ระเบียบของคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ ว่าด้วยการอุทธรณ์และการทบทวนคำวินิจฉัยของคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาค พ.ศ. 2539
ประกาศ ระเบียบ และคำสั่ง · ประกาศ 22 ต.ค. 2539 (1996-10-22) · 20 ข้อ
แท็บใหม่ ↗ระเบียบของคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์
ระเบียบของคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์
ว่าด้วยการอุทธรณ์และการทบทวนคำวินิจฉัยของคณะกรรมการ
วินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาค
พ.ศ. ๒๕๓๙
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๓ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๖๑ แห่งพระราชบัญญัติคณะกรรมการกฤษฎีกา พ.ศ. ๒๕๒๒ ประธานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้ปรึกษาหารือกับคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์โดยที่ประชุมใหญ่แล้ว จึงออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า ระเบียบของคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ว่าด้วยการอุทธรณ์และการทบทวนคำวินิจฉัยของคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาค พ.ศ. ๒๕๓๙
บททั่วไป
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๒ ในระเบียบนี้
ผู้ร้องทุกข์ หมายความรวมถึง ผู้ซึ่งได้รับมอบฉันทะให้ร้องทุกข์แทนตามระเบียบของคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ว่าด้วยการยื่นและการส่งคำร้องทุกข์ต่อคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาค
หน่วยงานที่รับผิดชอบ หมายความว่า หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ แล้วแต่กรณี ที่ต้องรับผิดชอบในงานที่มีการอุทธรณ์ ไม่ว่าจะมีการระบุหน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐดังกล่าวไว้ในคำอุทธรณ์หรือไม่ก็ตาม
คำอุทธรณ์ หมายความว่า คำอุทธรณ์ตามข้อ ๓
คำแก้อุทธรณ์ หมายความว่า บันทึกที่คู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งทำขึ้นตามข้อ ๑๐ เพื่อตอบคำอุทธรณ์ของผู้อุทธรณ์
เลขาธิการ หมายความว่า เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา และให้หมายความรวมถึงผู้ซึ่งได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติราชการแทนด้วย
พนักงานผู้รับผิดชอบสำนวน หมายความว่า ผู้ซึ่งได้รับมอบหมายให้เป็นผู้รับผิดชอบการสอบสวนแต่ละเรื่อง และมีหน้าที่สรุปข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย พร้อมทั้งเสนอความคิดเห็นของตนต่อคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาคเพื่อประกอบการพิจารณาตามที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้
นิติกรผู้ทำสำนวน หมายความว่า นิติกรซึ่งได้รับมอบหมายให้เป็นผู้รับผิดชอบในการสอบสวนและการทำสำนวนเกี่ยวกับคำอุทธรณ์ ตลอดจนการดำเนินการต่าง ๆ เกี่ยวกับเรื่องอุทธรณ์ตามที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้
การอุทธรณ์
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๓ ผู้ร้องทุกข์หรือหน่วยงานที่รับผิดชอบที่ไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยของคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาคตามมาตรา ๕๙ หรือมาตรา ๖๐ แล้วแต่กรณี ให้มีสิทธิอุทธรณ์คำวินิจฉัยดังกล่าวต่อคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ได้ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งความเห็นหรือคำวินิจฉัยนั้น
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๔ คำอุทธรณ์ต้อง
(๑) ทำเป็นหนังสือไทยและใช้ถ้อยคำสุภาพ
(๒) มีชื่อและที่อยู่ของผู้อุทธรณ์
(๓) มีสำเนาคำวินิจฉัยของคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาคแนบมาด้วย
(๔) ระบุประเด็นและเหตุผลของการอุทธรณ์
(๕) ลงลายมือชื่อของผู้อุทธรณ์หรือผู้มีอำนาจลงนามแทนผู้อุทธรณ์ แล้วแต่กรณี
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๕ การยื่นหรือส่งคำอุทธรณ์ให้กระทำได้ดังต่อไปนี้
(๑) ยื่นหรือส่งต่อเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาคที่แจ้งผลการวินิจฉัยเรื่องร้องทุกข์ หรือสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
(๒) ส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนไปยังสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และเพื่อประโยชน์ในการนับกำหนดเวลาในการอุทธรณ์ ให้ถือว่าวันที่ส่งคำอุทธรณ์แก่เจ้าพนักงานไปรษณีย์เป็นวันยื่นคำอุทธรณ์
