法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง สนส. 3/2550 เรื่อง การอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ทำธุรกรรมอนุพันธ์ทางการเงินด้านตราสารทุน

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
12
มาตรา อารัมภบท

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย

ที่

สนส. ๓/๒๕๕๐

เรื่อง

การอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ทำธุรกรรมอนุพันธ์ทางการเงินด้านตราสารหนี้

๑.

เหตุผลในการออกประกาศ

เพื่อปรับปรุงขอบเขตในการอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ทำธุรกรรมอนุพันธ์ทางการเงินด้านตราสารหนี้

ให้สอดคล้องกับพัฒนาการในตลาดปัจจุบัน

ซึ่งจะช่วยส่งเสริมประสิทธิภาพของตลาดตราสารหนี้

ธนาคารแห่งประเทศไทยจึงปรับปรุงประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยเกี่ยวกับการกำหนดประเภทและขอบเขตในการอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ทำธุรกรรมอนุพันธ์ทางการเงินด้านตราสารหนี้

๒.

อำนาจตามกฎหมาย

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๙ ทวิ

แห่งพระราชบัญญัติการธนาคารพาณิชย์ พ.ศ. ๒๕๐๕ ที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการธนาคารพาณิชย์

(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๒๒ ธนาคารแห่งประเทศไทย อนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ทำธุรกรรมอนุพันธ์ทางการเงินด้านตราสารหนี้

ตามกรอบและข้อกำหนดในประกาศฉบับนี้

๓.

ขอบเขตการบังคับใช้

ประกาศฉบับนี้ใช้บังคับกับธนาคารพาณิชย์ตามกฎหมายว่าด้วยการธนาคารพาณิชย์ทุกธนาคารยกเว้นธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อย

๔.

เนื้อหา

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔.๑

ให้ยกเลิกประกาศและหนังสือของธนาคารแห่งประเทศไทย ดังนี้

(๑) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง

การอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ทำธุรกรรมที่ใช้เป็นเครื่องมือในการบริหารความเสี่ยงหลักทรัพย์ประเภทตราสารหนี้

ลงวันที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๔๖

(๒) หนังสือที่ ฝสว. (๒๑) ว. ๑๖๖๐/๒๕๔๘ เรื่อง

การเพิ่มเติมคู่สัญญาสำหรับธุรกรรมที่ใช้เป็นเครื่องมือในการบริหารความเสี่ยงหลักทรัพย์ประเภทตราสารหนี้

ลงวันที่ ๖ กันยายน ๒๕๔๘

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔.๒ หลักการ

(๑)

ธนาคารพาณิชย์จะต้องสามารถบริหารความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากการทำธุรกรรมอนุพันธ์ทางการเงินด้านตราสารหนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

(๒)

ธนาคารพาณิชย์จะต้องไม่เสนอธุรกรรมดังกล่าวในลักษณะที่จะทำให้เกิดผลกระทบต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจและการเงิน

เช่น การทำธุรกรรมในลักษณะที่เป็นตัวกลางในการเข้าถึงตลาดต่างประเทศโดยทางอ้อม

ซึ่งอาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อการเคลื่อนย้ายเงินทุนและเสถียรภาพอัตราแลกเปลี่ยน

(๓)

ธนาคารพาณิชย์จะต้องจัดเก็บเอกสารหลักฐานในการทำธุรกรรมเพียงพอแก่การตรวจสอบไว้ในสถานที่ทำการของธนาคารพาณิชย์เพื่อให้ธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจสอบหรือจัดส่งให้ธนาคารแห่งประเทศไทยเมื่อมีการร้องขอ

พร้อมทั้งจะต้องรายงานข้อมูลการทำธุรกรรมตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด

(๔)

ธนาคารพาณิชย์จะต้องชี้แจงให้ลูกค้าเข้าใจลักษณะธุรกรรมและความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องในการทำธุรกรรมอย่างชัดเจน

พร้อมทั้งมีหลักฐานแสดงว่าธนาคารพาณิชย์ได้ปฏิบัติตามขั้นตอนการพิจารณาความเหมาะสมของลูกค้า

(๕)

ธนาคารพาณิชย์จะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การกำกับดูแลธุรกรรมนี้ตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔.๓ นิยาม

(๑) ตราสารหนี้ หมายถึง ตั๋วเงินคลัง พันธบัตร

หุ้นกู้ หรือตราสารหนี้อื่นตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยจะกำหนด

(๒) ธุรกรรม Bond Forwards หมายถึง

สัญญาที่เกิดจากการตกลงกันระหว่างคู่สัญญาสองฝ่าย (Over the counter หรือ

OTC) ในการซื้อหรือขายตราสารหนี้ กลุ่มตราสารหนี้

หรือดัชนีราคาตราสารหนี้ในอนาคตตามราคาที่ตกลงกันไว้ล่วงหน้าในสัญญา

โดยมีกำหนดระยะเวลาในการส่งมอบหลักทรัพย์หรือชำระราคา

ภายหลังวันที่ตกลงราคาซื้อขายกันเกิน ๒ วันทำการ

(๓) ธุรกรรม Bond Futures หมายถึง

การซื้อหรือขายตราสารหนี้ กลุ่มตราสารหนี้ หรือดัชนีราคาตราสารหนี้

ในอนาคตตามราคาที่ได้ตกลงกันไว้ล่วงหน้าในสัญญา

โดยเป็นการซื้อหรือขายผ่านศูนย์ซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า

หรือตลาดที่จัดตั้งอย่างเป็นทางการ เช่น บมจ. ตลาดอนุพันธ์ (ประเทศไทย)

ซึ่งมีลักษณะสัญญาเป็นมาตรฐาน

(๔) ธุรกรรม Bond Options หมายถึง

การซื้อหรือขายสิทธิที่จะซื้อ (Call) หรือสิทธิที่จะขาย (Put)

ตราสารหนี้ กลุ่มตราสารหนี้ หรือดัชนีราคาตราสารหนี้ ในราคาที่ตกลงกันไว้ตามสัญญา ณ

วันใดวันหนึ่งภายในช่วงระยะเวลาของสัญญา (American Options) หรือ

ณ วันครบกำหนดสัญญา (European Options) หรือ ณ

วันที่กำหนดภายในช่วงระยะเวลาของสัญญา (Bermudan Options) โดยให้ทำธุรกรรมเฉพาะที่เป็น

