法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการลงทุนในตราสารในต่างประเทศ และอนุพันธ์ (ฉบับที่ 4)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
9
มาตรา อารัมภบท

ประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน

ประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน

เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการลงทุนในตราสารในต่างประเทศ และอนุพันธ์

(ฉบับที่ ๔)[๑]

อาศัยอำนาจตามความในข้อ ๗ และข้อ ๒๐ แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๓ (พ.ศ. ๒๔๙๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พุทธศักราช ๒๔๘๕ และที่แก้ไขเพิ่มเติม และข้อ ๑๓ (๓) ข้อ ๑๓ ทวิ ข้อ ๑๓ ตรี ข้อ ๑๔ และข้อ ๑๕ แห่งประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง คำสั่งรัฐมนตรีให้ไว้แก่ตัวแทนรับอนุญาต ลงวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๔๗ และที่แก้ไขเพิ่มเติม เจ้าพนักงานออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ให้ยกเลิกคำนิยามคำว่า “ผู้ลงทุน” ในข้อ ๒ ของประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการลงทุนในตราสารในต่างประเทศและอนุพันธ์ ลงวันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๕๘ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการลงทุนในตราสารในต่างประเทศ และอนุพันธ์ (ฉบับที่ ๓) ลงวันที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๕๕๙ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

““ผู้ลงทุน” หมายความว่า

(๑) กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ

(๒) สำนักงานประกันสังคม

(๓) กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

(๔) กองทุนรวม (ไม่รวมกองทุนส่วนบุคคล)

(๕) ผู้ที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ ตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พุทธศักราช ๒๕๓๕ และที่แก้ไขเพิ่มเติม

(๖) บริษัทประกันชีวิตและบริษัทประกันวินาศภัย

(๗) สถาบันการเงินที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้ง

(๘) นิติบุคคลที่จดทะเบียนตามกฎหมายไทยที่มีสินทรัพย์ตามงบดุลตั้งแต่ ๕,๐๐๐ ล้านบาท

(๙) บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

(๑๐) ผู้ที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ตามพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พุทธศักราช ๒๕๔๖ และที่แก้ไขเพิ่มเติม

(๑๑) นิติบุคคลที่จดทะเบียนตามกฎหมายไทยหรือบุคคลธรรมดาที่มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทยที่มีเงินลงทุนในตราสารหรืออนุพันธ์ หรือเงินฝาก ตั้งแต่ ๕๐ ล้านบาทขึ้นไป”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ให้ยกเลิกคำนิยามคำว่า “ตัวแทนการลงทุน” ในข้อ ๒ ของประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการลงทุนในตราสารในต่างประเทศ และอนุพันธ์ ลงวันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๕๘ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

““ตัวแทนการลงทุน” หมายความว่า ตัวแทนการลงทุนในประเทศที่ผู้ลงทุนมอบหมายให้เป็นตัวแทนการลงทุนหรือจัดการกองทุนส่วนบุคคล และมีลักษณะใดลักษณะหนึ่งดังนี้

(๑) ผู้ที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พุทธศักราช ๒๕๓๕ และที่แก้ไขเพิ่มเติม

(๒) ผู้ที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้าตามพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พุทธศักราช ๒๕๔๖ และที่แก้ไขเพิ่มเติม

ทั้งนี้ ให้ตัวแทนการลงทุนตาม (๑) และ (๒) เป็นตัวแทนการลงทุนได้โดยต้องอยู่ภายในขอบเขตที่ตนได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พุทธศักราช ๒๕๓๕ และที่แก้ไขเพิ่มเติม หรือพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พุทธศักราช ๒๕๔๖ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ด้วย”

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ยกเลิกความในข้อ ๓/๑ ของประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการลงทุนในตราสารในต่างประเทศ และอนุพันธ์ ลงวันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๕๘ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการลงทุนในตราสารในต่างประเทศ และอนุพันธ์ (ฉบับที่ ๓) ลงวันที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๕๕๙ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ ๓/๑ เจ้าพนักงานอนุญาตให้ผู้ลงทุนตามนิยามผู้ลงทุน (๑๑) ในข้อ ๒ ซื้อหรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศกับนิติบุคคลรับอนุญาต หรือถอนเงินตราต่างประเทศจากบัญชีแหล่งต่างประเทศ หรือบัญชีแหล่งในประเทศแบบไม่มีภาระผูกพันตามข้อ ๒๓ ของประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน ลงวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๔๗ และที่แก้ไขเพิ่มเติม หรือบัญชีเพื่อการลงทุน เพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้ได้

