法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบกรมบังคับคดี ว่าด้วยการตรวจราชการ พ.ศ. 2549

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
30
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบกรมบังคับคดี

ว่าด้วยการตรวจราชการ พ.ศ. 2549

โดยที่ได้มีการแก้ไขปรับปรุงและยุบรวมระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการตรวจ ราชการของผู้ตรวจราชการ พ.ศ. 2532 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการใช้ สมุดตรวจราชการ พ.ศ. 2542 และระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยมาตรฐานทางคุณธรรมและ จริยธรรมของผู้ตรวจราชการ พ.ศ. 2544 เข้าไว้เป็นฉบับเดียวกัน

ตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการตรวจราชการ พ.ศ. 2548 ข้อ 28 วรรคแรก“หน่วยงานของรัฐใดมีระเบียบว่าด้วยการตรวจราชการของหน่วยงานของคนเป็นการเฉพาะและ ไม่สอดคล้องกับระเบียบนี้ ให้ดําเนินการปรับปรุงระเบียบดังกล่าวให้สอดคล้องกับระเบียบนี้”

จึงออกระเบียบนี้ไว้ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบกรมบังคับคดี ว่าด้วยการตรวจราชการ พ.ศ. 2549”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ยกเลิกระเบียบกรมบังคับคดี ว่าด้วยการตรวจราชการของผู้ตรวจการบังคับคดี พ.ศ. 2540

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับกับการตรวจราชการของผู้ตรวจการบังคับคดีของกรมบังคับคดี

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ในระเบียบนี้

“หน่วยงาน” หมายความว่า สํานัก กอง สํานักงานบังคับคดีและวางทรัพย์ ภูมิภาค สํานักงานบังคับคดีจังหวัด และ สํานักงานบังคับคดีจังหวัดสาขา

“เจ้าหน้าที่” หมายความว่า ข้าราชการ พนักงานราชการ ลูกจ้าง หรือผู้ปฏิบัติงานในสถานภาพอื่นในหน่วยงาน

“ผู้ตรวจการบังคับคดี” หมายความว่า ผู้ตรวจราชการของกรมบังคับคดี

“ผู้รับการตรวจ” หมายความว่า หัวหน้าหน่วยงานที่รับผิดชอบในการปฏิบัติราชการและเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติงานอยู่ในหน่วยงาน

“กรม” หมายความว่า กรมบังคับคดี

“กระทรวง” หมายความว่า กระทรวงยุติธรรม

“อธิบดี” หมายความว่า อธิบดีกรมบังคับคดี

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ให้อธิบดีรักษาการตามระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ การตรวจราชการมีวัตถุประสงค์ดังนี้

(1) เพื่อชี้แจง แนะนํา หรือทําความเข้าใจกับหน่วยงานและเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับ แนวทางและการปฏิบัติงานหรือการจัดทําภารกิจตามนโยบาย และแผนต่าง ๆ ของกร

(2) เพื่อตรวจติดตามว่าหน่วยงานได้ปฏิบัติถูกต้องตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ และคําสั่ง และเป็นไปตามความมุ่งหมาย วัตถุประสงค์ เป้าหมาย และผลสัมฤทธิ์ตามนโยบายของกรม

(3) เพื่อติดตามความก้าวหน้า ปัญหา และอุปสรรค รวมทั้งประเมิน ประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และความคุ้มค่าในการปฏิบัติงานหรือการจัดทําภารกิจของกรม

(4) เพื่อสดับรับฟังทุกข์สุข ความคิดเห็น และความต้องการของเจ้าหน้าที่และประชาชน

(5) เพื่อแสวงหาข้อเท็จจริง และสืบสวนสอบสวนเกี่ยวกับเหตุการณ์ หรือสถานการณ์ในพื้นที่

(6) เพื่อเสนอความเห็นประกอบการพิจารณาของผู้บังคับบัญชาซึ่งเกี่ยวกับ การบริหารงานทั่วไปและบริหารงานบุคคล

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ การตรวจราชการตามระเบียบนี้ ให้ดําเนินการตามแผนการตรวจราชการประจําปี หรือตามที่ได้รับคําสั่งจากอธิบดี

แผนการตรวจราชการประจําปีตามวรรคหนึ่ง ให้จัดทําตามรอบปีงบประมาณ โดย ให้อธิบดีหรือผู้ที่อธิบดีมอบหมายและผู้ตรวจการบังคับคดีร่วมกันจัดทําให้แล้วเสร็จภายในเดือนตุลาคมของปีงบประมาณนั้น