Options แบบพื้นฐาน (Plain Vanilla Options)

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔.๔

ลักษณะธุรกรรมอนุพันธ์ทางการเงินด้านตราสารหนี้ที่ได้รับอนุญาต

(๑)

ธนาคารแห่งประเทศไทยอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ทำธุรกรรมอนุพันธ์ทางการเงินด้านตราสารหนี้ได้

๓ ประเภท ดังนี้

(๑.๑) ธุรกรรม Bond Forwards

(๑.๒) ธุรกรรม Bond Futures

(๑.๓) ธุรกรรม Bond Options

(๒)

ตัวแปรที่จะนำมาใช้ในการอ้างอิงในการทำธุรกรรมอนุพันธ์ทางการเงินด้านตราสารหนี้ได้แก่

ราคาตราสารหนี้ ราคาของกลุ่มตราสารหนี้

หรือดัชนีราคาตราสารหนี้ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนทุกข้อตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้

(๒.๑)

เป็นดัชนีทางการเงินที่เกิดจากการคำนวณโดยใช้ตัวแปรอ้างอิงตามที่กำหนดในข้อ ๔.๔

(๒)

(๒.๒)

เป็นดัชนีทางการเงินที่พัฒนาโดยสถาบันที่มีความน่าเชื่อถือ

(๒.๓)

เป็นดัชนีทางการเงินที่นิยมแพร่หลายในตลาดการเงินไทยหรือสากล

(๒.๔) เป็นดัชนีทางการเงินที่มีการเสนอราคาอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกวันผ่านสื่อที่ทันสมัยทันต่อเหตุการณ์

และ

(๒.๕)

เป็นดัชนีทางการเงินที่มีการกำหนดวิธีการคำนวณไว้อย่างชัดเจน

โดยมีการระบุแหล่งข้อมูลของตัวแปรและปัจจัยที่นำมาใช้ในการคำนวณ ทั้งนี้

ตัวแปรและปัจจัยที่นำมาใช้ในการคำนวณดังกล่าวต้องมีการเคลื่อนไหวตามสภาวะตลาดอย่างเป็นอิสระ

โดยไม่มีบุคคลใดสามารถมีอิทธิพลต่อการเคลื่อนไหวของตัวแปร ปัจจัย

หรือดัชนีทางการเงินนั้นได้

(๓) การทำธุรกรรมอนุพันธ์ทางการเงินด้านตราสารหนี้

ซึ่งอ้างอิงตราสารหนี้หรือดัชนีราคาตราสารหนี้ที่เป็นสกุลเงินบาท ดังนี้

(๓.๑) ตั๋วเงินคลัง

(๓.๒) พันธบัตรรัฐบาล

(๓.๓) พันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย

(๓.๔) พันธบัตรรัฐวิสาหกิจ

(๓.๕) หุ้นกู้ที่รัฐบาลค้ำประกัน

(๓.๖)

ตราสารหนี้ที่ได้รับการจัดอันดับเป็นระดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment

grade) โดยเป็นตราสารหนี้ที่ได้รับการจัดอันดับ BBB

หรือเทียบเท่าขึ้นไปจากสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

หรือสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ได้รับการยอมรับจากสากลในกรณีเป็นตราสารหนี้ซึ่งออกขายในต่างประเทศ

(๓.๗) ตราสารหนี้ที่ออกโดยสถาบันการเงินระหว่างประเทศ

(๓.๘)

ดัชนีทางการเงินซึ่งมีคุณสมบัติตามที่กำหนดในข้อ ๔.๔ (๒)

(๓.๙)

ตราสารหนี้อื่นตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยจะกำหนดเพิ่มเติม

ทั้งนี้

การอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ทำธุรกรรมอนุพันธ์ทางการเงินด้านตราสารหนี้

ไม่รวมถึงธุรกรรมอนุพันธ์ทางการเงินด้านตราสารหนี้ที่อ้างอิงกับตราสารที่นับเข้าเป็นเงินกองทุนของธนาคารพาณิชย์เอง

เนื่องจากอาจเข้าข่ายเป็นการลดทุนโดยที่ไม่ได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย

รวมทั้งอาจเกิดความไม่เป็นธรรมในการทำธุรกรรม

หรือธนาคารพาณิชย์อาจไม่สามารถทำธุรกรรมเพื่อปิดความเสี่ยงที่เกิดขึ้นได้

(๔)

สำหรับธนาคารพาณิชย์ที่ประสงค์จะทำธุรกรรมอนุพันธ์ทางการเงินด้านตราสารหนี้ประเภทอื่นนอกเหนือจากที่กำหนด

ให้ขออนุญาตธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นรายกรณี

ยกเว้นเป็นการทำธุรกรรมเพื่อป้องกันความเสี่ยงของธนาคารพาณิชย์นั้นเอง

ซึ่งหมายถึงการทำธุรกรรมที่มี Risk Profile ในทางตรงกันข้ามกับฐานะที่มีอยู่ก่อน

หรือเป็นธุรกรรมที่สามารถลดหรือจำกัดความเสี่ยงอย่างมีนัยในผลขาดทุนที่เกิดขึ้นกับฐานะในตราสารหนี้ที่มีอยู่ก่อนในกรณีที่ราคาตราสารหนี้เปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่มีผลในทางลบกับฐานะที่มีอยู่นั้น

ทั้งนี้ ธนาคารพาณิชย์จะต้องจัดทำเอกสารหลักฐานแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าการทำธุรกรรมดังกล่าวเป็นการทำเพื่อป้องกันความเสี่ยงของธนาคารพาณิชย์เอง

เพื่อให้ธนาคารแห่งประเทศไทยสามารถตรวจสอบได้ อนึ่ง

หากธนาคารพาณิชย์ใดมีข้อสงสัยว่าธุรกรรมอนุพันธ์ทางการเงินด้านตราสารหนี้ที่ประสงค์จะทำนั้นอยู่ในขอบเขตที่ได้รับอนุญาตหรือไม่

ให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนทำธุรกรรมดังกล่าว

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔.๕ ข้อกำหนดเกี่ยวกับการบริหารความเสี่ยง

