法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ว่าด้วยผู้ชำนาญการประจำคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เลขานุการและผู้ช่วยเลขานุการประธานกรรมการและกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. 2559

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
27
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

ระเบียบคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

ว่าด้วยผู้ชำนาญการประจำคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

เลขานุการและผู้ช่วยเลขานุการประธานกรรมการและกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

พ.ศ. ๒๕๕๙

โดยที่เป็นการสมควรกำหนดระเบียบคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ว่าด้วยผู้ชำนาญการประจำคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เลขานุการและผู้ช่วยเลขานุการประธานกรรมการและกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเพื่อปฏิบัติหน้าที่อันจะเป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติงานตามภารกิจของประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔ และมาตรา ๑๙ แห่งพระราชบัญญัติคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ ประกอบกับมาตรา ๑๕ (๒) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการฝ่ายรัฐสภา พ.ศ. ๒๕๕๔ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติจึงออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ว่าด้วยผู้ชำนาญการประจำคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เลขานุการและผู้ช่วยเลขานุการประธานกรรมการและกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๙”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑] ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในระเบียบนี้

“คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

“ประธานกรรมการ” หมายความว่า ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

“กรรมการ” หมายความว่า กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

“ผู้ชำนาญการ” หมายความว่า ผู้ชำนาญการประจำคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

“เลขานุการ” หมายความว่า เลขานุการประธานกรรมการและกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

“ผู้ช่วยเลขานุการ” หมายความว่า ผู้ช่วยเลขานุการประธานกรรมการและกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

“สำนักงาน” หมายความว่า สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

“เลขาธิการ” หมายความว่า เลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้ผู้ชำนาญการ เลขานุการและผู้ช่วยเลขานุการตามระเบียบนี้เป็นเจ้าหน้าที่ตามประมวลจริยธรรมกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและเจ้าหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติรักษาการตามระเบียบนี้

ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้ ให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาด

ผู้ชำนาญการประจำคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ให้ประธานกรรมการ กรรมการ หรือสำนักงาน พิจารณาเสนอรายชื่อบุคคลที่เห็นสมควรแต่งตั้งให้เป็นผู้ชำนาญการต่อคณะกรรมการเพื่อพิจารณาแต่งตั้งต่อไป

การแต่งตั้งผู้ชำนาญการ ให้ประธานกรรมการเป็นผู้ออกคำสั่งโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ ทั้งนี้ ไม่เกินจำนวนอัตราที่กำหนดในบัญชีท้ายระเบียบนี้

ให้สำนักงานเป็นผู้ตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้ที่จะแต่งตั้งให้เป็นผู้ชำนาญการเพื่อให้เป็นไปตามที่กำหนดในระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ผู้ชำนาญการต้องมีคุณสมบัติทั่วไปและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้

(๑) มีสัญชาติไทย

(๒) มีอายุไม่ต่ำกว่าสี่สิบปี

(๓) ไม่เป็นบุคคลล้มละลายซึ่งศาลยังไม่สั่งให้พ้นคดี หรือมีหนี้สินล้นพ้นตัว

(๔) ไม่เป็นบุคคลที่เคยต้องคำพิพากษาให้จำคุกตั้งแต่สองปีขึ้นไป โดยได้พ้นโทษมายังไม่ถึงห้าปีในวันได้รับการแต่งตั้ง เว้นแต่ในความผิดอันได้กระทำโดยประมาท

(๕) ไม่เคยถูกไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจหรือราชการส่วนท้องถิ่น เพราะกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง

(๖) ไม่เคยถูกถอดถอนจากตำแหน่ง

(๗) ไม่เคยต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน เพราะมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ หรือร่ำรวยผิดปกติ

(๘) ไม่เคยถูกคณะกรรมการวินิจฉัยว่าเป็นผู้ละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือมีการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม

(๙) ไม่ติดยาเสพติดให้โทษ

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ผู้ชำนาญการต้องมีคุณสมบัติเฉพาะ ดังต่อไปนี้

