法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบ ก.ขป. ว่าด้วยการดำเนินการทางวินัยและการสั่งให้ออกจากราชการของข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง พ.ศ. ๒๕๖๕

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
21
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบ ก.ขป.

ว่าด้วยการดําเนินการทางวินัยและการสั่งให้ออกจากราชการของข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง

พ.ศ. ๒๕๖๕

โดยที่เป็นการสมควรมีระเบียบว่าด้วยการดําเนินการทางวินัยและการสั่งให้ออกจากราชการของข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๘๔ (๑) และ (๔) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง (ฉบับที่ ๙) พ.ศ. ๒๕๖๐ ก.ขป. จึงออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบ ก.ขป. ว่าด้วยการดําเนินการทางวินัยและการสั่งให้ออกจากราชการของข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง พ.ศ. ๒๕๖๕”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ บรรดาระเบียบ กฎ ข้อบังคับ ประกาศ มติ หรือคําสั่งอื่นใดในส่วนที่มีกําหนดไว้แล้วในระเบียบนี้ หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้ ให้ใช้ระเบียบนี้แทน

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในระเบียบนี้

“ก.ขป.” หมายความว่า คณะกรรมการข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง

“อ.ขป. วินัย” หมายความว่า คณะอนุกรรมการข้าราชการฝ่ายศาลปกครองเกี่ยวกับการดําเนินการทางวินัย

“ประธาน อ.ขป. วินัย” หมายความว่า ประธานอนุกรรมการข้าราชการฝ่ายศาลปกครองเกี่ยวกับการดําเนินการทางวินัย

“สํานักงาน” หมายความว่า สํานักงานศาลปกครอง

“เลขาธิการ” หมายความว่า เลขาธิการสํานักงานศาลปกครอง

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้ประธานศาลปกครองสูงสุดรักษาการตามระเบียบนี้ และให้มีอํานาจออกประกาศ คําสั่ง และแบบพิมพ์ต่าง ๆ เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติตามระเบียบนี้

ให้ ก.ขป. มีอํานาจตีความและวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ให้ ก.ขป. แต่งตั้ง อ.ขป. วินัย คณะหนึ่ง ประกอบด้วย

(๑) รองประธานศาลปกครองสูงสุดที่ประธานศาลปกครองสูงสุดมอบหมาย เป็นประธาน

(๒) ตุลาการศาลปกครองซึ่งดํารงตําแหน่งไม่ต่ํากว่ารองอธิบดีศาลปกครองชั้นต้นที่ประธานศาลปกครองสูงสุดมอบหมาย จํานวนหนึ่งคน เป็นอนุกรรมการ

(๓) รองเลขาธิการสํานักงานศาลปกครองหรือที่ปรึกษาสํานักงานศาลปกครองที่เลขาธิการมอบหมาย จํานวนหนึ่งคน เป็นอนุกรรมการ

(๔) ผู้แทนสํานักงาน ก.พ. จํานวนหนึ่งคน เป็นอนุกรรมการ

(๕) ข้าราชการฝ่ายศาลปกครองผู้ดํารงตําแหน่งประเภทบริหาร ประเภทอํานวยการ หรือประเภทวิชาการระดับเชี่ยวชาญขึ้นไป ซึ่งได้รับเลือกจากข้าราชการฝ่ายศาลปกครองผู้ดํารงตําแหน่งดังกล่าว จํานวนสามคน เป็นอนุกรรมการ

(๖) ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการบริหารงานบุคคล และด้านกฎหมาย ด้านละหนึ่งคน ซึ่งมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ และจะต้องเป็นหรือเคยเป็นข้าราชการซึ่งดํารงตําแหน่งหรือเคยดํารงตําแหน่งประเภทบริหาร ประเภทวิชาการระดับทรงคุณวุฒิ หรือประเภทอํานวยการหรือตําแหน่งที่เทียบเท่าเป็นอนุกรรมการ

ให้เลขาธิการมอบหมายข้าราชการฝ่ายศาลปกครองเป็นเลขานุการ และอีกสองคนเป็นผู้ช่วยเลขานุการ