ธนาคารพาณิชย์จะต้องมีระบบการบริหารความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพ

และเหมาะสมสอดคล้องกับลักษณะ ปริมาณ และความซับซ้อนของการทำธุรกรรม ดังนี้

(๑) คณะกรรมการธนาคาร

หรือคณะผู้บริหารที่มีอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบที่เกี่ยวข้อง (ในกรณีสาขาธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศ)

จะต้องเข้าใจลักษณะธุรกรรมและความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง โดยคณะกรรมการย่อยและผู้บริหารระดับสูงที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลในการประกอบธุรกรรมดังกล่าวจะต้องมีความรู้

ความเข้าใจในธุรกรรมที่กล่าวและความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างดี

และจะต้องเป็นผู้ควบคุมดูแลการทำธุรกรรมดังกล่าวตามนโยบายที่ได้รับความเห็นชอบอย่างใกล้ชิด

และให้ความสำคัญในการบริหารความเสี่ยงที่เกิดจากการทำธุรกรรมดังกล่าว

(๒) ธนาคารพาณิชย์จะต้องกำหนดนโยบาย กลยุทธ์

ขั้นตอนการปฏิบัติในการประกอบธุรกรรมการบริหารความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง

และการควบคุมภายในไว้อย่างชัดเจนเป็นลายลักษณ์อักษร

(๓)

นโยบายการประกอบธุรกรรมและการบริหารความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องดังกล่าวจะต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการธนาคาร

หรือคณะผู้บริหารที่มีอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบที่เกี่ยวข้องในกรณีสาขาธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศ

รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงนโยบายจะต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการธนาคารหรือคณะผู้บริหารที่กล่าวก่อนทุกครั้ง

และ กลยุทธ์ ขั้นตอนการปฏิบัติในการประกอบธุรกรรม การบริหารความเสี่ยง

และการควบคุมภายในจะต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการย่อยที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลในการประกอบธุรกรรมดังกล่าว

(๔)

ธนาคารพาณิชย์จะต้องมีหน่วยงานบริหารความเสี่ยงที่เป็นอิสระ (Risk

management unit) เพื่อทำหน้าที่ประเมิน ติดตาม ควบคุม ตรวจสอบดูแลการบริหารความเสี่ยงโดยรวมของธนาคารพาณิชย์นั้น

และมีการรายงานโดยตรงต่อคณะกรรมการธนาคารผ่านทางคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงอย่างสม่ำเสมอสำหรับกรณีสาขาธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศ

หน่วยงานบริหารความเสี่ยงดังกล่าวอาจตั้งอยู่ในสำนักงานภูมิภาคก็ได้

โดยจะต้องมีการรายงานต่อหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายจากสำนักงานใหญ่อย่างสม่ำเสมอรวมทั้งการรายงานต่อหน่วยงานในประเทศที่เกี่ยวข้องด้วย

(๕)

ธนาคารพาณิชย์จะต้องมีบุคลากรเพียงพอเพื่อรองรับการประกอบธุรกรรมอย่างมีประสิทธิภาพและครบวงจร

โดยบุคลากรดังกล่าวจะต้องมีความรู้ ความเข้าใจ ความสามารถและประสบการณ์เพียงพอ

(๖)

ธนาคารพาณิชย์จะต้องมั่นใจว่ามีมาตรการในการควบคุมและบริหารความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องที่มีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ มาตรการและระบบในการควบคุมและบริหารความเสี่ยงดังกล่าวจะต้อง

(ก)

สามารถสะท้อนและรองรับความเสี่ยงทั้งหมดที่เกิดขึ้นจากการประกอบธุรกรรม

โดยให้เน้นประสิทธิภาพของระบบบริหารความเสี่ยงด้านอัตราดอกเบี้ย (Interest

Rate Risk) ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน (Foreign

Exchange Risk) ความเสี่ยงทั้งหมดที่เกิดจากการประกอบธุรกรรม Options

เช่น Delta Vega Gamma Theta และ Rho

ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง (Liquidity Risk) และความเสี่ยงด้านเครดิต

(Credit Risk) ซึ่งรวมถึง Pre-settlement Risk และ

Settlement Risk โดยธนาคารพาณิชย์จะต้องมีระบบที่ใช้ในการวัดความเสี่ยงที่สามารถสะท้อนความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องและความเสี่ยงแต่ละประเภทที่เกิดขึ้นได้อย่างชัดเจน

ถูกต้อง และแม่นยำ

(ข)

สามารถนำไปใช้ในการควบคุมความเสี่ยงในทางปฏิบัติ

โดยมีการเลือกใช้วิธีป้องกันความเสี่ยงที่เหมาะสมกับความเสี่ยงที่ธนาคารพาณิชย์มี

เช่น Delta/Gamma/Vega Hedging, Dynamic/Static Replication Portfolio

เป็นต้น รวมทั้งมีการกำหนดระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ (Limits)

ให้มีความเหมาะสมกับระบบการบริหารความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง

ลักษณะการดำเนินงานและฐานะเงินกองทุนรวมทั้งกลยุทธ์ของธนาคารพาณิชย์นั้น

(ค)

มีการกำหนดหลักเกณฑ์วิธีการที่ใช้ในการประเมินมูลค่ายุติธรรม (Mark to

Market) ที่เหมาะสม ชัดเจน และสะท้อนมูลค่าที่แท้จริง

โดยจะต้องประเมินมูลค่ายุติธรรมของยอดคงค้าง ณ ทุกสิ้นวันทำการ

(ง) มีการทดสอบประสิทธิภาพ

ความถูกต้องและแม่นยำของระบบบริหารความเสี่ยงภายในระยะเวลาที่เหมาะสม เช่น

มีการทดสอบ Back Test และมีการทดสอบ Stress Test ของแบบจำลอง

Value at Risk อย่างสม่ำเสมอ

ทั้งนี้

ธนาคารแห่งประเทศไทยผ่อนผันข้อกำหนดเรื่องมาตรการและระบบในการควบคุมและบริหารความเสี่ยงตามข้อ

