法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม ว่าด้วยแนวปฏิบัติในการนั่งพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง พ.ศ. 2545

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
13
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม

ระเบียบราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม

ว่าด้วยแนวปฏิบัติในการนั่งพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง

พ.ศ.

๒๕๔๕[๑]

โดยที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

พุทธศักราช ๒๕๔๐ มาตรา ๒๓๖ บัญญัติ ว่า การนั่งพิจารณาคดีของศาลต้องมีผู้พิพากษาหรือตุลาการครบองค์คณะ

และผู้พิพากษาหรือตุลาการซึ่งมิได้นั่งพิจารณาคดีใดจะทำคำพิพากษาหรือคำวินิจฉัยคดีนั้นมิได้

เว้นแต่มีเหตุสุดวิสัยหรือมีเหตุจำเป็นอื่นอันมิอาจก้าวล่วงได้ และมาตรา ๒๔๑

วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า

ในคดีอาญาจำเลยย่อมมีสิทธิได้รับการพิจารณาคดีด้วยความรวดเร็ว

ต่อเนื่องและเป็นธรรม ซึ่งมีความมุ่งหมายที่จะให้ผู้พิพากษาที่เป็นองค์คณะผู้พิพากษาในคดีใดได้รับผิดชอบสืบพยานคดีนั้น

ตั้งแต่เริ่มต้นไปจนเสร็จการพิจารณาและพิพากษาคดี

เพื่อสร้างความเข้มแข็งของระบบองค์คณะและเพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพในการพิจารณาพิพากษาคดีของศาล

โดยเฉพาะในการรับฟังและชั่งน้ำหนักพยานหลักฐาน

ซึ่งการที่จะให้บรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าว

จำเป็นที่องค์คณะผู้พิพากษาไม่ว่าจะเป็นผู้พิพากษา คนเดียวหรือหลายคนจะต้องได้นั่งพิจารณาสืบพยานหลักฐานในคดีนั้น

ตั้งแต่เริ่มต้นต่อเนื่องไปจนเสร็จการพิจารณาและทำคำพิพากษา ศาลชั้นต้นทั้งหลายจึงต้องปรับระบบการนั่งพิจารณาคดีเป็นการพิจารณาคดีต่อเนื่องติดต่อกันไป

เพื่อให้การนั่งพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่องเป็นไปโดยเรียบร้อย

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ แห่งพระธรรมนูญศาลยุติธรรม ประธานศาลฎีกาออกระเบียบไว้

ดังต่อไปนี้

หมวด

บททั่วไป

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม

ว่าด้วยแนวปฏิบัติในการนั่งพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง พ.ศ. ๒๕๔๕”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒

ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศเป็นต้นไป เว้นแต่ข้อ ๓

ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๕ เป็นต้นไป

หมวด

องค์คณะผู้พิพากษา

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

สำนวนคดีซึ่งองค์คณะผู้พิพากษาที่ได้รับมอบหมายประกอบด้วยผู้พิพากษาหลายคนให้ผู้พิพากษาในองค์คณะ

ทั้งเจ้าของสำนวนและองค์คณะมีหน้าที่และความรับผิดชอบร่วมกันในการนั่งพิจารณา

การพิจารณา ตลอดจนการทำคำพิพากษาหรือวินิจฉัยชี้ขาดคดีนั้น

ในการสืบพยานบุคคลให้องค์คณะผู้พิพากษาร่วมกันฟังคำเบิกความสังเกตอากัปกิริยา

ตลอดจนซักถามพยานเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงที่ถูกต้องสมบูรณ์

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

ผู้พิพากษาประจำศาลอาจได้รับมอบหมายให้เป็นเจ้าของสำนวนคดีได้ตามความเหมาะสม

หมวด

การนั่งพิจารณา

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ผู้พิพากษาพึงตระหนักว่าเป็นหน้าที่และบทบาทของผู้พิพากษาที่จะต้องควบคุมดูแลให้การพิจารณาคดีเป็นไปโดยสะดวก

รวดเร็วและต่อเนื่อง ทั้งจะต้องประสานงานกับคู่ความ ทนายความและพนักงานอัยการ

เพื่อให้เกิดผลดังกล่าว

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

คดีที่จำเลยให้การต่อสู้หรือให้การปฏิเสธซึ่งต้องสืบพยานหลักฐานต่อไป

ให้ศาลสืบพยานอย่างต่อเนื่องติดต่อกันไปจนกว่าจะเสร็จการพิจารณา

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ คดีตามข้อ ๖ ให้ศาลกำหนดให้มีการประชุมคดี

