กฎกระทรวง
ฉบับที่ ๑๘
(พ.ศ. ๒๕๑๘)
ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน
พุทธศักราช
๒๔๘๕[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔
แห่งพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พุทธศักราช ๒๔๘๕
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน
พุทธศักราช ๒๔๘๕ พุทธศักราช ๒๔๘๖ และมาตรา ๙
แห่งพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พุทธศักราช ๒๔๘๕
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ให้ยกเลิกความในข้อ ๑๑ แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๓ (พ.ศ.
๒๔๙๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พุทธศักราช ๒๔๘๕
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๖ (พ.ศ. ๒๕๑๕)
ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พุทธศักราช ๒๔๘๕
และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
ข้อ ๑๑
ห้ามมิให้บุคคลใดส่งหรือนำปัจจัยชำระเงินต่างประเทศหรือหลักทรัพย์อันมีค่าหรือพึงจ่ายเป็นเงินตราต่างประเทศออกนอกประเทศ
เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน
ความในวรรคหนึ่งไม่ให้ใช้บังคับแก่
(๑)
ผู้เดินทางไปต่างประเทศซึ่งนำปัจจัยชำระเงินต่างประเทศออกไปไม่เกินมูลค่าที่รัฐมนตรีประกาศ
(๒) ผู้เดินทางผ่าน หรือผู้ที่เข้ามาในราชอาณาจักรชั่วระยะเวลาที่กำหนดในตั๋วเดินทางผ่านหรือตั๋วเดินทางไปกลับ
แล้วแต่กรณี ซึ่งนำปัจจัยชำระเงินต่างประเทศ
หรือหลักทรัพย์อันมีค่าหรือพึงจ่ายเป็นเงินตราต่างประเทศ
ที่เป็นของตนเองออกนอกประเทศพร้อมกับตน แต่ถ้าเป็นเงินตราต่างประเทศประเภทธนบัตรต่างประเทศ
ธนาคารบัตรต่างประเทศ หรือเหรียญกษาปณ์ต่างประเทศ จะนำออกพร้อมกับตนได้ไม่เกินมูลค่าที่รัฐมนตรีประกาศ
เว้นแต่ในขณะนำเข้าจะได้แจ้งจำนวนที่นำเข้าเกินกว่าจำนวนในประกาศดังกล่าวไว้เป็นลายลักษณ์อักษรต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากรแล้ว
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๑๘
บุญชู โรจนเสถียร
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ
โดยที่เป็นการสมควรควบคุมและป้องกันมิให้มีการนำปัจจัยชำระเงินต่างประเทศหรือหลักทรัพย์อันมีค่าหรือพึงจ่ายเป็นเงินตราต่างประเทศออกนอกประเทศโดยเสรี
เว้นแต่กรณีนำออกไปพร้อมกับตน หรือกรณีนำเงินสดออกไปไม่เกินวงเงินที่กำหนด
หรือในกรณีที่พิสูจน์ได้ว่าเป็นเงินที่ได้นำเข้ามาและได้แจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรไว้ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากรแล้วในขณะนำเข้า
จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
โชติกานต์/ปรับปรุง
๑๖ พฤษภาคม ๒๕๖๑
[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๙๒/ตอนที่ ๒๑๘/ฉบับพิเศษ หน้า ๒๖/๒๒
ตุลาคม ๒๕๑๘