แผนการตรวจราชการประจําปีของกรม ต้องสอดคล้องกับแผนการตรวจราชการประจําปีของกระทรวง

ภายในเดือนกันยายนของทุกปี ให้ผู้ตรวจการบังคับคดีร่วมประชุมกับผู้ตรวจ ราชการกระทรวงปรึกษาหารือเพื่อจัดทําแผนการตรวจราชการประจําปีให้สอดคล้องโดยไม่ซ้ําซ้อนกันและ เกิดการบูรณาการรวมตลอดทั้งการกําหนดมาตรฐานและเครื่องมือในการตรวจติดตามของผู้ตรวจการ บังคับคดีให้เป็นแนวเดียวกันสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลกันได้

เมื่อที่ประชุมได้ข้อยุติประการใด ให้ดําเนินการตามข้อยุตินั้น

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ผู้ตรวจการบังคับคดี รับผิดชอบและมีอํานาจและหน้าที่ในการตรวจราชการเกี่ยวกับ การปฏิบัติราชการของหน่วยงานและเจ้าหน้าที่ เฉพาะในขอบเขตอํานาจและหน้าที่ของกรม ในฐานะผู้สอดส่องดูแลแทนอธิบดี

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ในการตรวจราชการหากมีกรณีที่ต้องตรวจติดตามแผนงาน งาน และโครงการ ในเรื่องเดียวกัน ให้ผู้ตรวจการบังคับคดีประสานงาน หรือร่วมกันดําเนินการกับผู้ตรวจราชการสํานักนายก รัฐมนตรี ผู้ตรวจราชการกระทรวง เพื่อก่อให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผล และความคุ้มค่าในเชิง ภารกิจและประโยชน์สุขของประชาชน

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ การตรวจราชการประจําปีต้องมีสาระสําคัญในเรื่องดังต่อไปนี้

(1) การตรวจราชการเพื่อชี้แจง แนะนํา หรือทําความเข้าใจกับหน่วยงาน และ เจ้าหน้าที่เกี่ยวกับแนวทางและการปฏิบัติงานหรือการจัดทําภารกิจตามนโยบาย และแผนต่างๆ ของกรม

(2) การตรวจการบังคับคดี เพื่อตรวจ ติดตาม ประเมินผลการปฏิบัติงานในการ บังคับคดีแพ่ง การบังคับคดีล้มละลาย การวางทรัพย์ และการประเมินราคาทรัพย์ ให้เป็นไปตามกฎหมาย กฎ ระเบียบและคําสั่งกรม

(3) การตรวจการบริหารงานทั่วไปและตรวจการบริหารงานบุคคลเพื่อทราบปัญหา ของหน่วยงาน การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ทั้งผู้บริหารสํานักงานและผู้ใต้บังคับบัญชา ด้านสุขภาพ ความรู้ ความสามารถ การวางตัว การให้บริการแก่ประชาชน การรักษาวินัย เพื่อนํามาเสนอประกอบการพิจารณา ตามข้อ 2 (6)

(4) การตรวจสถานที่ราชการและอุปกรณ์ในการปฏิบัติงาน เพื่อทราบสภาพ ความเหมาะสมกับการปฏิบัติงาน

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ การแบ่งพื้นที่การตรวจราชการและแบ่งความรับผิดชอบของผู้ตรวจการบังคับคดี ให้เป็นไปตามแผนการตรวจราชการประจําปีของกรม เว้นแต่อธิบดีจะกําหนดเป็นอย่างอื่น

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการตรวจราชการตามข้อ 7 ให้ผู้ตรวจการ บังคับคดีมีอํานาจและหน้าที่ ดังต่อไปนี้

(1) ซึ่งเป็นลายลักษณ์อักษรให้ผู้รับการตรวจปฏิบัติในเรื่องใดเรื่องหนึ่งให้ถูกต้อง ตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ หรือคําสั่งของกรม

(2) สั่งเป็นลายลักษณ์อักษรให้ผู้รับการตรวจปฏิบัติ หรืองดเว้นการปฏิบัติ ในเรื่องใดๆ ในระหว่างการตรวจราชการไว้ก่อน หากเห็นว่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการหรือ ประโยชน์ของประชาชนอย่างร้ายแรง และเมื่อได้สั่งการดังกล่าวแล้ว ให้รายงานผู้บังคับบัญชาเพื่อทราบ หรือพิจารณาโดยด่วน

