法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง การอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทกิจการการยืมและให้ยืมหลักทรัพย์ และการขายชอร์ต

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
1
มาตรา ทั้งฉบับ

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย

เรื่อง

การอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทกิจการ

การยืมและให้ยืมหลักทรัพย์

และการขายชอร์ต

๑. เหตุผลในการออกประกาศ

เพื่อเป็นการส่งเสริมการพัฒนาตลาดตราสารหนี้และตราสารทุน

และเพิ่มช่องทางการประกอบธุรกิจและบริหารสภาพคล่องของสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทยได้อนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทกิจการการยืมและให้ยืมหลักทรัพย์และการขายชอร์ต

โดยการออกประกาศในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อปรับปรุง

เพิ่มเติมและขยายขอบเขตในการประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทกิจการการยืมและให้ยืมหลักทรัพย์

และการขายชอร์ต ดังนี้

๑.๑ ปรับปรุงข้อกำหนดในการอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทกิจการการยืมและให้ยืมหลักทรัพย์และการขายชอร์ต

ให้ธนาคารพาณิชย์มีความคล่องตัวในการเริ่มประกอบธุรกิจมากยิ่งขึ้น โดยให้ธนาคารพาณิชย์สามารถยื่นขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทกิจการการยืมและให้ยืมหลักทรัพย์จากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ได้

โดยไม่ต้องขออนุญาตธนาคารแห่งประเทศไทยก่อน

๑.๒ กำหนดให้ธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อยสามารถประกอบธุรกรรมการยืมและให้ยืมหลักทรัพย์และการขายชอร์ตได้

ตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด

๑.๓ ขยายขอบเขตให้ธนาคารพาณิชย์สามารถยืมและให้ยืมหลักทรัพย์

และขายชอร์ตหลักทรัพย์ประเภทหน่วยลงทุนได้

๒. อำนาจตามกฎหมาย

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๙ ทวิ แห่งพระราชบัญญัติการธนาคารพาณิชย์

พ.ศ. ๒๕๐๕ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ธนาคารแห่งประเทศไทยอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทกิจการการยืมและให้ยืมหลักทรัพย์และการขายชอร์ต

ตามที่กำหนดในประกาศนี้

๓. ขอบเขตการบังคับใช้

ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับกับธนาคารพาณิชย์ตามกฎหมายว่าด้วยการธนาคารพาณิชย์ทุกธนาคาร

ยกเว้นกิจการวิเทศธนกิจ

๔. เนื้อหา

๔.๑ ให้ยกเลิกประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง

การอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทกิจการการยืมและให้ยืมหลักทรัพย์และการขายชอร์ต

ลงวันที่ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๔๖

๔.๒ หลักเกณฑ์ในการประกอบธุรกิจ

๔.๒.๑ ในประกาศฉบับนี้

“ธนาคารพาณิชย์”

หมายความว่า ธนาคารพาณิชย์ตามกฎหมาย ว่าด้วยการธนาคารพาณิชย์

“ธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อย”

หมายความว่า ธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อย ตามประกาศกระทรวงการคลัง

เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขออนุญาตจัดตั้งธนาคารพาณิชย์ ลงวันที่ ๒๓

มกราคม ๒๕๔๗

๔.๒.๒ ธนาคารพาณิชย์ที่ประสงค์จะประกอบธุรกิจนี้ ต้องเป็นธนาคารพาณิชย์ที่มีการกันเงินสำรองได้ครบถ้วนตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วย

สินทรัพย์ที่ไม่มีราคาหรือเรียกคืนไม่ได้ และสินทรัพย์ที่สงสัยว่าจะไม่มีราคาหรือเรียกคืนไม่ได้

พร้อมทั้งมีอัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์และภาระผูกพันที่ไม่ต่ำกว่าเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดหรือสั่งการเป็นกรณีพิเศษ

รวมทั้งสามารถดำรงอัตราส่วนทางการเงินต่างๆ ได้ตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้มีการสั่งการเป็นกรณีพิเศษด้วย

๔.๒.๓ ให้ธนาคารพาณิชย์ที่ประสงค์จะประกอบธุรกิจดังกล่าว

จัดทำแผนงานรองรับการประกอบธุรกิจดังกล่าวเป็นลายลักษณ์อักษร และแผนงานดังกล่าวต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการของธนาคารพาณิชย์

เพื่อใช้เป็นแนวทางในการดำเนินงานและเพื่อให้ธนาคารแห่งประเทศไทยสามารถตรวจสอบได้ โดยแผนงานดังกล่าวต้องมีสาระสำคัญอย่างน้อยดังต่อไปนี้

(๑) นโยบายและระเบียบวิธีปฏิบัติในการประกอบธุรกิจ

ทั้งนี้ การเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงนโยบายและระเบียบวิธีปฏิบัติจะต้องได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการของธนาคารพาณิชย์ด้วย

(๒) ระเบียบและวิธีการบริหารความเสี่ยง ระบบควบคุมภายในระบบการจัดการและระบบบัญชี

เพื่อรองรับการประกอบธุรกิจดังกล่าว ซึ่งครอบคลุมเรื่องดังต่อไปนี้

(ก) นโยบายการวิเคราะห์ความน่าเชื่อถือ และการกำหนดวงเงินของคู่สัญญา

กล่าวคือ ก่อนการยืมหรือให้ยืมหลักทรัพย์ธนาคารพาณิชย์ต้องจัดให้มีการวิเคราะห์ความน่าเชื่อถือของคู่สัญญาทุกครั้ง

โดยหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์สินเชื่อ รวมถึงการกำหนดวงเงินของคู่สัญญาแต่ละรายซึ่งต้องมีการอนุมัติโดยผู้บริหารที่มีหน้าที่รับผิดชอบ

(ข) ระบบการวิเคราะห์และบริหารความเสี่ยงของหลักทรัพย์และหลักประกัน

การกำหนดวงเงินลงทุนในหลักทรัพย์ประเภทต่างๆ และการกำหนดเพดานความเสี่ยง (เช่น Stop loss limit)

(ค) นโยบายและระเบียบปฏิบัติในการเรียกหลักประกันเริ่มแรกการเรียกหลักประกันเพิ่ม

และการบังคับหลักประกัน เช่น การกำหนดระดับ Initial Margin ระดับ

Call Margin เป็นต้น

(ง) ระบบการติดตามการเปลี่ยนแปลงของมูลค่าตามราคาตลาดของหลักทรัพย์และหลักประกันเป็นประจำทุกสิ้นวันทำการ

(Mark to market)

(จ) ระบบการควบคุมภายในเพื่อให้นโยบายและระเบียบปฏิบัติมีการปฏิบัติตามอย่างถูกต้องเหมาะสม

(ฉ) ระบบการจัดเก็บข้อมูลและการจัดทำรายงานที่มีรายละเอียดอันเป็นประโยชน์ในการติดตาม

วิเคราะห์และประเมินผลการประกอบธุรกิจ เพื่อรายงานต่อผู้บริหารและธนาคารแห่งประเทศไทย

(๓) มีความพร้อมด้านบุคลากร

๔.๒.๔ หลักทรัพย์ที่ยืมหรือให้ยืม หมายถึง ตราสารหนี้

ตราสารทุน และหน่วยลงทุนที่เป็นหลักทรัพย์ที่อยู่ในระบบรับฝากหลักทรัพย์ของศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ตามกฎหมาย

ว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือหลักทรัพย์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยทำหน้าที่เป็นนายทะเบียนหลักทรัพย์

๔.๒.๕ ให้ธุรกิจดังต่อไปนี้เป็นธุรกิจที่อนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ประกอบได้

(๑) ธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทกิจการการยืมและให้ยืมหลักทรัพย์กรณีเป็นตัวแทนหรือนายหน้า

(๒) ธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทกิจการการยืมและให้ยืมหลักทรัพย์ในฐานะเป็นคู่สัญญากับผู้ยืมหรือผู้ให้ยืม

(๓) การยืมและให้ยืมหลักทรัพย์ โดยเป็นคู่สัญญากับผู้ที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทกิจการการยืมและให้ยืมหลักทรัพย์ตามกฎหมาย

ว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือกับศูนย์รับฝากหลักทรัพย์

(๔) การขายหลักทรัพย์โดยที่ธนาคารพาณิชย์ยังไม่มีหลักทรัพย์นั้นอยู่ในครอบครอง

(การขายชอร์ต) ซึ่งหมายถึง การขายหลักทรัพย์ที่ต้องซื้อหรือยืมหลักทรัพย์มาเพื่อส่งมอบ

