ข้อ ๓
หนังสือข้อสนเทศต้องมีรายการดังนี้
(๑)
ถ้อยคำชี้แจงว่าหุ้นที่จำหน่ายเป็นหุ้นเดิม และกำไรที่เกิดจากการจำหน่าย
หุ้นมิได้เป็นของบริษัท
(๒) ชื่อ ที่ตั้งของบริษัท
(๓)
วัตถุประสงค์ในการเสนขายหุ้นของผู้ถือหุ้น
(๔) รายละเอียดเกี่ยวกับการเสนอขาย
(ก) ประเภทและจำนวนหุ้นที่เสนอขาย
(ข) มูลค่าที่ตราไว้ของหุ้นและราคาเสนอขาย
พร้อมทั้งวิธีที่ใช้ในการ
กำหนดราคาที่เสนอขาย
(ค) เงื่อนไขการจัดจำหน่าย
(ง) สถานที่
และวันเวลาที่จะรับหนังสือข้อสนเทศและแบบคำขอซื้อหุ้น
(จ) ระยะเวลาการจองหุ้น วิธีการจองเงื่อนไข
และวิธีการถอนเงิน ค่าจอง
หุ้นในกรณีที่เปิดโอกาสให้ผู้จองหุ้นยกเลิกการจองได้
(ฉ) สถานที่ และวันเวลาการชำระเงินค่าจองหุ้น
(ช) วิธีการจัดสรร กำหนดเวลาจัดสรร
และคืนเงินค่าจองหุ้นให้แก่ผู้จอง
(ซ)
ชื่อผู้จัดจำหน่ายและหรือผู้รับประกันการจัดจำหน่ายพร้อมด้วยเงื่อนไขใน
การจัดจำหน่าย หรือรับประกันการจัดจำหน่าย (ถ้ามี)
(ฌ)
ในกรณีที่เป็นการเสนอขายหุ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อจะนำหุ้นดัง
กล่าวเข้าเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนหรือหลักทรัพย์รับอนุญาตในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
ต้องแจ้งด้วยว่าหากไม่ได้รับการพิจารณาเข้าเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนหรือหลักทรัพย์รับอนุญาต
บริษัทจัดจำหน่ายหรือผู้ถือหุ้นจะรับซื้อหุ้นคืนหรือไม่
(๕) ค่านายหน้าหรือค่าธรรมเนียมใด ๆ
ที่บริษัทจัดจำหน่ายได้รับทั้งหมดเฉลี่ย
ต่อหุ้น
(๖) ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับบริษัท
(ก) ประเภทและลักษณะการดำเนินธุรกิจของบริษัท
(ข) โครงสร้างทุนปัจจุบันของบริษัทให้ระบุทุนจดทะเบียน
ทุนชำระแล้ว
ทุนสำรองตามกฎหมาย เงินสำรองอื่น
และกำไรที่เหลือจากการจัดสรรและผลขาดทุนสะสม (ถ้ามี)
ของบริษัทตามที่ปรากฏในงบดุลล่าสุดซึ่งผ่านการตรวจสอบหรือสอบทานจากผู้สอบบัญชีรับ
อนุญาตของบริษัทซึ่งไม่นานเกินกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบวันก่อนวันทำหนังสือข้อสนเทศ
(ค)
ประวัติการเพิ่มทุนสำหรับช่วงเวลาอย่างน้อยสามปีสุดท้ายก่อนปีที่ทำ
หนังสือข้อสนเทศ
(ง) ประวัติความเป็นมาโดยสังเขปของบริษัท
(๗)
ข้อมูลเกี่ยวกับผลการดำเนินงานและฐานะการเงินของบริษัทในระยะเวลา
ที่ผ่านมา
(ก) งบการเงินซึ่งประกอบด้วยรายงานของผู้สอบบัญชี งบดุล งบกำไรขาด
ทุน
งบแสดงการเปลี่ยนแปลงฐานะการเงินพร้อมหมายเหตุประกอบงบการเงินโดยให้เปรียบเทียบ
ย้อนหลังอย่างน้อยสามปีสุดท้ายก่อนปีที่ทำหนังสือข้อสนเทศ
ในกรณีที่บริษัทมีบริษัทย่อยหรือบริษัทร่วม