๔.๕ (๖) (ก) (ข) และ (ง) หากธนาคารพาณิชย์บริหารความเสี่ยงแบบ Back to Back

โดยการผ่อนผันดังกล่าวจะสิ้นสุดในวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๑ และผ่อนผันการ Mark

to Market ธุรกรรมตราสารหนี้ตามข้อ ๔.๕ (๖) (ค)

หากธนาคารพาณิชย์บริหารความเสี่ยงแบบ Back to Back ซึ่งจะผ่อนผันให้ธนาคารพาณิชย์ต้อง

Mark to Market อย่างต่ำในงบการเงินสำหรับงวดที่มีการเปิดเผยข้อมูลให้บุคคลภายนอก

โดยการผ่อนผันดังกล่าวจะสิ้นสุดในวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๐ ทั้งนี้

ในระยะเวลาดังกล่าวธนาคารพาณิชย์ควรที่จะดำเนินการเพื่อเตรียมความพร้อมในการทำตามข้อกำหนดดังกล่าวด้วย

(๗)

ธนาคารพาณิชย์จะต้องมั่นใจว่ามีระบบควบคุมภายในที่สามารถรองรับการทำธุรกรรมดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เพียงพอ เหมาะสม มีระเบียบและวิธีปฏิบัติในการควบคุมภายในที่ชัดเจนและเป็นลายลักษณ์อักษร

มีการกำหนดโครงสร้างการควบคุมและมีการแบ่งแยกหน้าที่อย่างเหมาะสมมีการตรวจสอบระบบควบคุมภายใน

และการปฏิบัติตามมาตรการควบคุมภายในอย่างสม่ำเสมอ

รวมทั้งมีการจัดทำระบบข้อมูลเพื่อรายงานความเสี่ยงและการจัดทำรายงานเสนอต่อคณะกรรมการตรวจสอบ

หรือหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายจากสำนักงานใหญ่

(ในกรณีของสาขาธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศ) โดยหน่วยงานดังกล่าวอาจตั้งอยู่ในสำนักงานภูมิภาคก็ได้

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔.๖

ข้อกำหนดเกี่ยวกับการป้องกันผลกระทบที่อาจมีต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจและการเงิน

(๑) ให้ธนาคารพาณิชย์ทำธุรกรรมอนุพันธ์ทางการเงินด้านตราสารหนี้ตามข้อ

๔.๔ โดยมีขอบเขตเกี่ยวกับคู่สัญญา และตัวแปรอ้างอิง ภายใต้เงื่อนไขตามที่กำหนด

ดังนี้

คู่สัญญา

ตัวแปรในประเทศ

ตัวแปรต่างประเทศ

FX

Licensed ๑/

P

P

ผู้ลงทุนทั่วไป

P

P๓/

Non-resident

P๓/

P

Thailand

Clearing House Co., Ltd.

P

P๓/

Broker

ในตลาดอนุพันธ์ ๒/

P

P๓/

๑/

หมายถึง นิติบุคคลรับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน

๒/

หมายถึง

บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัดที่ได้รับใบอนุญาตในการประกอบการประเภทตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า

ตามกฎหมายว่าด้วยสัญญาซื้อขายล่วงหน้า

เฉพาะกรณีทำหน้าที่เป็นตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่ซื้อขายผ่านศูนย์ซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเท่านั้น

๓/

ต้องปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบว่าด้วยการควบคุมการแลกเปลี่ยนเงินและมาตรการป้องปรามการเก็งกำไรค่าเงินบาทของธนาคารแห่งประเทศไทย

(๒) ธนาคารพาณิชย์ที่ทำธุรกรรมอนุพันธ์ทางการเงินด้านตราสารหนี้หรือการป้องกันความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากการทำธุรกรรมนั้น

จะต้องถือปฏิบัติตามตามกฎหมายและระเบียบว่าด้วยการควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน

และมาตรการป้องปรามการเก็งกำไรค่าเงินบาทของธนาคารแห่งประเทศไทยอย่างเคร่งครัด

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔.๗

ข้อกำหนดเกี่ยวกับการจัดเก็บข้อมูลและการรายงาน

ธนาคารพาณิชย์ที่ทำธุรกรรมอนุพันธ์ทางการเงินด้านตราสารหนี้จะต้องรายงานการประกอบธุรกรรมให้สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย

(The Thai Bond Market Associationหรือ Thai BMA)

โดยมีรายละเอียดตามที่ตลาดตราสารหนี้ไทยกำหนด ทั้งนี้

ต้องจัดเก็บข้อมูลที่เกี่ยวข้องในการทำธุรกรรมดังกล่าวไว้ที่ธนาคารพาณิชย์เพื่อให้ธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจสอบ

หรือจัดส่งสำเนาให้แก่ธนาคารแห่งประเทศไทยเมื่อมีการร้องขอด้วย

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔.๘ ข้อกำหนดเกี่ยวกับการให้ข้อมูลลูกค้า

ในการทำธุรกรรมอนุพันธ์ทางการเงินด้านตราสารหนี้ตามข้อ

๔.๔ นั้น ธนาคารพาณิชย์ต้องชี้แจงและให้ข้อมูลแก่ลูกค้า ตามข้อกำหนด ดังนี้

(๑)

การทำธุรกรรมกับคู่สัญญาที่ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์นั้น

ธนาคารพาณิชย์จะต้องมีการวิเคราะห์พร้อมทั้งมีหลักฐานแสดงว่าธนาคารพาณิชย์ได้ทำตามขั้นตอนการพิจารณาความเหมาะสมของลูกค้าก่อนทำธุรกรรม

(Client Suitability Analysis) ทั้งนี้

จะต้องพิจารณาประเด็นต่าง ๆ ตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้กำหนดต่อไป

(๒)

การทำธุรกรรมต้องชี้แจงให้คู่สัญญาเข้าใจลักษณะธุรกรรมและความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องอย่างชัดเจน

รวมทั้งเปิดเผยข้อมูลแก่ลูกค้าตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้กำหนดต่อไป

(๓)

ธนาคารพาณิชย์จะต้องจัดตั้งหน่วยงานที่ทำหน้าที่ในการรับคำร้องเรียนจากลูกค้า

และมีการรายงานต่อคณะผู้บริหารเพื่อพิจารณากำหนดแนวทางการแก้ไข

และป้องกันการเกิดปัญหาที่เหมาะสม

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔.๙

การปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การกำกับดูแลที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด

ธนาคารพาณิชย์ที่ทำธุรกรรมอนุพันธ์ทางการเงินด้านตราสารหนี้ดังกล่าวจะต้องดูแลให้สัญญามีผลบังคับตามกฎหมาย

และจะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การกำกับลูกหนี้รายใหญ่ หลักเกณฑ์การดำรงเงินกองทุน

หลักเกณฑ์การกำกับดูแลความเสี่ยงด้านตลาด หลักเกณฑ์การดำรงฐานะเงินตราต่างประเทศและหลักเกณฑ์การดำรงสินทรัพย์สภาพคล่องตามที่กำหนดในเอกสารแนบ

๑ - ๒ รวมไปถึงหลักเกณฑ์อื่นๆ

ที่เกี่ยวข้องกับการกำกับดูแลธุรกรรมอนุพันธ์ทางการเงินด้านตราสารหนี้ตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔.๑๐ ข้อกำหนดอื่น

ธนาคารพาณิชย์ที่ทำธุรกรรมอนุพันธ์ทางการเงินด้านตราสารหนี้ดังกล่าวต้องบันทึกบัญชีและเปิดเผยข้อมูลให้ถูกต้องตามมาตรฐานการบัญชี

แนวปฏิบัติทางการบัญชี และวิธีปฏิบัติของสากล

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔.๑๑

การทำธุรกรรมสำหรับธนาคารพาณิชย์ไทยในต่างประเทศ

การทำธุรกรรมอนุพันธ์ทางการเงินด้านตราสารหนี้

ของสาขาธนาคารพาณิชย์ไทยในต่างประเทศให้อยู่ภายใต้หลักเกณฑ์การกำกับดูแลของประเทศที่สาขานั้นตั้งอยู่

และธนาคารพาณิชย์ดังกล่าวจะต้องมีระบบบริหารความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพตามที่ระบุไว้ในข้อ

๔.๕ และปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในข้อ ๔.๗ - ๔.๑๐ ของประกาศฉบับนี้ด้วย ทั้งนี้

ไม่รวมถึงกรณีสาขาที่กล่าวทำธุรกรรมกับบุคคลในประเทศไทย

ซึ่งจะต้องถือปฏิบัติตามกรอบและข้อกำหนดตามประกาศฉบับนี้ด้วย

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔.๑๒

การเปลี่ยนแปลงกรอบการอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ทำธุรกรรมอนุพันธ์ทางการเงินด้านตราสารหนี้

ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจมีความจำเป็นต้องพิจารณาเปลี่ยนแปลงเกณฑ์การกำกับดูแลธนาคารพาณิชย์ในการทำธุรกรรมอนุพันธ์ทางการเงินด้านตราสารหนี้ในอนาคตตามความเหมาะสมภายใต้กรอบของหลักการในข้อ

๔.๒

๕.[๑]

วันเริ่มต้นการถือปฏิบัติ

ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ประกาศ

ณ วันที่ ๘ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๐

ธาริษา

วัฒนเกส

ผู้ว่าการ

ธนาคารแห่งประเทศไทย

ความเสี่ยงของคู่สัญญา

ตราสารหนี้อ้างอิง

1. การกำกับลูกหนี้

รายใหญ่

- ให้ถือปฏิบัติเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การนับลูกหนี้รายใหญ่

โดยใช้วิธี Current Exposure

ตามหลักเกณฑ์วิธีการที่กำหนดในประกาศ

ธปท. เรื่อง การกำหนดอัตราส่วนจำนวนเงินที่ ธพ. ให้สินเชื่อ ลงทุน

และก่อภาระผูกพันเพื่อบุคคลหนึ่งบุคคลใดกับเงินกองทุน ลงวันที่ 19 มกราคม 2549

หรือที่แก้ไขเพิ่มเติม และใช้ค่าแปลงสภาพ ดังนี้

อายุที่เหลือ

ของสัญญา[2]

ประเภทตราสารหนี้อ้างอิง[3]

รัฐบาล

ที่เข้าเกณฑ์

เข้าเกณฑ์

ไม่เข้าเกณฑ์

ไม่เกิน

14

วัน

0

0.05

0.10

ไม่เกิน

1

ปี

0

0.05

0.10

เกิน

1

ปี – 5

ปี

0.005

0.05

0.10

เกิน

5

ปี ขึ้นไป

0.015

0.05

0.10

ทั้งนี้

จนกว่าจะมีการแก้ไขประกาศ ธปท. ว่าด้วยการกำหนดอัตราส่วนจำนวนเงินที่ ธพ.

ให้สินเชื่อ ลงทุนและก่อภาระผูกพันเพื่อบุคคลหนึ่งบุคคลใดกับเงินกองทุน

ให้รองรับการกำกับดูแลในเรื่องดังกล่าว

- ในการนับฐานะจากธุรกรรมอนุพันธ์ทางการเงินด้านตราสารหนี้

ให้นับด้วยจำนวนเงินตามสัญญาในกรณีของธุรกรรม Futures, Forwards และนับด้วยค่า

Delta Equivalent

Amount ในกรณีของธุรกรรม Options

- ก่อน

ธพ. ทำธุรกรรมอนุพันธ์ทางการเงินด้านตราสารหนี้

[ไม่ว่าจะเป็นฐานะที่เป็นผู้ซื้อตราสารหนี้หรือที่อาจทำให้ ธพ.

ได้รับตราสารหนี้มาในอนาคต (ไม่ว่าจะเป็นการชำระราคาแบบ Physical หรือ

Cash

Settlement ก็ตาม)] ธพ. จะต้องนำฐานะจากการทำธุรกรรมที่กล่าวไปทดลองคำนวณรวมในอัตราส่วนจำนวนเงินที่

ธพ. ให้สินเชื่อ

ลงทุนและก่อภาระผูกพันเพื่อบุคคลหนึ่งบุคคลใดกับเงินกองทุนตามประกาศ ธปท.