(๑) กรณีลงทุนโดยไม่ผ่านตัวแทนการลงทุน ให้ซื้อ แลกเปลี่ยน หรือถอนเงินตราต่างประเทศเพื่อชำระเงินลงทุนตามที่กำหนดในข้อ ๓ (๑) และ (๒) และเพื่อชำระรายจ่ายหรือผลขาดทุนที่เกิดจากการลงทุนดังกล่าวได้ โดยให้ผู้ลงทุนถือปฏิบัติดังนี้

(ก) ในกรณีที่เป็นผู้ลงทุนที่มีเงินลงทุนในตราสารหรืออนุพันธ์ หรือเงินฝาก ตั้งแต่ ๑๐๐ ล้านบาทขึ้นไป ให้ทำได้เป็นจำนวนรวมกันไม่เกินปีละ ๕ ล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาดต่อราย

(ข) ในกรณีที่เป็นผู้ลงทุนที่มีเงินลงทุนในตราสารหรืออนุพันธ์ หรือเงินฝาก ตั้งแต่ ๕๐ ล้านบาทขึ้นไป แต่ไม่ถึง ๑๐๐ ล้านบาท ให้ทำได้เป็นจำนวนรวมกันไม่เกินปีละ ๑ ล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาดต่อราย

ในการซื้อ แลกเปลี่ยน หรือถอนเงินตราต่างประเทศตาม (ก) และ (ข) จะต้องเป็นการชำระเงินลงทุนในตราสารในต่างประเทศตามข้อ ๓ (๑) ที่ออกหรือจำหน่ายในประเทศสมาชิกอาเซียนหรือในประเทศที่มีหน่วยงานกำกับดูแลเป็นสมาชิกของ International Organization of Securities Commissions (IOSCO) โดยหน่วยงานดังกล่าวต้องเป็นพหุภาคีประเภท Signatory A ใน Multilateral Memorandum of Understanding Concerning Consultation and Cooperation and the Exchange of Information (MMOU) หรือเป็นการชำระเงินลงทุนในอนุพันธ์ตามข้อ ๓ (๒) ที่ซื้อขายในตลาดในประเทศดังกล่าวหรือทำกับบุคคลในประเทศดังกล่าว และจะต้องชำระเงินไปยังประเทศดังกล่าวด้วย

ทั้งนี้ ในกรณีที่ผู้ลงทุนถอนเงินตราต่างประเทศจากบัญชีเพื่อการลงทุนไปชำระเงินลงทุนหรือชำระรายจ่ายหรือผลขาดทุนที่เกิดจากการลงทุนตาม (๑) ให้ทำได้โดยไม่นับรวมเป็นวงเงินตาม (๑)

(๒) กรณีลงทุนผ่านตัวแทนการลงทุน ให้ซื้อ แลกเปลี่ยน หรือถอนเงินตราต่างประเทศเพื่อชำระเงินตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดในข้อ ๓ ได้ โดยมียอดคงค้างการลงทุนตามราคาทุน ณ ขณะใดขณะหนึ่งไม่เกินวงเงินที่ผู้ลงทุนได้รับจัดสรรจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ทั้งนี้ กรณีชำระเงินลงทุนตามข้อ ๓ (๒) (ก) ที่ทำกับบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศหรือกรณีชำระเงินลงทุนตามข้อ ๓ (๒) (ข) ที่อ้างอิงตัวแปรต่างประเทศอื่นที่ไม่ใช่อัตราแลกเปลี่ยนหรืออ้างอิงอัตราแลกเปลี่ยนที่ไม่ใช่เป็นการทำเพื่อป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน หรือกรณีชำระเงินตามธุรกรรมตามข้อ ๓ (๓) และข้อ ๓ (๔) ให้ทำได้เฉพาะกรณีที่ลงทุนผ่านตัวแทนการลงทุนซึ่งเป็นผู้ที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ที่เป็นบริษัทจัดการกองทุนส่วนบุคคลเท่านั้น

ในการซื้อ แลกเปลี่ยน หรือถอนเงินตราต่างประเทศตาม (๒) ให้ฝากเข้าบัญชีเพื่อลูกค้าของตัวแทนการลงทุนที่เปิดโดยตัวแทนการลงทุนของตน

