ข้อ ๔ ให้ยกเลิกความในข้อ ๔ ของประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการลงทุนในตราสารในต่างประเทศ และอนุพันธ์ ลงวันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๕๘ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการลงทุนในตราสารในต่างประเทศ และอนุพันธ์ (ฉบับที่ ๓) ลงวันที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๕๕๙ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
ข้อ ๔ เมื่อผู้ลงทุนหรือตัวแทนการลงทุนขอซื้อ แลกเปลี่ยน หรือถอนเงินตราต่างประเทศตามข้อ ๓ และข้อ ๓/๑ นิติบุคคลรับอนุญาตต้องเรียกให้ผู้ลงทุนหรือตัวแทนการลงทุนยื่นเอกสารหลักฐานดังนี้
(๑) ในกรณีที่เป็นผู้ลงทุนตามนิยามผู้ลงทุน (๑) ถึง (๑๐) ในข้อ ๒
(ก) ในกรณีที่เป็นผู้ลงทุนตามนิยามผู้ลงทุน (๒) ถึง (๗) และ (๑๐) ในข้อ ๒ ให้เรียกหลักฐานที่ออกโดยหน่วยงานที่กำกับดูแลผู้ลงทุน หรือในกรณีที่เป็นผู้ลงทุน (๑) (๘) และ (๙) ในข้อ ๒ ให้เรียกหลักฐานที่ออกโดยคณะกรรมการหรือผู้มีอำนาจบริหารของผู้ลงทุน ซึ่งหลักฐานดังกล่าว ต้องแสดงการอนุญาตให้ผู้ลงทุนลงทุนในตราสารในต่างประเทศ หรืออนุพันธ์ โดยระบุวงเงินลงทุน
ทั้งนี้ ในกรณีที่เป็นผู้ลงทุนตามนิยามผู้ลงทุน (๓) ถึง (๕) และ (๑๐) นิติบุคคลรับอนุญาตอาจเรียกให้ผู้ขอซื้อ แลกเปลี่ยน หรือถอนเงินตราต่างประเทศ ยื่นหลักฐานที่ออกโดยหน่วยงานที่กำกับดูแลผู้ลงทุนภายในวันรับมอบส่งมอบเงินตามธุรกรรมเงินตราต่างประเทศ
(ข) ในกรณีที่เป็นผู้ลงทุนตามนิยามผู้ลงทุน (๘) ในข้อ ๒ ให้เรียกงบการเงินที่ผ่านการตรวจสอบและรับรองจากผู้สอบบัญชีรับอนุญาตปีล่าสุด
(ค) ในกรณีที่เป็นผู้ลงทุนตามนิยามผู้ลงทุน (๑) (๒) (๖) และ (๗) ในข้อ ๒ ที่มีการลงทุนในตราสารในต่างประเทศ และอนุพันธ์จำนวนตั้งแต่ ๑๐ ล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาดต่อปี และในกรณีที่เป็นผู้ลงทุนตามนิยามผู้ลงทุน (๘) และ (๙) ในข้อ ๒ ให้เรียกแบบรับทราบการแจ้งความประสงค์การลงทุนในตราสารในต่างประเทศ และอนุพันธ์ที่ออกให้โดยเจ้าพนักงาน
(ง) กรณีผู้ลงทุนเป็นผู้ขอซื้อ แลกเปลี่ยน หรือถอนเงินตราต่างประเทศ ให้เรียกหนังสือรับรองของผู้ลงทุน ซึ่งรับรองว่าการซื้อ แลกเปลี่ยน หรือถอนเงินตราต่างประเทศดังกล่าว จะทำให้ผู้ลงทุนมียอดคงค้างการลงทุนในตราสารในต่างประเทศ และอนุพันธ์ไม่เกินวงเงินที่กำหนดโดยหน่วยงานที่กำกับดูแล ผู้ลงทุนหรือคณะกรรมการหรือผู้มีอำนาจบริหารของผู้ลงทุน
(จ) กรณีตัวแทนการลงทุนเป็นผู้ขอซื้อ แลกเปลี่ยน หรือถอนเงินตราต่างประเทศให้เรียกหนังสือรับรองของตัวแทนการลงทุน ซึ่งรับรองว่าการซื้อ แลกเปลี่ยน หรือถอนเงินตราต่างประเทศดังกล่าวเป็นไปเพื่อการลงทุนในตราสารในต่างประเทศ และอนุพันธ์แทนผู้ลงทุนภายใต้วงเงินลงทุนที่กำหนดโดยหน่วยงานที่กำกับดูแลผู้ลงทุนหรือคณะกรรมการหรือผู้มีอำนาจบริหารของผู้ลงทุน
(๒) ในกรณีที่เป็นผู้ลงทุนตามนิยามผู้ลงทุน (๑๑) ในข้อ ๒
(ก) กรณีผู้ลงทุนเป็นผู้ขอซื้อ แลกเปลี่ยน หรือถอนเงินตราต่างประเทศ ในกรณีลงทุนโดยไม่ผ่านตัวแทนการลงทุน ให้เรียกเอกสารหลักฐานดังนี้
