กฎกระทรวง
กฎกระทรวง
ฉบับที่
๓๔ (พ.ศ. ๒๕๒๙)
ออกตามความในพระราชบัญญัติพิกัดอัตราค่าภาคหลวงแร่
พ.ศ.
๒๕๐๙
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา
๗ แห่งพระราชบัญญัติพิกัดอัตราค่าภาคหลวง
แร่ พ.ศ. ๒๕๐๙
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติพิกัดอัตราภาคหลวงแร่ (ฉบับที่ ๓)
พ.ศ. ๒๕๒๒ และมาตรา ๙
แห่งพระราชบัญญัติพิกัดอัตราค่าภาคหลวงแร่ พ.ศ. ๒๕๐๙
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมออกกฎกระทรวงไว้
ดังต่อไปนี้
ให้ยกเลิกความใน
(๑) ของข้อ ๒ แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ ๖ (พ.ศ. ๒๕๑๔)
ออกตามความในพระราชบัญญัติพิกัดอัตราค่าภาคหลวงแร่ พ.ศ.
๒๕๐๙ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย
กฎกระทรวง ฉบับที่ ๓๑ (พ.ศ. ๒๕๒๘)
ออกตามความในพระราชบัญญัติพิกัดอัตราค่าภาคหลวง
แร่ พ.ศ. ๒๕๐๙ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
"(๑)
แร่ดีบุก
(ก)
ราคาโลหะดีบุกในแร่ ให้ประกาศเป็นราคาต่อหกสิบกิโลกรัม โดยให้
ถือราคาในตลาดดังต่อไปนี้เป็นราคาประกาศตามลำดับ
๑.
ราคาในตลาดสหพันธ์มาเลเซียที่ซื้อขายกันครั้งหลังสุด
แต่ทั้งนี้ต้องมีการซื้อขายติดต่อกันไม่น้อยกว่ายี่สิบวันทำการ
๒.
ในกรณีที่ถือราคาตลาดสหพันธ์มาเลเซียเป็นราคาประกาศตาม ๑. แล้ว
หากปรากฏว่าตลาดสหพันธ์มาเลเซียไม่มีการซื้อขายติดต่อกันเกินสามวันทำการ
ให้ถือราคาตลาด
นครลอนดอนประเทศอังกฤษที่ซื้อขายกันในขณะนั้น
ซึ่งได้หักค่าขนส่งและค่าประกันภัยจาก
ท่าเรือนครลอนดอนถึงท่าเรือกรุงเทพฯ
ตามอัตราที่อธิบดีประกาศกำหนดออกแล้ว
๓.
ในกรณีที่ไม่อาจถือราคาตลาดสหพันธ์มาเลเซียหรือตลาดนครลอนดอน
ประเทศอังกฤษ เป็นราคาประกาศตาม 1. หรือ 2. ได้
ให้ถือราคาตลาดนครนิวยอร์ค สหรัฐ
อเมริกา ที่ซื้อขายกันในขณะนั้น
ซึ่งได้หักค่าขนส่งและค่าประกันภัยจากท่าเรือนครนิวยอร์ค
ถึงท่าเรือกรุงเทพฯ ตามอัตราที่อธิบดีประกาศกำหนดออกแล้ว
๔.
ในกรณีที่ทั้งในตลาดสหพันธ์มาเลเซีย ตลาดนครลอนดอน ประเทศอังกฤษ
และตลาดนครนิวยอร์ค สหรัฐอเมริกา ไม่มีการซื้อขายในขณะนั้น
ให้ถือราคาที่ซื้อขายภายใน
ประเทศตามที่อธิบดีกำหนด
(ข)
เมื่อใดราคาเพิ่มขึ้นหรือลดลงจากราคาที่ได้ประกาศครั้งหลังสุดเกิน
ห้าสิบบาทต่อหกสิบกิโลกรัม ให้ประกาศใหม่"
ให้ไว้
ณ วันที่ ๒๗ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๒๙
ประมวล สภาวสุ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม
หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้คือ
เนื่องจากหลักเกณฑ์การ
กำหนดราคาตลาดของแร่ดีบุกที่ใช้บังคับอยู่ไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ของการซื้อขาย
แร่ดีบุกในปัจจุบันสมควรแก้ไขหลักเกณฑ์การกำหนดราคาตลาดของแร่ดีบุกเสียใหม
่ให้เหมาะสมยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
[รก.๒๕๒๙/๑๙๔/๙พ./๗ พฤศจิกายน ๒๕๒๙]