(3) สั่งให้หน่วยงานและเจ้าหน้าที่ชี้แจง ให้ถ้อยคํา หรือส่งเอกสารและหลักฐาน เกี่ยวกับการปฏิบัติงานเพื่อประกอบการพิจารณา

(4) สอบข้อเท็จจริง สืบสวนสอบสวน หรือสดับตรับฟังเหตุการณ์ เมื่อได้รับ การร้องเรียน หรือมีเหตุอันสมควร โดยประสานการดําเนินงานกับหน่วยงานตรวจสอบอื่นๆ เพื่อแก้ไข ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนหรือปัญหาอุปสรรคของหน่วยงานหรือเจ้าหน้าที่

(5) ประเมินผลการปฏิบัติราชการของผู้รับการตรวจ และรายงานผู้บังคับบัญชาเพื่อทราบ

(6) เรียกประชุมเจ้าหน้าที่เพื่อชี้แจง แนะนํา หรือปรึกษาหารือร่วมกัน

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ในกรณีที่ผู้ตรวจการบังคับคดีสั่งตาม ข้อ 13 (2) ให้ผู้รับการตรวจปฏิบัติตาม คําสั่งนั้นโดยพลัน ในกรณีที่ผู้รับการตรวจไม่สามารถปฏิบัติตามคําสั่งดังกล่าวได้ ให้ผู้รับการตรวจชี้แจง ข้อขัดข้องพร้อมเหตุผลให้ผู้ตรวจการบังคับคดีทราบ และให้ผู้ตรวจการบังคับคดีรายงานอธิบดีเพื่อพิจารณา สั่งการต่อไป

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ในการตรวจราชการ ให้ผู้ตรวจการบังคับคดีถือและปฏิบัติตามระเบียบและ ธรรมเนียมของทางราชการ และมาตรฐานในการปฏิบัติหน้าที่และจริยธรรมของผู้ตรวจการบังคับคดีตามหมวด 4

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ เพื่อให้การตรวจราชการ เป็นไปอย่างมีเอกภาพและประสิทธิภาพ ให้มีหัวหน้า ผู้ตรวจการบังคับคดี โดยอธิบดีแต่งตั้งผู้ตรวจการบังคับคดีคนใดคนหนึ่งเป็นหัวหน้าผู้ตรวจการบังคับคดี และจะให้มีรองหัวหน้าผู้ตรวจราชการด้วยก็ได้

ให้หัวหน้าผู้ตรวจการบังคับคดีมีอํานาจและหน้าที่ให้คําปรึกษาแนะนําแก่ผู้ตรวจการบังคับคดี เพื่อให้การปฏิบัติราชการของผู้ตรวจการบังคับคดีเป็นไปตามระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ผู้รับการตรวจมีหน้าที่ดังต่อไปนี้

(1) อํานวยความสะดวกและให้ความร่วมมือแก่ผู้ตรวจการบังคับคดีในการเข้าไป ในสถานที่ปฏิบัติงาน เพื่อประโยชน์ในการตรวจราชการ

(2) จัดเตรียมบุคคล เอกสาร หรือหลักฐานในการปฏิบัติงาน ให้ครบถ้วน และ พร้อมที่จะให้ผู้ตรวจการบังคับคดีตรวจสอบได้

(3) ชี้แจงและตอบข้อซักถามต่างๆ พร้อมทั้งหาข้อมูลเพิ่มเติมให้แก่ผู้ตรวจการบังคับคดี

(4) ปฏิบัติหรืองดเว้นการปฏิบัติงานใด ๆ ผู้ตรวจการบังคับคดีได้สั่งการ ในระหว่างตรวจราชการไว้ก่อน หากไม่สามารถดําเนินการได้ตามที่ผู้ตรวจการบังคับคดีสั่งการ ให้ชี้แจง ข้อขัดข้องพร้อมเหตุผลให้ผู้ตรวจการบังคับคดีทราบโดยเร็ว

(5) ดําเนินการอื่นที่เป็นประโยชน์ในการตรวจราชการ

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ภายใต้บังคับข้อ 19 เมื่อเสร็จสิ้นการตรวจราชการในแต่ละคราว ให้ผู้ตรวจการบังคับคดีรายงานผลการตรวจราชการ ถึงอธิบดี และในกรณีที่อธิบดี เห็นว่ามีปัญหาสําคัญ ให้สรุป รายงานเสนอหัวหน้ากลุ่มภารกิจเพื่อทราบหรือพิจารณาสั่งการต่อไป ในกรณีที่ไม่มีหัวหน้ากลุ่มภารกิจ ให้รายงานปลัดกระทรวง

