法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบกระทรวงยุติธรรมว่าด้วยแนวทางการปฏิบัติงานคุ้มครองพยานในคดีอาญา พ.ศ. 2550

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
19
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบกระทรวงยุติธรรม

ระเบียบกระทรวงยุติธรรม

ว่าด้วยแนวทางการปฏิบัติงานคุ้มครองพยานในคดีอาญา

พ.ศ. ๒๕๕๐

โดยที่เป็นการสมควรกำหนดแนวทางการปฏิบัติงานคุ้มครองพยานในคดีอาญาเพื่อเป็นมาตรฐานในทางปฏิบัติให้กับพนักงานเจ้าหน้าที่ของสำนักงานคุ้มครองพยาน

และหน่วยงานที่มีภารกิจเกี่ยวข้องกับการคุ้มครองพยานในสังกัดกระทรวงยุติธรรม

และเพื่อให้การดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองพยานในคดีอาญาของสำนักงานคุ้มครองพยาน

และหน่วยงานที่มีภารกิจเกี่ยวข้องกับการคุ้มครองพยานในสังกัดกระทรวงยุติธรรมเป็นไปในแนวทางเดียวกัน

เกิดประสิทธิภาพ และสัมฤทธิ์ผล รวมทั้งเกิดประโยชน์แก่กระบวนการยุติธรรมและบุคคลซึ่งเป็นพยานในคดีอาญา

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา

๕ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา พ.ศ. ๒๕๔๖

ประกอบพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ.

๒๕๔๖ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม จึงวางระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบกระทรวงยุติธรรมว่าด้วยแนวทางการปฏิบัติงานคุ้มครองพยานในคดีอาญา

พ.ศ. ๒๕๕๐”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑]

ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

ในระเบียบนี้

“พยาน” หมายความว่า พยานบุคคลซึ่งจะมาให้

หรือได้ให้ข้อเท็จจริงต่อพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญา

พนักงานผู้มีอำนาจสอบสวนคดีอาญา พนักงานผู้มีอำนาจฟ้องคดีอาญา

หรือศาลในการดำเนินคดีอาญา รวมทั้งผู้ชำนาญการพิเศษ

แต่มิให้หมายความรวมถึงจำเลยที่อ้างตนเองเป็นพยาน

“ความปลอดภัย” หมายความว่า ความปลอดภัยในชีวิต

ร่างกาย อนามัย เสรีภาพ ชื่อเสียง ทรัพย์สิน หรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดของพยาน

ทั้งก่อน ขณะ และหลังมาเป็นพยาน

“สำนักงาน” หมายความว่า สำนักงานคุ้มครองพยาน

กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม

“หน่วยงานที่มีภารกิจเกี่ยวข้องกับการคุ้มครองพยาน”

หมายความว่า

หน่วยงานของรัฐในสังกัดกระทรวงยุติธรรมที่มีภารกิจเกี่ยวข้องกับการคุ้มครองพยานตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองพยานในคดีอาญา

อันได้แก่

(๑)

กรมสอบสวนคดีพิเศษ

(๒)

กรมราชทัณฑ์

(๓)

กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน

(๔)

สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด

“พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า

ข้าราชการของสำนักงานหรือหน่วยงานที่มีภารกิจเกี่ยวข้องกับการคุ้มครองพยาน

ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมแต่งตั้งให้เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อปฏิบัติการตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองพยานในคดีอาญา

“คำสั่งแต่งตั้งชุดคุ้มครอง” หมายความว่า

คำสั่งที่ออกโดยผู้บังคับบัญชาหรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชาของสำนักงานหรือหน่วยงานที่มีภารกิจเกี่ยวข้องกับการคุ้มครองพยาน

เพื่อมอบหมายให้พนักงานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานคุ้มครองความปลอดภัยพยาน

“มาตรการทั่วไป” หมายความว่า

มาตรการทั่วไปในการคุ้มครองพยานตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองพยานในคดีอาญา

“บันทึกข้อตกลง” หมายความว่า

บันทึกยินยอมรับการคุ้มครองของพยานโดยมีลักษณะเป็นการกำหนดแนวทางและรายละเอียดให้พยานพึงปฏิบัติเมื่อเข้าสู่มาตรการทั่วไป

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

วิธีการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการคุ้มครองพยานที่ระเบียบของสำนักงานหรือหน่วยงานที่มีภารกิจเกี่ยวข้องกับการคุ้มครองพยานมิได้กำหนดไว้โดยเฉพาะ

ให้ถือปฏิบัติตามระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมรักษาการตามระเบียบนี้

บททั่วไป

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

การดำเนินการอันเกี่ยวกับการคุ้มครองพยาน

และที่เกี่ยวเนื่องกับการคุ้มครองพยานรวมทั้งการเบิกจ่ายงบประมาณค่าใช้จ่ายในการคุ้มครองพยานให้ดำเนินการเป็นการลับ

ทั้งนี้ ให้คำนึงถึงความปลอดภัยของพยาน ข้อมูลและรายละเอียดเกี่ยวกับตัวพยาน

บุคคลอื่นที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับพยาน พฤติการณ์แห่งคดี

ความไม่ปลอดภัยที่พยานจะได้รับ และข้อเท็จจริงอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องเป็นสำคัญ

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

ในการปฏิบัติภารกิจงานคุ้มครองความปลอดภัยพยานตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองพยานในคดีอาญาให้ถือเป็นความลับ

การมอบหมายให้พนักงานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่คุ้มครองพยานหรือสั่งการให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการคุ้มครองพยานให้กระทำเป็นลายลักษณ์อักษร

เว้นแต่ในกรณีจำเป็นหรือเร่งด่วนจะกระทำด้วยวาจาก็ได้

แต่ต้องบันทึกการมอบหมายหรือสั่งการดังกล่าวเป็นลายลักษณ์อักษรในทันทีที่สามารถกระทำได้

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘

การมอบหมายให้พนักงานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่คุ้มครองพยานหรือสั่งการให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการคุ้มครองพยาน

ให้คำนึงถึง

(๑)

อำนาจหน้าที่ ความรับผิดชอบ

และขีดความสามารถของพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้รับมอบหมายหรือผู้รับคำสั่ง

รวมตลอดถึงการอำนวยความสะดวกและการตอบสนองความต้องการของพยาน

(๒)

ความลับ ความรวดเร็ว

และการลดขั้นตอนการปฏิบัติราชการเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการและการคุ้มครองความปลอดภัย

(๓)

การปฏิบัติราชการเชิงบูรณาการ

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙

การกำหนดวิธีการคุ้มครองพยานให้ได้รับความปลอดภัย

ให้สำนักงานและหน่วยงานที่มีภารกิจเกี่ยวข้องกับการคุ้มครองพยานคำนึงถึง

(๑)

ลักษณะของคดีอาญาที่เกี่ยวข้อง

(๒)

พฤติการณ์แห่งความไม่ปลอดภัยของพยาน

(๓)

ความเหมาะสมแก่สถานะและสภาพของพยาน

(๔)

ความยินยอมของพยาน

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐

ให้นำความในระเบียบนี้

มาใช้บังคับกับกรณีที่พยานได้ร้องขอให้นำมาตรการทั่วไปมาใช้บังคับแก่สามี ภริยา

ผู้บุพการี ผู้สืบสันดานของพยาน

หรือบุคคลอื่นที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับพยานซึ่งมีผลต่อการที่พยานจะมาเป็นพยานด้วยโดยอนุโลม

เว้นแต่บุคคลดังกล่าวจะไม่ให้ความยินยอม

การคุ้มครองพยาน

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑

เมื่อสำนักงานหรือหน่วยงานที่มีภารกิจเกี่ยวข้องกับการคุ้มครองพยานได้อนุมัติให้พยานอยู่ในมาตรการทั่วไปแล้ว

ให้ดำเนินการดังต่อไปนี้

(๑)

มอบหมายให้พนักงานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่คุ้มครองพยานหรือสั่งการให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการคุ้มครองพยาน

โดยกำหนดให้พนักงานเจ้าหน้าที่คนหนึ่งเป็นหัวหน้าชุดคุ้มครองและพนักงานเจ้าหน้าที่อื่นเป็นชุดคุ้มครอง

(๒)

จัดทำคำสั่งแต่งตั้งชุดคุ้มครอง

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒

คำสั่งแต่งตั้งชุดคุ้มครองตามข้อ ๑๑ (๒)

ให้ทำเป็นหนังสือและอย่างน้อยต้องประกอบด้วย

(๑)

ชื่อหน่วยงานผู้ออกคำสั่ง และเลขที่คำสั่ง

(๒)

