คำสั่งคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค
คำสั่งคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค
ที่
๑๓/๒๕๕๐
เรื่อง
ห้ามขายสินค้าภาชนะสำหรับปรุงหรือบรรจุอาหารที่ใช้ตะกั่วเป็นตัวประสาน
รอยเชื่อมต่อเป็นการชั่วคราว
โดยที่ปรากฏว่าในปัจจุบัน
ผู้ประกอบธุรกิจที่ทำการขายอาหารได้มีการใช้ภาชนะสำหรับปรุงหรือบรรจุอาหารที่ใช้ตะกั่วเป็นตัวประสานรอยเชื่อมต่ออย่างแพร่หลาย
เช่น หม้อต้มก๋วยเตี๋ยว หม้อต้มกาแฟ เป็นต้น
ภาชนะดังกล่าวเมื่อนำมาใช้งานในอุณหภูมิที่สูงจะมีสารตะกั่วละลายออกมาปนเปื้อนในอาหาร
ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพอนามัยของผู้บริโภค
คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคได้พิจารณาในการประชุมครั้งที่
๗/๒๕๕๐ เมื่อวันที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๕๐ และครั้งที่ ๘/๒๕๕๐ เมื่อวันที่ ๒๓ พฤศจิกายน
๒๕๕๐ แล้วเห็นว่า
มีเหตุอันน่าเชื่อว่าสินค้าภาชนะสำหรับปรุงหรือบรรจุอาหารที่ใช้ตะกั่วเป็นตัวประสานรอยเชื่อมต่อเป็นสินค้าที่อาจเป็นอันตรายแก่ผู้บริโภค
จึงมีความจำเป็นและเร่งด่วนที่จะป้องกันอันตรายและคุ้มครองผู้บริโภคให้ได้รับความปลอดภัยจากการใช้สินค้าชนิดนี้
ฉะนั้น อาศัยอำนาจตามมาตรา ๓๖
วรรคหนึ่งและวรรคสามแห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒
อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล
ซึ่งตามมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๔๓ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยบัญญัติให้กระทำได้
โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค
จึงมีคำสั่งดังต่อไปนี้
(๑) ห้ามขายสินค้าภาชนะสำหรับปรุงหรือบรรจุอาหารที่ใช้ตะกั่วเป็นตัวประสานรอยเชื่อมต่อเป็นการชั่วคราว
จนกว่าคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคจะมีคำสั่งยกเลิก ทั้งนี้ ให้รวมถึงการให้เช่า
ให้เช่าซื้อ หรือจัดหาให้ไม่ว่าด้วยประการใดๆ
โดยเรียกค่าตอบแทนเป็นเงินหรือผลประโยชน์อย่างอื่น
ตลอดจนการเสนอหรือการชักชวนเพื่อการดังกล่าว
(๒) ให้ผู้ประกอบธุรกิจซึ่งประสงค์จะขาย ผลิต
สั่งหรือนำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขายภาชนะสำหรับปรุงหรือบรรจุอาหารที่ใช้ตะกั่วเป็นตัวประสานรอยเชื่อมต่อ
ทำการติดต่อกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคโดยเร็วที่สุด
เพื่อดำเนินการทดสอบหรือพิสูจน์สินค้าดังกล่าวว่าสินค้านั้นไม่อาจเป็นอันตรายแก่ผู้บริโภค
ทั้งนี้
โดยให้ดำเนินการทดสอบหรือพิสูจน์ให้สามารถรู้ผลได้ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่คำสั่งนี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป[๑]
สั่ง
ณ วันที่ ๒๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๐
ทิพาวดี
เมฆสวรรค์
รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
ประธานกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค
คำเตือน
:- พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๕๖
ผู้ประกอบธุรกิจผู้ใดขายสินค้าที่คณะกรรมการสั่งห้ามขายเพราะสินค้านั้นอาจเป็นอันตรายแก่ผู้บริโภคตามมาตรา
๓๖ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท
หรือทั้งจำทั้งปรับ
ถ้าผู้ประกอบธุรกิจนั้นเป็นผู้ผลิตเพื่อขาย
หรือเป็นผู้สั่ง
หรือนำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขายผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี
หรือปรับไม่เกินห้าแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
วัชศักดิ์/ผู้จัดทำ
๑๒
ธันวาคม ๒๕๕๐
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๒๔/ตอนพิเศษ ๑๘๙ ง/หน้า ๓/๔ ธันวาคม ๒๕๕๐