ข้อ ๔.๑๒
การเปลี่ยนแปลงกรอบการอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ทำธุรกรรมอนุพันธ์ทางการเงินด้านตราสารหนี้
ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจมีความจำเป็นต้องพิจารณาเปลี่ยนแปลงเกณฑ์การกำกับดูแลธนาคารพาณิชย์ในการทำธุรกรรมอนุพันธ์ทางการเงินด้านตราสารหนี้ในอนาคตตามความเหมาะสมภายใต้กรอบของหลักการในข้อ
๔.๒
๕.[๑]
วันเริ่มต้นการถือปฏิบัติ
ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ประกาศ
ณ วันที่ ๘ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๐
ธาริษา
วัฒนเกส
ผู้ว่าการ
ธนาคารแห่งประเทศไทย
ความเสี่ยงของคู่สัญญา
ตราสารหนี้อ้างอิง
1. การกำกับลูกหนี้
รายใหญ่
- ให้ถือปฏิบัติเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การนับลูกหนี้รายใหญ่
โดยใช้วิธี Current Exposure
ตามหลักเกณฑ์วิธีการที่กำหนดในประกาศ
ธปท. เรื่อง การกำหนดอัตราส่วนจำนวนเงินที่ ธพ. ให้สินเชื่อ ลงทุน
และก่อภาระผูกพันเพื่อบุคคลหนึ่งบุคคลใดกับเงินกองทุน ลงวันที่ 19 มกราคม 2549
หรือที่แก้ไขเพิ่มเติม และใช้ค่าแปลงสภาพ ดังนี้
อายุที่เหลือ
ของสัญญา[2]
ประเภทตราสารหนี้อ้างอิง[3]
รัฐบาล
ที่เข้าเกณฑ์
เข้าเกณฑ์
ไม่เข้าเกณฑ์
ไม่เกิน
14
วัน
0
0.05
0.10
ไม่เกิน
1
ปี
0
0.05
0.10
เกิน
1
ปี 5
ปี
0.005
0.05
0.10
เกิน
5
ปี ขึ้นไป
0.015
0.05
0.10
ทั้งนี้
จนกว่าจะมีการแก้ไขประกาศ ธปท. ว่าด้วยการกำหนดอัตราส่วนจำนวนเงินที่ ธพ.
ให้สินเชื่อ ลงทุนและก่อภาระผูกพันเพื่อบุคคลหนึ่งบุคคลใดกับเงินกองทุน
ให้รองรับการกำกับดูแลในเรื่องดังกล่าว
- ในการนับฐานะจากธุรกรรมอนุพันธ์ทางการเงินด้านตราสารหนี้
ให้นับด้วยจำนวนเงินตามสัญญาในกรณีของธุรกรรม Futures, Forwards และนับด้วยค่า
Delta Equivalent
Amount ในกรณีของธุรกรรม Options
- ก่อน
ธพ. ทำธุรกรรมอนุพันธ์ทางการเงินด้านตราสารหนี้
[ไม่ว่าจะเป็นฐานะที่เป็นผู้ซื้อตราสารหนี้หรือที่อาจทำให้ ธพ.
ได้รับตราสารหนี้มาในอนาคต (ไม่ว่าจะเป็นการชำระราคาแบบ Physical หรือ
Cash
Settlement ก็ตาม)] ธพ. จะต้องนำฐานะจากการทำธุรกรรมที่กล่าวไปทดลองคำนวณรวมในอัตราส่วนจำนวนเงินที่
ธพ. ให้สินเชื่อ
ลงทุนและก่อภาระผูกพันเพื่อบุคคลหนึ่งบุคคลใดกับเงินกองทุนตามประกาศ ธปท.
ในเรื่องที่กล่าวลงวันที่ 19 มกราคม2549 หรือที่แก้ไขเพิ่มเติมด้วย
โดย ธพ. จะสามารถทำธุรกรรมได้ก็ต่อเมื่อนับฐานะจากธุรกรรมอนุพันธ์ทางการเงินด้านตราสารหนี้รวมเข้ากับจำนวนเงินที่ให้สินเชื่อ
ลงทุน และก่อภาระผูกพันเพื่อบุคคลหนึ่งบุคคลใดแล้วไม่เกินร้อยละ 25
ของเงินกองทุนชั้นที่ 1 เท่านั้น และหลังจากทำธุรกรรมแล้ว ธพ.