ทั้งนี้ ในกรณีที่ตัวแทนการลงทุนซื้อหรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศตาม (๒) แทนผู้ลงทุนให้สามารถหักกลบรายการชำระหรือรับชำระเงินที่เกี่ยวกับการลงทุนในตราสารในต่างประเทศและอนุพันธ์ของผู้ลงทุนกับลูกค้ารายอื่น และให้ซื้อหรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเพื่อชำระเงินหรือรับชำระเงินกับคู่ค้าในต่างประเทศตามยอดสุทธิจากการหักกลบเท่านั้น โดยให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่เจ้าพนักงานกำหนด”

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้ยกเลิกความในข้อ ๔ ของประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการลงทุนในตราสารในต่างประเทศ และอนุพันธ์ ลงวันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๕๘ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการลงทุนในตราสารในต่างประเทศ และอนุพันธ์ (ฉบับที่ ๓) ลงวันที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๕๕๙ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ ๔ เมื่อผู้ลงทุนหรือตัวแทนการลงทุนขอซื้อ แลกเปลี่ยน หรือถอนเงินตราต่างประเทศตามข้อ ๓ และข้อ ๓/๑ นิติบุคคลรับอนุญาตต้องเรียกให้ผู้ลงทุนหรือตัวแทนการลงทุนยื่นเอกสารหลักฐานดังนี้

(๑) ในกรณีที่เป็นผู้ลงทุนตามนิยามผู้ลงทุน (๑) ถึง (๑๐) ในข้อ ๒

(ก) ในกรณีที่เป็นผู้ลงทุนตามนิยามผู้ลงทุน (๒) ถึง (๗) และ (๑๐) ในข้อ ๒ ให้เรียกหลักฐานที่ออกโดยหน่วยงานที่กำกับดูแลผู้ลงทุน หรือในกรณีที่เป็นผู้ลงทุน (๑) (๘) และ (๙) ในข้อ ๒ ให้เรียกหลักฐานที่ออกโดยคณะกรรมการหรือผู้มีอำนาจบริหารของผู้ลงทุน ซึ่งหลักฐานดังกล่าว ต้องแสดงการอนุญาตให้ผู้ลงทุนลงทุนในตราสารในต่างประเทศ หรืออนุพันธ์ โดยระบุวงเงินลงทุน

ทั้งนี้ ในกรณีที่เป็นผู้ลงทุนตามนิยามผู้ลงทุน (๓) ถึง (๕) และ (๑๐) นิติบุคคลรับอนุญาตอาจเรียกให้ผู้ขอซื้อ แลกเปลี่ยน หรือถอนเงินตราต่างประเทศ ยื่นหลักฐานที่ออกโดยหน่วยงานที่กำกับดูแลผู้ลงทุนภายในวันรับมอบส่งมอบเงินตามธุรกรรมเงินตราต่างประเทศ

(ข) ในกรณีที่เป็นผู้ลงทุนตามนิยามผู้ลงทุน (๘) ในข้อ ๒ ให้เรียกงบการเงินที่ผ่านการตรวจสอบและรับรองจากผู้สอบบัญชีรับอนุญาตปีล่าสุด

(ค) ในกรณีที่เป็นผู้ลงทุนตามนิยามผู้ลงทุน (๑) (๒) (๖) และ (๗) ในข้อ ๒ ที่มีการลงทุนในตราสารในต่างประเทศ และอนุพันธ์จำนวนตั้งแต่ ๑๐ ล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาดต่อปี และในกรณีที่เป็นผู้ลงทุนตามนิยามผู้ลงทุน (๘) และ (๙) ในข้อ ๒ ให้เรียกแบบรับทราบการแจ้งความประสงค์การลงทุนในตราสารในต่างประเทศ และอนุพันธ์ที่ออกให้โดยเจ้าพนักงาน

(ง) กรณีผู้ลงทุนเป็นผู้ขอซื้อ แลกเปลี่ยน หรือถอนเงินตราต่างประเทศ ให้เรียกหนังสือรับรองของผู้ลงทุน ซึ่งรับรองว่าการซื้อ แลกเปลี่ยน หรือถอนเงินตราต่างประเทศดังกล่าว จะทำให้ผู้ลงทุนมียอดคงค้างการลงทุนในตราสารในต่างประเทศ และอนุพันธ์ไม่เกินวงเงินที่กำหนดโดยหน่วยงานที่กำกับดูแล ผู้ลงทุนหรือคณะกรรมการหรือผู้มีอำนาจบริหารของผู้ลงทุน

