法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ข้อกำหนดศาลแรงงานว่าด้วยการดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลแรงงาน (ฉบับ Update ล่าสุด)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
19
มาตรา อารัมภบท

ข้อกำหนดศาลแรงงาน

ข้อกำหนดศาลแรงงาน

ว่าด้วยการดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลแรงงาน[๑]

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๙

แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒

และโดยได้รับอนุมัติจากประธานศาลฎีกา อธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานกลางออกข้อกำหนดสำหรับใช้บังคับในศาลแรงงานทุกศาลไว้

ดังต่อไปนี้

การยื่นฟ้อง

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

ในกรณีที่โจทก์ยื่นคำฟ้องหรือคำร้องเป็นหนังสือ จะใช้แบบพิมพ์ของกระทรวงยุติธรรม

หรือจะใช้แบบพิมพ์ รง. ๑ หรือ รง. ๒ ท้ายข้อกำหนดนี้ก็ได้

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๒]

ในกรณีที่โจทก์มาแจ้งความจำนงว่าจะแถลงข้อหาด้วยวาจา ให้ผู้พิพากษาแห่งศาลแรงงานที่มีเขตอำนาจออกนั่งฟังคำแถลงด้วยวาจา

และสอบถามเพิ่มเติมตามที่จำเป็น แล้วบันทึกไว้ในแบบพิมพ์ รง.๑ หรือ รง.๒

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

เมื่อผู้พิพากษาแห่งศาลแรงงานได้สั่งรับคำฟ้องหรือคำร้องที่โจทก์นำมายื่นหรือตามที่ได้บันทึกไว้ในแบบพิมพ์

รง. ๑ หรือ รง. ๒ แล้ว ให้รีบนำเสนออธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานกลางหรืออธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานภาคเพื่อกำหนดตัวผู้พิพากษาและผู้พิพากษาสมทบโดยเร็ว

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

ให้ผู้พิพากษาแห่งศาลจังหวัดรีบส่งคำฟ้องหรือคำร้องที่โจทก์นำมายื่นหรือรายการแห่งคำฟ้องหรือคำร้องที่บันทึกไว้ไปยังศาลแรงงานกลางหรือศาลแรงงานภาคที่คดีนั้นอยู่ในเขตอำนาจโดยเร็ว

หากศาลแรงงานกลางหรือศาลแรงงานภาคเห็นสมควรสั่งรับไว้พิจารณาก็ให้สั่งรับ

แล้วรีบนำเสนออธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานกลางหรืออธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานภาคเพื่อกำหนดตัวผู้พิพากษาและผู้พิพากษาสมทบโดยเร็ว

การกำหนดวันเวลาในการพิจารณา

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

เมื่ออธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานกลางหรืออธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานภาคได้กำหนดตัวผู้พิพากษาและผู้พิพากษาสมทบแล้ว

ให้ผู้พิพากษากำหนดวันเวลาในการพิจารณาคดีนั้นโดยเร็ว

แล้วแจ้งให้โจทก์ทราบและสั่งให้มาศาลโดยใช้แบบพิมพ์ รง. ๓ ท้ายข้อกำหนดนี้ กับให้ออกหมายเรียกจำเลยให้มาศาลตามกำหนดดังกล่าวโดยใช้แบบพิมพ์

รง. ๔ ท้ายข้อกำหนดนี้

ในกรณีที่โจทก์ยังอยู่ที่ศาลหรือมาศาล

ศาลจะสั่งให้โจทก์ลงชื่อรับทราบกำหนดนัดแทนก็ได้

การกำหนดวันตามวรรคหนึ่ง ไม่ควรให้เกิน ๗

วันนับแต่วันสั่งรับคดีไว้พิจารณา เว้นแต่จะมีเหตุจำเป็นที่ไม่อาจกำหนดให้เร็วกว่านั้นได้

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

ในกรณีที่ศาลแรงงานจะต้องออกไปนั่งพิจารณาพิพากษา ณ ศาลจังหวัดแห่งท้องที่ที่มูลคดีเกิดขึ้น

ให้รีบแจ้งผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดนั้น ๆ ทราบ กับขอความร่วมมือในการส่งคำสั่งถึงโจทก์และหมายเรียกจำเลยให้ด้วย