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ การเลือกอนุกรรมการตามข้อ ๖ วรรคหนึ่ง (๕) ให้ดําเนินการตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ดังต่อไปนี้

(๑) ให้สํานักงานจัดทําบัญชีรายชื่อข้าราชการฝ่ายศาลปกครองซึ่งดํารงตําแหน่งประเภทบริหาร ประเภทอํานวยการ หรือประเภทวิชาการระดับเชี่ยวชาญขึ้นไป แล้วจัดให้มีการเลือกข้าราชการฝ่ายศาลปกครองประเภทต่าง ๆ ดังกล่าวเพื่อแต่งตั้งเป็นอนุกรรมการใน อ.ขป. วินัย โดยส่งบัตรเลือกข้าราชการฝ่ายศาลปกครองซึ่งลงลายมือชื่อของเลขาธิการแล้วไปให้ผู้มีชื่อในบัญชีรายชื่อดังกล่าวเพื่อเลือกข้าราชการฝ่ายศาลปกครองจากบัญชีรายชื่อนั้นจํานวนไม่เกินสามคน เป็นอนุกรรมการใน อ.ขป. วินัย แล้วส่งบัตรดังกล่าวกลับคืนไปยังสํานักงานภายในวันที่กําหนด ทั้งนี้ ในกรณีที่ส่งบัตรกลับคืนสํานักงานโดยตรง ให้ถือวันที่สํานักงานได้รับบัตรเป็นวันส่งคืน ในกรณีที่ส่งบัตรกลับคืนทางไปรษณีย์ลงทะเบียน ให้ถือวันที่ที่ทําการไปรษณีย์รับลงทะเบียนเป็นวันส่งคืน

(๒) ให้สํานักงานรวบรวมบัตรเลือกข้าราชการฝ่ายศาลปกครองตาม (๑) เพื่อดําเนินการตรวจนับคะแนน โดยให้เลขาธิการแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจนับคะแนนขึ้นคณะหนึ่ง ประกอบด้วย ข้าราชการฝ่ายศาลปกครองผู้ดํารงตําแหน่งตั้งแต่ระดับชํานาญการพิเศษขึ้นไป จํานวนสามคน เป็นผู้ตรวจนับคะแนน

(๓) การตรวจนับคะแนนของคณะกรรมการตรวจนับคะแนนให้กระทําโดยเปิดเผย และต้องมีกรรมการอยู่พร้อมกันทุกคน เมื่อตรวจนับคะแนนเสร็จแล้ว ให้คณะกรรมการตรวจนับคะแนนจัดทําบัญชีรายชื่อข้าราชการฝ่ายศาลปกครองผู้ได้รับเลือก โดยเรียงตามลําดับคะแนนจากสูงไปหาต่ําพร้อมกับ แสดงคะแนนของแต่ละคนไว้ในบัญชีด้วย ในกรณีที่มีผู้ได้คะแนนเท่ากัน ให้ประธานกรรมการตรวจนับคะแนนจับสลากชื่อผู้ได้คะแนนเท่ากันนั้นต่อหน้าคณะกรรมการตรวจนับคะแนนเพื่อเรียงลําดับที่ในบัญชีรายชื่อดังกล่าว โดยมีกรรมการทั้งสามคนลงลายมือชื่อรับรอง แล้วให้เลขาธิการประกาศรายชื่อผู้ได้รับเลือกไว้ในที่เปิดเผย

(๔) ให้ขึ้นบัญชีรายชื่อข้าราชการฝ่ายศาลปกครองผู้ได้รับเลือกเป็นเวลาสองปีนับแต่วันประกาศรายชื่อ

(๕) ให้ข้าราชการฝ่ายศาลปกครองผู้ได้รับเลือกตามบัญชีรายชื่อใน (๔) ที่ได้คะแนนสูงตามลําดับและมีคุณสมบัติที่จะแต่งตั้งเป็นอนุกรรมการใน อ.ขป. วินัย จํานวนสามคน เป็นผู้ได้รับเลือก เพื่อเสนอ ก.ขป. แต่งตั้งเป็นอนุกรรมการใน อ.ขป. วินัย ต่อไป