ในเรื่องที่กล่าวลงวันที่ 19 มกราคม2549 หรือที่แก้ไขเพิ่มเติมด้วย

โดย ธพ. จะสามารถทำธุรกรรมได้ก็ต่อเมื่อนับฐานะจากธุรกรรมอนุพันธ์ทางการเงินด้านตราสารหนี้รวมเข้ากับจำนวนเงินที่ให้สินเชื่อ

ลงทุน และก่อภาระผูกพันเพื่อบุคคลหนึ่งบุคคลใดแล้วไม่เกินร้อยละ 25

ของเงินกองทุนชั้นที่ 1 เท่านั้น และหลังจากทำธุรกรรมแล้ว ธพ.

ต้องนับฐานะที่กล่าวในการคำนวณอัตราส่วนจำนวนเงินที่ ธพ. ให้สินเชื่อ ลงทุน

และก่อภาระผูกพันเพื่อบุคคลหนึ่งบุคคลใดตามประกาศ ธปท. ที่กล่าวด้วย ทั้งนี้

ยกเว้นกรณีที่ตราสารหนี้อ้างอิงในการทำธุรกรรมเป็นตราสารตามข้อยกเว้นที่กำหนดในประกาศ

ธปท. เรื่อง การกำหนดอัตราส่วนจำนวนเงินที่ ธพ. ให้สินเชื่อ ลงทุน และก่อภาระผูกพันเพื่อบุคคลหนึ่งบุคคลใดกับเงินกองทุน

ลงวันที่ 19

มกราคม 2549

หรือที่แก้ไขเพิ่มเติม

- กรณีที่ตัวแปรที่จะนำมาใช้ซื้อขายอ้างอิงในการทำธุรกรรมเป็นดัชนีราคาตราสารหนี้ให้นับเงินลงทุนในตราสารหนี้อ้างอิงทุกตัวตามสัดส่วนที่อยู่ในดัชนีนั้น

และทดลองคำนวณ และนับฐานะที่กล่าวในการคำนวณอัตราส่วนจำนวนเงินที่ ธพ.

ให้สินเชื่อ

ลงทุนและก่อภาระผูกพันเพื่อบุคคลหนึ่งบุคคลใดกับเงินกองทุนตามหลักเกณฑ์ข้างต้นด้วย

- ให้

ธพ. สามารถหักกลบฐานะ Short (ฐานะที่เป็นผู้ขายตราสารหนี้ล่วงหน้าหรือที่อาจทำให้ธพ.

ต้องส่งมอบตราสารหนี้ในอนาคต) กับฐานะ Long (ฐานะที่เป็นผู้ซื้อตราสารหนี้ล่วงหน้าหรือที่อาจทำให้

ธพ. ได้รับตราสารหนี้เข้ามาในอนาคต)

ในตราสารหนี้ที่เกิดจากการทำธุรกรรมอนุพันธ์ทางการเงินด้านตราสารหนี้

หากสัญญาทั้งสองมีวันครบกำหนดวันเดียวกัน และมีตราสารหนี้อ้างอิงตัวเดียวกัน

(ผู้ออก ชนิด ประเภท อัตราการจ่าย Coupon เท่ากันสกุลเงินเดียวกัน

และมีวันครบกำหนดเดียวกัน เป็นต้น) โดยให้ใช้ฐานะ Long สุทธิที่เป็นบวกในการคำนวณอัตราส่วนจำนวนเงินที่

ธพ. ให้สินเชื่อ

ลงทุนและก่อภาระผูกพันเพื่อบุคคลหนึ่งบุคคลใดกับเงินกองทุนตามหลักเกณฑ์ข้างต้น

ทั้งนี้สำหรับในกรณีอื่นๆ ไม่อนุญาตให้หักกลบ เช่น กรณีมีฐานะ Short ในอนุพันธ์ด้านตราสารหนี้กับถือตราสารหนี้นั้นอยู่ใน

Port ธพ.

ไม่สามารถนำฐานะทั้งสองมาหักกลบกันได้แม้ว่าจะอ้างอิงตราสารหนี้ตัวเดียวกันก็ตาม

2.

เกณฑ์เงินกองทุน

2.1

บัญชีเพื่อ

การธนาคาร

(Banking

Book)

ให้คิดเงินกองทุนที่ต้องดำรงเพื่อรองรับความเสี่ยงของคู่สัญญาสำหรับอนุพันธ์ทางการเงินด้านตราสารหนี้

โดยใช้วิธี Current

Exposure แบบไม่มี Netting ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในเอกสารแนบ

2 จนกว่าจะมีการแก้ไขประกาศ ธปท. ว่าด้วยการกำหนดให้ ธนาคารพาณิชย์ที่จดทะเบียนในประเทศและสาขาของธนาคารต่างประเทศดำรงเงินกองทุน

ให้รองรับการกำกับดูแลในเรื่องดังกล่าว

ให้

ธพ. ดำรงเงินกองทุนตามประกาศ ธปท. เรื่อง การกำหนดให้ ธพ.

ที่จดทะเบียนในประเทศดำรงเงินกองทุน ลงวันที่ 27 มกราคม 2549 และเรื่อง

การกำหนดให้สาขาของธนาคารต่างประเทศดำรงเงินกองทุน ลงวันที่ 30 ธันวาคม 2548

หรือที่แก้ไขเพิ่มเติมเมื่อมีการรับตราสารหนี้เข้ามาแล้วจริง

เว้นแต่กรณีการทำธุรกรรมอนุพันธ์ทางการเงินด้านตราสารหนี้อ้างอิงตราสารหนี้ที่นับเข้าเป็นเงินกองทุนของธนาคารพาณิชย์อื่นหรือบริษัทเงินทุน

ธนาคารพาณิชย์ที่ทำธุรกรรมในฐานะที่เป็นผู้ซื้อตราสารหนี้ที่กล่าวหรือที่อาจมีโอกาสได้รับตราสารหนี้ดังกล่าวมาในอนาคตจะต้องหักเงินกองทุนเท่ากับจำนวนเงินตามสัญญาของธุรกรรมตั้งแต่วันแรกของการทำธุรกรรม

2.2 บัญชีเพื่อการค้า

(Trading Book)

คิดเงินกองทุนเพื่อรองรับความเสี่ยงของคู่สัญญา เช่นเดียวกับที่กำหนดสำหรับบัญชีเพื่อการธนาคารข้างต้น