(จ) กรณีตัวแทนการลงทุนเป็นผู้ขอซื้อ แลกเปลี่ยน หรือถอนเงินตราต่างประเทศให้เรียกหนังสือรับรองของตัวแทนการลงทุน ซึ่งรับรองว่าการซื้อ แลกเปลี่ยน หรือถอนเงินตราต่างประเทศดังกล่าวเป็นไปเพื่อการลงทุนในตราสารในต่างประเทศ และอนุพันธ์แทนผู้ลงทุนภายใต้วงเงินลงทุนที่กำหนดโดยหน่วยงานที่กำกับดูแลผู้ลงทุนหรือคณะกรรมการหรือผู้มีอำนาจบริหารของผู้ลงทุน

(๒) ในกรณีที่เป็นผู้ลงทุนตามนิยามผู้ลงทุน (๑๑) ในข้อ ๒

(ก) กรณีผู้ลงทุนเป็นผู้ขอซื้อ แลกเปลี่ยน หรือถอนเงินตราต่างประเทศ ในกรณีลงทุนโดยไม่ผ่านตัวแทนการลงทุน ให้เรียกเอกสารหลักฐานดังนี้

๑. หลักฐานที่แสดงว่าผู้ลงทุนมีเงินลงทุนในตราสารหรืออนุพันธ์หรือเงินฝากตามที่กำหนด ซึ่งออกไว้ไม่เกิน ๑ เดือน

๒. แบบรับทราบการแจ้งความประสงค์การลงทุนในตราสารในต่างประเทศ และอนุพันธ์ที่ออกให้โดยเจ้าพนักงาน และ

๓. แบบแสดงการรับทราบหลักเกณฑ์และความเสี่ยงในการส่งเงินตราต่างประเทศออกไปลงทุนในตราสารในต่างประเทศ และอนุพันธ์ ตามที่เจ้าพนักงานกำหนด

(ข) กรณีผู้ลงทุนเป็นผู้ขอซื้อ แลกเปลี่ยน หรือถอนเงินตราต่างประเทศ ในกรณีลงทุนผ่านตัวแทนการลงทุน ให้เรียกเอกสารหลักฐานดังนี้

๑. หลักฐานที่แสดงว่าผู้ลงทุนได้รับจัดสรรวงเงินลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และ

๒. หนังสือรับรองของผู้ลงทุน ซึ่งรับรองว่าการซื้อ แลกเปลี่ยน หรือถอนเงินตราต่างประเทศดังกล่าวจะทำให้ผู้ลงทุนมียอดคงค้างการลงทุนในตราสารในต่างประเทศ และอนุพันธ์ทุกประเภทรวมทั้งสิ้นไม่เกินวงเงินลงทุนที่ผู้ลงทุนได้รับจัดสรรจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

(ค) กรณีตัวแทนการลงทุนเป็นผู้ขอซื้อ แลกเปลี่ยน หรือถอนเงินตราต่างประเทศให้เรียกเอกสารหลักฐานดังนี้

๑. หลักฐานที่แสดงว่าผู้ลงทุนได้รับจัดสรรวงเงินลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และ

๒. หนังสือรับรองของตัวแทนการลงทุน ซึ่งรับรองว่าการซื้อ แลกเปลี่ยน หรือถอนเงินตราต่างประเทศดังกล่าวเป็นไปเพื่อการลงทุนในตราสารในต่างประเทศ และอนุพันธ์แทนผู้ลงทุนภายใต้วงเงินลงทุนที่ผู้ลงทุนได้รับจัดสรรจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

ทั้งนี้ ให้นิติบุคคลรับอนุญาตเรียกให้ผู้ขอซื้อ แลกเปลี่ยน หรือถอนเงินตราต่างประเทศยื่นหลักฐานตาม (ข) ๑. และ (ค) ๑. ภายในวันรับมอบส่งมอบเงินตามธุรกรรมเงินตราต่างประเทศ

อนึ่ง เจ้าพนักงานอาจพิจารณาไม่ออกแบบรับทราบการแจ้งความประสงค์การลงทุนในตราสารในต่างประเทศ และอนุพันธ์ ในกรณีที่มีการตรวจพบว่าผู้ลงทุนไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการลงทุนในตราสารในต่างประเทศ และอนุพันธ์ตามประกาศฉบับนี้ และที่แก้ไขเพิ่มเติม