(๖) ในกรณีที่อนุกรรมการซึ่งได้รับแต่งตั้งตาม (๕) พ้นจากตําแหน่งก่อนครบวาระ และจะต้องแต่งตั้งอนุกรรมการแทน ให้ ก.ขป. แต่งตั้งข้าราชการฝ่ายศาลปกครองจากบัญชีรายชื่อตาม (๔) ที่อยู่ในลําดับถัดลงมา และมีคุณสมบัติที่จะแต่งตั้งเป็นอนุกรรมการใน อ.ขป. วินัย แทนต่อไป แต่หากไม่มีรายชื่อข้าราชการฝ่ายศาลปกครองผู้ได้รับเลือกซึ่งมีคุณสมบัติครบถ้วนเหลืออยู่ในบัญชีรายชื่อดังกล่าวแล้ว ให้ดําเนินการเลือกใหม่ตามหลักเกณฑ์และวิธีการใน (๑) (๒) (๓) (๔) และ (๕)

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ การสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิด้านการบริหารงานบุคคล และด้านกฎหมาย ตามข้อ ๖ วรรคหนึ่ง (๖) เพื่อแต่งตั้งเป็นอนุกรรมการใน อ.ขป. วินัย ให้ดําเนินการตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ดังต่อไปนี้

(๑) ให้สํานักงานแจ้งให้อนุกรรมการตามข้อ ๖ วรรคหนึ่ง (๑) (๒) (๓) (๔) และ (๕) เสนอชื่อผู้ทรงคุณวุฒิด้านการบริหารงานบุคคล และด้านกฎหมาย ด้านละหนึ่งคน โดยจะเสนอชื่อผู้ใดเป็นผู้ทรงคุณวุฒิไว้ในหลายด้านก็ได้

(๒) ให้สํานักงานจัดทําบัญชีรายชื่อผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้รับการเสนอชื่อตาม (๑) โดยแยกเป็นบัญชีรายชื่อผู้ทรงคุณวุฒิแต่ละด้าน พร้อมทั้งประวัติและผลงานโดยย่อของผู้ได้รับการเสนอชื่อแต่ละคนไว้ด้วย เพื่อประกอบการพิจารณา ในกรณีที่ผู้ใดได้รับการเสนอชื่อเป็นผู้ทรงคุณวุฒิหลายด้าน ก็ให้ระบุชื่อผู้นั้นไว้ทุกด้าน

(๓) ให้สํานักงานจัดให้มีการประชุมร่วมระหว่างอนุกรรมการโดยตําแหน่งกับผู้แทนข้าราชการฝ่ายศาลปกครองซึ่งได้รับเลือกเป็นอนุกรรมการจํานวนสามคน เพื่อร่วมกันสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิด้านการบริหารงานบุคคล และด้านกฎหมาย จากบัญชีรายชื่อตาม (๒) โดยให้ผู้ได้รับมอบหมายให้เป็นประธาน อ.ขป. วินัย เป็นประธานในที่ประชุม ถ้าประธาน อ.ขป. วินัย ไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ที่ประชุมเลือกผู้เข้าร่วมประชุมคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม แล้วให้ผู้เข้าร่วมประชุมแต่ละคน เลือกผู้ทรงคุณวุฒิจากบัญชีรายชื่อตาม (๒) ด้านละหนึ่งคนเพื่อเป็นอนุกรรมการใน อ.ขป. วินัย

(๔) ให้สํานักงานตรวจนับคะแนนการเลือกผู้ทรงคุณวุฒิตาม (๓) แล้วจัดทําบัญชีรายชื่อผู้ทรงคุณวุฒิที่ได้รับเลือกในแต่ละด้านไว้ โดยเรียงลําดับคะแนนจากสูงไปหาต่ํา ในกรณีที่มีผู้ได้คะแนนเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมตาม (๓) จับสลากผู้ที่ได้คะแนนเท่ากันนั้นเพื่อเรียงลําดับที่