ชื่อตัว ชื่อสกุล และที่อยู่ของพยานที่ทำการคุ้มครอง

(๓)

วิธีการคุ้มครอง

(๔)

ระยะเวลาการคุ้มครอง และการสิ้นสุดการคุ้มครอง

(๕)

ยศ ชื่อตัว ชื่อสกุล

พร้อมทั้งตำแหน่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้คุ้มครองความปลอดภัยพยาน

(๖)

ยศ ชื่อตัว ชื่อสกุล พร้อมทั้งตำแหน่งของผู้ออกคำสั่งแต่งตั้งชุดคุ้มครอง

(๗)

วัน เดือน ปี ที่ออกคำสั่ง

ทั้งนี้

ให้ถือว่าการปฏิบัติภารกิจงานคุ้มครองพยานตามคำสั่งแต่งตั้งชุดคุ้มครองเป็นภารกิจนอกเหนือจากภารกิจที่ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติตามปกติ

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓

เมื่อสำนักงานหรือหน่วยงานที่มีภารกิจเกี่ยวข้องกับการคุ้มครองพยานได้อนุมัติให้พยานอยู่ในมาตรการทั่วไปแล้ว

ก่อนดำเนินการคุ้มครอง

ให้พนักงานเจ้าหน้าที่จัดทำบันทึกข้อตกลงและให้พยานผู้ขอรับการคุ้มครองลงลายมือชื่อในบันทึกข้อตกลง

บันทึกข้อตกลงให้ทำเป็นหนังสือและอย่างน้อยต้องมีรายละเอียด

ดังต่อไปนี้

(๑)

การยินยอมรับการคุ้มครองของพยาน

(๒)

วิธีการคุ้มครองพยาน

(๓)

รายละเอียดแนวทางให้พยานปฏิบัติโดยให้คำนึงถึงวิธีการคุ้มครองพยาน

พฤติการณ์ความไม่ปลอดภัย และความร้ายแรงแห่งคดี

(๔)

สิทธิที่พยานพึงได้รับตามกฎหมาย

(๕)

เงื่อนไขที่กำหนดให้พยานถือปฏิบัติและผลของการที่พยานไม่ปฏิบัติตามบันทึกข้อตกลงซึ่งอาจเป็นเหตุให้การคุ้มครองพยานสิ้นสุดลง

(๖)

วัน เดือน ปี ที่ทำบันทึกข้อตกลง

การปฏิบัติที่เหมาะสมกับพยาน

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔

ในการดำเนินการต่าง ๆ

ของสำนักงานและหน่วยงานที่มีภารกิจเกี่ยวข้องกับการคุ้มครองพยาน

พนักงานเจ้าหน้าที่ของสำนักงานและหน่วยงานที่มีภารกิจเกี่ยวข้องกับการคุ้มครองพยานพึงให้เกียรติแก่พยาน

ใช้วาจาสุภาพ ปฏิบัติต่อพยานอย่างมีอัธยาศัยไมตรี ไม่เลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรม

คำนึงถึงวัฒนธรรมและประเพณีในท้องถิ่น

โดยพิจารณาถึงความเหมาะสมแก่สถานะและสภาพของพยานเป็นสำคัญ

อีกทั้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตามคำสั่งแต่งตั้งชุดคุ้มครองปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรอบคอบ

รัดกุม และเคร่งครัด โดยให้พึงตระหนักว่าพยานเป็นบุคคลที่มีความสำคัญยิ่งในการพิสูจน์ความจริงในทางอรรถคดี

หมวด

การเบิกจ่ายงบประมาณค่าใช้จ่ายในการคุ้มครองพยาน

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕

เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามคำสั่งแต่งตั้งชุดคุ้มครองได้ดำเนินการคุ้มครองพยานแล้ว

จึงมีสิทธิได้รับค่าใช้จ่ายตามระเบียบกระทรวงยุติธรรมว่าด้วยค่าตอบแทนและค่าใช้จ่ายแก่พยานสามี

ภริยา ผู้บุพการี

ผู้สืบสันดานของพยานหรือบุคคลอื่นที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับพยานในคดีอาญา พ.ศ.

