法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 226) เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ให้ผู้เดินทางออกไปนอกราชอาณาจักรที่ซื้อสินค้าจากผู้ประกอบการจดทะเบียน เพื่อนำออกไปนอกราชอาณาจักร มีสิทธิตั้งตัวแทนเพื่อขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มที่ถูกเรียกเก็บ ไว้แล้วได้ ตามมาตรา 84/4 แห่งประมวลรัษฎากร

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
13
มาตรา อารัมภบท

ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร

เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 226)

เรื่อง กําหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ให้ผู้เดินทางออกไปนอกราชอาณาจักรที่ซื้อสินค้าจากผู้ประกอบการจดทะเบียน เพื่อนําออกไปนอกราชอาณาจักร มีสิทธิตั้งตัวแทนเพื่อขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มที่ถูกเรียกเก็บ ไว้แล้วได้ ตามมาตรา 84/4 แห่งประมวลรัษฎากร

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 84/4 แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 34) พ.ศ. 2541 อธิบดีกรมสรรพากร กําหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ให้ผู้เดินทางออกไปนอกราชอาณาจักรที่ซื้อสินค้า จากผู้ประกอบการจดทะเบียนเพื่อนําออกไปนอกราชอาณาจักร มีสิทธิตั้งตัวแทนเพื่อขอคืน ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ถูกเรียกเก็บไว้แล้วได้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ผู้เดินทางที่มีสิทธิขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มที่ถูกเรียกเก็บไว้แล้ว จากการซื้อสินค้ากับผู้ประกอบการจดทะเบียนเพื่อนําออกไปนอกราชอาณาจักร ต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้

(1) ไม่เป็นผู้มีสัญชาติไทย

(2) ไม่เป็นผู้มีภูมิลําเนาในประเทศไทย

(3) ไม่เป็นนักบินหรือลูกเรือของสายการบินที่เดินทางออกนอกราชอาณาจักร

(4) เดินทางออกนอกราชอาณาจักร ณ ท่าอากาศยานระหว่างประเทศ 2 แห่ง ได้แก่ ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ และท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมือง

(5) ซื้อสินค้าจากผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ได้รับอนุมัติจากอธิบดีกรมสรรพากรตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 90) เรื่อง กําหนดคุณลักษณะ และหลักเกณฑ์ของผู้ประกอบการจดทะเบียน ที่ขายสินค้าให้ผู้เดินทางออกนอกราชอาณาจักร ซึ่งผู้เดินทางออกนอกราชอาณาจักร มีสิทธิขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มที่ถูกเรียกเก็บไว้แล้วได้ ตามมาตรา 84/4 แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2542

(6) ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ตามประกาศนี้

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ผู้เดินทางที่มีคุณสมบัติตามข้อ 1 มีสิทธิตั้งตัวแทนได้ในระหว่างวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2562 ถึงวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2562 เพื่อขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มที่ถูกเรียกเก็บไว้แล้วได้ ตามมาตรา 84/4 แห่งประมวลรัษฎากร โดยขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นเงินสดในจํานวนไม่เกิน หนึ่งหมื่นสองพันบาท

การตั้งตัวแทนตามวรรคหนึ่ง ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ

ตัวแทนที่ผู้เดินทางตามวรรคหนึ่งแต่งตั้งเพื่อขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มที่ถูกเรียกเก็บไว้แล้ว ต้องได้รับอนุมัติจากอธิบดีกรมสรรพากร

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ผู้มีความประสงค์จะประกอบกิจการเป็นตัวแทนของผู้เดินทางตามข้อ 2 วรรคหนึ่ง เพื่อขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มที่ถูกเรียกเก็บไว้แล้ว ต้องยื่นคําขออนุมัติต่ออธิบดีกรมสรรพากร ผ่านหัวหน้ากลุ่มบริหารการคืนภาษีมูลค่าเพิ่มให้แก่นักท่องเที่ยว ตามแบบคําขออนุมัติเป็นผู้ให้บริการ เป็นตัวแทนขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มให้แก่ผู้เดินทางออกไปนอกราชอาณาจักรในเมือง ที่แนบท้าย ประกาศนี้

ผู้มีสิทธิยื่นคําขออนุมัติตามวรรคหนึ่ง ต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้