ทั้งนี้ ให้ธนาคารพาณิชย์ถือปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ว่าด้วยการขายหลักทรัพย์

โดยที่ยังไม่มีหลักทรัพย์นั้นอยู่ในครอบครองตามที่คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์กำหนด

๔.๒.๖ ธนาคารพาณิชย์ที่ประสงค์จะประกอบธุรกิจตาม ๔.๒.๕

(๑) หรือ ๔.๒.๕ (๒) ต้องได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทกิจการการยืมและให้ยืมหลักทรัพย์จากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

ตามกฎกระทรวงที่ออกตามความในพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๓๕ โดยธนาคารพาณิชย์สามารถประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ดังกล่าวได้เฉพาะตามขอบเขตที่ตนได้รับอนุญาตเท่านั้น

๔.๒.๗ คู่สัญญาในการประกอบธุรกิจ

๔.๒.๗.๑ ผู้ลงทุนที่เป็นสถาบันตามประกาศฉบับนี้ หมายถึง

(๑) ธนาคารแห่งประเทศไทย

(๒) กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน

(๓) ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย

(๔) ธนาคารพาณิชย์

(๕) บริษัทเงินทุน

(๖) บริษัทหลักทรัพย์

(๗) บริษัทประกันชีวิต

(๘) สถาบันการเงินต่างประเทศที่กระทำเพื่อประโยชน์ของตนเองหรือในฐานะตัวแทนของบุคคลอื่นที่ไม่มีภูมิลำเนาในประเทศไทย

(๙) กองทุนรวม

(๑๐) กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

(๑๑) กองทุนส่วนบุคคล

(๑๒) กองทุนบำเหน็จบำนาญ

(๑๓) สถาบันการเงินที่มีกฎหมายจัดตั้งขึ้นโดยเฉพาะและได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทกิจการการยืมและให้ยืมหลักทรัพย์

(๑๔) นิติบุคคลอื่นที่ธนาคารแห่งประเทศไทยให้ความเห็นชอบ

๔.๒.๗.๒ ในการประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทกิจการการยืมและให้ยืมหลักทรัพย์

ธนาคารพาณิชย์ต้องถือปฏิบัติ ดังนี้

(๑) กรณีเป็นตัวแทนหรือนายหน้าในการยืมหลักทรัพย์

ธนาคารพาณิชย์สามารถทำธุรกรรมได้กับบุคคลธรรมดา

นิติบุคคล ตลอดจนผู้ลงทุนที่เป็นสถาบัน

(๒) กรณีเป็นตัวแทนหรือนายหน้าในการให้ยืมหลักทรัพย์

ธนาคารพาณิชย์สามารถทำธุรกรรมได้กับบุคคลธรรมดา

นิติบุคคล ตลอดจนผู้ลงทุนที่เป็นสถาบัน ยกเว้นการทำธุรกรรมกับบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศและการทำธุรกรรมกับบุคคลใดๆ

ซึ่งมีผลให้เกิดการปล่อยสภาพคล่องที่เป็นเงินบาทให้แก่บุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ

(๓) กรณีการยืมหลักทรัพย์จากคู่สัญญา

ธนาคารพาณิชย์สามารถทำธุรกรรมดังกล่าวได้กับผู้ลงทุนที่เป็นสถาบัน

(๔) กรณีการให้ยืมหลักทรัพย์แก่คู่สัญญา

ธนาคารพาณิชย์สามารถทำธุรกรรมดังกล่าวได้กับผู้ลงทุนที่เป็นสถาบัน

ยกเว้นการทำธุรกรรมกับบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศและการทำธุรกรรมกับบุคคลใดๆซึ่งมีผลให้เกิดการปล่อยสภาพคล่องที่เป็นเงินบาทให้แก่บุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ

๔.๒.๘ ให้ธนาคารพาณิชย์ถือปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ว่าด้วยลักษณะและสาระสำคัญของสัญญายืมและให้ยืมหลักทรัพย์ตามที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์กำหนด

๔.๒.๙ ในการประกอบธุรกิจการยืมและให้ยืมหลักทรัพย์

ให้ธนาคารพาณิชย์พิจารณาเรียกหลักประกันตามความเหมาะสม เพราะการประกอบธุรกรรมนี้มีความเสี่ยงเกี่ยวข้องทั้งในด้าน