๒๕๔๗ และที่แก้ไขเพิ่มเติม

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖

การเบิกจ่ายงบประมาณค่าใช้จ่ายในการคุ้มครองพยานตามข้อ ๑๕

ให้ดำเนินการดังนี้

(๑)

กรณีหน่วยงานที่มีภารกิจเกี่ยวข้องกับการคุ้มครองพยานได้ดำเนินการจัดให้พยานอยู่ในมาตรการทั่วไป

ให้เบิกจ่ายจากงบประมาณของหน่วยงานที่มีภารกิจเกี่ยวข้องกับการคุ้มครองพยานนั้น

(๒)

กรณีสำนักงานร้องขอโดยส่งพยานให้หน่วยงานที่มีภารกิจเกี่ยวข้องกับการคุ้มครองพยานดำเนินการคุ้มครองพยานตามมาตรการทั่วไป

ให้เบิกจ่ายจากงบประมาณของสำนักงานตามระเบียบและวิธีการที่สำนักงานกำหนด

การรายงานผล

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗

ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตามคำสั่งแต่งตั้งชุดคุ้มครองรายงานผลการปฏิบัติงานคุ้มครองพยาน

ความคืบหน้าทางคดี และปัญหาอุปสรรคที่เกิดขึ้นตามลำดับชั้นถึงหัวหน้าหน่วยงานของรัฐหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายของแต่ละหน่วยงานที่มีภารกิจเกี่ยวข้องกับการคุ้มครองพยาน

หากเป็นกรณีตามข้อ

๑๖ (๒)

ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตามคำสั่งแต่งตั้งชุดคุ้มครองรายงานผลการปฏิบัติงานคุ้มครองพยาน

ความคืบหน้าทางคดี และปัญหาอุปสรรคที่เกิดขึ้นให้สำนักงานทราบด้วย

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘

กรณีปรากฏในภายหลังว่าพยานไม่มา

ไม่ให้ถ้อยคำหรือไม่เบิกความเป็นพยานโดยไม่มีเหตุสมควร

หรือมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษพยานในความผิดฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จความผิดฐานเบิกความอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดีต่อศาล

หรือความผิดฐานทำพยานหลักฐานอันเป็นเท็จในคดีที่บุคคลนั้นเป็นพยาน

ให้หน่วยงานที่มีภารกิจเกี่ยวข้องกับการคุ้มครองพยานแจ้งให้สำนักงานทราบเพื่อดำเนินการเรียกให้พยานนั้นคืนหรือชดใช้ค่าตอบแทนหรือค่าใช้จ่ายในการคุ้มครองพยานและบุคคลอื่นแล้วแต่กรณี

หมวด

การสิ้นสุดการให้ความคุ้มครอง

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙

การสิ้นสุดการให้ความคุ้มครองพยาน

ให้สำนักงานและหน่วยงานที่มีภารกิจเกี่ยวข้องกับการคุ้มครองพยานทำเป็นคำสั่ง

และแจ้งให้พยานทราบโดยเร็ว

คำสั่งสิ้นสุดการให้ความคุ้มครองพยานตามวรรคหนึ่งให้ทำเป็นหนังสือ

และอย่างน้อยต้องมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้

(๑)

ชื่อหน่วยงานผู้ออกคำสั่ง และเลขที่คำสั่ง

(๒)

ชื่อตัว ชื่อสกุล ของพยาน

(๓)

ชื่อตัว ชื่อสกุล พร้อมทั้งตำแหน่งของผู้ออกคำสั่ง

(๔)

วัน เดือน ปีที่มีคำสั่ง และวัน เดือน ปีที่คำสั่งมีผลบังคับ

(๕)

เหตุที่ทำให้การคุ้มครองพยานสิ้นสุด

(๖)

สิทธิและเงื่อนไขการอุทธรณ์คำสั่ง

การแจ้งคำสั่งตามวรรคหนึ่งให้สำนักงานและหน่วยงานที่มีภารกิจเกี่ยวข้องกับการคุ้มครองพยานแจ้งให้พยานทราบโดยตรง

หรือจัดส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ

แต่หากจำเป็นและเร่งด่วนอาจแจ้งทางโทรสารหรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์อื่นก็ได้

ประกาศ ณ วันที่ ๑๗

ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๐

ชาญชัย ลิขิตจิตถะ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

ศุภกรณ/ผู้จัดทำ

๓ ธันวาคม ๒๕๕๓

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๒๔/ตอนพิเศษ ๑๘๑ ง/หน้า ๑/๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๐

19 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบกระทรวงยุติธรรมว่าด้วยแนวทางการปฏิบัติงานคุ้มครองพยานในคดีอาญา พ.ศ. 2550 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_95e82361f8533426

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com