(1) เป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย

(2) มีทุนจดทะเบียนที่ชําระแล้ว ตั้งแต่ยี่สิบห้าล้านบาทขึ้นไป

(3) เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งคํานวณภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82/3 แห่งประมวลรัษฎากร และไม่เคยมีประวัติเป็นผู้ออกหรือใช้ใบกํากับภาษีที่ไม่ชอบ ด้วยกฎหมาย

(4) มีวัตถุประสงค์เพื่อดําเนินการเป็นตัวแทนของผู้เดินทางออกไปนอกราชอาณาจักร ในการขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มจากกรมสรรพากร ปรากฏอยู่ในข้อหนึ่งข้อใดที่ระบุไว้ ในหนังสือรับรองนิติบุคคล

(5) เสนอแผนการดําเนินงาน ซึ่งประกอบไปด้วย

(5.1) รายละเอียดของพื้นที่ในการให้บริการเป็นตัวแทนขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มให้แก่ผู้เดินทางออกไปนอกราชอาณาจักร ซึ่งตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ไม่เกิน 5 พื้นที่ให้บริการ

ในกรณีของผู้ให้บริการที่ได้รับอนุมัติให้เป็นผู้ให้บริการตัวแทนขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มให้แก่ผู้เดินทางออกไปนอกราชอาณาจักรในเมืองแล้ว และมีความประสงค์จะเพิ่ม พื้นที่ให้บริการ ให้จัดทําหนังสือแจ้งความประสงค์ดังกล่าว เสนออธิบดีกรมสรรพากรผ่านหัวหน้า กลุ่มบริหารการคืนภาษีมูลค่าเพิ่มให้แก่นักท่องเที่ยว เพื่อให้อธิบดีกรมสรรพากรพิจารณาอนุมัติเพิ่มพื้นที่ ให้บริการตามที่เห็นสมควร แต่รวมกับพื้นที่ให้บริการที่ได้รับอนุมัติแล้ว ไม่เกิน 5 พื้นที่ให้บริการ

(5.2) รายละเอียดของเครื่องมือ วัสดุอุปกรณ์ หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ใด ๆ รวมถึงระบบงานพื้นฐานด้านคอมพิวเตอร์ ในการให้บริการเป็นตัวแทน คืนภาษีมูลค่าเพิ่มให้แก่ผู้เดินทางออกไปนอกราชอาณาจักรในเมือง

(5.3) รายละเอียดของระบบเชื่อมต่อการคืนภาษีมูลค่าเพิ่มให้แก่ผู้เดินทางออกไปนอกราชอาณาจักรกับเครื่องอ่านหนังสือเดินทาง ซึ่งสามารถส่งข้อมูลการคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม ให้แก่ผู้เดินทางออกไปนอกราชอาณาจักร ให้กรมสรรพากรได้ทันที (Real Time)

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ตัวแทนที่ได้รับอนุมัติจากอธิบดีกรมสรรพากร สามารถให้บริการเป็นตัวแทนขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มให้แก่ผู้เดินทางออกไปนอกราชอาณาจักรในเมืองได้ ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2562 ถึงวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2562 และจะต้องดําเนินการ ดังนี้

(1) จัดให้มีสถานประกอบการให้บริการ ในพื้นที่ตามที่ได้รับอนุมัติจากอธิบดีกรมสรรพากร

(2) จัดทําระบบการคืนภาษีมูลค่าเพิ่มให้แก่ผู้เดินทางออกไปนอกราชอาณาจักรในเมือง เพื่อนําส่งข้อมูลการคืนภาษีให้กับกรมสรรพากรแบบ Real Time

(3) จัดทํากล่องรับคําร้องขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.10) (Drop Box) จํานวน 3 กล่อง ติดตั้งไว้ ณ บริเวณด้านหน้าสํานักงานคืนภาษีมูลค่าเพิ่มให้แก่นักท่องเที่ยวประจําท่าอากาศยาน นานาชาติสุวรรณภูมิด้านตะวันตกและด้านตะวันออก และบริเวณด้านหน้าสํานักงานคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม ให้แก่นักท่องเที่ยวประจําท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมือง

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ แม้ว่าจะมีบทบัญญัติในข้อ 3 (5) อธิบดีกรมสรรพากรอาจกําหนดให้ตัวแทนที่ได้รับอนุมัติแล้ว เพิ่มพื้นที่ให้บริการ ณ สถานที่ใดสถานที่หนึ่งตามระยะเวลาที่กําหนดได้ ตามที่เห็นสมควร