(๕) ให้ผู้ที่อยู่ในลําดับที่หนึ่งในบัญชีรายชื่อตาม (๔) ในแต่ละด้าน เป็นผู้ได้รับเลือกเป็นอนุกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิใน อ.ขป. วินัย ในกรณีที่ผู้ได้รับเลือกซึ่งอยู่ในลําดับที่หนึ่งในด้านใดไม่ได้รับแต่งตั้งเป็นอนุกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในด้านนั้นด้วยเหตุใด ๆ ให้ผู้ที่ได้รับเลือกซึ่งอยู่ในลําดับถัดมาในด้านนั้นเป็นผู้อยู่ในลําดับที่หนึ่งแทน ในกรณีที่ผู้ใดได้รับเลือกให้อยู่ในลําดับที่หนึ่งหลายด้านให้ผู้เสนอชื่อผู้นั้นเป็นผู้เลือกว่าจะให้ผู้นั้นเป็นผู้ทรงคุณวุฒิอยู่ในบัญชีด้านใด ถ้ามีผู้เสนอชื่อผู้นั้นหลายคนให้ผู้เสนอชื่อผู้นั้นร่วมกันเลือก แล้วให้สํานักงานประกาศรายชื่อผู้ได้รับเลือกไว้ในที่เปิดเผย

(๖) ให้ขึ้นบัญชีรายชื่อผู้ได้รับเลือกเป็นอนุกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิใน อ.ขป. วินัย ตาม (๕) ไว้เป็นเวลาสองปีนับแต่วันประกาศรายชื่อ

(๗) ในกรณีที่อนุกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิใน อ.ขป. วินัย ตาม (๕) พ้นจากตําแหน่งก่อนครบวาระและจะต้องแต่งตั้งอนุกรรมการแทน ให้ ก.ขป. แต่งตั้งผู้ที่ได้รับเลือกที่เหลืออยู่ในบัญชีรายชื่อที่อยู่ในลําดับถัดลงมา และมีคุณสมบัติที่จะแต่งตั้งเป็นอนุกรรมการใน อ.ขป. วินัย แทนต่อไป แต่หากไม่มีรายชื่อผู้ได้รับเลือกซึ่งมีคุณสมบัติครบถ้วนเหลืออยู่ในบัญชีรายชื่อดังกล่าวแล้ว ให้ดําเนินการเลือกใหม่ตามหลักเกณฑ์และวิธีการใน (๑) (๒) (๓) (๔) (๕) และ (๖)

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ให้สํานักงานนํารายชื่อผู้ได้รับมอบหมายให้เป็นอนุกรรมการตามข้อ ๖ วรรคหนึ่ง (๑) (๒) (๓) และ (๔) รายชื่อผู้แทนข้าราชการฝ่ายศาลปกครองผู้ได้รับเลือกตามข้อ ๗ และรายชื่อ ผู้ทรงคุณวุฒิที่ได้รับการสรรหาตามข้อ ๘ เสนอ ก.ขป. เพื่อพิจารณาและมีมติแต่งตั้งต่อไป และ

ให้ประธานกรรมการข้าราชการฝ่ายศาลปกครองประกาศรายชื่อผู้ได้รับการแต่งตั้งดังกล่าว

ข้าราชการฝ่ายศาลปกครองผู้ได้รับเลือกตามข้อ ๗ จะดํารงตําแหน่งเป็นกรรมการใน ก.ขป. หรือได้รับการแต่งตั้งเป็นอนุกรรมการใน อ.ขป. วินัย หรืออนุกรรมการใน อ.ขป. ร้องทุกข์ ในเวลาเดียวกันไม่ได้

ให้ผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งตามวรรคหนึ่ง เข้ารับหน้าที่นับแต่วันที่ ก.ขป. มีมติแต่งตั้งเป็นต้นไป

ผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งตามวรรคหนึ่งแล้ว หากภายหลังไปดํารงตําแหน่งเป็นกรรมการใน ก.ขป. ให้ผู้นั้นพ้นจากการเป็นอนุกรรมการใน อ.ขป. วินัย