(๑) เป็นผู้สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีในสาขาที่เกี่ยวข้อง หรือเป็นผู้มีความรู้ ความเข้าใจ โดยมีผลงาน ประสบการณ์ หรือดำเนินงานในองค์กรด้านสิทธิมนุษยชนในระดับประเทศหรือระหว่างประเทศอันเป็นที่ประจักษ์ หรือเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติเฉพาะและประสบการณ์ตามที่คณะกรรมการกำหนด แล้วแต่กรณี

(๒) เป็นผู้ที่สามารถศึกษา ตรวจสอบ วิเคราะห์สถานการณ์ และปรากฏการณ์ทางสังคมในมุมมองสิทธิมนุษยชน รวมทั้งสามารถให้คำปรึกษาและข้อเสนอแนะ เพื่อส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ตามภารกิจของคณะกรรมการได้อย่างมีประสิทธิภาพ

(๓) เป็นผู้มีเจตคติที่สอดคล้องกับหลักการสิทธิมนุษยชน

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ผู้ชำนาญการต้อง

(๑) ไม่เป็นข้าราชการ พนักงาน หรือลูกจ้างของหน่วยงานของรัฐหรือเอกชน รัฐวิสาหกิจ ราชการส่วนท้องถิ่น หรือเป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ ซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ

(๒) ไม่เป็นผู้บริหาร กรรมการ ที่ปรึกษา ตัวแทน หรือตำแหน่งอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายกันในองค์กรนิติบุคคลหรือองค์กรใด ๆ ซึ่งทำธุรกิจเพื่อหากำไร

(๓) ไม่เป็นกรรมการหรือเจ้าหน้าที่พรรคการเมือง ข้าราชการการเมือง ข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมือง หรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

(๔) ไม่เป็นผู้ประกอบอาชีพหรือวิชาชีพอย่างอื่นหรือดำรงตำแหน่งหรือประกอบการใด ๆ อันขัดต่อการปฏิบัติหน้าที่ ตามที่คณะกรรมการกำหนด

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ผู้ชำนาญการมีหน้าที่ให้คำปรึกษา ข้อเสนอแนะ ให้ความเห็นต่อคณะกรรมการและปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่คณะกรรมการมอบหมาย

นอกจากการให้คำปรึกษา ข้อเสนอแนะ และให้ความเห็นตามวรรคหนึ่ง ผู้ชำนาญการมีหน้าที่ให้คำปรึกษา ให้คำแนะนำ และให้ความเห็นต่อประธานกรรมการ หรือกรรมการคนใดคนหนึ่งและสำนักงาน เพื่อให้สามารถกระทำการตามคำปรึกษาแนะนำได้ รวมทั้งถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์แก่การดำเนินภารกิจของคณะกรรมการและสำนักงาน

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ให้ผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ชำนาญการรายงานตัวต่อสำนักงาน ตามแบบรายงานท้ายระเบียบนี้ พร้อมด้วยหลักฐาน ดังต่อไปนี้

(๑) ใบรายงานตัวตามแบบที่สำนักงานกำหนด

(๒) ประวัติการรับราชการหรือการทำงาน

(๓) สำเนาทะเบียนบ้านและสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือหลักฐานการเปลี่ยนชื่อหรือนามสกุล (ถ้ามี)

(๔) หลักฐานแสดงคุณสมบัติตามข้อ ๘

(๕) รูปถ่ายหน้าตรงขนาด ๑ นิ้ว ซึ่งถ่ายมาแล้วไม่เกิน ๖ เดือน จำนวน ๒ รูป

ให้สำนักงานออกบัตรประจำตัวแก่ผู้ชำนาญการ โดยให้นำกฎหมายว่าด้วยบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐและกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้อง มาใช้บังคับโดยอนุโลม พร้อมทั้งจัดทำทะเบียนประวัติไว้เป็นหลักฐาน ทั้งนี้ บัตรประจำตัวเป็นอันยกเลิกเมื่อพ้นจากตำแหน่ง

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ผู้ชำนาญการต้องปฏิบัติตามนโยบาย มติ คำสั่งของคณะกรรมการ รวมทั้งกฎ ระเบียบ ข้อบังคับ และแบบธรรมเนียมของทางราชการ

ในกรณีที่คณะกรรมการเห็นสมควรว่าบุคคลตามวรรคหนึ่งปฏิบัติหน้าที่มีความดีความชอบเป็นพิเศษให้มีสิทธิได้รับการเสนอชื่อเพื่อขอรับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตามที่กฎหมายว่าด้วยการนั้นกำหนด