การกระทำหรือออกคำสั่งใด ๆ

ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๘

ผู้พิพากษาของศาลแรงงานอาจกระทำหรือออกคำสั่ง ณ ศาลใด ๆ

ที่ตนปฏิบัติหน้าที่อยู่ก็ได้ แล้วแจ้งไปยังศาลแห่งท้องที่ที่มูลคดีเกิดหรือศาลที่จะมีการนั่งพิจารณาคดีนั้นเพื่อให้คู่ความทราบ[๓]

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗[๔]

ให้จ่าศาลเป็นผู้ออกหนังสือเชิญผู้พิพากษาสมทบมานั่งพิจารณาคดี

ในกรณีรีบด่วนจะติดต่อเชิญทางโทรศัพท์หรือทางโทรสารหรือโดยวิธีอื่นทำนองเดียวกันก็ได้

หากผู้พิพากษาสมทบคนใดที่อธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานกลางหรืออธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานภาค

กำหนดตัวให้มานั่งพิจารณาคดีมีความจำเป็นจะมาศาลไม่ได้ ให้จ่าศาลติดต่อเชิญผู้พิพากษาสมทบซึ่งได้กำหนดสำรองไว้สำหรับคดีนั้น

ถ้าไม่มีการกำหนดผู้พิพากษาสมทบสำรองไว้

ก็ให้รีบรายงานอธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานกลางหรืออธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานภาคเพื่อกำหนดตัวพิพากษาสมทบคนอื่นแทน

การยื่นคำให้การ

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘

ในกรณีที่จำเลยประสงค์จะยื่นคำให้การเป็นหนังสือ ให้ใช้แบบพิมพ์คำให้การของกระทรวงยุติธรรม

การปฏิบัติหน้าที่ของนิติกรศาลแรงงาน[๕]

มาตรา ข้อ ๘/๑

ข้อ ๘/๑[๖]

อธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานกลางหรืออธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานภาคอาจมอบหมายให้นิติกรศาลแรงงานปฏิบัติหน้าที่เพื่ออำนวยความสะดวกแก่คู่ความก่อนผู้พิพากษาออกนั่งพิจารณาโดยให้มีอำนาจหน้าที่ตามระเบียบที่อธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานกลางหรืออธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานภาคกำหนด

มาตรา ข้อ ๘/๒

ข้อ ๘/๒[๗] ในวันนัดพิจารณาที่ศาลกำหนด

ผู้พิพากษาอาจสั่งให้คู่ความไปพบนิติกรศาลแรงงานก่อนเพื่อจัดให้เจรจาตกลงกัน

ในกรณีที่คู่ความตกลงกันได้

ให้นิติกรศาลแรงงานช่วยเหลือคู่ความในการจัดทำคำร้องขอถอนฟ้องหรือสัญญาประนีประนอมยอมความแล้วรีบนำเสนอศาลเพื่อพิจารณาต่อไป

ในกรณีที่คู่ความตกลงกันไม่ได้

ให้นิติกรศาลแรงงานรีบนำคู่ความไปพบศาลเพื่อดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป”

การไกล่เกลี่ยให้คู่ความตกลงกัน

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙[๘]

เมื่อศาลแรงงานได้พยายามไกล่เกลี่ยให้คู่ความได้ตกลงกันหรือประนีประนอมยอมความกันตามเจตนารมณ์ของกฎหมายแล้ว

แต่คู่ความไม่อาจตกลงหรือประนีประนอมยอมความกันได้

และศาลจะต้องดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปให้ศาลสอบถามคู่ความอันเกี่ยวกับข้อเท็จจริงที่คู่ความยกขึ้นเป็นข้ออ้าง

ข้อเถียงและพยานหลักฐานที่ได้เสนอไว้ในบัญชีระบุพยาน

คู่ความต้องตอบคำถามดังกล่าวของศาล ถ้าคู่ความไม่ตอบคำถามเกี่ยวกับข้อเท็จจริงใดหรือปฏิเสธข้อเท็จจริงใด

โดยไม่มีเหตุแห่งการปฏิเสธโดยชัดแจ้ง ให้ศาลบันทึกไว้ แต่ถ้าศาลเห็นว่าคู่ความฝ่ายนั้นไม่อยู่ในวิสัยที่จะตอบหรือแสดงเหตุแห่งการปฏิเสธโดยชัดแจ้งในขณะนั้นศาลอาจสั่งให้คู่ความผ่านนั้นตอบหรือแสดงเหตุแห่งการปฏิเสธภายในกำหนดเวลาตามที่ศาลเห็นสมควรกำหนดก็ได้

