ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย
ที่ สนช. 17 /2561
เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการขออนุญาตและการขอขึ้นทะเบียน
การประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินภายใต้การกํากับ (ฉบับที่ 2)
1. เหตุผลในการออกประกาศ
ตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ออกประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนช. 5/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการขออนุญาตและการขอขึ้นทะเบียนการประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินภายใต้การกํากับ ลงวันที่ 16 เมษายน 2561 เพื่อประโยชน์ในการกํากับดูแลบริการการชําระเงินให้มีความมั่นคงปลอดภัย น่าเชื่อถือ และมีประสิทธิภาพโดยกําหนดรูปแบบการกํากับดูแลบริการการชําระเงินภายใต้การกํากับออกเป็น 2 ระดับ ได้แก่ 1) การให้บริการการชําระเงินภายใต้การกํากับ ที่ต้องได้รับการอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังโดยคําแนะนําของธนาคารแห่งประเทศไทย และ 2) การให้บริการการชําระเงินภายใต้การกํากับ ที่ต้องได้รับการขึ้นทะเบียนจากธนาคารแห่งประเทศไทย นั้น
เพื่อให้เกิดความชัดเจนเกี่ยวกับการกําหนดคุณสมบัติของผู้ประสงค์จะประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินภายใต้การกํากับ กรณีสาขาของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์ในประเทศไทย ซึ่งเป็นสถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทยจึงเห็นควรแก้ไขเพิ่มเติมประกาศฉบับดังกล่าว
2. อํานาจตามกฎหมาย
อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 17 และมาตรา 18 แห่งพระราชบัญญัติระบบการชําระเงิน พ.ศ. 2560 ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการขออนุญาตและการขอขึ้นทะเบียนการประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินภายใต้การกํากับตามความในประกาศฉบับนี้
3. ประกาศที่แก้ไข
ให้ยกเลิกความในข้อ 4.2.1 (1) และข้อ 4.2.2 (1) ของประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนช. 5/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการขออนุญาตและการขอขึ้นทะเบียน การประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินภายใต้การกํากับ ลงวันที่ 16 เมษายน 2561 และให้ใช้ข้อความในข้อ 5.1 และข้อ 5.2 ตามลําดับของประกาศฉบับนี้แทน
4. ขอบเขตการบังคับใช้
ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับกับผู้ประสงค์จะประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินภายใต้การกํากับและผู้ประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินภายใต้การกํากับตามกฎหมายว่าด้วยระบบการชําระเงิน
5. เนื้อหา
5.1 แก้ไขหลักเกณฑ์การยื่นขออนุญาตประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินภายใต้การกํากับ
"4.2.1 หลักเกณฑ์การยื่นขออนุญาตประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินภายใต้การกํากับ
(1) ผู้ประสงค์จะประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินภายใต้การกํากับต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้
(1.1) เป็นนิติบุคคลประเภท
(1.1.1) บริษัทจํากัด หรือบริษัทมหาชนจํากัด ซึ่งจดทะเบียนในประเทศไทยและมีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการประกอบธุรกิจบริการการชําระเงิน หรือ
(1.1.2) สถาบันการเงิน หรือ
(1.1.3) ธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศที่ได้รับอนุญาตให้จัดตั้งสาขาเพื่อประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์ในประเทศไทย และจะประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินโดยสาขาของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศดังกล่าวซึ่งเป็นสถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงิน หรือ
(1.1.4) สถาบันการเงินเฉพาะกิจ หรือ
(1.1.5) รัฐวิสาหกิจ
(1.2) มีทุนจดทะเบียนซึ่งชําระแล้ว ในแต่ละประเภทธุรกิจ ดังนี้
(1.2.1) การให้บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ ไม่ต่ํากว่า 100 ล้านบาท
(1.2.2) การให้บริการรับชําระเงินด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่
(ก) การให้บริการแก่ผู้รับบัตร (Acquiring) ไม่ต่ํากว่า50 ล้านบาท
(ข) การให้บริการสนับสนุนบริการแก่ผู้รับบัตร (Payment Facilitating) ไม่ต่ํากว่า 10 ล้านบาท
(ค) การให้บริการรับชําระเงินแทน ไม่ต่ํากว่า 10 ล้านบาท
(1.2.3) การให้บริการโอนเงินด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ไม่ต่ํากว่า 10 ล้านบาท
ผู้ประสงค์จะประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินภายใต้การกํากับมากกว่า 1 ประเภทธุรกิจการให้บริการ ต้องมีทุนจดทะเบียนซึ่งชําระแล้วไม่ต่ํากว่าจํานวนทุนจดทะเบียนซึ่งชําระแล้วของประเภทธุรกิจการให้บริการที่กําหนดไว้สูงสุด