๑. หลักฐานที่แสดงว่าผู้ลงทุนมีเงินลงทุนในตราสารหรืออนุพันธ์หรือเงินฝากตามที่กำหนด ซึ่งออกไว้ไม่เกิน ๑ เดือน
๒. แบบรับทราบการแจ้งความประสงค์การลงทุนในตราสารในต่างประเทศ และอนุพันธ์ที่ออกให้โดยเจ้าพนักงาน และ
๓. แบบแสดงการรับทราบหลักเกณฑ์และความเสี่ยงในการส่งเงินตราต่างประเทศออกไปลงทุนในตราสารในต่างประเทศ และอนุพันธ์ ตามที่เจ้าพนักงานกำหนด
(ข) กรณีผู้ลงทุนเป็นผู้ขอซื้อ แลกเปลี่ยน หรือถอนเงินตราต่างประเทศ ในกรณีลงทุนผ่านตัวแทนการลงทุน ให้เรียกเอกสารหลักฐานดังนี้
๑. หลักฐานที่แสดงว่าผู้ลงทุนได้รับจัดสรรวงเงินลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และ
๒. หนังสือรับรองของผู้ลงทุน ซึ่งรับรองว่าการซื้อ แลกเปลี่ยน หรือถอนเงินตราต่างประเทศดังกล่าวจะทำให้ผู้ลงทุนมียอดคงค้างการลงทุนในตราสารในต่างประเทศ และอนุพันธ์ทุกประเภทรวมทั้งสิ้นไม่เกินวงเงินลงทุนที่ผู้ลงทุนได้รับจัดสรรจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
(ค) กรณีตัวแทนการลงทุนเป็นผู้ขอซื้อ แลกเปลี่ยน หรือถอนเงินตราต่างประเทศให้เรียกเอกสารหลักฐานดังนี้
๑. หลักฐานที่แสดงว่าผู้ลงทุนได้รับจัดสรรวงเงินลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และ
๒. หนังสือรับรองของตัวแทนการลงทุน ซึ่งรับรองว่าการซื้อ แลกเปลี่ยน หรือถอนเงินตราต่างประเทศดังกล่าวเป็นไปเพื่อการลงทุนในตราสารในต่างประเทศ และอนุพันธ์แทนผู้ลงทุนภายใต้วงเงินลงทุนที่ผู้ลงทุนได้รับจัดสรรจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
ทั้งนี้ ให้นิติบุคคลรับอนุญาตเรียกให้ผู้ขอซื้อ แลกเปลี่ยน หรือถอนเงินตราต่างประเทศยื่นหลักฐานตาม (ข) ๑. และ (ค) ๑. ภายในวันรับมอบส่งมอบเงินตามธุรกรรมเงินตราต่างประเทศ
อนึ่ง เจ้าพนักงานอาจพิจารณาไม่ออกแบบรับทราบการแจ้งความประสงค์การลงทุนในตราสารในต่างประเทศ และอนุพันธ์ ในกรณีที่มีการตรวจพบว่าผู้ลงทุนไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการลงทุนในตราสารในต่างประเทศ และอนุพันธ์ตามประกาศฉบับนี้ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
นิติบุคคลรับอนุญาตอาจเรียกหนังสือรับรองตาม (๑) (ง) หรือ (จ) และ (๒) (ข) ๒. หรือ (๒) (ค) ๒. เป็นรายครั้งหรือรายปีก็ได้ โดยนิติบุคคลรับอนุญาตต้องดูแลให้หนังสือรับรองดังกล่าว ครอบคลุมการรับรองสำหรับการซื้อ แลกเปลี่ยน หรือถอนเงินตราต่างประเทศสำหรับปีดังกล่าวด้วย
ในการเรียกเอกสารหลักฐานประกอบการขอซื้อ แลกเปลี่ยน หรือถอนเงินตราต่างประเทศนิติบุคคลรับอนุญาตสามารถเรียกเอกสารหลักฐานที่เป็นต้นฉบับ สำเนา หรือข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ก็ได้ยกเว้นกรณีหนังสือรับรองตาม (๑) (ง) หรือ (จ) และ (๒) (ข) ๒. หรือ (๒) (ค) ๒. ต้องเรียกต้นฉบับหรือข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้แทนต้นฉบับเท่านั้น
เมื่อนิติบุคคลรับอนุญาตตรวจสอบและพอใจว่าเป็นเอกสารที่แท้จริงและถูกต้อง ให้ขายแลกเปลี่ยน หรือถอนเงินตราต่างประเทศได้ตามเอกสารหลักฐาน และให้เก็บรักษาเอกสารหลักฐานไว้ไม่น้อยกว่า ๕ ปี เพื่อให้เจ้าพนักงานตรวจสอบ