โดยอาจกำหนดนัดพร้อมคู่ความทุกฝ่ายหรือนัดชี้สองสถาน

เพื่อกำหนดประเด็นในคดีและเพื่อที่จะทราบข้อมูลเกี่ยวกับพยานหลักฐานทั้งหมด

ซึ่งรวมถึง

(๑) การกำหนดจำนวนพยาน

ซึ่งศาลควรพิจารณาอนุญาตให้สืบพยานเท่าที่จำเป็น

และการกำหนดระยะเวลาที่จะใช้ในการสืบพยานให้เหมาะสมแก่รูปคดี

(๒)

การสอบถามถึงปัญหาและข้อขัดข้องเกี่ยวกับการนำพยานมาศาลหรือเหตุอื่นใดที่อาจทำให้การพิจารณาคดีล่าช้า

ตลอดจนวิธีการป้องกันและแก้ไข

(๓)

การหาช่องทางที่จะให้คู่ความในคดีแพ่งตกลงเกี่ยวกับการพิจารณาคดีโดยวิธีการอื่นแทนการสืบพยาน

เช่น การให้ผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้ชี้ขาดข้อเท็จจริงในบางเรื่อง

การส่งเรื่องให้อนุญาโตตุลาการเป็นผู้ชี้ขาด หรือการให้คู่ความท้ากัน เป็นต้น

(๔) การหาลู่ทางไกล่เกลี่ยหรือให้คู่ความประนีประนอมยอมความกัน

(๕)

การให้คู่ความรับข้อเท็จจริงในบางเรื่องหรือสละประเด็นที่ไม่สำคัญ

(๖)

การขอให้พนักงานอัยการส่งสำเนาบันทึกของพนักงานสอบสวนในคดีนั้นแก่ศาลและจำเลยเพื่อประกอบการพิจารณาว่าจำเป็นจะต้องนำสืบพนักงานสอบสวนเป็นพยานหรือไม่

(๗) การให้คู่ความตกลงใช้วิธีการอื่นใดที่จะทำให้การสืบพยานหรือกระบวนการรับฟังพยานหลักฐานของศาลเสร็จไปได้โดยรวดเร็ว

เช่น

การยื่นบัญชีระบุพยานและเอกสารทั้งหมดที่คู่ความประสงค์จะอ้างอิงพร้อมสำเนาล่วงหน้า

เพื่อให้คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งตรวจสอบว่าจะรับรองความถูกต้องของเอกสารใดได้บ้าง

โดยจัดเอกสารรวมเป็นเล่มมีดรรชนีประกอบและเรียงตามลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหรือการให้คู่ความส่งข้อเท็จจริงให้คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งตอบว่าจะรับรองหรือปฏิเสธข้อเท็จจริงดังกล่าวหรือการตกลงให้ใช้สำเนาเอกสารแทนต้นฉบับ

เป็นต้น

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ก่อนการประชุมคดี องค์คณะผู้พิพากษาต้องตรวจคำคู่ความให้เข้าใจถึงรูปคดี

ข้ออ้างและข้อเถียงของคู่ความแต่ละฝ่าย ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับคดี

ตลอดจนควรพิจารณาถึงแนวทางที่จะทำให้การพิจารณาคดีเสร็จไปโดยรวดเร็วตามวิธีการที่กำหนดไว้ในข้อ

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ในการกำหนดนัดสืบพยานคดีตามข้อ ๖ ศาลพึงคำนึงถึงสิทธิเสรีภาพของจำเลยในคดีอาญา

โดยให้พิจารณากำหนดนัดสืบพยานคดีอาญาก่อนคดีแพ่งเท่าที่พึงกระทำได้

และให้นัดสืบพยานคดีที่จำเลยต้องขังระหว่างพิจารณาก่อน

โดยเฉพาะอย่างยิ่งคดีที่มีอัตราโทษเล็กน้อย

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐

เพื่อมิให้เกิดข้อขัดข้องแก่การนั่งพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่องศาลพึงระมัดระวังในการใช้ดุลพินิจส่งประเด็นไปสืบพยานที่ศาลอื่นเฉพาะกรณีที่มีความจำเป็นซึ่งพยานไม่อาจเดินทางมาศาลที่พิจารณาคดีได้