วิธีพิจารณาและวินิจฉัยอุทธรณ์
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๖ เมื่อสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้รับคำอุทธรณ์ใดแล้ว ให้เลขาธิการมอบหมายให้นิติกรผู้ทำสำนวนคนใดคนหนึ่งเป็นผู้รับผิดชอบในการตรวจคำอุทธรณ์ การทำสำนวนและการดำเนินการต่าง ๆ เกี่ยวกับการพิจารณาวินิจฉัยคำอุทธรณ์นั้นตามที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๗ ให้นิติกรผู้ทำสำนวนตรวจคำอุทธรณ์นั้นว่าถูกต้องตามระเบียบนี้หรือไม่
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๘ ในกรณีที่นิติกรผู้ทำสำนวนเห็นว่าคำอุทธรณ์นั้นยังไม่ครบถ้วนตามข้อ ๔ หรือยังไม่ชัดเจนเพียงพอ ให้เสนอเรื่องต่อเลขาธิการเพื่อพิจารณาสั่งการให้แจ้งให้ผู้อุทธรณ์ดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้ง
ถ้าผู้อุทธรณ์ดำเนินการตามวรรคหนึ่งภายในเวลาที่กำหนด ให้นิติกรผู้ทำสำนวนพิจารณาดำเนินการกับคำอุทธรณ์นั้นต่อไปตามระเบียบนี้
ถ้าผู้อุทธรณ์มิได้ดำเนินการตามวรรคหนึ่งภายในเวลาที่กำหนด หรือถ้านิติกรผู้ทำสำนวนเห็นว่าคำอุทธรณ์นั้นไม่อยู่ในอำนาจของคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ที่จะรับไว้พิจารณาได้ ให้นิติกรผู้ทำสำนวนเสนอเรื่องต่อเลขาธิการเพื่อพิจารณามีคำสั่งให้เสนอเรื่องให้คณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์พิจารณาวินิจฉัยต่อไป
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๙ ในกรณีที่นิติกรผู้ทำสำนวนเห็นว่าคำอุทธรณ์นั้นถูกต้องตามระเบียบนี้ ให้เสนอเรื่องต่อเลขาธิการเพื่อมีคำสั่งรับคำอุทธรณ์นั้นไว้พิจารณา และมีคำสั่งให้ส่งสำเนาคำอุทธรณ์นั้นไปยังคู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งเพื่อจัดทำคำแก้อุทธรณ์
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๑๐ ให้คู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งจัดทำคำแก้อุทธรณ์ให้ครบถ้วนและชัดเจนตามประเด็นต่าง ๆ ที่ปรากฏในคำอุทธรณ์ และส่งไปยังสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับสำเนาคำอุทธรณ์
ถ้าคู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งมีความจำเป็นต้องใช้เวลาในการจัดทำคำแก้อุทธรณ์เกินกำหนดเวลาตามวรรคหนึ่ง ให้มีหนังสือแจ้งให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาทราบก่อนวันสิ้นกำหนดพร้อมด้วยเหตุผล และหากยังมีความจำเป็นต้องใช้เวลาในการจัดทำคำแก้อุทธรณ์ต่อไปอีก ก็ให้มีหนังสือแจ้งให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาทราบก่อนวันสิ้นกำหนด แต่รวมระยะเวลาทั้งหมดต้องไม่เกินสามสิบวัน
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๑๑ เมื่อได้รับคำแก้อุทธรณ์ภายในกำหนดเวลาตามข้อ ๑๐ ให้นิติกรผู้ทำสำนวนเสนอเรื่องต่อเลขาธิการเพื่อขออนุมัติจัดทำบันทึกสรุปสำนวนอุทธรณ์เสนอต่อคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์เพื่อพิจารณา
ในกรณีที่คู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งมิได้ส่งคำแก้อุทธรณ์ภายในกำหนดเวลาตามข้อ ๑๐ ให้ถือว่าคู่กรณีฝ่ายหนึ่งนั้นไม่ติดใจที่จะจัดทำคำแก้อุทธรณ์ และให้นิติกรผู้ทำสำนวนเสนอเรื่องต่อเลขาธิการเพื่อขออนุมัติจัดทำบันทึกสรุปสำนวนอุทธรณ์เสนอต่อคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์เพื่อพิจารณา
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๑๒ ในกรณีที่คณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์เห็นว่าข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่ได้มาเพียงพอที่จะพิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์ได้แล้ว หรือเป็นกรณีที่คู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งมิได้ส่งคำแก้อุทธรณ์ ให้คณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์มีมติให้ส่งสำนวนอุทธรณ์นั้นให้พนักงานผู้รับผิดชอบสำนวนพิจารณาจัดทำคำแถลงการณ์ต่อไป
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๑๓ ให้นำระเบียบของคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ว่าด้วยวิธีพิจารณาและวินิจฉัยเรื่องร้องทุกข์ มาใช้บังคับแก่การดำเนินการและการพิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์ตามระเบียบนี้ด้วย โดยอนุโลม