(1.3) มีฐานะทางการเงินและการดําเนินงานที่มั่นคง ที่แสดงให้เห็นว่าสามารถดําเนินธุรกิจและให้บริการได้อย่างต่อเนื่อง และไม่มีความเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้ใช้บริการ เช่น ฐานะและผลการดําเนินงานที่ผ่านมา ส่วนของผู้ถือหุ้น แหล่งที่มาของเงินทุน และแผนการประกอบธุรกิจสําหรับระยะเวลา 3 ปี ซึ่งมีรายละเอียดที่รวมถึงประมาณการรายได้ ค่าใช้จ่ายและงบลงทุน
(1.4) ต้องไม่เคยถูกสั่งระงับการดําเนินงานทั้งหมดหรือแต่บางส่วนเป็นการชั่วคราว หรือไม่เคยถูกเพิกถอนการอนุญาตหรือการขึ้นทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยระบบการชําระเงิน
(1.5) ต้องไม่เคยต้องคําพิพากษาหรือคําสั่งของศาลให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน หรือไม่เคยต้องคําพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทําความผิดฐานฟอกเงินตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือไม่เคยเป็นบุคคลที่ถูกกําหนดให้เป็นผู้ที่มีการกระทําอันเป็นการก่อการร้าย หรือไม่เคยต้องคําพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทําความผิดฐานสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายและการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทําลายล้างสูง
(1.6) มีกรรมการหรือผู้ซึ่งมีอํานาจจัดการซึ่งมีลักษณะดังนี้
(1.6.1) มีอายุไม่ต่ํากว่า 20 ปีบริบูรณ์
(1.6.2) มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กําหนดไว้ในมาตรา 18 ประกอบกับมาตรา 14 แห่งพระราชบัญญัติระบบการชําระเงิน พ.ศ. 2560
(1.7) มีกรรมการอย่างน้อย 1 คน ซึ่งมีสัญชาติไทยและมีภูมิลําเนาอยู่ในประเทศไทย
สําหรับนิติบุคคลตามข้อ (1.1.2) - (1.1.5) ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ข้อ (1.2) ข้อ (1.3) และข้อ (1.7)"
5.2 แก้ไขหลักเกณฑ์การยื่นขอขึ้นทะเบียนประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินภายใต้การกํากับ
"4.2.2 หลักเกณฑ์การยื่นขอขึ้นทะเบียนประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินภายใต้การกํากับ
(1) ผู้ประสงค์จะประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินภายใต้การกํากับต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้
(1.1) เป็นนิติบุคคลประเภท
(1.1.1) บริษัทจํากัด หรือบริษัทมหาชนจํากัด ซึ่งจดทะเบียนในประเทศไทยและมีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการประกอบธุรกิจบริการการชําระเงิน หรือ
(1.1.2) สถาบันการเงิน หรือ
(1.1.3) ธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศที่ได้รับอนุญาตให้จัดตั้งสาขาเพื่อประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์ในประเทศไทย และจะประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินโดยสาขาของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศดังกล่าวซึ่งเป็นสถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงิน หรือ
(1.1.4) สถาบันการเงินเฉพาะกิจ หรือ
(1.1.5) รัฐวิสาหกิจ
(1.2) มีฐานะทางการเงินและการดําเนินงานที่มั่นคง ที่แสดงให้เห็นว่าสามารถดําเนินธุรกิจและให้บริการได้อย่างต่อเนื่อง และไม่มีความเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้ใช้บริการ เช่น ฐานะและผลการดําเนินงานที่ผ่านมา ส่วนของผู้ถือหุ้น แหล่งที่มาของเงินทุน และแผนการประกอบธุรกิจสําหรับระยะเวลา 3 ปี ซึ่งมีรายละเอียดที่รวมถึงประมาณการรายได้ ค่าใช้จ่ายและงบลงทุน
(1.3) ต้องไม่เคยถูกสั่งระงับการดําเนินกิจการทั้งหมดหรือแต่บางส่วนเป็นการชั่วคราว หรือไม่เคยถูกเพิกถอนการอนุญาตหรือการขึ้นทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยระบบการชําระเงิน
(1.4) ต้องไม่เคยต้องคําพิพากษาหรือคําสั่งของศาลให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน หรือไม่เคยต้องคําพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทําความผิดฐานฟอกเงินตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือไม่เคยเป็นบุคคลที่ถูกกําหนดให้เป็นผู้ที่มีการกระทําอันเป็นการก่อการร้าย หรือไม่เคยต้องคําพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทําความผิดฐานสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายและการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทําลายล้างสูง
(1.5) มีกรรมการหรือผู้ซึ่งมีอํานาจจัดการซึ่งมีลักษณะดังนี้
(1.5.1) มีอายุไม่ต่ํากว่า 20 ปีบริบูรณ์
(1.5.2) มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กําหนดไว้ในมาตรา 18 ประกอบกับมาตรา 14 แห่งพระราชบัญญัติระบบการชําระเงิน พ.ศ. 2560
(1.6) มีกรรมการอย่างน้อย 1 คน ซึ่งมีสัญชาติไทยและมีภูมิลําเนาอยู่ในประเทศไทย
สําหรับนิติบุคคลตามข้อ (1.1.2) - (1.1.5) ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ในข้อ (1.2) และ ข้อ (1.6)"
6. วันเริ่มต้นบังคับใช้
ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 10 กันยายน 2561 เป็นต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ 7 กันยายน 2561
(นางฤชุกร สิริโยธิน)
รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน
ผู้ว่าการแทน
ธนาคารแห่งประเทศไทย