ให้แสดงงบการเงินรวม
ของบริษัทและบริษัทย่อยซึ่งผ่านการตรวจสอบจากผู้สอบบัญชีแล้วโดยให้เปรียบเทียบย้อนหลัง
เช่นเดียวกับงบการเงินของบริษัทเป็นการเพิ่มเติมและให้เปิดเผยรายชื่อบริษัทย่อยและบริษัทร่วม
รวมทั้งอัตราส่วนการถือหุ้นในบริษัทย่อยและบริษัทร่วมดังกล่าว
(ข)
งบการเงินระหว่างปีซึ่งผ่านการตรวจสอบหรือสอบทานจากผู้สอบ
บัญชีของบริษัทในกรณีที่วันทำหนังสือข้อสนเทศห่างจากวันสิ้นรอบระยะเวลาบัญชีของบริษัทเกิน
กว่าหนึ่งร้อยแปดสิบวัน
(ค) มูลค่าหุ้นตามบัญชี
กำไรสุทธิและเงินปันผลต่อหุ้นโดยแสดงเปรียบเทียบ
ย้อนหลังอย่างน้อยห้าปีสุดท้ายก่อนปีที่ทำหนังสือข้อสนเทศ
(ง)
ลักษณะและสภาพของทรัพย์สินประเภทที่ก่อให้เกิดรายได้หลัก (ถ้ามี)
ทั้งที่เป็นทรัพย์สินมีตัวตน เช่น โรงงาน เครื่องจักร
และทรัพย์สินที่ไม่มีตัวตน เช่น ค่าความนิยม
ลิขสิทธิ์ เครื่องหมายการค้า เป็นต้น
(จ) ในกรณีที่บริษัทต้องจ่ายค่าตอบแทนใด ๆ
เพื่อให้ได้มาซึ่งสิทธิบัตร ค่า
ความนิยม
ค่าบริการให้ความช่วยเหลือหรือเทคนิคการผลิตการใช้ชื่อหรือเครื่องหมายการค้า หรือ
ในกรณีที่บริษัทต้องจ่ายเงินอื่นใดเป็นกรณีพิเศษให้บริษัทระบุสาระสำคัญของสัญญาหรือข้อตกลง
ได้แก่ ค่าตอบแทนเงื่อนไขหรือข้อผูกพันที่จะต้องดำเนินการใด
ๆ ไว้ด้วย
(๘) นโยบายการจ่ายเงินปันผลของบริษัท
และข้อจำกัดเกี่ยวกับการจ่ายเงินปัน
ผล (ถ้ามี)
(๙)
ข้อมูลปัจจุบันเกี่ยวกับผู้ถือหุ้นและผู้บริหารของบริษัท
(ก) ชื่อ สัญชาติ ที่อยู่ อาชีพ
และจำนวนหุ้นของผู้ถือหุ้นสิบรายซึ่งถือหุ้นไว้
เป็นจำนวนมากที่สุดเรียงตามลำดับลงมาและอัตราส่วนการถือหุ้นตามที่ปรากฏในทะเบียบผู้ถือหุ้น
ของบริษัท
(ข) ชื่อ อายุ สัญชาติ ที่อยู่
ประวัติการทำงาน จำนวนหุ้นที่ถือของคณะ
กรรมการและเจ้าหน้าที่ระดับบริหารของบริษัท
(ค) ชื่อ และจำนวนกรรมการซึ่งมีอำนาจลงนามผูกพันบริษัท ขอบเขต
อำนาจ (ถ้ามี)
ตามที่ระบุไว้ในข้อบังคับหรือรายการตามเอกสารทะเบียนที่กระทรวงพาณิชย์
(๑๐) ข้อมูลอื่น ๆ
(ก) ชื่อ และที่ตั้งของสำนักงานผู้สอบบัญชี
สถาบันการเงินที่ติดต่อ
ประจำของบริษัท และที่ปรึกษาตามกฎหมาย (ถ้ามี)
(ข) ชื่อ และที่ตั้งสำนักงานของนายทะเบียนหุ้นของบริษัท
(ค) ข้อความทั้งหมดในหนังสือบริคณห์สนธิ
และข้อบังคับของบริษัท
(ง) รายการอื่น ๆ ที่สมควรให้ประชาชนทราบเพื่อประกอบการตัดสินใจ
เข้าชื่อซื้อหุ้น (ถ้ามี)
(๑๑) วันที่ทำหนังสือข้อสนเทศ
(๑๒)
ข้อความรับรองว่าข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทถูกต้องและตรงต่อความเป็นจริง
โดยมีกรรมการจำนวนเกินกว่ากึ่งหนึ่งพร้อมทั้งพยานอย่างน้อยสองคนลงลายมือชื่อรับรอง