นิติบุคคลรับอนุญาตอาจเรียกหนังสือรับรองตาม (๑) (ง) หรือ (จ) และ (๒) (ข) ๒. หรือ (๒) (ค) ๒. เป็นรายครั้งหรือรายปีก็ได้ โดยนิติบุคคลรับอนุญาตต้องดูแลให้หนังสือรับรองดังกล่าว ครอบคลุมการรับรองสำหรับการซื้อ แลกเปลี่ยน หรือถอนเงินตราต่างประเทศสำหรับปีดังกล่าวด้วย

ในการเรียกเอกสารหลักฐานประกอบการขอซื้อ แลกเปลี่ยน หรือถอนเงินตราต่างประเทศนิติบุคคลรับอนุญาตสามารถเรียกเอกสารหลักฐานที่เป็นต้นฉบับ สำเนา หรือข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ก็ได้ยกเว้นกรณีหนังสือรับรองตาม (๑) (ง) หรือ (จ) และ (๒) (ข) ๒. หรือ (๒) (ค) ๒. ต้องเรียกต้นฉบับหรือข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้แทนต้นฉบับเท่านั้น

เมื่อนิติบุคคลรับอนุญาตตรวจสอบและพอใจว่าเป็นเอกสารที่แท้จริงและถูกต้อง ให้ขายแลกเปลี่ยน หรือถอนเงินตราต่างประเทศได้ตามเอกสารหลักฐาน และให้เก็บรักษาเอกสารหลักฐานไว้ไม่น้อยกว่า ๕ ปี เพื่อให้เจ้าพนักงานตรวจสอบ”

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้ยกเลิกความในข้อ ๗ ของประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการลงทุนในตราสารในต่างประเทศ และอนุพันธ์ ลงวันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๕๘ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการลงทุนในตราสารในต่างประเทศ และอนุพันธ์ (ฉบับที่ ๓) ลงวันที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๕๕๙ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ ๗ ให้ผู้ลงทุนชำระเงินหรือรับชำระเงินในการลงทุนหรือการทำธุรกรรมทุกประเภทตามที่กำหนดไว้ในประกาศฉบับนี้เป็นเงินตราต่างประเทศเท่านั้น ยกเว้นกรณีการชำระเงินหรือรับชำระเงินลงทุนในอนุพันธ์ที่ทำกับนิติบุคคลรับอนุญาต โดยเป็นอนุพันธ์ที่มีลักษณะดังต่อไปนี้ ให้ชำระเป็นเงินบาทหรือเงินตราต่างประเทศก็ได้

(๑) อนุพันธ์ที่อ้างอิงอัตราดอกเบี้ย

(๒) สัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่มีทองคำเป็นสินค้า

(๓) อนุพันธ์ในรูปของสัญญา Plain Vanilla Swap ที่อ้างอิงราคาตราสารหนี้ ราคาตราสารทุนราคาสินค้าโภคภัณฑ์ หรือดัชนีทางการเงินที่ไม่ได้เกิดจากการคำนวณโดยใช้อัตราแลกเปลี่ยน

(๔) อนุพันธ์ที่อ้างอิงอัตราแลกเปลี่ยนที่ไม่เกี่ยวกับเงินบาท หรือที่อ้างอิงดัชนีทางการเงินที่เกิดจากการคำนวณโดยใช้อัตราแลกเปลี่ยนที่ไม่เกี่ยวกับเงินบาท

ในกรณีที่ผู้ลงทุนได้รับเงินตราต่างประเทศจากการลงทุนหรือการทำธุรกรรมทุกประเภทตามที่กำหนดไว้ในประกาศฉบับนี้ ให้ถือปฏิบัติดังนี้

(๑) หากผู้ลงทุนประสงค์จะนำเงินตราต่างประเทศดังกล่าวไปลงทุนหรือทำธุรกรรมทุกประเภทตามที่กำหนดไว้ในประกาศฉบับนี้ต่อ ผู้ลงทุนสามารถดำเนินการได้ โดยไม่ต้องปฏิบัติตามข้อ ๒๐ แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๓ (พ.ศ. ๒๔๙๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พุทธศักราช ๒๔๘๕ และที่แก้ไขเพิ่มเติม

