9028d62d9333780f

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com