การรายงานผลการตรวจราชการของผู้ตรวจการบังคับคดีต่ออธิบดี ในกรณีที ผู้ตรวจการบังคับคดีรายงานถึงปัญหาหรืออุปสรรคที่จําเป็นต้องได้รับการแก้ไขหรือปรับปรุง ของผู้ตรวจการบังคับคดีซึ่งจัดทํารายงานที่คอยติดตามผลการดําเนินการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ถ้าพ้นหกสิบวันแล้วยังมิได้มีการดําเนินการแก้ไขหรือปรับปรุงอย่างหนึ่งอย่างใด และ ให้รายงานอธิบดีเพื่อพิจารณาสั่งการต่อไป

สําหรับการรายงานผลการตรวจราชการตามชัย 10 ให้ผู้ตรวจการบังคับคดี พิจารณา ประมวลผล วิเคราะห์ และจัดลําดับความสําคัญเร่งด่วนของปัญหา และนํารายงานเสนอแนะอธิบดี หรือ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อทราบหรือพิจารสั่งการ แล้วแต่กรณี

ตอน ๑๙ ในการตรวจราชการแต่ละครั้ง ถ้าผู้ตรวจการบังคับคดีพบเห็นปัญหา อุปสรรค หรือแนวโน้มที่จะก่อให้เกิดผลกระทบต่อการปฏิบัติราชการ หรือต่อผลสัมฤทธิ์ของโครงการ หรือแผนงาน ให้รีบจัดทํารายงาน โดยสรุปพร้อมทั้งข้อเสนอแนะต่อหัวหน้าหน่วยงานที่รับผิดชอบในเรื่องนั้น เพื่อ ดําเนินการแก้ไขให้ลุล่วง โดยเร็ว แล้วแจ้งให้ผู้ตรวจการบังคับคดีทราบภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับ รายงานจากผู้ตรวจการบังคับคดี

เมื่อครบกําหนดเวลาตามวรรคหนึ่ง ถ้าผู้ตรวจการบังคับคดียังมิได้รับแจ้งผล การดําเนินการ หรือได้รับแจ้งว่าปัญหาหรืออุปสรรคดังกล่าวอยู่นอกเหนืออํานาจของหน่วยงานนั้น ให้ผู้ตรวจการบังคับคดีรายงานอธิบดีทราบ

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ในการตรวจราชการ หากมีความจําเป็นเร่งด่วนที่จะต้องรายงานหรือจะต้อง ขอคําวินิจฉัยสั่งการจากผู้มีอํานาจ ให้ผู้ตรวจการบังคับคดีดําเนินการโดยพลันโดยทางโทรศัพท์ หรือ เครื่องบินสื่อสารอื่น และให้บันทึกการค่าเนินการดังกล่าวไว้ในรายงานผลการตรวจราชการด้วย

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ การรายงานผลการตรวจราชการให้จัดทําโดยสรุปให้เห็นถึงสภาพตามวัตถุประสงค์ ของการตรวจราชการ พร้อมทั้งปัญหาหรืออุปสรรค โดยจะเสนอแนะแนวทางแก้ไขด้วยก็ได้

ในกรณีที่ได้แนะนําหรือสั่งการด้วยวาจาไว้ให้สรุปคําแนะนําและการสั่งการนั้นไว้ในรายงานด้วย

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ เมื่ออธิบดีได้สั่งการหรือมีความเห็นในรายงานผลการตรวจราชการประการใดแล้ว ให้หน่วยงานที่รับผิดชอบแกะที่เกี่ยวข้องรับไปดําเนินการติดตามให้มีการดําเนินการตามที่อธิบดีได้สั่งการ หรือมีความเห็นต่อไป

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ ผู้ตรวจการบังคับคดีจึงรวบรวมข้อมูลและติดตามข่าวสารเกี่ยวกับเรื่องที่จะตรวจ อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ และทําหน้าที่สอดส่องดูแลงานราชการทั้งที่เป็นของหน่วยงานต้นสังกัดของตนและ ราชการของหน่วยงานอื่น ตรวจติดตามงานที่ได้รับมอบหมายอย่างเต็มความสามารถ รวดเร็ว ทันเหตุการณ์ ตลอดจนให้ข้อเสนอแนะเพื่อให้ผู้บังคับบัญชาวินิจฉัยสั่งการในการแก้ไขปัญหาได้ อย่างชัดเจนและถูกต้อง