ข้อเท็จจริงใดที่คู่ความรับกันก็เป็นอันยุติไปตามนั้น ส่วนข้อเท็จจริงใดที่คู่ความฝ่ายหนึ่งยกขึ้นอ้าง

แต่คู่ความฝ่ายอื่นไม่ยอมรับและเกี่ยวเนื่องโดยตรงกับประเด็นข้อพิพาทตามคำคู่ความให้ศาลกำหนดเป็นประเด็นข้อพิพาทและกำหนดให้คู่ความฝ่ายใดนำพยานหลักฐานมาสืบในประเด็นข้อใดก่อนหรือหลังก็ได้

กระบวนพิจารณาตามข้อนี้ ให้ศาลจดไว้ในรายงานกระบวนพิจารณาแล้วอ่านให้คู่ความฟัง

และให้ลงลายมือชื่อไว้ หากคู่ความไม่ยอมลงลายมือชื่อก็ให้ดำเนินการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

มาตรา ๔๙ และมาตรา ๕๐

การสืบพยาน

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐[๙] ในกรณีที่ศาลแรงงานสั่งให้มีการสืบพิจารณา

ศาลจะสอบถามคู่ความแต่ละฝ่ายว่าประสงค์จะอ้างและสืบพยานใดบ้าง

แล้วจดรายชื่อและที่อยู่ของพยานบุคคล สภาพและสถานที่เก็บของพยานเอกสารหรือพยานวัตถุไว้

หรือให้คู่ความฝ่ายนั้นยื่นบัญชีระบุพยานซึ่งแสดงเอกสารหรือสภาพเอกสารที่อ้างอิง

รายชื่อที่อยู่บุคคล วัตถุ หรือสถานที่ซึ่งคู่ความนั้นระบุอ้างเป็นพยานหรือขอให้ศาลไปตรวจหรือขอให้ตั้งผู้เชี่ยวชาญ

แล้วแต่กรณี ต่อศาลในวันนั้น หรือภายในกำหนด ๗ วันก็ได้

คู่ความใดมีความจำนงจะยื่นบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมต้องแสดงเหตุอันสมควรว่าตนไม่สามารถทราบว่าต้องนำพยานหลักฐานบางอย่างมาสืบเพื่อประโยชน์ของตนหรือไม่ทราบว่าพยานหลักฐานบางอย่างได้มีอยู่หรือมีเหตุอันสมควรอื่นใดคู่ความฝ่ายนั้นอาจยื่นคำแถลงขออนุญาตอ้างพยานหลักฐานเช่นว่านั้นพร้อมกับบัญชีระบุพยานและสำเนาบัญชีระบุพยานต่อศาลได้ก่อนพิพากษาคดี

ถ้าศาลเห็นว่าเพื่อให้การวินิจฉัยชี้ขาดข้อสำคัญแห่งประเด็นเป็นไปโดยเที่ยงธรรม

จำเป็นจะต้องสืบพยานหลักฐานเช่นว่านั้นก็ให้ศาลอนุญาตตามคำแถลง

ในกรณีที่คู่ความอ้างพยานบุคคล พยานเอกสาร หรือพยานวัตถุ

ให้ศาลสอบถามคู่ความแต่ละฝ่ายถึงความสำคัญและความจำเป็นของพยานหลักฐานที่ประสงค์จะสืบว่าเกี่ยวข้องกับประเด็นแห่งคดีหรือไม่เพียงใด

หากพยานหลักฐานใดฟุ่มเฟือยเกินสมควร หรือประวิงให้ชักช้าหรือไม่เกี่ยวแก่ประเด็นแห่งคดี

ให้ศาลงดสืบพยานหลักฐานเช่นว่านั้น หากพยานหลักฐานใดเกี่ยวกับประเด็นแห่งคดีหรือศาลเห็นว่ามีความจำเป็นที่จะต้องนำสืบเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงที่เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาก็ให้ศาลสั่งให้คู่ความแต่ละฝ่ายนำพยานหลักฐานเหล่านั้นมาสืบโดยอาจกำหนดวันนัดสืบพยานของแต่ละฝ่ายไว้ล่วงหน้าจนเสร็จคดี