แต่ทั้งนี้จะต้องแยกส่งประเด็นไปตั้งแต่โอกาสแรกที่จะกระทำได้

การส่งประเด็นไปสืบพยานโจทก์ในคดีอาญาศาลจะต้องคำนึงถึงสิทธิและโอกาสของจำเลยที่จะไปฟังการพิจารณาคดีประกอบด้วย

สำหรับพยานที่เป็นพนักงานสอบสวนหรือเจ้าพนักงานซึ่งเกี่ยวข้องกับการจับกุมจำเลย

ศาลไม่ควรอนุญาตให้ส่งประเด็นไปสืบพยานที่ศาลอื่น

เนื่องจากเป็นหน้าที่ของพยานที่จะต้องมาเบิกความต่อศาลที่พิจารณาคดี

ในการกำหนดวันนัดสืบพยานประเด็น

ศาลที่พิจารณาคดีและศาลที่รับประเด็นพึงคำนึงถึงความสะดวกของพยานและคู่ความประกอบด้วย

และให้ศาลที่รับประเด็นเอาใจใส่และเอื้อเฟื้อสืบพยานประเด็นตามนัดให้แล้วเสร็จโดยรวดเร็ว

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑

ให้ศาลปรับระบบการนั่งพิจารณาคดีสำหรับคดีตามข้อ ๖ ซึ่งค้างพิจารณาอยู่ในวันที่ประกาศใช้ระเบียบนี้

เป็นการนั่งพิจารณาคดีต่อเนื่องตามระเบียบนี้

โดยให้ตรวจสอบจำนวนพยานที่เหลือและกำหนดระยะเวลาที่จะใช้ในการสืบพยานต่อไปให้เหมาะสม

ในการนี้ศาลอาจจัดการประชุมคดีตามแนวทางข้อ ๗ โดยอนุโลมในวันนั่งพิจารณานัดต่อไป

ถ้ายังไม่สามารถดำเนินการได้ก็ให้จัดการในวันนั่งพิจารณานัดถัดไปจนกว่าจะปรับการนั่งพิจารณาคดีให้เป็นไปตามระเบียบนี้ได้

ในกรณีที่มีคดีตามวรรคหนึ่งจำนวนมาก

ศาลอาจจัดทำแผนงานกำหนดวิธีการและขั้นตอนดำเนินการปรับระบบการนั่งพิจารณาคดีเหล่านี้เป็นพิเศษ

เพื่อให้การนั่งพิจารณาคดีทั้งหมดของศาลเป็นไปตามระเบียบนี้โดยรวดเร็ว

หมวด

การส่งเสริมและติดตามผล

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ให้อธิบดีผู้พิพากษาศาลชั้นต้น

อธิบดีผู้พิพากษาภาคและผู้พิพากษาหัวหน้าศาลพิจารณาดำเนินงานส่วนธุรการของศาลในเรื่องการนำสืบพยานหลักฐาน

โดยจัดวางระบบงานเพื่อทราบข้อขัดข้องเกี่ยวกับคู่ความและพยานหลักฐานที่ศาลหรือคู่ความจะนำสืบได้ล่วงหน้าและสามารถแก้ไขข้อขัดข้องนั้นได้เสียก่อนวันนัดสืบพยาน

โดยประสานงานกับสำนักงานศาลยุติธรรม หน่วยงานและบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้อง

ตามความจำเป็นเหมาะสมของแต่ละศาล

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ให้อธิบดีผู้พิพากษาศาลชั้นต้น

อธิบดีผู้พิพากษาภาคและผู้พิพากษาหัวหน้าศาลดูแลให้การพิจารณาและพิพากษาคดีในศาลที่รับผิดชอบเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้

และให้สำนักงานศาลยุติธรรมส่งเสริมและสนับสนุนศาลต่าง ๆ

ในการดำเนินการตามระเบียบนี้ พร้อมทั้งรายงานสภาพปัญหา อุปสรรคและแนวทางแก้ไขต่อประธานศาลฎีกา

ประกาศ

ณ วันที่ ๑๗ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๕

สันติ ทักราล

ประธานศาลฎีกา

วิภา/ผู้จัดทำ

๒๗

ตุลาคม ๒๕๕๓

พัสสน/ผู้ตรวจ

๑๑

มกราคม ๒๕๕๔

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๙/ตอนที่ ๑๑๒ ก/หน้า ๑๘/๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๔๕

13 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม ว่าด้วยแนวปฏิบัติในการนั่งพิจารณาคดีครบองค์คณะและต่อเนื่อง พ.ศ. 2545 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_951004d14074f63a

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com