ระเบียบ ก
ระเบียบ ก.พ.
ว่าด้วยวันออกจากราชการของข้าราชการพลเรือนสามัญ
พ.ศ.๒๕๓๕[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๘ (๕) และมาตรา ๑๑๒
แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๓๕ ก.พ. ออกระเบียบไว้
ดังต่อไปนี้
資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ระเบียบ ก
ระเบียบ ก.พ.
ว่าด้วยวันออกจากราชการของข้าราชการพลเรือนสามัญ
พ.ศ.๒๕๓๕[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๘ (๕) และมาตรา ๑๑๒
แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๓๕ ก.พ. ออกระเบียบไว้
ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑
ระเบียบนี้เรียกว่า ระเบียบ ก.พ. ว่าด้วยวันออกจากราชการของข้าราชการพลเรือนสามัญ
พ.ศ. ๒๕๓๕
ข้อ ๒
ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
ข้อ ๓
การออกจากราชการของข้าราชการพลเรือนสามัญตามมาตรา ๑๑๒ (๔) และ (๕) จะออกจากราชการตั้งแต่วันใด
ให้เป็นไปตามระเบียบนี้
ข้อ ๔
การสั่งให้ออกจากราชการตามมาตรา ๕๔ มาตรา ๖๗ มาตรา ๑๑๔ มาตรา ๑๑๕ มาตรา ๑๑๖
มาตรา ๑๑๗ มาตรา ๑๑๘ หรือมาตรา ๑๒๓ ห้ามมิให้สั่งให้ออกย้อนหลังไปก่อนวันออกคำสั่ง
เว้นแต่
(๑) การสั่งให้ออกจากราชการตามมาตรา ๑๑๗
โดยปกติให้สั่งให้ออกตั้งแต่วันต้องรับโทษจำคุกโดยคำสั่งของศาล
หรือโดยคำพิพากษาถึงที่สุด แล้วแต่กรณี
(๒) การสั่งให้ออกจากราชการตามมาตรา ๑๑๘
ให้สั่งให้ออกตั้งแต่วันไปรับราชการทหารตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหาร
(๓) ในกรณีที่ได้มีการสั่งลงโทษปลดออก
หรือไล่ออกจากราชการไปแล้ว ถ้าจะต้องสั่งใหม่หรือเปลี่ยนแปลงคำสั่งเป็นให้ออกจากราชการตามมาตรา
๕๔ มาตรา ๖๗ มาตรา ๑๑๔ มาตรา ๑๑๕ มาตรา ๑๑๖ มาตรา ๑๑๗ มาตรา ๑๑๘ หรือมาตรา ๑๒๓
ก็ให้สั่งให้ออกย้อนหลังไปถึงวันที่ควรต้องออกจากราชการตามกรณีนั้นในขณะที่ออกคำสั่งเดิม
(๔) กรณีใดมีเหตุสมควรสั่งให้ออกจากราชการย้อนหลัง
ก็ให้สั่งให้ออกย้อนหลังไปถึงวันที่ควรจะต้องออกจากราชการตามกรณีนั้นได้
แต่ทั้งนี้ต้องไม่เป็นการทำให้เสียประโยชน์ตามสิทธิโดยชอบธรรมของผู้ถูกสั่งให้ออกนั้น
ข้อ ๕
การสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนตามมาตรา ๑๐๗ จะสั่งให้ออกตั้งแต่วันใดให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎ
ก.พ. ออกตามความในมาตรา ๑๐๗
ข้อ ๖
การสั่งลงโทษปลดออก หรือไล่ออกจากราชการ ห้ามมิให้สั่งปลดออก หรือไล่ออกย้อนหลังไปก่อนวันออกคำสั่ง
เว้นแต่
(๑) ในกรณีที่ได้มีคำสั่งให้พักราชการหรือให้ออกจากราชการไว้ก่อน
เมื่อจะสั่งลงโทษปลดออก หรือไล่ออกจากราชการ
ให้สั่งปลดออกหรือไล่ออกตั้งแต่วันพักราชการ หรือวันให้ออกจากราชการไว้ก่อน
แล้วแต่กรณี
(๒) การสั่งลงโทษปลดออก หรือไล่ออกจากราชการ
ในกรณีกระทำผิดวินัยโดยละทิ้งหน้าที่ราชการติดต่อในคราวเดียวกันเป็นเวลาเกินกว่าสิบห้าวันและไม่กลับมาปฏิบัติราชการอีก
ให้สั่งปลดออกหรือไล่ออกตั้งแต่วันละทิ้งหน้าที่ราชการนั้น
(๓) การสั่งลงโทษปลดออก หรือไล่ออกจากราชการ