(๒) หากผู้ลงทุนไม่ประสงค์จะลงทุนหรือทำธุรกรรมทุกประเภทตามที่กำหนดไว้ในประกาศฉบับนี้ต่อผู้ลงทุนต้องปฏิบัติตามข้อ ๒๐ แห่งกฎกระทรวงข้างต้น ในกรณีที่ผู้ลงทุนประสงค์จะฝากเงินตราต่างประเทศที่ได้รับมาตามวรรคสอง ให้ฝากไว้ในบัญชีเพื่อการลงทุนที่เปิดไว้กับนิติบุคคลรับอนุญาตและให้นิติบุคคลรับอนุญาตถือปฏิบัติเช่นเดียวกับกรณีลงทุนหรือทำธุรกรรมต่อ”

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ให้ยกเลิกความใน (๒) ของข้อ ๘ ของประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการลงทุนในตราสารในต่างประเทศ และอนุพันธ์ ลงวันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๕๘ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“(๒) ทำอนุพันธ์เพื่อป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนจากการลงทุนดังนี้

(ก) กรณีซื้อเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า ให้นิติบุคคลรับอนุญาตเรียกให้ผู้ลงทุนยื่นเอกสารหลักฐานตามข้อ ๔ ในวันที่ทำอนุพันธ์ โดยผู้ลงทุนสามารถซื้อเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า เพื่อฝากเข้าบัญชีเพื่อการลงทุนได้ด้วย

(ข) กรณีขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า ให้ถือปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ดังนี้

๑. ให้ผู้ลงทุนทำได้ไม่เกินมูลค่ารวมของเงินลงทุนในตราสารในต่างประเทศ และเงินที่ได้ฝากไว้ในบัญชีเพื่อการลงทุน ตามหลักเกณฑ์ดังนี้

๑.๑ เงินลงทุนในตราสารในต่างประเทศ ตามราคาทุนหรือตามราคาตลาดหรือตามจำนวนเงินที่จะได้รับในวันครบกำหนดไถ่ถอนตราสารในต่างประเทศ แล้วแต่จำนวนใดจะสูงกว่ากัน

๑.๒ เงินที่ได้ฝากไว้ในบัญชีเพื่อการลงทุนซึ่งให้รวมถึงผลตอบแทนจากการฝากเงินดังกล่าวที่สามารถกำหนดจำนวนเงินได้ล่วงหน้า

ทั้งนี้ ให้ผู้ลงทุนดูแลให้ยอดคงค้างอนุพันธ์ดังกล่าวมีจำนวนไม่เกินมูลค่ารวมของเงินตาม ๑.๑ และ ๑.๒ ตลอดระยะเวลาตามอนุพันธ์

๒. ในกรณีที่เป็นผู้ลงทุนตามนิยามผู้ลงทุน (๑) ถึง (๑๐) ในข้อ ๒ ให้นิติบุคคลรับอนุญาตเรียกเอกสารหลักฐานในวันที่ทำอนุพันธ์ดังนี้

๒.๑ หลักฐานที่ออกโดยหน่วยงานที่กำกับดูแล คณะกรรมการหรือผู้มีอำนาจบริหารของผู้ลงทุน ซึ่งหลักฐานดังกล่าวต้องแสดงการอนุญาตให้ผู้ลงทุนลงทุนในตราสารในต่างประเทศ หรืออนุพันธ์ โดยระบุวงเงินลงทุน หรือหลักฐานที่แสดงว่าผู้ลงทุนได้รับจัดสรรวงเงินลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ แล้วแต่กรณี และ

๒.๒ หนังสือรับรองจากผู้ลงทุนหรือตัวแทนการลงทุน แล้วแต่กรณี ซึ่งรับรองว่ายอดคงค้างการทำสัญญาขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้าของผู้ลงทุนที่ทำกับนิติบุคคลรับอนุญาตทุกรายรวมแล้วไม่เกินมูลค่ารวมของเงินตาม ๑.๑ และ ๑.๒ ของผู้ลงทุน

อนึ่ง ในกรณีที่เป็นผู้ลงทุนตามนิยามผู้ลงทุน (๘) ในข้อ ๒ ให้เรียกงบการเงินที่ผ่านการตรวจสอบและรับรองจากผู้สอบบัญชีรับอนุญาตปีล่าสุดด้วย