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ วันเวลาทำงาน วันหยุดราชการตามประเพณี วันหยุดราชการประจำปี และการลาของผู้ชำนาญการให้เป็นไปตามระเบียบว่าด้วยการลาของข้าราชการสำนักงาน และมติของคณะกรรมการ

การลาให้อยู่ในอำนาจพิจารณาอนุญาตของประธานกรรมการ

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ให้ผู้ชำนาญการได้รับค่าตอบแทนเป็นรายเดือนไม่เกินอัตราที่กำหนดในบัญชีท้ายระเบียบนี้ โดยเบิกจ่ายตามปีงบประมาณรายจ่าย และสิ้นสุดเมื่อผู้ชำนาญการพ้นจากตำแหน่งตามระเบียบนี้

ในการปฏิบัติหน้าที่ตามข้อ ๑๐ ให้ผู้ชำนาญการได้รับค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการตามกฎหมายและระเบียบว่าด้วยการนั้น โดยให้ได้รับสิทธิในอัตราเดียวกับข้าราชการสำนักงานประเภทวิชาการ ระดับทรงคุณวุฒิ

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ผู้ชำนาญการพ้นจากตำแหน่งเมื่อ

(๑) ตาย

(๒) ลาออก

(๓) ขาดคุณสมบัติทั่วไปหรือมีลักษณะต้องห้าม ตามข้อ ๗

(๔) ขาดคุณสมบัติเฉพาะตามข้อ ๘

(๕) กระทำการอันเป็นการต้องห้ามตามข้อ ๙

(๖) สิ้นสุดปีงบประมาณรายจ่ายของแต่ละปี

(๗) คณะกรรมการพ้นจากตำแหน่งหรือพ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ แล้วแต่กรณี

(๘) คณะกรรมการมีมติให้พ้นจากตำแหน่ง

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ให้ผู้ชำนาญการจัดทำรายงานผลการปฏิบัติงานประจำเดือนตามแบบรายงานที่สำนักงานกำหนด และส่งสำนักงานทุกสามเดือนภายในห้าวันทำการของเดือนถัดไป เว้นแต่รายงานรอบสุดท้ายให้ส่งภายในวันที่ ๑ ของเดือนกันยายน

ให้สำนักงานรวบรวมผลการปฏิบัติงานตามวรรคหนึ่ง เสนอคณะกรรมการเพื่อประกอบการพิจารณาตามข้อ ๖ ก่อนพ้นจากตำแหน่งไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน

เลขานุการและผู้ช่วยเลขานุการประธานกรรมการและกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ การแต่งตั้งและการพ้นจากตำแหน่งของเลขานุการและผู้ช่วยเลขานุการ ให้เลขาธิการเป็นผู้ออกคำสั่งตามที่ประธานกรรมการหรือกรรมการเห็นสมควร แล้วแต่กรณี ทั้งนี้ ไม่เกินจำนวนอัตราที่กำหนดในบัญชีท้ายระเบียบนี้

ให้สำนักงานเป็นผู้ตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้ที่จะแต่งตั้งให้เป็นเลขานุการและผู้ช่วยเลขานุการ เพื่อให้เป็นไปตามที่กำหนดในระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ เลขานุการต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้

(๑) สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี

(๒) มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบห้าปีบริบูรณ์

(๓) มีประสบการณ์ในการทำงานหลังจากสำเร็จการศึกษาตาม (๑) ไม่น้อยกว่าห้าปี

(๔) ไม่เป็นข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ ข้าราชการการเมือง หรือข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมือง

(๕) ไม่เป็นพนักงาน หรือลูกจ้างของหน่วยงานของรัฐหรือเอกชน รัฐวิสาหกิจ ราชการส่วนท้องถิ่นหรือเป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ

(๖) ไม่เป็นกรรมการหรือเจ้าหน้าที่พรรคการเมือง

(๗) ไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น

(๘) ไม่มีลักษณะต้องห้ามอื่นเช่นเดียวกับข้าราชการรัฐสภาสามัญ ในสังกัดสำนักงานตามกฎหมายว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประกอบกับกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการรัฐสภา

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ผู้ช่วยเลขานุการต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้

(๑) สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี

(๒) มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์

(๓) ไม่เป็นข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ ข้าราชการการเมือง หรือข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมือง

(๔) ไม่เป็นพนักงาน หรือลูกจ้างของหน่วยงานของรัฐหรือเอกชน รัฐวิสาหกิจ ราชการส่วนท้องถิ่นหรือเป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ

(๕) ไม่เป็นกรรมการหรือเจ้าหน้าที่พรรคการเมือง

(๖) ไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น

(๗) ไม่มีลักษณะต้องห้ามอื่นเช่นเดียวกับข้าราชการรัฐสภาสามัญ ในสังกัดสำนักงานตามกฎหมายว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประกอบกับกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการรัฐสภา

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ เลขานุการมีหน้าที่กลั่นกรองงานและเสนอความเห็นตลอดจนประสานการปฏิบัติงานในภารกิจที่อยู่ในความรับผิดชอบของประธานกรรมการหรือกรรมการ งานบริหารทั่วไป งานเลขานุการในส่วนของประธานกรรมการหรือกรรมการ การค้นคว้าทางวิชาการ เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาวินิจฉัยเรื่องต่าง ๆ และปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่ประธานกรรมการหรือกรรมการมอบหมาย แล้วแต่กรณี โดยปฏิบัติงานเต็มเวลาของราชการปกติ

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ ผู้ช่วยเลขานุการมีหน้าที่ช่วยปฏิบัติงานของเลขานุการตามข้อ ๒๐ และปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่ประธานกรรมการหรือกรรมการมอบหมาย แล้วแต่กรณี โดยปฏิบัติงานเต็มเวลาของราชการปกติ

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ ให้ผู้ได้รับการแต่งตั้งเป็นเลขานุการและผู้ช่วยเลขานุการ รายงานตัวต่อสำนักงานตามแบบรายงานท้ายระเบียบนี้ พร้อมด้วยหลักฐาน ดังต่อไปนี้

(๑) ใบรายงานตัวตามแบบที่สำนักงานกำหนด

(๒) สำเนาทะเบียนบ้านและสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือหลักฐานการเปลี่ยนชื่อหรือนามสกุล (ถ้ามี)

(๓) หลักฐานแสดงคุณสมบัติตามข้อ ๑๘ หรือข้อ ๑๙ แล้วแต่กรณี

(๔) รูปถ่ายหน้าตรง ขนาด ๑ นิ้ว ซึ่งถ่ายมาแล้วไม่เกิน ๖ เดือน จำนวน ๒ รูป

ให้สำนักงานออกบัตรประจำตัวแก่เลขานุการและผู้ช่วยเลขานุการ โดยให้นำกฎหมายว่าด้วยบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐและกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้อง มาใช้บังคับโดยอนุโลม พร้อมทั้งจัดทำทะเบียนประวัติไว้เป็นหลักฐาน ทั้งนี้ บัตรประจำตัวเป็นอันยกเลิกเมื่อพ้นจากตำแหน่ง

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ ให้เลขานุการและผู้ช่วยเลขานุการได้รับค่าตอบแทนเป็นรายเดือนไม่เกินอัตราที่กำหนดในบัญชีท้ายระเบียบนี้ โดยเบิกจ่ายตามปีงบประมาณรายจ่าย และสิ้นสุดเมื่อพ้นจากตำแหน่งตามระเบียบนี้

เลขานุการมีสิทธิได้รับค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการในอัตราเดียวกับข้าราชการสำนักงานตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับชำนาญการพิเศษ

ผู้ช่วยเลขานุการมีสิทธิได้รับค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการในอัตราเดียวกับข้าราชการสำนักงานตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับชำนาญการ

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ เลขานุการและผู้ช่วยเลขานุการต้องปฏิบัติตามนโยบาย มติ คำสั่งของคณะกรรมการ รวมทั้งกฎ ระเบียบ ข้อบังคับ และแบบธรรมเนียมของทางราชการ