ให้ปฏิบัติตามหนังสือ

ธปท. ที่ ธปท.สนส. (21)ว. 2738/2546 เรื่อง

แนวนโยบายการกำกับดูแลความเสี่ยงด้านตลาดของสถาบันการเงินและแบบรายงานที่เกี่ยวข้อง

ลงวันที่

30

ธันวาคม 2546

และที่แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งสรุปได้ดังนี้

1. ความเสี่ยงด้านอัตราดอกเบี้ย

- ให้มีการประเมินความเสี่ยงด้านอัตราดอกเบี้ย

และดำรงเงินกองทุนเพื่อรองรับความเสี่ยงดังกล่าวที่เกิดขึ้นจากการทำธุรกรรมอนุพันธ์ทางการเงินด้านตราสารหนี้

2. ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน

- ให้

ธพ. นับรวมฐานะเงินตราต่างประเทศที่เกิดจากอนุพันธ์ทางการเงินด้านตราสารหนี้และดำรงเงินกองทุนเพื่อรองรับความเสี่ยงดังกล่าว

(ถ้ามี)

3. ในกรณีที่การทำธุรกรรมอนุพันธ์ทางการเงินด้านตราสารหนี้อ้างอิงตราสารหนี้ที่นับเข้าเป็นเงินกองทุนของธนาคารพาณิชย์อื่นหรือบริษัทเงินทุน

- ธพ.

ที่ทำธุรกรรมในฐานะที่เป็นผู้ซื้อตราสารหนี้ที่กล่าวหรือที่อาจมีโอกาสได้รับตราสารหนี้ดังกล่าวมาในอนาคตจะต้องหักเงินกองทุนเท่ากับจำนวนเงินตามสัญญาของธุรกรรมตั้งแต่วันแรกของการทำธุรกรรม

4. ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับ

Options

- กรณีที่

ธพ. ทำธุรกรรมอนุพันธ์ทางการเงินด้านตราสารหนี้ที่เกี่ยวข้องกับ Options ให้มีการประเมินความเสี่ยงสำหรับ

Options และดำรงเงินกองทุนรองรับด้วย

3. เกณฑ์การดำรง

ฐานะเงินตรา

ต่างประเทศ

(Net FX Position)

ให้นับฐานะจากธุรกรรมอนุพันธ์ทางการเงินด้านตราสารหนี้ที่เป็นสกุลเงินตราต่างประเทศในการดำรงฐานะเงินตราต่างประเทศด้วย

โดยคิดด้วยมูลค่ายุติธรรมของฐานะอนุพันธ์ทางการเงินด้านตราสารหนี้นั้น

โดยให้รายงานในหัวข้อ ฐานะล่วงหน้าสุทธิ ของแบบรายงานฐานะรวม

และแบบรายงานฐานะสาขา ตามแนวนโยบาย เรื่อง

หลักเกณฑ์การดำรงฐานะเงินตราต่างประเทศ และแบบรายงานที่เกี่ยวข้อง ลงวันที่ 21 มกราคม

2546 หรือที่แก้ไขเพิ่มเติม

4.

เกณฑ์การดำรง

สินทรัพย์

สภาพคล่อง

การทำธุรกรรมอนุพันธ์ทางการเงินด้านตราสารหนี้ซึ่งมีสินทรัพย์อ้างอิงเป็นหลักทรัพย์ที่เข้าข่ายสามารถนำมานับเป็นสินทรัพย์สภาพคล่องได้ตามประกาศ

ธปท. เรื่อง การกำหนดให้ ธพ. ดำรงสินทรัพย์สภาพคล่อง ลงวันที่ 22

ตุลาคม 2547

หรือที่แก้ไขเพิ่มเติมนั้น

ให้ถือปฏิบัติเกี่ยวกับการนับสินทรัพย์อ้างอิงดังกล่าวเป็นสินทรัพย์สภาพคล่องตามหลักเกณฑ์

ดังนี้

1. กรณีการซื้อสินทรัพย์อ้างอิงที่กล่าวล่วงหน้า

ไม่ให้นับสินทรัพย์อ้างอิงนั้นเป็นสินทรัพย์สภาพคล่องที่ ธพ.ดำรง

จนกว่าจะได้รับสินทรัพย์อ้างอิงเข้ามาแล้วจริง

2. กรณีที่มีสินทรัพย์อ้างอิงและนับสินทรัพย์อ้างอิงดังกล่าวเป็นสินทรัพย์สภาพคล่องอยู่

เมื่อมีการขายสินทรัพย์อ้างอิงที่กล่าวล่วงหน้าถือว่าสินทรัพย์ดังกล่าวมีภาระผูกพันแล้ว

จึงต้องตัดสินทรัพย์อ้างอิงนั้นออกจากการนับเป็นสินทรัพย์สภาพคล่องในทันทีที่ทำธุรกรรม

การคำนวณเงินกองทุนเพื่อรองรับความเสี่ยงของคู่สัญญาสำหรับธุรกรรมอนุพันธ์ทางการเงิน

ด้านตราสารหนี้

1. ให้ธนาคารพาณิชย์ใช้วิธีการคำนวณแบบ

Current Exposure แบบไม่มี Netting Agreement ในการคำนวณมูลค่าเทียบเท่าที่จะนับเป็นสินทรัพย์

(Credit Equivalent Amount) สำหรับการทำสัญญาอนุพันธ์ทางการเงินด้านตราสารหนี้ที่ทำกับคู่สัญญาแต่ละราย

2. ในการคิดมูลค่าเทียบเท่าที่จะนับเป็นสินทรัพย์สำหรับการทำธุรกรรมจากสัญญาอนุพันธ์ทางการเงินด้านตราสารหนี้สำหรับคู่สัญญาแต่ละราย

ให้คำนวณ ดังนี้

CEA = CCE + PFCEgross

โดยที่

1. CEA (Credit Equivalent Amount) คือ

มูลค่าเทียบเท่าที่จะนับเป็นสินทรัพย์จากสัญญาอนุพันธ์ทางการเงินด้านตราสารหนี้

2. CCE (Current Credit Exposure) คือ

ผลรวมด้านกำไรที่ได้จากการวัดมูลค่ายุติธรรมในปัจจุบันของการทำอนุพันธ์ทางการเงินด้านตราสารหนี้ทุกสัญญาที่ธนาคารพาณิชย์ทำกับคู่ค้ารายเดียวกัน