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ให้ อ.ขป. วินัย มีวาระการดํารงตําแหน่งคราวละสองปีนับแต่วันที่ ก.ขป. มีมติแต่งตั้งและอนุกรรมการซึ่งพ้นจากตําแหน่งตามวาระอาจได้รับการแต่งตั้งใหม่ได้ แต่จะดํารงตําแหน่งเกินสองวาระติดต่อกันไม่ได้

เมื่อครบกําหนดตามวาระในวรรคหนึ่ง ให้ อ.ขป. วินัย ซึ่งพ้นจากตําแหน่งตามวาระอยู่ในตําแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่า อ.ขป. วินัย คณะใหม่จะได้รับการแต่งตั้ง

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ นอกจากการพ้นจากตําแหน่งตามวาระตามข้อ ๑๐ ให้อนุกรรมการพ้นจากตําแหน่ง เมื่อ

(๑) ตาย

(๒) ลาออก

(๓) พ้นจากการดํารงตําแหน่งข้าราชการศาลปกครองประเภทนั้น ๆ กรณีเป็นอนุกรรมการตามข้อ ๖ วรรคหนึ่ง (๑) (๒) (๓) และ (๕)

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ให้ดําเนินการเลือกและสรรหาบุคคลเพื่อแต่งตั้งเป็น อ.ขป. วินัย ตามข้อ ๖ วรรคหนึ่ง (๕) และ (๖) ก่อนอนุกรรมการจะพ้นจากตําแหน่งตามวาระ แต่ต้องดําเนินการให้แล้วเสร็จ ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ อ.ขป. วินัย พ้นจากตําแหน่งตามวาระ

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ในกรณีที่อนุกรรมการใน อ.ขป. วินัย ตามข้อ ๖ วรรคหนึ่ง (๕) และ (๖) พ้นจากตําแหน่งก่อนครบวาระ ให้ดําเนินการแต่งตั้งอนุกรรมการแทนตําแหน่งที่ว่างลงภายในสามสิบวันตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดในข้อ ๗ (๖) หรือข้อ ๘ (๗)

อนุกรรมการซึ่งได้รับแต่งตั้งแทน ให้อยู่ในตําแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน

ในกรณีที่วาระของอนุกรรมการตามวรรคหนึ่งเหลือไม่ถึงหกสิบวัน จะไม่แต่งตั้งอนุกรรมการแทนก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ให้ อ.ขป. วินัย มีอํานาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้

(๑) พิจารณาเกี่ยวกับการดําเนินการทางวินัยและการสั่งให้ออกจากราชการของข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง

(๒) ปฏิบัติการอื่นตามที่ ก.ขป. มอบหมาย

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ นอกจากที่กําหนดไว้ในระเบียบนี้ วินัย การรักษาวินัย การดําเนินการทางวินัย การสอบสวน การลงโทษทางวินัย และการสั่งให้ออกจากราชการของข้าราชการฝ่ายศาลปกครองให้นํากฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน พระราชกฤษฎีกา กฎ ก.พ. ระเบียบ และข้อบังคับ ซึ่งออกตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน มาใช้บังคับโดยอนุโลม ทั้งนี้ คําว่า “ก.พ.” ให้หมายถึง “ก.ขป.” คําว่า “อ.ก.พ. กระทรวง” ให้หมายถึง “อ.ขป. วินัย” คําว่า “กระทรวง” ให้หมายถึง “สํานักงาน” และคําว่า “ปลัดกระทรวง” ให้หมายถึง “เลขาธิการ”

ในกรณีที่มีปัญหาว่าในการนํากฎหมายมาใช้บังคับโดยอนุโลมตามวรรคหนึ่ง จะกระทําได้ในขอบเขตและเนื้อหาเพียงใด ให้เลขาธิการเสนอเรื่องต่อ ก.ขป. เพื่อพิจารณาและวินิจฉัย