Credit Risk (Settlement Risk) กับคู่ค้า ความเสี่ยงด้าน Market

Risk จากการมี position ในหลักทรัพย์

และมี Operational Risk ในด้านการดำเนินธุรกรรม การเรียกหลักประกัน การคืนหลักประกันและการยึดหลักประกันเมื่อคู่ค้าไม่ปฏิบัติตามสัญญา

๔.๓ หลักเกณฑ์การกำกับดูแล

๔.๓.๑ การดำรงเงินกองทุน ให้ปฏิบัติตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย

ว่าด้วยการดำรงเงินกองทุนเป็นอัตราส่วนกับสินทรัพย์และภาระผูกพันของธนาคารพาณิชย์และหนังสือเวียนธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยการกำหนดให้ธนาคารพาณิชย์ดำรงเงินกองทุน

๔.๓.๒ การนับลูกหนี้รายใหญ่

๔.๓.๒.๑ การคำนวณสำหรับผู้ให้ยืม

(ก) ให้ถือว่าธนาคารพาณิชย์ผู้ให้ยืมยังคงเป็นเจ้าของหลักทรัพย์ที่ให้ยืมอยู่

เนื่องจากในที่สุดแล้วก็จะได้รับหลักทรัพย์ดังกล่าวคืน ดังนั้น ธนาคารพาณิชย์จึงต้องปฏิบัติตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย

เรื่อง การกำหนดอัตราส่วนจำนวนเงินที่ธนาคารพาณิชย์ให้สินเชื่อ ลงทุน และก่อภาระผูกพันเพื่อบุคคลหนึ่งบุคคลใดกับเงินกองทุน

(ข) มูลค่าของหลักทรัพย์ที่ธนาคารพาณิชย์ให้ยืมกับคู่สัญญารายหนึ่งรายใดเมื่อรวมกับจำนวนเงินที่ธนาคารพาณิชย์ให้สินเชื่อ

ลงทุนในกิจการ ก่อภาระผูกพัน จำนวนเงินหรือมูลค่าของหลักทรัพย์ที่ธนาคารพาณิชย์วางเป็นหลักประกันในธุรกรรมการยืมหลักทรัพย์

ธุรกรรมซื้อคืนภาคเอกชน ธุรกรรมการให้เช่าซื้อและการให้เช่าแบบลีสซิ่ง ธุรกรรมแฟ็กเตอริงและจำนวนเงินตามสัญญาการทำธุรกรรม

Credit Derivative ที่ธนาคารพาณิชย์ซื้อประกันความเสี่ยงด้านเครดิตของสินทรัพย์อ้างอิง

โดยไม่มีเงินสดรับมาเป็นประกันการรับประกันดังกล่าวกับคู่สัญญานั้น

เมื่อสิ้นวันหนึ่งๆ ต้องไม่เกินร้อยละ ๒๕ ของเงินกองทุนชั้นที่ ๑ ของธนาคารพาณิชย์

๔.๓.๒.๒ การคำนวณสำหรับผู้ยืม

(ก) ให้ถือว่าธนาคารพาณิชย์ผู้ยืมยังคงเป็นเจ้าของหลักทรัพย์ที่นำไปวางเป็นหลักประกันอยู่

เนื่องจากในที่สุดแล้วก็จะได้รับหลักทรัพย์ดังกล่าวคืน ดังนั้น ธนาคารพาณิชย์จึงต้องปฏิบัติตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย

เรื่อง การกำหนดอัตราส่วนจำนวนเงินที่ธนาคารพาณิชย์ให้สินเชื่อ ลงทุน และก่อภาระผูกพันเพื่อบุคคลหนึ่งบุคคลใดกับเงินกองทุน

(ข) จำนวนเงินหรือมูลค่าของหลักทรัพย์ที่ธนาคารพาณิชย์ผู้ยืมหลักทรัพย์ได้วางเป็นหลักประกันกับคู่สัญญารายหนึ่งรายใด

เมื่อรวมกับจำนวนเงินที่ธนาคารพาณิชย์ให้สินเชื่อ ลงทุนในกิจการ ก่อภาระผูกพัน มูลค่าของหลักทรัพย์ที่ธนาคารพาณิชย์ให้ยืมในธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์

ธุรกรรมซื้อคืนภาคเอกชน ธุรกรรมการให้เช่าซื้อและการให้เช่าแบบลีสซิ่ง ธุรกรรมแฟ็กเตอริง