๓. ในกรณีที่เป็นผู้ลงทุนตามนิยามผู้ลงทุน (๑๑) ในข้อ ๒ ให้นิติบุคคลรับอนุญาตเรียกเอกสารหลักฐานในวันที่ทำอนุพันธ์ดังนี้

๓.๑ หลักฐานที่แสดงว่าผู้ลงทุนมีเงินลงทุนในตราสารหรืออนุพันธ์หรือเงินฝากตามที่กำหนด ซึ่งออกไว้ไม่เกิน ๑ เดือน หรือหลักฐานที่แสดงว่าผู้ลงทุนได้รับจัดสรรวงเงินลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ แล้วแต่กรณี และ

๓.๒ หนังสือรับรองจากผู้ลงทุนหรือตัวแทนการลงทุน แล้วแต่กรณี ซึ่งรับรองว่ายอดคงค้างการทำสัญญาขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้าของผู้ลงทุนที่ทำกับนิติบุคคลรับอนุญาตทุกรายรวมแล้วไม่เกินมูลค่ารวมของเงินตาม ๑.๑ และ ๑.๒ ของผู้ลงทุน

นิติบุคคลรับอนุญาตอาจเรียกหนังสือรับรองตาม ๒.๒ และ ๓.๒ เป็นรายครั้งหรือรายปีก็ได้ โดยนิติบุคคลรับอนุญาตต้องดูแลให้หนังสือรับรองดังกล่าว ครอบคลุมการรับรองสำหรับการขายหรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศสำหรับปีดังกล่าวด้วย

ในการเรียกเอกสารประกอบการทำอนุพันธ์เพื่อป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนจากการลงทุนหรือในการฝากเงินดังกล่าว นิติบุคคลรับอนุญาตสามารถเรียกเอกสารหลักฐานที่เป็นต้นฉบับ สำเนา หรือข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ก็ได้ ยกเว้นหนังสือรับรองตาม ๒.๒ และ ๓.๒ ต้องเรียกต้นฉบับหรือข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้แทนต้นฉบับเท่านั้น

ทั้งนี้ ให้ผู้ลงทุนสามารถทำอนุพันธ์ตาม (๒) โดยมีสกุลเงินตราต่างประเทศตามอนุพันธ์ดังกล่าวไม่ตรงกับสกุลเงินตามเงินลงทุนในตราสารในต่างประเทศ หรือเงินที่ได้ฝากไว้ในบัญชีเพื่อการลงทุนได้”

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ให้ยกเลิกความในข้อ ๑๐ ของประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการลงทุนในตราสารในต่างประเทศ และอนุพันธ์ ลงวันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๕๘ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ ๑๐ ให้ผู้ลงทุนปฏิบัติเกี่ยวกับการแจ้งรายการในการทำธุรกรรมเงินตราต่างประเทศ ตามข้อ ๔๔ ของประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน ลงวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๔๗ และที่แก้ไขเพิ่มเติมด้วย”

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ให้ยกเลิกความในข้อ ๑๑ ของประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการลงทุนในตราสารในต่างประเทศ และอนุพันธ์ ลงวันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๕๘ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ ๑๑ ผู้ลงทุนจะต้องจัดทำรายงานเกี่ยวกับการลงทุนทุกประเภทที่กำหนดไว้ในประกาศฉบับนี้และรายงานยอดคงค้างในบัญชีเพื่อการลงทุน และบัญชีเพื่อลูกค้าของตัวแทนการลงทุนที่เปิดโดยตัวแทนการลงทุนของตน ตามแบบและวิธีการที่เจ้าพนักงานกำหนดไว้บนเว็บไซต์ของธนาคารแห่งประเทศไทย (www.bot.or.th) เพื่อส่งให้แก่เจ้าพนักงาน และต้องเก็บข้อมูลการลงทุนพร้อมเอกสารหลักฐานทั้งหมดไว้ไม่น้อยกว่า ๕ ปี เพื่อให้เจ้าพนักงานตรวจสอบ”

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๖๑

ประกาศ ณ วันที่ ๑๘ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๑

วชิรา อารมย์ดี

เจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน

ปวันวิทย์/จัดทำ

๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๕/ตอนพิเศษ ๒๑ ง/หน้า ๖๑/๓๐ มกราคม ๒๕๖๑

9 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการลงทุนในตราสารในต่างประเทศ และอนุพันธ์ (ฉบับที่ 4) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_9512db916768d850

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com