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ข้าราชการฝ่ายศาลปกครองผู้ใดถูกกล่าวหาว่ากระทําผิดวินัยอย่างไม่ร้ายแรง และเมื่อผู้บังคับบัญชาซึ่งมีอํานาจสั่งบรรจุได้ดําเนินการสั่งลงโทษทางวินัยอย่างไม่ร้ายแรง สั่งยุติเรื่อง หรืองดโทษแล้ว ให้รายงานต่อ อ.ขป. วินัย เพื่อพิจารณาว่าการดําเนินการทางวินัยเป็นการถูกต้องหรือเหมาะสมหรือไม่ หาก อ.ขป. วินัย มีมติเป็นประการใด ให้ผู้บังคับบัญชาซึ่งมีอํานาจสั่งบรรจุสั่งหรือปฏิบัติให้เป็นไปตามมติดังกล่าว

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ้าราชการฝ่ายศาลปกครองผู้ใดถูกกล่าวหาว่ากระทําผิดวินัยอย่างร้ายแรง เมื่อคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรงได้ดําเนินการสอบสวนเสร็จแล้ว ให้รายงานผลการสอบสวนต่อผู้บังคับบัญชาซึ่งมีอํานาจสั่งบรรจุ เพื่อดําเนินการต่อไป ดังนี้

(๑) ในกรณีที่คณะกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรงเห็นว่าข้าราชการฝ่ายศาลปกครองผู้นั้นไม่ได้กระทําผิดวินัยหรือกระทําผิดวินัยอย่างไม่ร้ายแรง หากผู้บังคับบัญชาซึ่งมีอํานาจสั่งบรรจุเห็นว่าข้าราชการฝ่ายศาลปกครองผู้นั้นไม่ได้กระทําผิดวินัยหรือกระทําผิดวินัยอย่างไม่ร้ายแรงให้ผู้บังคับบัญชาซึ่งมีอํานาจสั่งบรรจุสั่งลงโทษทางวินัยอย่างไม่ร้ายแรง สั่งยุติเรื่อง หรืองดโทษ และให้รายงานต่อ อ.ขป. วินัย เพื่อพิจารณาว่าการดําเนินการทางวินัยเป็นการถูกต้องหรือเหมาะสมหรือไม่ หาก อ.ขป. วินัย มีมติเป็นประการใด ให้ผู้บังคับบัญชาซึ่งมีอํานาจสั่งบรรจุสั่งหรือปฏิบัติให้เป็นไปตามมติดังกล่าว แต่หากผู้บังคับบัญชาซึ่งมีอํานาจสั่งบรรจุเห็นว่าข้าราชการฝ่ายศาลปกครองผู้นั้นกระทําผิดวินัยอย่างร้ายแรงให้ดําเนินการตาม (๒)

(๒) ในกรณีที่คณะกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรงเห็นว่าข้าราชการฝ่ายศาลปกครองผู้นั้นกระทําผิดวินัยอย่างร้ายแรง ให้ผู้บังคับบัญชาซึ่งมีอํานาจสั่งบรรจุพิจารณาว่าข้าราชการฝ่ายศาลปกครองผู้นั้นกระทําผิดวินัยอย่างร้ายแรงหรือไม่ และไม่ว่าผู้บังคับบัญชาซึ่งมีอํานาจสั่งบรรจุจะเห็นด้วยกับความเห็นของคณะกรรมการสอบสวนหรือไม่ ให้ผู้บังคับบัญชาซึ่งมีอํานาจสั่งบรรจุส่งเรื่องให้ อ.ขป. วินัย เพื่อพิจารณาต่อไป และเมื่อ อ.ขป. วินัย มีมติเป็นประการใด ให้ผู้บังคับบัญชาซึ่งมีอํานาจสั่งบรรจุสั่งหรือปฏิบัติให้เป็นไปตามมติดังกล่าว และให้รายงานต่อ ก.ขป. เพื่อพิจารณาว่าการดําเนินการทางวินัยเป็นการถูกต้องหรือเหมาะสมหรือไม่ หาก ก.ขป. มีมติเป็นประการใดให้ผู้บังคับบัญชาซึ่งมีอํานาจสั่งบรรจุสั่งหรือปฏิบัติให้เป็นไปตามมติดังกล่าว