ถ้าคู่ความได้นำพยานหลักฐานทั้งหมดหรือบางส่วนมาศาลและพร้อมที่จะสืบได้ในวัดนัดพิจารณาให้ศาลดำเนินการสืบพยานไปทันที

เว้นแต่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งจะได้คัดค้านเสียก่อนเริ่มต้นสืบพยาน

ในกรณีที่ไม่อาจสืบพยานได้ในวันนั้นก็ให้ศาลกำหนดวันนัดสืบพยานต่อไป

ในกรณีที่ไม่อาจสืบพยานในวันนัดพิจารณาตามวรรคสี่ได้

ศาลแรงงานอาจให้คู่ความส่งบรรดาพยานหลักฐานทั้งหมดที่ประสงค์จะใช้เป็นพยานหลักฐานซึ่งอยู่ในความครอบครองของตน

หรือขอให้ศาลมีคำสั่งเรียกพยานหลักฐานที่อยู่ในความครอบครองของบุคคลภายนอกส่งต่อศาลก่อนวันนัดสืบพยาน

มาตรา ข้อ ๑๐/๑

ข้อ ๑๐/๑[๑๐] เพื่อความสะดวกและรวดเร็วในการสืบพยาน

ศาลอาจนัดพร้อมคู่ความก่อนวันนัดสืบพยาน

เพื่อให้คู่ความนำพยานหลักฐานที่ประสงค์จะอ้างเป็นพยานหลักฐานที่อยู่ในความครอบครองและสามารถนำมาศาลได้ไปพบนิติกรศาลแรงงาน

ให้นิติกรศาลแรงงานตรวจรับพยานหลักฐานที่คู่ความนำมายื่น

หรือที่อยู่ในความครอบครองนำส่งตามคำสั่งศาลและจัดเตรียมพยานหลักฐานดังกล่าวตามลำดับก่อนหลังที่คู่ความประสงค์จะสืบแล้วนำเสนอศาลเพื่อดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป

การจ่ายค่าป่วยการ

ค่าพาหนะเดินทางและค่าเช่าที่พักของพยาน ผู้ทรงคุณวุฒิ หรือผู้เชี่ยวชาญ

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑

ให้ศาลแรงงานกำหนดค่าป่วยการของพยานที่ศาลเรียกมาตามรายได้และฐานะของพยาน

แต่ไม่ให้เกินวันละหนึ่งร้อยห้าสิบบาทกับค่าพาหนะเดินทางและค่าเช่าที่พักของพยานที่เสียไปด้วยตามสมควร

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒

ให้ศาลแรงงานกำหนดค่าป่วยการของผู้ทรงคุณวุฒิหรือผู้เชี่ยวชาญที่ศาลขอให้มาให้ความเห็นตามรายได้และฐานะของผู้ทรงคุณวุฒิหรือผู้เชี่ยวชาญ

แต่ไม่ให้เกินวันละสองร้อยบาทกับค่าพาหนะเดินทางและค่าเช่าที่พักของผู้ทรงคุณวุฒิหรือผู้เชี่ยวชาญที่เสียไปด้วยตามสมควร

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓

ให้ผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาคดีจดแจ้งจำนวนค่าป่วยการค่าพาหนะเดินทางและค่าเช่าที่พักของพยานหรือผู้ทรงคุณวุฒิหรือผู้เชี่ยวชาญตามข้อ

๑๑ หรือข้อ ๑๒ ลงในแบบพิมพ์ รง. ๕

ท้ายข้อกำหนดนี้ แล้วมอบให้บุคคลดังกล่าวนำไปขอรับเงินตามจำนวนที่ระบุจากจ่าศาลหรือเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของศาล

แบบพิมพ์

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔

การมอบอำนาจให้สมาคมนายจ้างหรือสหภาพแรงงานหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินคดีแทนตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน

พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓๖ คู่ความจะใช้แบบพิมพ์ รง. ๖ ท้ายข้อกำหนดนี้ก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ในการยื่นหรือส่งคำคู่ความหรือเอกสารอื่นนอกจากที่ระบุไว้ในข้อกำหนดนี้

ศาลแรงงาน เจ้าพนักงานของศาลแรงงาน คู่ความหรือบุคคลผู้เกี่ยวข้องจะต้องใช้แบบพิมพ์ที่กระทรวงยุติธรรมได้จัดไว้