ต้องนับฐานะที่กล่าวในการคำนวณอัตราส่วนจำนวนเงินที่ ธพ. ให้สินเชื่อ ลงทุน
และก่อภาระผูกพันเพื่อบุคคลหนึ่งบุคคลใดตามประกาศ ธปท. ที่กล่าวด้วย ทั้งนี้
ยกเว้นกรณีที่ตราสารหนี้อ้างอิงในการทำธุรกรรมเป็นตราสารตามข้อยกเว้นที่กำหนดในประกาศ
ธปท. เรื่อง การกำหนดอัตราส่วนจำนวนเงินที่ ธพ. ให้สินเชื่อ ลงทุน และก่อภาระผูกพันเพื่อบุคคลหนึ่งบุคคลใดกับเงินกองทุน
ลงวันที่ 19
มกราคม 2549
หรือที่แก้ไขเพิ่มเติม
- กรณีที่ตัวแปรที่จะนำมาใช้ซื้อขายอ้างอิงในการทำธุรกรรมเป็นดัชนีราคาตราสารหนี้ให้นับเงินลงทุนในตราสารหนี้อ้างอิงทุกตัวตามสัดส่วนที่อยู่ในดัชนีนั้น
และทดลองคำนวณ และนับฐานะที่กล่าวในการคำนวณอัตราส่วนจำนวนเงินที่ ธพ.
ให้สินเชื่อ
ลงทุนและก่อภาระผูกพันเพื่อบุคคลหนึ่งบุคคลใดกับเงินกองทุนตามหลักเกณฑ์ข้างต้นด้วย
- ให้
ธพ. สามารถหักกลบฐานะ Short (ฐานะที่เป็นผู้ขายตราสารหนี้ล่วงหน้าหรือที่อาจทำให้ธพ.
ต้องส่งมอบตราสารหนี้ในอนาคต) กับฐานะ Long (ฐานะที่เป็นผู้ซื้อตราสารหนี้ล่วงหน้าหรือที่อาจทำให้
ธพ. ได้รับตราสารหนี้เข้ามาในอนาคต)
ในตราสารหนี้ที่เกิดจากการทำธุรกรรมอนุพันธ์ทางการเงินด้านตราสารหนี้
หากสัญญาทั้งสองมีวันครบกำหนดวันเดียวกัน และมีตราสารหนี้อ้างอิงตัวเดียวกัน
(ผู้ออก ชนิด ประเภท อัตราการจ่าย Coupon เท่ากันสกุลเงินเดียวกัน
และมีวันครบกำหนดเดียวกัน เป็นต้น) โดยให้ใช้ฐานะ Long สุทธิที่เป็นบวกในการคำนวณอัตราส่วนจำนวนเงินที่
ธพ. ให้สินเชื่อ
ลงทุนและก่อภาระผูกพันเพื่อบุคคลหนึ่งบุคคลใดกับเงินกองทุนตามหลักเกณฑ์ข้างต้น
ทั้งนี้สำหรับในกรณีอื่นๆ ไม่อนุญาตให้หักกลบ เช่น กรณีมีฐานะ Short ในอนุพันธ์ด้านตราสารหนี้กับถือตราสารหนี้นั้นอยู่ใน
Port ธพ.
ไม่สามารถนำฐานะทั้งสองมาหักกลบกันได้แม้ว่าจะอ้างอิงตราสารหนี้ตัวเดียวกันก็ตาม
2.
เกณฑ์เงินกองทุน
2.1
บัญชีเพื่อ
การธนาคาร
(Banking
Book)
ให้คิดเงินกองทุนที่ต้องดำรงเพื่อรองรับความเสี่ยงของคู่สัญญาสำหรับอนุพันธ์ทางการเงินด้านตราสารหนี้
โดยใช้วิธี Current
Exposure แบบไม่มี Netting ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในเอกสารแนบ
2 จนกว่าจะมีการแก้ไขประกาศ ธปท. ว่าด้วยการกำหนดให้ ธนาคารพาณิชย์ที่จดทะเบียนในประเทศและสาขาของธนาคารต่างประเทศดำรงเงินกองทุน
ให้รองรับการกำกับดูแลในเรื่องดังกล่าว
ให้
ธพ. ดำรงเงินกองทุนตามประกาศ ธปท. เรื่อง การกำหนดให้ ธพ.