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ผู้เดินทางออกไปนอกราชอาณาจักร ต้องแจ้งความประสงค์ที่จะขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มพร้อมแสดงหนังสือเดินทางต่อผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ขายสินค้าในวันที่ซื้อสินค้า เพื่อให้จัดทํา เอกสาร ดังนี้

(1) ใบกํากับภาษี ตามมาตรา 86/4 หรือมาตรา 86/6 แห่งประมวลรัษฎากร แล้วแต่กรณี โดยระบุเลขที่หนังสือเดินทางของผู้เดินทางออกไปนอกราชอาณาจักร

(2) คําร้องขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.10) ตามแบบที่อธิบดีกรมสรรพากรกําหนด

ทั้งนี้ ใบกํากับภาษีที่ปรากฏในคําร้องขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.10) ที่ผู้เดินทางออกไปนอกราชอาณาจักร ได้แต่งตั้งตัวแทนเพื่อขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มตามประกาศฉบับนี้แล้ว ไม่สามารถ นําไปใช้เพื่อขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม ณ ท่าอากาศยานระหว่างประเทศได้อีก

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ สินค้าที่ผู้เดินทางออกไปนอกราชอาณาจักรมีสิทธิขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มได้ตามประกาศฉบับนี้ ต้องมีลักษณะ ดังนี้

(1) เป็นสินค้าที่นําไปพร้อมกับการเดินทางออกไปนอกราชอาณาจักร

(2) ไม่เป็นสินค้าที่ต้องห้ามนําออกนอกราชอาณาจักร อาวุธปืน วัตถุระเบิด หรือสินค้าที่มีลักษณะทํานองเดียวกัน อัญมณีที่ยังไม่ได้ประกอบขึ้นเป็นตัวเรือนหรือของรูปพรรณ

กรณีเป็นสินค้าที่สามารถบริโภคได้ในราชอาณาจักร สินค้าดังกล่าวต้องได้รับการบรรจุหีบห่อ และปิดผนึก (Seal) ที่มีสัญลักษณ์ของผู้ประกอบการจดทะเบียนในลักษณะมั่นคง และให้มีข้อความ “No Consumption made whilst in Thailand” ลงบนหีบห่อ ซึ่งเห็นได้อย่างชัดเจน

(3) เป็นสินค้าที่ซื้อจากผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ได้รับอนุมัติจากอธิบดีกรมสรรพากรให้เป็นผู้มีสิทธิจัดทําคําร้องขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.10) และมูลค่าของสินค้าที่ซื้อต้องมีจํานวน ไม่น้อยกว่าสองพันบาท โดยซื้อจากสถานประกอบการแห่งละจํานวนไม่น้อยกว่าสองพันบาทต่อวัน

(4) ต้องนําสินค้าออกไปนอกราชอาณาจักร ภายใน 14 วัน นับแต่วันที่ผู้เดินทางออกไปนอกราชอาณาจักรมีหนังสือแต่งตั้งตัวแทน แต่ไม่เกิน 60 วัน นับแต่วันที่ผู้เดินทางออกไป นอกราชอาณาจักรแจ้งความประสงค์ตามข้อ 6

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ผู้เดินทางออกไปนอกราชอาณาจักรที่มีสิทธิขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มที่ถูกเรียกเก็บไว้แล้ว ต้องนําสินค้าตามข้อ 7 และคําร้องขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.10) พร้อมใบกํากับภาษีไปแสดงต่อ เจ้าพนักงานศุลกากร ณ ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ หรือท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมือง ขณะเดินทางออกไปนอกราชอาณาจักร เพื่อให้เจ้าพนักงานศุลกากรประทับรับรองในคําร้องขอคืน ภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.10)