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๑๔ คณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์อาจมีคำวินิจฉัยไม่รับคำอุทธรณ์นั้นไว้พิจารณา ยกคำอุทธรณ์ ยืนตามคำวินิจฉัยของคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาค กลับคำวินิจฉัยของคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาคและวินิจฉัยเรื่องร้องทุกข์นั้นใหม่ หรือแก้คำวินิจฉัยของคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาคโดยวินิจฉัยยืนบางส่วน กลับบางส่วน และวินิจฉัยใหม่แทนส่วนที่กลับนั้น หรืออาจมีคำวินิจฉัยหรือข้อเสนอแนะอื่นเพิ่มเติม ก็ได้
ในกรณีที่คณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์มีความเห็นแตกต่างไปจากคำวินิจฉัยของคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาค คณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์จะต้องยกเหตุผลและหลักฐานสนับสนุนอย่างชัดเจนไว้ในคำวินิจฉัยด้วย
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๑๕ ในกรณีที่คณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์มีคำวินิจฉัยที่ไม่แตกต่างไปจากคำวินิจฉัยของคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาค ให้ดำเนินการดังต่อไปนี้
(๑) ถ้าคำวินิจฉัยไม่มีข้อเสนอแนะต่อนายกรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาสั่งการ ให้เลขาธิการแจ้งผลการวินิจฉัยให้ผู้อุทธรณ์และคู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งทราบ
(๒) ถ้าคำวินิจฉัยมีข้อเสนอแนะต่อนายกรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาสั่งการ ให้เลขาธิการเสนอคำวินิจฉัยไปยังนายกรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาสั่งการต่อไป
ในกรณีที่คณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์มีคำวินิจฉัยที่แตกต่างไปจากคำวินิจฉัยของคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาค ให้เลขาธิการเสนอคำวินิจฉัยไปยังนายกรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาสั่งการต่อไป
การพิจารณาทบทวนคำวินิจฉัยของคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาค
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๑๖ ในกรณีที่เลขาธิการเห็นว่าคำวินิจฉัยของคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาคเป็นปัญหาข้อกฎหมายสำคัญ หรือผลการวินิจฉัยของคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาคอาจกระทบกระเทือนต่อวิถีทางปฏิบัติราชการหรือแก่ระบบบริหารราชการเป็นส่วนรวม หรือมีเหตุผลสมควรประการอื่นที่คณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์จะได้พิจารณาทบทวนคำวินิจฉัยของคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาค ให้เลขาธิการส่งคำวินิจฉัยนั้นให้คณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์พิจารณาทบทวน
ในการพิจารณาตามวรรคหนึ่ง ให้เลขาธิการมอบหมายให้พนักงานผู้รับผิดชอบสำนวนคนใดคนหนึ่งพิจารณาเสนอความเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ด้วย
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๑๗ เมื่อคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์พิจารณาเสร็จแล้ว ให้นำความในข้อ ๑๕ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
การสั่งการของนายกรัฐมนตรี
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๑๘ เมื่อนายกรัฐมนตรีได้พิจารณาสั่งการแล้ว ให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาแจ้งผลการสั่งการให้ผู้ร้องทุกข์ หน่วยงานที่รับผิดชอบ และสำนักงานทราบ
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๑๙[๑] ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุกเบกษาเป็นต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ ๓๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๓๙
พลอากาศเอก สมบุญ ระหงส์
รองนายกรัฐมนตรี
ปฏิบัติหน้าที่ประธานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สุนันทา/ตรวจ
๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๙
ปาจรีย์/จัดทำ
๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๙
โชติกานต์/ปรับปรุง
๑๑ กรกฎาคม ๒๕๕๙
[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๓/ตอนที่ ๘๕ ง/หน้า ๖๘/๒๒ ตุลาคม ๒๕๓๙
ที่มา: ระบบกลางทางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).