ในกรณีที่ประธานกรรมการหรือกรรมการเห็นสมควรว่าบุคคลตามวรรคหนึ่งปฏิบัติหน้าที่มีความดีความชอบเป็นพิเศษ ให้มีสิทธิได้รับการเสนอชื่อเพื่อขอรับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตามที่กฎหมายว่าด้วยการนั้นกำหนด

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ เลขานุการและผู้ช่วยเลขานุการพ้นจากตำแหน่งเมื่อ

(๑) ตาย

(๒) ลาออก

(๓) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามข้อ ๑๘ หรือข้อ ๑๙ แล้วแต่กรณี

(๔) ประธานกรรมการ หรือกรรมการ พ้นจากตำแหน่งหรือพ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ แล้วแต่กรณี

(๕) ประธานกรรมการ หรือกรรมการ แล้วแต่กรณี เห็นสมควรให้พ้นจากตำแหน่ง

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ วันเวลาทำงาน วันหยุดราชการตามประเพณี วันหยุดราชการประจำปี การลงเวลาปฏิบัติงาน และการลาของเลขานุการและผู้ช่วยเลขานุการ ให้เป็นไปตามระเบียบว่าด้วยการลาของข้าราชการสำนักงาน และมติของคณะกรรมการ

การลาให้อยู่ในอำนาจพิจารณาอนุญาตของบุคคล ดังต่อไปนี้

(๑) เลขานุการและผู้ช่วยเลขานุการประธานกรรมการ ให้ประธานกรรมการเป็นผู้มีอำนาจพิจารณาอนุญาต

(๒) เลขานุการและผู้ช่วยเลขานุการประจำกรรมการคนใด ให้กรรมการผู้นั้นเป็นผู้มีอำนาจพิจารณาอนุญาต

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ ในระหว่างที่ยังไม่มีการแต่งตั้งผู้ชำนาญการ เลขานุการ และผู้ช่วยเลขานุการตามระเบียบนี้ ให้ผู้ชำนาญการ ผู้ช่วยปฏิบัติงานประจำประธานกรรมการและผู้ช่วยปฏิบัติงานประจำกรรมการทำหน้าที่ต่อไป โดยให้ผู้ช่วยปฏิบัติงานคนที่ ๑ เป็นเลขานุการ และให้ผู้ช่วยปฏิบัติงานคนที่ ๒ เป็นผู้ช่วยเลขานุการ และให้ผู้ชำนาญการ เลขานุการและผู้ช่วยเลขานุการ ได้รับค่าตอบแทนตามอัตราเดิมไปพลางก่อน จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น

ประกาศ ณ วันที่ ๖ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๙

วัส ติงสมิตร

ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

บัญชีจำนวนอัตรา และค่าตอบแทนเป็นรายเดือน

ผู้ชำนาญการประจำคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เลขานุการและผู้ช่วยเลขานุการ

ประธานกรรมการและกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

ตำแหน่ง

จำนวน

ค่าตอบแทนเป็นรายเดือน

/อัตรา

๑. ผู้ชำนาญการประจำคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

๕ อัตรา

๕๐,๐๐๐ บาท

๒. เลขานุการประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

๑ อัตรา

๓๕,๐๐๐ บาท

๓. เลขานุการกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

เท่ากับจำนวนกรรมการ

๓๕,๐๐๐ บาท

๔. ผู้ช่วยเลขานุการประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

๑ อัตรา

๒๕,๐๐๐ บาท

๕. ผู้ช่วยเลขานุการกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

เท่ากับจำนวนกรรมการ

๒๕,๐๐๐ บาท

[เอกสารแนบท้าย]

๑. แบบรายงานตัวเข้าปฏิบัติหน้าที่ของผู้ชำนาญการประจำคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เลขานุการและผู้ช่วยเลขานุการประธานกรรมการ และกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

ชวัลพร/ปริยานุช/จัดทำ

๒๖ กันยายน ๒๕๕๙

นุสรา/ตรวจ

๒๖ ตุลาคม ๒๕๕๙

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๓/ตอนที่ ๘๓ ก/หน้า ๒๒/๒๓ กันยายน ๒๕๕๙

27 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ว่าด้วยผู้ชำนาญการประจำคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เลขานุการและผู้ช่วยเลขานุการประธานกรรมการและกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. 2559 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_906852f19d8c9030

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com