และจำนวนเงินตามสัญญาการทำธุรกรรม Credit Derivative ที่ธนาคารพาณิชย์ซื้อประกันความเสี่ยงด้านเครดิตของสินทรัพย์อ้างอิง

โดยไม่มีเงินสดรับมาเป็นประกันการรับประกันดังกล่าวกับคู่สัญญานั้น เมื่อสิ้นวันหนึ่งๆ

ต้องไม่เกินร้อยละ ๒๕ ของเงินกองทุน ชั้นที่

๑ ของธนาคารพาณิชย์

๔.๓.๒.๓ ในกรณีที่ธนาคารพาณิชย์ยืมหรือให้ยืมหลักทรัพย์

โดยที่คู่กรณีมีการวางหลักประกันเป็นเงินสด เงินฝากในธนาคารพาณิชย์ หรือตราสารที่ได้รับยกเว้นไม่อยู่ในบังคับตามมาตรา

๑๓ แห่งพระราชบัญญัติการธนาคารพาณิชย์ พ.ศ. ๒๕๐๕ ให้ธนาคารพาณิชย์ได้รับยกเว้นไม่ต้องคำนวณอัตราส่วนตามข้อ

๔.๓.๒.๑ และ ๔.๓.๒.๒ สำหรับส่วนที่มีการวางเงินสดเงินฝากในธนาคารพาณิชย์ หรือตราสารดังกล่าวเป็นหลักประกัน

๔.๓.๒.๔ ในกรณีที่ธนาคารพาณิชย์ผู้ให้ยืมและผู้ยืมได้ปฏิบัติถูกต้องตามข้อ

๔.๓.๒.๑ - ๔.๓.๒.๓ แล้ว ต่อมาถ้ามูลค่าหลักทรัพย์ที่ให้ยืมในส่วนที่เกินกว่ามูลค่าหลักประกันที่ได้รับมา

(กรณีผู้ให้ยืม) หรือมูลค่าเงินสดหรือหลักทรัพย์ที่นำไปวางเป็นหลักประกันในส่วนที่เกินกว่ามูลค่าหลักทรัพย์ที่ได้ยืมมา

(กรณีผู้ยืม) เปลี่ยนแปลงจนมีผลทำให้อัตราส่วนดังกล่าวตามข้อ ๔.๓.๒.๑ หรือข้อ ๔.๓.๒.๒

เกินกว่าที่กำหนด ธนาคารพาณิชย์จะประกอบธุรกรรมการยืม และให้ยืมหลักทรัพย์กับคู่สัญญาดังกล่าวเพิ่มอีกไม่ได้

ส่วนการประกอบธุรกรรมการยืมและให้ยืมหลักทรัพย์ที่เกิดขึ้นก่อนแล้ว มีผลผูกพันต่อไปตามสัญญาที่ทำไว้

๔.๓.๒.๕ ในการคำนวณอัตราส่วนตามข้อ ๔.๓.๒.๑ และ ๔.๓.๒.๒สำหรับช่วงเวลาที่ประกอบธุรกรรมอยู่นั้นจะต้องมีการตีมูลค่าของหลักทรัพย์ที่ให้ยืมและหลักทรัพย์ที่ได้นำมาวางเป็นประกันให้มีมูลค่าตามราคาตลาด

(Mark to market) ดังนั้น ธนาคารพาณิชย์จึงต้องถือปฏิบัติดังต่อไปนี้

(ก) ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงในมูลค่าของหลักทรัพย์ที่ให้ยืมหรือหลักทรัพย์ที่ได้รับเป็นหลักประกัน

และธนาคารพาณิชย์ผู้ให้ยืมหลักทรัพย์มีการเรียกมาร์จินเพิ่ม หรือส่งคืนหลักประกัน ในการคำนวณอัตราส่วนดังกล่าว

ให้ธนาคารพาณิชย์นำมาร์จินที่เรียกเพิ่มหรือหลักประกันที่ส่งคืนมาบวกหรือหักออกจากหลักประกันที่ได้มีการเปลี่ยนแปลงมูลค่าไปแล้ว

แล้วแต่กรณี

(ข) ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงในมูลค่าของหลักทรัพย์ที่ยืมหรือหลักประกันที่นำไปวางเป็นประกัน

และธนาคารพาณิชย์ผู้ยืมหลักทรัพย์ต้องส่งมาร์จินเพิ่ม หรือได้รับหลักประกันคืน ในการคำนวณอัตราส่วนดังกล่าว