ที่จดทะเบียนในประเทศดำรงเงินกองทุน ลงวันที่ 27 มกราคม 2549 และเรื่อง
การกำหนดให้สาขาของธนาคารต่างประเทศดำรงเงินกองทุน ลงวันที่ 30 ธันวาคม 2548
หรือที่แก้ไขเพิ่มเติมเมื่อมีการรับตราสารหนี้เข้ามาแล้วจริง
เว้นแต่กรณีการทำธุรกรรมอนุพันธ์ทางการเงินด้านตราสารหนี้อ้างอิงตราสารหนี้ที่นับเข้าเป็นเงินกองทุนของธนาคารพาณิชย์อื่นหรือบริษัทเงินทุน
ธนาคารพาณิชย์ที่ทำธุรกรรมในฐานะที่เป็นผู้ซื้อตราสารหนี้ที่กล่าวหรือที่อาจมีโอกาสได้รับตราสารหนี้ดังกล่าวมาในอนาคตจะต้องหักเงินกองทุนเท่ากับจำนวนเงินตามสัญญาของธุรกรรมตั้งแต่วันแรกของการทำธุรกรรม
2.2 บัญชีเพื่อการค้า
(Trading Book)
คิดเงินกองทุนเพื่อรองรับความเสี่ยงของคู่สัญญา เช่นเดียวกับที่กำหนดสำหรับบัญชีเพื่อการธนาคารข้างต้น
ให้ปฏิบัติตามหนังสือ
ธปท. ที่ ธปท.สนส. (21)ว. 2738/2546 เรื่อง
แนวนโยบายการกำกับดูแลความเสี่ยงด้านตลาดของสถาบันการเงินและแบบรายงานที่เกี่ยวข้อง
ลงวันที่
30
ธันวาคม 2546
และที่แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งสรุปได้ดังนี้
1. ความเสี่ยงด้านอัตราดอกเบี้ย
- ให้มีการประเมินความเสี่ยงด้านอัตราดอกเบี้ย
และดำรงเงินกองทุนเพื่อรองรับความเสี่ยงดังกล่าวที่เกิดขึ้นจากการทำธุรกรรมอนุพันธ์ทางการเงินด้านตราสารหนี้
2. ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน
- ให้
ธพ. นับรวมฐานะเงินตราต่างประเทศที่เกิดจากอนุพันธ์ทางการเงินด้านตราสารหนี้และดำรงเงินกองทุนเพื่อรองรับความเสี่ยงดังกล่าว
(ถ้ามี)
3. ในกรณีที่การทำธุรกรรมอนุพันธ์ทางการเงินด้านตราสารหนี้อ้างอิงตราสารหนี้ที่นับเข้าเป็นเงินกองทุนของธนาคารพาณิชย์อื่นหรือบริษัทเงินทุน
- ธพ.
ที่ทำธุรกรรมในฐานะที่เป็นผู้ซื้อตราสารหนี้ที่กล่าวหรือที่อาจมีโอกาสได้รับตราสารหนี้ดังกล่าวมาในอนาคตจะต้องหักเงินกองทุนเท่ากับจำนวนเงินตามสัญญาของธุรกรรมตั้งแต่วันแรกของการทำธุรกรรม
4. ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับ
Options
- กรณีที่
ธพ. ทำธุรกรรมอนุพันธ์ทางการเงินด้านตราสารหนี้ที่เกี่ยวข้องกับ Options ให้มีการประเมินความเสี่ยงสำหรับ
Options และดำรงเงินกองทุนรองรับด้วย
3. เกณฑ์การดำรง
ฐานะเงินตรา
ต่างประเทศ
(Net FX Position)
ให้นับฐานะจากธุรกรรมอนุพันธ์ทางการเงินด้านตราสารหนี้ที่เป็นสกุลเงินตราต่างประเทศในการดำรงฐานะเงินตราต่างประเทศด้วย
โดยคิดด้วยมูลค่ายุติธรรมของฐานะอนุพันธ์ทางการเงินด้านตราสารหนี้นั้น
โดยให้รายงานในหัวข้อ ฐานะล่วงหน้าสุทธิ ของแบบรายงานฐานะรวม
และแบบรายงานฐานะสาขา ตามแนวนโยบาย เรื่อง
หลักเกณฑ์การดำรงฐานะเงินตราต่างประเทศ และแบบรายงานที่เกี่ยวข้อง ลงวันที่ 21 มกราคม
2546 หรือที่แก้ไขเพิ่มเติม
4.