(๓) ในกรณีที่คณะกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรงเห็นว่าผลการสอบสวนยังไม่ได้ความแน่ชัดพอที่จะลงโทษเพราะกระทําผิดวินัยอย่างร้ายแรง แต่เห็นว่าข้าราชการฝ่ายศาลปกครองผู้นั้นมีมลทินหรือมัวหมองในกรณีที่ถูกสอบสวน หากให้ผู้นั้นรับราชการต่อไปจะเป็นการเสียหายแก่ราชการ ถ้าผู้บังคับบัญชาซึ่งมีอํานาจสั่งบรรจุเห็นด้วยกับคณะกรรมการสอบสวนว่าควรสั่งให้ออกจากราชการเพื่อรับบําเหน็จบํานาญเหตุทดแทนตามกฎหมายว่าด้วยบําเหน็จบํานาญข้าราชการ ให้ผู้บังคับบัญชาซึ่งมีอํานาจสั่งบรรจุส่งเรื่องให้ อ.ขป. วินัย เพื่อพิจารณา และเมื่อ อ.ขป. วินัย มีมติเป็นประการใด ให้ผู้บังคับบัญชาซึ่งมีอํานาจสั่งบรรจุสั่งหรือปฏิบัติให้เป็นไปตามมติดังกล่าว และให้รายงานต่อ ก.ขป. เพื่อพิจารณาว่าการดําเนินการดังกล่าวถูกต้องหรือเหมาะสมหรือไม่ หาก ก.ขป. มีมติเป็นประการใด ให้ผู้บังคับบัญชาซึ่งมีอํานาจสั่งบรรจุสั่งหรือปฏิบัติให้เป็นไปตามมติดังกล่าว แต่ถ้าผู้บังคับบัญชาซึ่งมีอํานาจสั่งบรรจุเห็นว่าข้าราชการฝ่ายศาลปกครองผู้นั้นไม่ได้กระทําผิดวินัยหรือกระทําผิดวินัยอย่างไม่ร้ายแรง ให้ดําเนินการตาม (๑) แต่หากผู้บังคับบัญชาซึ่งมีอํานาจสั่งบรรจุเห็นว่าข้าราชการฝ่ายศาลปกครองผู้นั้นกระทําผิดวินัยอย่างร้ายแรงให้ดําเนินการตาม (๒)

ในกรณีที่ข้าราชการฝ่ายศาลปกครองผู้ใดถูกกล่าวหาว่ากระทําผิดวินัยอย่างร้ายแรง ซึ่งเป็นความผิดที่ปรากฏชัดแจ้ง ตามที่กําหนดในกฎ ก.พ. ว่าด้วยการดําเนินการทางวินัย ให้ดําเนินการตาม (๒) โดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ในกรณีที่ผู้บังคับบัญชาซึ่งมีอํานาจสั่งบรรจุสั่งให้ข้าราชการฝ่ายศาลปกครองออกจากราชการ เพื่อรับบําเหน็จบํานาญเหตุทดแทนตามกฎหมายว่าด้วยบําเหน็จบํานาญข้าราชการ ด้วยเหตุดังต่อไปนี้ ให้รายงานต่อ ก.ขป. เพื่อพิจารณาว่าการดําเนินการดังกล่าวถูกต้องหรือเหมาะสมหรือไม่ หาก ก.ขป. มีมติเป็นประการใด ให้ผู้บังคับบัญชาซึ่งมีอํานาจสั่งบรรจุสั่งหรือปฏิบัติให้เป็นไปตามมติดังกล่าว

(๑) เมื่อข้าราชการฝ่ายศาลปกครองผู้ใดเจ็บป่วยไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ราชการของตนได้โดยสม่ําเสมอ

(๒) เมื่อข้าราชการฝ่ายศาลปกครองผู้ใดขาดคุณสมบัติทั่วไป หรือมีลักษณะต้องห้ามในการเข้ารับ ราชการเป็นข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง

(๓) เมื่อข้าราชการฝ่ายศาลปกครองผู้ใดไม่สามารถปฏิบัติราชการให้มีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลในระดับอันเป็นที่พอใจของทางราชการ