ให้ธนาคารพาณิชย์นำมาร์จินที่ต้องส่งเพิ่ม หรือหลักประกันที่ได้รับคืน มาบวกหรือหักออกจากหลักประกันที่ได้มีการเปลี่ยนแปลงมูลค่าไปแล้วแล้วแต่กรณี

อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงของส่วนต่างของมาร์จิน

(Exposure) ที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงของราคาหลักทรัพย์ตามมูลค่าของตลาดในช่วงเวลาก่อนที่จะมีการเรียกมาร์จินหรือหลักประกันเพิ่มนั้น

ในการคำนวณอัตราส่วนของลูกหนี้รายใหญ่ (Total

Exposure) ในข้อ ๔.๓.๒.๑ และ ๔.๓.๒.๒ ธนาคารพาณิชย์จะต้องนำมูลค่าส่วนต่างของมาร์จินที่กำหนดไว้ตอนเริ่มทำสัญญามาใช้ในการคำนวณอัตราส่วนของลูกหนี้รายใหญ่

หรือกล่าวอีกนัยหนึ่ง คือ แม้ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง Exposure ตลอดเวลาอันเนื่องจากการตีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด

แต่ในการคำนวณจะไม่นำ Exposure ที่เกิดขึ้นจริงมาใช้ในการคำนวณแต่จะให้นำมูลค่าของ

Exposure เดิมตอนเริ่มทำสัญญามาใช้ในการคำนวณ

๔.๓.๓ การซื้อหรือมีหุ้น

ให้ถือว่าธนาคารพาณิชย์ผู้ให้ยืมหลักทรัพย์ประเภทตราสารทุนหรือธนาคารพาณิชย์ผู้ยืมหลักทรัพย์โดยนำหลักทรัพย์ประเภทตราสารทุนไปวางเป็นหลักประกันยังคงเป็นเจ้าของตราสารทุนนั้นอยู่

เนื่องจากในที่สุดแล้วก็จะได้รับตราสารทุนดังกล่าวคืน ดังนั้น ธนาคารพาณิชย์

ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการซื้อหรือมีหุ้นในบริษัทจำกัดตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดและประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยการซื้อหรือมีหุ้นมีมูลค่าหุ้นรวมกันทั้งสิ้นเป็นอัตราส่วนกับเงินกองทุน

๔.๓.๔ การซื้อหรือมีหน่วยลงทุน

ให้ถือว่าธนาคารพาณิชย์ผู้ให้ยืมหลักทรัพย์ประเภทหน่วยลงทุนหรือธนาคารพาณิชย์ผู้ยืมหลักทรัพย์โดยนำหลักทรัพย์ประเภทหน่วยลงทุนไปวางเป็นหลักประกันยังคงเป็นเจ้าของหน่วยลงทุนนั้นอยู่

เนื่องจากในที่สุดแล้วก็จะได้รับหน่วยลงทุนดังกล่าวคืน โดยระหว่างการให้ยืมหลักทรัพย์ประเภทหน่วยลงทุนหรือการยืมหลักทรัพย์โดยนำหน่วยลงทุนไปวางเป็นหลักประกันนั้นมิได้ทำให้หน่วยลงทุนในบัญชีของธนาคารพาณิชย์ลดลงแต่อย่างใด

และธนาคารพาณิชย์ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และวิธีการในการลงทุนในหน่วยลงทุนตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด

๔.๓.๕ ธนาคารพาณิชย์ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์เกี่ยวกับวิธีการทำธุรกรรมระบบควบคุมภายใน

การจัดทำแบบรายงาน รวมทั้งข้อปฏิบัติหรือเงื่อนไขอื่นๆ ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด

นอกจากนี้จะต้องมีการตรวจสอบดูแลให้มีการปฏิบัติตามกฎหมายหรือกฎเกณฑ์อื่นที่เกี่ยวข้องโดยเคร่งครัดด้วย

อาทิเช่น ให้มีการบันทึกบัญชีให้ถูกต้องตามมาตรฐานการบัญชีหรือแนวปฏิบัติของสมาคมนักบัญชีและผู้สอบบัญชีรับอนุญาตแห่งประเทศไทย

๔.๓.๖ ธนาคารแห่งประเทศไทยมีอำนาจยับยั้งหรือสั่งเพิกถอนการอนุญาตให้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทกิจการการยืมและให้ยืมหลักทรัพย์