เกณฑ์การดำรง
สินทรัพย์
สภาพคล่อง
การทำธุรกรรมอนุพันธ์ทางการเงินด้านตราสารหนี้ซึ่งมีสินทรัพย์อ้างอิงเป็นหลักทรัพย์ที่เข้าข่ายสามารถนำมานับเป็นสินทรัพย์สภาพคล่องได้ตามประกาศ
ธปท. เรื่อง การกำหนดให้ ธพ. ดำรงสินทรัพย์สภาพคล่อง ลงวันที่ 22
ตุลาคม 2547
หรือที่แก้ไขเพิ่มเติมนั้น
ให้ถือปฏิบัติเกี่ยวกับการนับสินทรัพย์อ้างอิงดังกล่าวเป็นสินทรัพย์สภาพคล่องตามหลักเกณฑ์
ดังนี้
1. กรณีการซื้อสินทรัพย์อ้างอิงที่กล่าวล่วงหน้า
ไม่ให้นับสินทรัพย์อ้างอิงนั้นเป็นสินทรัพย์สภาพคล่องที่ ธพ.ดำรง
จนกว่าจะได้รับสินทรัพย์อ้างอิงเข้ามาแล้วจริง
2. กรณีที่มีสินทรัพย์อ้างอิงและนับสินทรัพย์อ้างอิงดังกล่าวเป็นสินทรัพย์สภาพคล่องอยู่
เมื่อมีการขายสินทรัพย์อ้างอิงที่กล่าวล่วงหน้าถือว่าสินทรัพย์ดังกล่าวมีภาระผูกพันแล้ว
จึงต้องตัดสินทรัพย์อ้างอิงนั้นออกจากการนับเป็นสินทรัพย์สภาพคล่องในทันทีที่ทำธุรกรรม
การคำนวณเงินกองทุนเพื่อรองรับความเสี่ยงของคู่สัญญาสำหรับธุรกรรมอนุพันธ์ทางการเงิน
ด้านตราสารหนี้
1. ให้ธนาคารพาณิชย์ใช้วิธีการคำนวณแบบ
Current Exposure แบบไม่มี Netting Agreement ในการคำนวณมูลค่าเทียบเท่าที่จะนับเป็นสินทรัพย์
(Credit Equivalent Amount) สำหรับการทำสัญญาอนุพันธ์ทางการเงินด้านตราสารหนี้ที่ทำกับคู่สัญญาแต่ละราย
2. ในการคิดมูลค่าเทียบเท่าที่จะนับเป็นสินทรัพย์สำหรับการทำธุรกรรมจากสัญญาอนุพันธ์ทางการเงินด้านตราสารหนี้สำหรับคู่สัญญาแต่ละราย
ให้คำนวณ ดังนี้
CEA = CCE + PFCEgross
โดยที่
1. CEA (Credit Equivalent Amount) คือ
มูลค่าเทียบเท่าที่จะนับเป็นสินทรัพย์จากสัญญาอนุพันธ์ทางการเงินด้านตราสารหนี้
2. CCE (Current Credit Exposure) คือ
ผลรวมด้านกำไรที่ได้จากการวัดมูลค่ายุติธรรมในปัจจุบันของการทำอนุพันธ์ทางการเงินด้านตราสารหนี้ทุกสัญญาที่ธนาคารพาณิชย์ทำกับคู่ค้ารายเดียวกัน
3. PFCEgross (Potential Future Credit Exposure : PFCEgross) คือ
ผลรวมของการวัดมูลค่าความเสี่ยงที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต
ซึ่งเท่ากับผลรวมของการนำจำนวนเงินตามสัญญา (Notional Amount) ของธุรกรรมอนุพันธ์ทางการเงินด้านตราสารหนี้ทุกสัญญาที่ทำกับคู่ค้ารายเดียวกันไปคูณด้วยค่าแปลงสภาพ
(Credit Conversion Factor) ที่เกี่ยวข้องตามที่กำหนดไว้ในตาราง
ทั้งนี้
สำหรับอนุพันธ์ทางการเงินซึ่งมีการพัฒนาจากอนุพันธ์ทางการเงินพื้นฐานย่อยๆ หรือมีการ
Leverage จำนวนเงินตามสัญญาหรือมีการแลกเปลี่ยนจำนวนเงินตามสัญญาหลายครั้ง
(Structured Product) ให้ธนาคารพาณิชย์ใช้ผลรวมของจำนวนเงินตามสัญญาของทุกธุรกรรมย่อยที่ใช้คำนวณจำนวนเงินที่ธนาคารพาณิชย์จะได้รับในสถานการณ์ที่เป็นประโยชน์กับธนาคารพาณิชย์มากที่สุดที่อาจจะเกิดขึ้น