กรณีสินค้าที่ปรากฏข้อความ “Item No. ... must also be presented to RevenueOfficer” ในคําร้องขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.10) ซึ่งเป็นสินค้าประเภทอัญมณีที่ประกอบขึ้นเป็น ตัวเรือนหรือของรูปพรรณ ทองรูปพรรณ นาฬิกา แว่นตา ปากกา โทรศัพท์แบบพกพาหรือสมาร์ทโฟน คอมพิวเตอร์แบบพกพา กระเป๋า เข็มขัด ที่มีมูลค่าของสินค้าแต่ละชิ้นตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทขึ้นไป หรือสินค้าที่สามารถนําติดตัวไปพร้อมกับการเดินทางที่มีมูลค่าของสิ้นค้าต่อชิ้นตั้งแต่ห้าหมื่นบาทขึ้นไป ผู้เดินทางออกไปนอกราชอาณาจักรต้องแสดงสินค้าดังกล่าวต่อเจ้าพนักงานสรรพากร ณ จุดบริการ คืนภาษีมูลค่าเพิ่มที่ตั้งอยู่ภายหลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง เพื่อประทับรับรองการมีสินค้า ลงในคําร้องขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.10)

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ เมื่อได้ปฏิบัติตามข้อ 8 แล้ว ให้ผู้เดินทางออกไปนอกราชอาณาจักร นําส่งคําร้องขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.10) พร้อมใบกํากับภาษีในกล่องรับแบบคําร้องขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.10) (Drop Box) ที่ตั้งอยู่ ณ บริเวณด้านหน้าสํานักงานคืนภาษีมูลค่าเพิ่มให้แก่นักท่องเที่ยว ประจําท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิด้านตะวันตกและด้านตะวันออก หรือบริเวณด้านหน้า สํานักงานคืนภาษีมูลค่าเพิ่มให้แก่นักท่องเที่ยวประจําท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมือง

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ เมื่อผู้เดินทางออกไปนอกราชอาณาจักร ได้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขของประกาศนี้ กรมสรรพากรจะคืนภาษีมูลค่าเพิ่มที่ถูกเรียกเก็บไว้แล้ว ตามมาตรา 84/4 แห่งประมวล รัษฎากร ให้แก่ผู้มีสิทธิดังกล่าว ผ่านตัวแทนที่อธิบดีกรมสรรพากรอนุมัติ

เอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาคืนเงินภาษีมูลค่าเพิ่มตามวรรคหนึ่ง มีดังนี้

(1) รายงานการให้บริการเป็นตัวแทนขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มให้แก่ผู้เดินทางออกไปนอกราชอาณาจักร ประกอบเอกสารหลักฐานการตั้งตัวแทน

(2) คําร้องขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.10) และใบกํากับภาษี ตามมาตรา 86/4 แห่งประมวลรัษฎากร หรือมาตรา 86/6 แห่งประมวลรัษฎากร ของผู้มีสิทธิตามประกาศนี้

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ตัวแทนที่อธิบดีกรมสรรพากรอนุมัติตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 224) เรื่อง กําหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ให้ผู้เดินทางออกไป นอกราชอาณาจักรที่ซื้อสินค้าจากผู้ประกอบการจดทะเบียนเพื่อนําออกไปนอกราชอาณาจักร มีสิทธิตั้งตัวแทนเพื่อขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มที่ถูกเรียกเก็บไว้แล้วได้ ตามมาตรา 84/4 แห่งประมวล รัษฎากร ลงวันที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2561 ให้ถือว่า เป็นตัวแทนที่ได้รับอนุมัติจากอธิบดีกรมสรรพากร และสามารถให้บริการเป็นตัวแทนตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากรฉบับนี้ ได้โดยมิต้องยื่นคําขออีก

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ในกรณีตัวแทนที่อธิบดีกรมสรรพากรอนุมัติตามประกาศนี้ หรือตัวแทนตามข้อ 11 ไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขตามประกาศนี้ อธิบดีกรมสรรพากรมีอํานาจเพิกถอน การอนุมัติตามข้อ 2 ได้ และให้ตัวแทนที่ถูกเพิกถอนดังกล่าวยุติการให้บริการนับแต่วันที่ อธิบดีกรมสรรพากร มีหนังสือเพิกถอนเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ประกาศนี้ให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2562 จนถึงวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2562

ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2562

เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ

(นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ)

อธิบดีกรมสรรพากร

13 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 226) เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ให้ผู้เดินทางออกไปนอกราชอาณาจักรที่ซื้อสินค้าจากผู้ประกอบการจดทะเบียน เพื่อนำออกไปนอกราชอาณาจักร มีสิทธิตั้งตัวแทนเพื่อขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มที่ถูกเรียกเก็บ ไว้แล้วได้ ตามมาตรา 84/4 แห่งประมวลรัษฎากร (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_951fd557c86966e3

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com