法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

subsidiary

กฎกระทรวง ฉบับที่ 10 (พ.ศ. 2525) ออกตามความในพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
5
มาตรา อารัมภบท

ตราครุฑ

ตราครุฑ

กฎกระทรวง

ฉบับที่

10 (พ.ศ. 2525)

ออกตามความในพระราชบัญญัติรถยนตร์

พ.ศ.

2522

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา

5 (2)

แห่งพระราชบัญญัติรถยนตร์ พ.ศ. 2522 รัฐมนตรีว่า

การกระทรวงมหาดไทยออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ 1

ข้อ 1 รถยนตร์ต้องมีและใช้เครื่องอุปกรณ์สำหรับรถ ดังต่อไปนี้

(1) โคมไฟหน้ารถ

(ก) โคมไฟแสงพุ่งไกล ใช้ไฟแสงขาว จำนวน 2 ดวง ติดอยู่ในระดับเดียวกัน

ข้างซ้ายและข้างขวา

แห่งละ 1 ดวง สูงจากพื้นทางราบถึงจุดศูนย์กลางดวงโคมไม่น้อยกว่า 0.60

เมตร

แต่ไม่เกิน 1.35 เมตร ในกรณีที่เป็นรถยนตร์สามล้อให้ใช้โคมไฟแสงพุ่งไกลเพียงดวงเดียว

โดยติดไว้ที่กลางหน้ารถ

(ข) โคมไฟแสงพุ่งต่ำ ใช้แสงไฟแสงขาว จำนวน 2 ดวง

ติดอยู่ในระดับเดียวกันที่หน้า

รถ

ข้างซ้ายและข้างขวา

สูงจากพื้นที่ราบถึงจุดศูนย์กลางดวงโคมไม่น้อยกว่า 0.60 เมตร แต่ไม่เกิน

1.35 เมตร ในกรณีที่เป็นรถยนตร์สมล้อ

ให้ใช้โคมไฟแสงพุ่งต่ำเพียงดวงเดียวโดยติดไว้ที่กลางหน้ารถ

(ค) โคมไฟเล็ก ใช้ไฟแสงขาวหรือแสงเหลือง จำนวน 2 ดวง ติดอยู่ในระดับเดียวกัน

ที่หน้ารถ ข้างซ้ายและข้างขวา แห่งละ 1 ดวง ทั้งนี้

ให้รวมถึงรถยนตร์สามล้อด้วย

ไฟแสงพุ่งไกล ไฟแสงพุ่งต่ำและไฟเล็กจะรวมอยู่ในโคมไฟดวงเดียวกันก็ได้

(2) โคมไฟท้ายรถ

(ก) โคมไฟท้าย ใช้ไฟแสงแดง จำนวน 2 ดวง ติดอยู่ในระดับเดียวกันที่ท้ายรถ

ข้างซ้ายและข้างขวา แห่งละ 1 ดวง

(ข) โคมไฟหยุด ใช้ไฟแสงแดง จำนวน 2 ดวง ติดอยู่ในระดับเดียวกันที่ท้ายรถ

ข้างซ้ายและข้างขวา แห่งละ 1 ดวง

(ค) โคมไฟส่องป้ายทะเบียนรถ ใช้ไฟแสงขาว ติดท้ายรถส่องที่ป้ายทะเบียนรถ มี

ความสว่างสามารถอ่านป้ายทะเบียนรถได้ชัดเจนในระยะไม่น้อยกว่า 20 เมตร จากท้ายรถ แต่ต้องมี

ที่บังมิให้แสงพุ่งออกไปทางท้ายรถ

โคมไฟท้ายและโคมไฟส่องป้ายทะเบียนรถต้องส่องแสงสว่างพร้อมกับโคมไฟหน้ารถ แต่โคมไฟ

หยุดต้องส่องแสงสว่างเมื่อใช้ห้ามล้อเท้า

(3)