ในกรณีที่พบเห็นปัญหาหรืออุปสรรคใดเกิดขึ้น ไม่ว่าจะอยู่ในความรับผิดชอบ ของหน่วยงานที่ตนสังกัดหรือไม่ ให้เป็นหน้าที่ที่จะต้องรายงานให้หน่วยงานที่รับผิดชอบในกิจการนั้น ได้ทราบโดยทันทีด้วย และให้ความในข้อ 19 มาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ ผู้ตรวจการบังคับคดีต้องร่วมมือและประสานงานระหว่างกันทุกระดับการตรวจราชการรวมทั้งประสานงานและร่วมมือกับหน่วยงานตรวจสอบหรือติดตามประเมินผลของส่วนราชการ ต่าง ๆ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่การบริหารราชการแผ่นดิน

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ ผู้ตรวจการบังคับคดีต้องไม่รับสิ่งของมีค่าหรือผลประโยชน์ใด ๆ จากผู้รับ การตรวจหรือผู้เกี่ยวข้อง

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ ให้หน่วยงานที่ตั้งอยู่ในส่วนภูมิภาคจัดให้มีสมุดตรวจราชการไว้ประจํา ณ สํานักงานหรือที่ทําการ

สมุดตรวจราชการอย่างน้อยต้องมีสาระสําคัญ ในเรื่องดังต่อไปนี้

(1) วัน เดือน ปี ที่ตรวจ

(2) กิจกรรมหรือวัตถุประสงค์ที่ตรวจ โดยจะระบุเกี่ยวกับสถานที่ งาน หรือโครงการที่ตรวจไว้ด้วยก็ได้

(3) ข้อเสนอแนะหรือการสั่งการของผู้ตรวจการบังคับคดีที่จําเป็นต้องดําเนินการ และได้แนะนําหรือสั่งการไว้ด้วยวาจาแล้ว โดยรีบด่วน

(4) การดําเนินการของผู้รับการตรวจ

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ เมื่อผู้ตรวจการบังคับคดีไปตรวจราชการที่สํานักงานหรือที่ทําการของหน่วยงาน ให้ผู้ตรวจการบังคับคดีบันทึกการตรวจราชการองในสมุดตรวจราชการ พร้อมทั้งลงลายมือชื่อ ตําแหน่ง และวัน เดือน ปี ที่ตรวจไว้เป็นหลักฐาน

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ ให้ผู้รับการตรวจดําเนินการตามที่ผู้ตรวจการบังคับคดีบันทึกไว้ในข้อ 23 ในกรณีที่สามารถดําเนินการได้โดยทันที ให้รีบดําเนินการโดยไม่ชักช้า แล้วบันทึกไว้ในสมุดตรวจราชการ ในกรณีที่ไม่สามารถดําเนินการตามที่ผู้ตรวจการบังคับคดีบันทึกได้ทันทีหรือไม่สามารถดําเนินการได้ ให้ บันทึกชี้แจงข้อขัดข้อง พร้อมทั้งเหตุผลไว้ในสมุดตรวจราชการ

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ ภายในห้าวันทําการนับแต่ที่ผู้ตรวจการบังคับคดีได้บันทึกการตรวจราชการในสมุด ตรวจราชการตามข้อ 27 ให้ผู้รับการตรวจจัดทําสําเนาการตรวจราชการของผู้ตรวจการบังคับคดีในสมุด และผลการดําเนินการของผู้รับการตรวจเสนอต่อผู้บังคับบัญชาตามลําดับและผู้ว่า ตรวจราชการ ราชการจังหวัดทราบด้วย

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐ ในการกํากับและติดตามการตรวจราชการของผู้ตรวจการบังคับคดีให้เป็นไปตาม ระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการกํากับและติดตามการปฏิบัติราชการในภูมิภาค พ.ศ. 2547 โดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑ ในการตรวจราชการ อธิบดีจะสั่งให้ผู้ใดปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลืองานผู้ตรวจการ บังคับคดีด้วยก็ได้ตามที่เห็นสมควร การกําหนดจํานวนผู้ช่วยเหลืองานผู้ตรวจการบังคับคดีและจํานวนวัน ที่ทําการตรวจให้พิจารณาจากปริมาณงานตามข้อมูลจากศูนย์สารสนเทศ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 8 มิ.ย. 2549

(นายสิรวัต จันทรัฐ)

อธิบดีกรมบังคับคดี

30 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบกรมบังคับคดี ว่าด้วยการตรวจราชการ พ.ศ. 2549 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_90d32c5421a752bb

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com