(Effective Notional Amount) แทนจำนวนเงินตามสัญญาอนุพันธ์ทางการเงิน
(Notional Amount)
ตารางค่าแปลงสภาพสำหรับการทำอนุพันธ์ทางการเงินด้านตราสารหนี้
อายุที่เหลือของสัญญา[๔]
ประเภทตราสารหนี้อ้างอิง[๕]
ตราสารหนี้รัฐบาล
ที่เข้าเกณฑ์
ตราสารหนี้
ที่เข้าเกณฑ์
ตราสารหนี้
ที่ไม่เข้าเกณฑ์
ไม่เกิน
14 วัน
0
0.05
0.10
ไม่เกิน
1 ปี
0
0.05
0.10
เกิน
1 ปี 5 ปี
0.005
0.05
0.10
เกิน
5 ปี ขึ้นไป
0.015
0.05
0.10
3. เมื่อคำนวณได้ค่ามูลค่าเทียบเท่าที่จะนับเป็นสินทรัพย์สำหรับธุรกรรมอนุพันธ์ทางการเงินด้านตราสารหนี้สำหรับคู่สัญญาแต่ละรายแล้ว
ให้นำไปคูณกับน้ำหนักความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมอนุพันธ์ทางการเงิน
และอัตราส่วนเงินกองทุนที่ต้องดำรงตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยการกำหนดให้ธนาคารพาณิชย์ดำรงเงินกองทุนต่อไป
โสรศ/ผู้จัดทำ
๑๙
กรกฎาคม ๒๕๕๐
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม๑๒๔/ตอนพิเศษ ๘๑ ง/หน้า ๑๕/๖ กรกฎาคม ๒๕๕๐
[2] กรณีสัญญาที่มีการรับหรือจ่ายชำระเงินกัน ณ
วันที่ที่ได้กำหนดไว้ล่วงหน้า
โดยมีการปรับอัตราอ้างอิงซึ่งมีผลให้สัญญากลับไปมีมูลค่าตลาดเท่ากับศูนย์
อายุที่เหลือของสัญญาหมายถึง
ระยะเวลาคงเหลือก่อนการปรับอัตราอ้างอิงครั้งต่อไป
[3] อนุพันธ์ด้านตราสารหนี้แบ่งตามประเภทตราสารหนี้ที่อ้างอิงได้เป็น
3
ประเภท คือ อนุพันธ์ด้านตราสารหนี้ที่อ้างอิงตราสารหนี้รัฐบาล
อนุพันธ์ด้านตราสารหนี้ที่อ้างอิงตราสารหนี้
อื่นที่เข้าเกณฑ์ และอนุพันธ์ด้านตราสารหนี้ที่อ้างอิงตราสารหนี้ที่ไม่เข้าเกณฑ์
ตามแนวทางการคำนวณเงินกองทุนสำหรับความเสี่ยงประเภท Specific risk ตามหนังสือที่
ธปท. สนส.
(21) ว.2738/2546 เรื่อง
แนวนโยบายการกำกับดูแลความเสี่ยงด้านตลาดของสถาบันการเงินและแบบรายงานที่เกี่ยวข้อง
ลงวันที่ 30 ธันวาคม 2546 หรือที่แก้ไขเพิ่มเติม
[๔] กรณีสัญญาที่มีการรับหรือจ่ายชำระเงินกัน
ณ วันที่ที่ได้กำหนดไว้ล่วงหน้า
โดยมีการปรับอัตราอ้างอิงซึ่งมีผลให้สัญญากลับไปมีมูลค่าตลาดเท่ากับศูนย์
อายุที่เหลือของสัญญาหมายถึงระยะเวลาคงเหลือก่อนการปรับอัตราอ้างอิงครั้งต่อไป
[๕] อนุพันธ์ด้านตราสารหนี้แบ่งตามประเภทตราสารหนี้ที่อ้างอิงได้เป็น
3
ประเภท คือ อนุพันธ์ด้านตราสารหนี้ที่อ้างอิงตราสารหนี้รัฐบาล
อนุพันธ์ด้านตราสารหนี้ที่อ้างอิงตราสารหนี้อื่นที่เข้าเกณฑ์
และอนุพันธ์ด้านตราสารหนี้ที่อ้างอิงตราสารหนี้ที่ไม่เข้าเกณฑ์
ตามแนวทางการคำนวณเงินกองทุนสำหรับความเสี่ยงประเภท Specific risk ตามหนังสือที่
ธปท. สนส. (21) ว 2738/2546 เรื่อง
แนวนโยบายการกำกับดูแลความเสี่ยงด้านตลาดของสถาบันการเงินและแบบรายงานที่เกี่ยวข้อง
ลงวันที่ 30 ธันวาคม 2546 หรือที่แก้ไขเพิ่มเติม