ข้อ ๕
ให้ผู้ได้รับอนุญาตนำเข้ามาในหรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักรตามข้อ ๔
ปฏิบัติตามเงื่อนไข ดังนี้
(๑) ยอมให้เจ้าพนักงานตรวจสอบจำนวน ชนิด
และน้ำหนักเมล็ดพันธุ์ยาสูบ ต้น
ยาสูบ ใบยา ยาอัด ยาเส้นหรือยาสูบ
ที่นำเข้ามาในหรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักร
(๒) การนำเข้ามาในราชอาณาจักร
ให้ปิดแสตมป์ยาสูบบนซองยาเส้นหรือยาสูบ
ก่อนที่จะรับมอบไปจากเจ้าพนักงานศุลกากร
หรือที่ซึ่งอธิบดีกรมสรรพสามิต อนุญาตให้ปิดแสตมป์
ยาสูบภายหลังรับมอบไปจากเจ้าพนักงานศุลกากร
(๓)
ในกรณีที่ได้รับอนุญาตให้ส่งยาเส้นหรือยาสูบ ออกไปขายนอกราชอาณาจักร
โดยไม่ต้องปิดแสตมป์ยาสูบตามมาตรา ๑๘
แห่งพระราชบัญญัติยาสูบ พ.ศ. ๒๕๐๙ ให้ยื่นหนังสือ
แสดงรายละเอียดการส่งยาเส้น
หรือยาสูบออกไปขายนอกราชอาณาจักร (แบบ ย.ส. ๐๑-๐๗)
(๔)
ในกรณีได้รับอนุญาตให้ส่งเมล็ดพันธุ์ยาสูบ ต้นยาสูบ ใบยา ยาอัด ยาเส้น หรือ
ยาสูบ ออกไปนอกราชอาณาจักร
จะต้องส่งออกไปภายในกำหนดเวลาที่ระบุไว้ในใบอนุญาต และเมื่อ
ได้ส่งออกไปนอกราชอาณาจักรแล้ว
ให้ผู้ได้รับอนุญาตนำหนังสือรับรองของเจ้าหน้าที่ศุลกากรแสดงว่า
เมล็ดพันธุ์ยาสูบ ต้นยาสูบ ใบยา ยาอัด ยาเส้น หรือยาสูบ
ได้ส่งออกไปนอกราชอาณาจักรแล้ว (แบบ
ย.ส. ๐๑-๐๘) ส่งให้กรมสรรพสามิตภายใน ๗ วัน
นับแต่วันที่ได้ส่งออกไปนอกราชอาณาจักร
(๕)
ในกรณีได้รับอนุญาตให้ส่งเมล็ดพันธุ์ยาสูบ ต้นยาสูบ ใบยา ยาอัด ยาเส้น หรือ
ยาสูบ ออกไปนอกราชอาณาจักร
แต่มิได้มีการส่งออกไปภายในกำหนดเวลาที่ระบุไว้ในใบอนุญาต
ให้ถือว่าใบอนุญาตถูกยกเลิก
(๖)
ผู้ได้รับอนุญาตนำเข้ายาสูบชนิดบุหรี่ซิกาแรตที่ผลิตในต่างประเทศต้องนำ
ยาสูบชนิดบุหรี่ซิกาแรตที่ผลิตในต่างประเทศเข้ามาในราชอาณาจักรตามตราและจำนวนภายใน
กำหนดเวลาที่ระบุไว้ในใบอนุญาต
หากมิได้มีการนำเข้าภายในกำหนดเวลาที่ระบุไว้ในใบอนุญาต
ให้ถือว่าใบอนุญาตถูกยกเลิก
ในกรณีที่มีการนำยาสูบชนิดบุหรี่ซิกาแรตที่ผลิตในต่างประเทศเข้ามาในราชอาณา
จักร
ผู้ได้รับอนุญาตต้องนำใบอนุญาตมาให้เจ้าพนักงานบันทึกจำนวนที่นำเข้าหลังใบอนุญาตทุกครั้ง
ที่ชำระค่าแสตมป์ยาสูบ
(๗)
เมื่อยาสูบชนิดบุหรี่ซิกาแรตที่ผลิตในต่างประเทศได้นำเข้ามาในราชอาณาจักร
ถึงด่านศุลกากรและได้ชำระค่าแสตมป์ยาสูบแล้ว
ให้ผู้ได้รับอนุญาตแจ้งกำหนดการเป็นหนังสือต่อ
กรมสรรพสามิต
เพื่อจัดเจ้าหน้าที่ไปทำการตรวจสอบความถูกต้องของข้อความบนซองยาสูบและ
แสตมป์ยาสูบที่ปิดบนซองยาสูบชนิดบุหรี่ซิกแรตนั้น