(๔) เมื่อข้าราชการฝ่ายศาลปกครองผู้ใดหย่อนความสามารถในอันที่จะปฏิบัติหน้าที่ราชการบกพร่องในหน้าที่ราชการ หรือประพฤติตนไม่เหมาะสมกับตําแหน่งหน้าที่ราชการ ถ้าให้ผู้นั้นรับราชการต่อไปจะเป็นการเสียหายแก่ราชการ

(๕) เมื่อข้าราชการฝ่ายศาลปกครองผู้ใดต้องรับโทษจําคุกโดยคําพิพากษาถึงที่สุดให้จําคุกในความผิดที่ได้กระทําโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษหรือต้องรับโทษจําคุกโดยคําสั่งของศาลซึ่งยังไม่ถึงกับจะต้องถูกลงโทษปลดออกหรือไล่ออก

ในกรณีที่ผู้บังคับบัญชาซึ่งมีอํานาจสั่งบรรจุเห็นว่ามีเหตุที่จะสั่งให้ออกจากราชการตาม (๒) (๓) (๔) และ (๕) ให้ส่งเรื่องให้ อ.ขป. วินัย เพื่อพิจารณาก่อน และเมื่อ อ.ขป. วินัย มีมติเป็นประการใด ให้ผู้บังคับบัญชาซึ่งมีอํานาจสั่งบรรจุสั่งหรือปฏิบัติให้เป็นไปตามมติดังกล่าว

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ การรายงานการดําเนินการทางวินัยต่อ อ.ขป. วินัย ตามข้อ ๑๖ และข้อ ๑๗ วรรคหนึ่ง (๑) และต่อ ก.ขป. ตามข้อ ๑๗ วรรคหนึ่ง (๒) (๓) และวรรคสอง และการรายงานการสั่งให้ออกจากราชการต่อ ก.ขป. ตามข้อ ๑๘ ให้ผู้บังคับบัญชาซึ่งมีอํานาจสั่งบรรจุรายงานการดําเนินการทางวินัยและการสั่งให้ออกจากราชการเมื่อพ้นกําหนดระยะเวลาอุทธรณ์แล้ว

ในกรณีที่มีการอุทธรณ์คําสั่งลงโทษทางวินัยหรือคําสั่งให้ออกจากราชการต่อ ก.ขป. ให้ผู้บังคับบัญชาซึ่งมีอํานาจสั่งบรรจุรายงานการดําเนินการทางวินัยตามข้อ ๑๖ หรือข้อ ๑๗ หรือรายงานการสั่งให้ออกจากราชการตามข้อ ๑๘ ต่อ ก.ขป. เพื่อ ก.ขป. จะได้พิจารณารวมกับการพิจารณาอุทธรณ์ไปในคราวเดียวกัน

บทเฉพาะกาล บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ การดําเนินการทางวินัยที่ค้างอยู่ในวันก่อนวันที่ระเบียบนี้ใช้บังคับ ให้ดําเนินการต่อไปตามระเบียบนี้ และให้ถือว่าการดําเนินการทางวินัยที่กระทําไปแล้วเป็นการดําเนินการทางวินัยตามระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ คณะอนุกรรมการสามัญประจําสํานักงานศาลปกครอง (อ.ขป. สามัญ) ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในวันก่อนวันที่ระเบียบนี้ใช้บังคับ ให้ถือเป็น อ.ขป. วินัย ตามระเบียบนี้ และให้อยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมีการแต่งตั้ง อ.ขป. วินัย ตามระเบียบนี้ ทั้งนี้ ต้องไม่เกินเก้าสิบวันนับแต่วันที่ระเบียบนี้ใช้บังคับ

ให้ดําเนินการแต่งตั้ง อ.ขป. วินัย ตามระเบียบนี้ ให้แล้วเสร็จภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ระเบียบนี้ใช้บังคับ

ผู้มีอํานาจลงนาม ประกาศ ณ วันที่ ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๕

ชาญชัย แสวงศักดิ์

ประธานศาลปกครองสูงสุด

ประธานกรรมการข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง

21 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบ ก.ขป. ว่าด้วยการดำเนินการทางวินัยและการสั่งให้ออกจากราชการของข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง พ.ศ. ๒๕๖๕ (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_915a3743a0d5e16d

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com