3. PFCEgross (Potential Future Credit Exposure : PFCEgross) คือ

ผลรวมของการวัดมูลค่าความเสี่ยงที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต

ซึ่งเท่ากับผลรวมของการนำจำนวนเงินตามสัญญา (Notional Amount) ของธุรกรรมอนุพันธ์ทางการเงินด้านตราสารหนี้ทุกสัญญาที่ทำกับคู่ค้ารายเดียวกันไปคูณด้วยค่าแปลงสภาพ

(Credit Conversion Factor) ที่เกี่ยวข้องตามที่กำหนดไว้ในตาราง

ทั้งนี้

สำหรับอนุพันธ์ทางการเงินซึ่งมีการพัฒนาจากอนุพันธ์ทางการเงินพื้นฐานย่อยๆ หรือมีการ

Leverage จำนวนเงินตามสัญญาหรือมีการแลกเปลี่ยนจำนวนเงินตามสัญญาหลายครั้ง

(Structured Product) ให้ธนาคารพาณิชย์ใช้ผลรวมของจำนวนเงินตามสัญญาของทุกธุรกรรมย่อยที่ใช้คำนวณจำนวนเงินที่ธนาคารพาณิชย์จะได้รับในสถานการณ์ที่เป็นประโยชน์กับธนาคารพาณิชย์มากที่สุดที่อาจจะเกิดขึ้น

(Effective Notional Amount) แทนจำนวนเงินตามสัญญาอนุพันธ์ทางการเงิน

(Notional Amount)

ตารางค่าแปลงสภาพสำหรับการทำอนุพันธ์ทางการเงินด้านตราสารหนี้

อายุที่เหลือของสัญญา[๔]

ประเภทตราสารหนี้อ้างอิง[๕]

ตราสารหนี้รัฐบาล

ที่เข้าเกณฑ์

ตราสารหนี้

ที่เข้าเกณฑ์

ตราสารหนี้

ที่ไม่เข้าเกณฑ์

ไม่เกิน

14 วัน

0

0.05

0.10

ไม่เกิน

1 ปี

0

0.05

0.10

เกิน

1 ปี – 5 ปี

0.005

0.05

0.10

เกิน

5 ปี ขึ้นไป

0.015

0.05

0.10

3. เมื่อคำนวณได้ค่ามูลค่าเทียบเท่าที่จะนับเป็นสินทรัพย์สำหรับธุรกรรมอนุพันธ์ทางการเงินด้านตราสารหนี้สำหรับคู่สัญญาแต่ละรายแล้ว

ให้นำไปคูณกับน้ำหนักความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมอนุพันธ์ทางการเงิน

และอัตราส่วนเงินกองทุนที่ต้องดำรงตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยการกำหนดให้ธนาคารพาณิชย์ดำรงเงินกองทุนต่อไป

โสรศ/ผู้จัดทำ

๑๙

กรกฎาคม ๒๕๕๐

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม๑๒๔/ตอนพิเศษ ๘๑ ง/หน้า ๑๕/๖ กรกฎาคม ๒๕๕๐

[2] กรณีสัญญาที่มีการรับหรือจ่ายชำระเงินกัน ณ

วันที่ที่ได้กำหนดไว้ล่วงหน้า

โดยมีการปรับอัตราอ้างอิงซึ่งมีผลให้สัญญากลับไปมีมูลค่าตลาดเท่ากับศูนย์

อายุที่เหลือของสัญญาหมายถึง

ระยะเวลาคงเหลือก่อนการปรับอัตราอ้างอิงครั้งต่อไป

[3] อนุพันธ์ด้านตราสารหนี้แบ่งตามประเภทตราสารหนี้ที่อ้างอิงได้เป็น

3

ประเภท คือ อนุพันธ์ด้านตราสารหนี้ที่อ้างอิงตราสารหนี้รัฐบาล

อนุพันธ์ด้านตราสารหนี้ที่อ้างอิงตราสารหนี้

อื่นที่เข้าเกณฑ์ และอนุพันธ์ด้านตราสารหนี้ที่อ้างอิงตราสารหนี้ที่ไม่เข้าเกณฑ์

ตามแนวทางการคำนวณเงินกองทุนสำหรับความเสี่ยงประเภท Specific risk ตามหนังสือที่

ธปท. สนส.

(21) ว.2738/2546 เรื่อง

แนวนโยบายการกำกับดูแลความเสี่ยงด้านตลาดของสถาบันการเงินและแบบรายงานที่เกี่ยวข้อง

ลงวันที่ 30 ธันวาคม 2546 หรือที่แก้ไขเพิ่มเติม

[๔] กรณีสัญญาที่มีการรับหรือจ่ายชำระเงินกัน

ณ วันที่ที่ได้กำหนดไว้ล่วงหน้า

โดยมีการปรับอัตราอ้างอิงซึ่งมีผลให้สัญญากลับไปมีมูลค่าตลาดเท่ากับศูนย์

อายุที่เหลือของสัญญาหมายถึงระยะเวลาคงเหลือก่อนการปรับอัตราอ้างอิงครั้งต่อไป

[๕] อนุพันธ์ด้านตราสารหนี้แบ่งตามประเภทตราสารหนี้ที่อ้างอิงได้เป็น

3

ประเภท คือ อนุพันธ์ด้านตราสารหนี้ที่อ้างอิงตราสารหนี้รัฐบาล

อนุพันธ์ด้านตราสารหนี้ที่อ้างอิงตราสารหนี้อื่นที่เข้าเกณฑ์

และอนุพันธ์ด้านตราสารหนี้ที่อ้างอิงตราสารหนี้ที่ไม่เข้าเกณฑ์

ตามแนวทางการคำนวณเงินกองทุนสำหรับความเสี่ยงประเภท Specific risk ตามหนังสือที่

ธปท. สนส. (21) ว 2738/2546 เรื่อง

แนวนโยบายการกำกับดูแลความเสี่ยงด้านตลาดของสถาบันการเงินและแบบรายงานที่เกี่ยวข้อง

ลงวันที่ 30 ธันวาคม 2546 หรือที่แก้ไขเพิ่มเติม

12 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง สนส. 3/2550 เรื่อง การอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ทำธุรกรรมอนุพันธ์ทางการเงินด้านตราสารทุน (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_96b5d4e7875215d1

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com