เครื่องสัญญาณไฟเลี้ยว

ชนิดไฟกระพริบ จำนวน 4 ดวง

ติดอยู่ในระดับเดียวกันที่หน้ารถ

และท้ายรถ

ข้างซ้ายและข้างขวา

แห่งละ 1 ดวง

ไฟด้านหน้าใช้แสงขาวหรือเหลือง ไฟด้านท้ายใช้

แสงแดงหรือเหลือง

ไฟเลี้ยวทุกดวงในข้างเดียวกันต้องกระพริบพร้อมกันในขณะที่รถเลี้ยวซ้ายหรือเลี้ยว

ขวา

(4) เครื่องปัดน้ำฝน

มีใบปัดน้ำฝนที่กระจกหน้ารถอย่างน้อย 1 ใบ ที่ใช้การได้ดีและมีขนาดที่

สามารถปัดน้ำฝนได้เนื้อที่กว้างพอที่ผู้ขับรถมองเห็นภาพจราจรด้านหน้ารถได้อย่างชัดเจน

(5)

เครื่องมองหลัง

ซึ่งเป็นกระจกเงา

ติดอยู่ในที่ที่ผู้ขับรถสามารถมองเห็นภาพจราจรด้าน

ข้างและด้านหลังได้ทุกขณะอย่างชัดเจน

(6) ที่บังแดดสำหรับผู้ขับรถ

(7) ห้ามล้อมือและห้ามล้อเท้า ที่ใช้การได้ดี

(8) แตร ที่ดังพอสมควร

(9) ท่อไอเสียพร้อมด้วยเครื่องระงับเสียง

(10) กันชน ทั้งกันชนหน้าและกันชนท้าย ที่มีสภาพมั่นคงแข็งแรงและมีความปลอดภัยในการใช้

เว้นแต่รถยนตร์สามล้อจะมีเฉพาะกันชนท้ายแต่อย่างเดียวก็ได้และรถยนตร์บรรทุกส่วนบุคคลหรือ

รถยนตร์นั่งส่วนบุคคลเกินเจ็ดคนจะมีลักษณะกันชนหน้าแต่เพียงอย่างเดียวก็ได้

(11)

เครื่องวัดความเร็ว

ที่ใช้การได้ดี สามารถอ่านความเร็วของรถเป็นกิโลเมตรต่อชั่วโมง

และต้องมีแสงสว่างทำให้สามารถอ่านความเร็วในเวลากลางคืนได้

(12) แผ่นบังโคลน เฉพาะรถยนตร์นั่งหรือรถยนตร์บรรทุกที่มีน้ำหนักรถเกิน

1,600 กิโลกรัม

มาตรา ข้อ 2

ข้อ 2 รถพ่วงต้องมีโคมไฟท้ายรถ ซึ่งมีจำนวนและลักษณะตามข้อ 1 (2)

มาตรา ข้อ 3

ข้อ 3 รถจักรยานยนตร์ต้องมีและใช้เครื่องอุปกรณ์สำหรับรถดังต่อไปนี้

(1) โคมไฟหน้ารถ

(ก) โคมไฟแสงพุ่งไกล ใช้ไฟแสงขาว ติดหน้ารถหนึ่งดวง

(ข)

โคมไฟแสงพุ่งต่ำ ใช้ไฟแสงขาว ติดหน้ารถหนึ่งดวง ไฟแสงพุ่งไกลและไฟแสงพุ่ง

ต่ำจะรวมอยู่ในโคมไฟดวงเดียวกันก็ได้

(2) โคมไฟท้ายรถ

(ก)

โคมไฟท้าย ใช้ไฟแสงแดง ติดท้ายรถอย่างน้อยหนึ่งดวง

(ข)

โคมไฟหยุด ใช้ไฟแสงแดง ติดท้ายรถอย่างน้อยหนึ่งดวง

(ค) โคมไฟส่องป้ายทะเบียนรถ ใช้ไฟแสงขาว ติดท้ายรถส่องที่ป้ายทะเบียนรถ มี

ความสว่างสามารถอ่านป้ายทะเบียนรถได้ชัดเจนในระยะไม่น้อยกว่า 20 เมตร จากท้ายรถ แต่ต้องมี