ในกรณีกระทำความผิดอาญา จนได้รับโทษจำคุก หรือโทษที่หนักกว่าจำคุก
โดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก หรือให้รับโทษที่หนักกว่าจำคุก
โดยปกติให้สั่งปลดออกหรือไล่ออกตั้งแต่วันต้องรับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุด
หรือวันต้องคำพิพากษาถึงที่สุด หรือวันถูกคุมขังติดต่อกันจนถึงวันต้องคำพิพากษาถึงที่สุด
แล้วแต่กรณี
(๔) ในกรณีที่ได้มีการสั่งลงโทษปลดออก
หรือไล่ออกจากราชการไปแล้ว ถ้าจะต้องสั่งใหม่หรือเปลี่ยนแปลงคำสั่ง การลงโทษปลดออก
หรือไล่ออก ในกรณีเช่นนี้ ให้สั่งย้อนหลังไปถึงวันออกจากราชการตามคำสั่งเดิม
แต่ถ้าวันออกจากราชการตามคำสั่งเดิมไม่ถูกต้อง ก็ให้สั่งลงโทษ ปลดออก
หรือไล่ออกย้อนหลังไปถึงวันที่ควรต้องออกจากราชการตามกรณีนั้นในขณะที่ออกคำสั่งเดิม
(๕) ในกรณีที่ได้มีการสั่งให้ออกจากราชการตามมาตรา ๕๔ มาตรา
๖๗ มาตรา ๑๑๔ มาตรา ๑๑๕ มาตรา ๑๑๖ มาตรา ๑๑๗ มาตรา ๑๑๘ หรือมาตรา ๑๒๓ ไปแล้ว
ถ้าจะต้องสั่งใหม่หรือเปลี่ยนแปลงคำสั่งเป็นลงโทษปลดออก หรือไล่ออกจากราชการ
ให้สั่งปลดออก หรือไล่ออกย้อนหลังไปถึงวันที่ควรต้องลงโทษปลดออก หรือไล่ออก
ตามกรณีนั้นในขณะที่ออกคำสั่งเดิม
(๖) การสั่งลงโทษปลดออก หรือไล่ออกจากราชการ ในกรณีที่ผู้ซึ่งจะต้องถูกสั่งนั้นได้ออกจากราชการโดยถูกสั่งลงโทษปลดออกหรือไล่ออก
หรือถูกสั่งให้ออกจากราชการในกรณีอื่น หรือได้รับอนุญาตให้ลาออกจากราชการ
ไปก่อนแล้ว ให้สั่งปลดออกหรือไล่ออกย้อนหลังไปถึงวันออกจากราชการนั้น
(๗) การสั่งลงโทษปลดออก หรือไล่ออกจากราชการ ในกรณีที่ผู้ซึ่งจะต้องถูกสั่งนั้นได้พ้นจากราชการตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการไปก่อนแล้ว
ให้สั่งปลดออกหรือไล่ออกย้อนหลังไปถึงวันสิ้นปีงบประมาณที่ผู้นั้นมีอายุครบหกสิบปีบริบูรณ์
(๘) กรณีใดมีเหตุสมควรสั่งปลดออก
หรือไล่ออกจากราชการย้อนหลัง ก็ให้สั่งปลดออกหรือไล่ออกย้อนหลังไปถึงวันที่ควรจะต้องออกจากราชการตามกรณีนั้นได้
แต่ทั้งนี้ต้องไม่เป็นการทำให้เสียประโยชน์ตามสิทธิโดยชอบธรรมของผู้ถูกสั่งลงโทษนั้น
ข้อ ๗
การสั่งให้ออกจากราชการหรือสั่งลงโทษให้ออกจากราชการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนที่ใช้อยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน
พ.ศ. ๒๕๓๕ ใช้บังคับประกอบกับมาตรา ๑๓๘ ให้นำข้อ ๔ หรือข้อ ๖ แล้วแต่กรณี
มาใช้บังคับโดยอนุโลม
ข้อ ๘
ให้เลขาธิการ ก.พ. รักษาการตามระเบียบนี้
ประกาศ ณ วันที่ ๒๕ กันยายน พ.ศ.๒๕๓๕
เกษม สุวรรณกุล
รองนายกรัฐมนตรี
ผู้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรี
ประธาน ก.พ.
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๐๙/ตอนที่ ๑๐๓/หน้า ๖/๒๙ กันยายน ๒๕๓๕
ระเบียบ ก.พ. ว่าด้วยวันออกจากราชการของข้าราชการพลเรือนสามัญ พ.ศ. 2535 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_93192706a2e170bc
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).
Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名
本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com