และการขายชอร์ตได้ ในกรณีต่อไปนี้

(๑) ธนาคารพาณิชย์ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์

วิธีการ และเงื่อนไขที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด

(๒) กรณีอื่นๆ ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยเห็นว่ากระทบกับความปลอดภัยหรือความผาสุกของประชาชน

๔.๔ หลักเกณฑ์ในการประกอบธุรกรรมสำหรับธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อย

ในการประกอบธุรกรรมการยืมและให้ยืมหลักทรัพย์และการขายชอร์ต

ธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อยจะต้องปฏิบัติตามข้อ ๔.๒ - ๔.๓ เว้นแต่ เรื่องขอบเขตในการประกอบธุรกรรมและเรื่องการนับลูกหนี้รายใหญ่

๔.๔.๑ ขอบเขตในการประกอบธุรกรรม

ให้ธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อยสามารถทำธุรกรรมการยืมและให้ยืมหลักทรัพย์

และการขายชอร์ตได้ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในประกาศนี้ โดยจำกัดขอบเขตให้ธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อยสามารถประกอบธุรกรรมได้เฉพาะเพื่อป้องกันความเสี่ยงหรือเพื่อบริหารสินทรัพย์ของตนเอง

โดยต้องทำธุรกรรมกับคู่สัญญาที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทกิจการการยืมและให้ยืมหลักทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

หรือกับศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ รวมทั้ง การประกอบธุรกรรมของธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อยต้องเป็นไปตามขอบเขตที่กำหนดไว้ในประกาศกระทรวงการคลัง

เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขออนุญาตจัดตั้งธนาคารพาณิชย์ ลงวันที่ ๒๓

มกราคม ๒๕๔๗ รวมทั้งตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด

๔.๔.๒ การนับลูกหนี้รายใหญ่

ให้ธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อยปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ข้อ

๔.๓.๒ ในการคำนวณจำนวนเงินสูงสุดที่ธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อยสามารถทำธุรกรรมยืมและให้ยืมหลักทรัพย์กับบุคคลหนึ่งบุคคลใด

แต่ให้ธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อยนับธุรกรรมการให้สินเชื่อ หรือลงทุนในกิจการ หรือก่อภาระผูกพันเพื่อบุคคลหนึ่งบุคคลใด

รวมเข้ากับจำนวนเงินหรือมูลค่าของหลักทรัพย์ที่ธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อยผู้ยืมหลักทรัพย์ได้วางเป็นหลักประกันกับคู่สัญญารายหนึ่งรายใด

มูลค่าของหลักทรัพย์ที่ธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อยให้ยืมในธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์ธุรกรรมซื้อคืนภาคเอกชน

ธุรกรรมการให้เช่าซื้อและการให้เช่าแบบลีสซิ่ง ธุรกรรมแฟ็กเตอริง และจำนวนเงินตามสัญญาการทำธุรกรรม

Credit Derivative ที่ธนาคารพาณิชย์ซื้อประกันความเสี่ยงด้านเครดิตของสินทรัพย์อ้างอิง

โดยไม่มีเงินสดรับมาเป็นประกันการรับประกันดังกล่าวกับบุคคลนั้นเมื่อสิ้นวันหนึ่งๆ

ต้องไม่เกินกว่าที่ธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อยสามารถทำได้ตามที่กำหนดไว้ในประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยการกำหนดอัตราส่วนจำนวนเงินที่ธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อยให้สินเชื่อ

ลงทุน และก่อภาระผูกพันเพื่อบุคคลหนึ่งบุคคลใดกับเงินกองทุน

๕[๑].

วันเริ่มต้นบังคับใช้

ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ประกาศ

ณ วันที่ ๓ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๙

หม่อมราชวงศ์ปรีดิยาธร

เทวกุล

ผู้ว่าการ

ธนาคารแห่งประเทศไทย

นันทนา/ผู้จัดทำ

๒๑ เมษายน ๒๕๔๙

[๑]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๓/ตอนพิเศษ ๕๒ ง/หน้า ๖๖/๑๒ เมษายน ๒๕๔๙

1 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง การอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทกิจการการยืมและให้ยืมหลักทรัพย์ และการขายชอร์ต (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_95756d6c2528ba5b

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com