ที่บังมิให้แสงพุ่งออกไปทางท้ายรถ

โคมไฟท้ายและโคมไฟส่องป้ายทะเบียนรถต้องส่องแสงสว่างพร้อมกับโคมไฟหน้ารถ แต่โคมไฟ

หยุดต้องส่องแสงสว่างเมื่อใช้ห้ามล้อเท้า

(3)

เครื่องสัญญาณไฟเลี้ยว

ชนิดไฟกระพริบ จำนวน 4 ดวง

ติดอยู่ในระดับเดียวกันที่หน้ารถ

และท้ายรถ

ข้างซ้ายและข้างขวา

แห่งละ 1 ดวง

ไฟด้านหน้าใช้แสงขาวหรือเหลือง ไฟด้านท้ายใช้

แสงแดงหรือเหลือง

ไฟเลี้ยวทุกดวงในข้างเดียวกันต้องกระพริบพร้อมกันในขณะที่รถเลี้ยวซ้ายหรือเลี้ยวขวา

(4)

เครื่องมองหลังซึ่งเป็นกระจกเงา ติดอยู่ในที่ผู้ขับรถสามารถมองเห็นสภาพการจราจร

ด้านข้างและด้านหลังได้ทักขณะอย่างชัดเจน

(5) ห้ามล้อ ที่ใช้การได้ดี

(6) แตร ที่ดังพอสมควร

(7) ท่อไอเสียพร้อมด้วยเครื่องระงับเสียง

(8)

เครื่องวัดความเร็วที่ใช้การได้ดี สามารถอ่านความเร็วของรถเป็นกิโลเมตรต่อชั่วโมง

และต้องมีแสงสว่างทำให้สามารถอ่านความเร็วในเวลากลางคืนได้

มาตรา ข้อ 4

ข้อ 4

รถพ่วงของรถจักรยานยนตร์ต้องมีโคมไฟที่ใช้แสงขาวและแสงแดงอย่างละหนึ่งดวง

ติดอยู่ในระดับเดียวกันที่ด้านข้างสุดของตัวถังรถพ่วงด้านนอก โดยให้ไฟแสงขาวส่องไปข้างหน้า และ

ไฟแสงแดงส่องไปข้างหลัง

มาตรา ข้อ 5

ข้อ 5 รถบดถนนหรือรถแทรกเตอร์ต้องมีและใช้เครื่องอุปกรณ์สำหรับรถ

ดังต่อไปนี้

(1) โคมไฟหน้ารถ ใช้ไฟแสงขาว

จำนวน 2 ดวง ติดอยู่ในระดับเดียวกันที่หน้ารถข้างซ้ายและ

ข้างขวา แห่งละ 1 ดวง

(2) โคมไฟท้ายรถ ใช้ไฟแสงแดง

จำนวน 2 ดวง ติดอยู่ในระดับเดียวกันที่ท้ายรถข้างซ้ายและ

ข้างขวา แห่งละ 1 ดวง

ให้ไว้ ณ วันที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2525

พลเอก สิทธิ จิรโรจน์

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

หมายเหตุ:-

เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ

เนื่องจากมาตรา 5 (2) แห่งพระ

ราชบัญญัติรถยนตร์

พ.ศ. 2522

บัญญัติให้ออกกฎกระทรวงกำหนดเครื่องอุปกรณ์สำหรับรถและการใช้

เครื่องอุปกรณ์ดังกล่าว สมควรกำหนดโคมไฟหน้ารถ

โคมไฟท้ายรถ เครื่องสัญญาณไฟเลี้ยว เครื่องปัด

น้ำฝน

และเครื่องอุปกรณ์อื่นสำหรับรถยนตร์

รถพ่วง รถจักรยานยนต์ รถพ่วงของรถจักรยานยนตร์

รถบดถนนหรือรถแทรกเตอร์ จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

5 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

กฎกระทรวง ฉบับที่ 10 (พ.ศ. 2525) ออกตามความในพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_95a905378c7b1c12

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com