สำหรับการยื่นอุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน

พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๕๔ ให้ใช้แบบพิมพ์อุทธรณ์ แบบ (๓๒) และแบบพิมพ์ท้ายอุทธรณ์ แบบ

(๓๓) ส่วนคำแก้อุทธรณ์ให้ใช้แบบพิมพ์คำแก้อุทธรณ์ แบบ (๓๔) และแบบพิมพ์ท้ายคำแก้อุทธรณ์

แบบ (๓๕)

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖

ให้ใช้ข้อกำหนดนี้ตั้งแต่วันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๒๓ เป็นต้นไป

ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๓

จำรัส เขมะจารุ

อธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานกลาง

[เอกสารแนบท้าย]

๑.

คำฟ้องคดีแรงงาน (รง. ๑)[๑๑]

๒.

คำร้องคดีแรงงาน (รง. ๒)[๑๒]

๓.

คำสั่งเรียกโจทก์ (รง. ๓)

๔.

หมายเรียกจำเลย (รง. ๔)

๕.

ใบสั่งจ่ายเงิน (รง. ๕)

๖.

ใบมอบอำนาจให้ดำเนินคดีแทน (รง. ๖)

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

ข้อกำหนดศาลแรงงานว่าด้วยการดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลแรงงาน

(ฉบับที่๒)[๑๓]

ข้อกำหนดศาลแรงงานว่าด้วยการดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลแรงงาน

(ฉบับที่๓)[๑๔]

ภิรมย์พร/ผู้จัดทำ

๒๖ ตุลาคม ๒๕๕๓

กวินทราดา/ผู้ตรวจ

๑๐ มกราคม ๒๕๕๔

[๑]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๙๗/ตอนที่

๕๒/ฉบับพิเศษหน้า ๒๒/๓ เมษายน ๒๕๒๓

[๒] ข้อ ๒

แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อกำหนดของศาลแรงงานว่าด้วยการดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลแรงงาน

(ฉบับที่ ๓)

[๓] ข้อ ๖ วรรคสอง

เพิ่มโดยข้อกำหนดของศาลแรงงานว่าด้วยการดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลแรงงาน (ฉบับที่

๓)

[๔] ข้อ ๗

แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อกำหนดของศาลแรงงานว่าด้วยการดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลแรงงาน

(ฉบับที่ ๓)

[๕]

การปฏิบัติหน้าที่ของนิติกรศาลแรงงาน ข้อ ๘/๑ ถึง ข้อ ๘/๒

เพิ่มโดยข้อกำหนดของศาลแรงงานว่าด้วยการดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลแรงงาน (ฉบับที่

๓)

[๖] ข้อ ๘/๑

เพิ่มโดยข้อกำหนดของศาลแรงงานว่าด้วยการดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลแรงงาน (ฉบับที่

๓)

[๗] ข้อ ๘/๒

เพิ่มโดยข้อกำหนดของศาลแรงงานว่าด้วยการดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลแรงงาน (ฉบับที่

๓)

[๘] ข้อ ๙

แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อกำหนดของศาลแรงงานว่าด้วยการดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลแรงงาน (ฉบับที่

๓)

[๙] ข้อ ๑๐

แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อกำหนดของศาลแรงงานว่าด้วยการดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลแรงงาน (ฉบับที่

๓)

[๑๐] ข้อ ๑๐/๑

เพิ่มโดยข้อกำหนดของศาลแรงงานว่าด้วยการดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลแรงงาน (ฉบับที่

๓)

[๑๑] คำฟ้องคดีแรงงาน

(รง. ๑) แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อกำหนดศาลแรงงานว่าด้วยการดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลแรงงาน

(ฉบับที่ ๒)

[๑๒] คำร้องคดีแรงงาน

(รง. ๒) แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อกำหนดศาลแรงงานว่าด้วยการดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลแรงงาน

(ฉบับที่ ๒)

[๑๓] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๐๘/ตอนที่ ๒๐๐/หน้า ๑๐๘๖/๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๓๔

[๑๔] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๑๗/ตอนพิเศษ ๑๐๗ ง/หน้า ๙/๑๘ ตุลาคม ๒๕๔๓

19 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ข้อกำหนดศาลแรงงานว่าด้วยการดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลแรงงาน (ฉบับ Update ล่าสุด) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_937fedf3f1b77cbe

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com