法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศกรมสรรพสามิต เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการอุทธรณ์การประเมินภาษี พ.ศ. 2560

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
34
มาตรา อารัมภบท

ประกาศกรมสรรพสามิต

เรื่อง

หลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการอุทธรณ์การประเมินภาษี

พ.ศ. ๒๕๖๐[๑]

เพื่อให้การยื่นอุทธรณ์การประเมินภาษีเป็นไปโดยถูกต้องครบถ้วน

วิธีปฏิบัติในการพิจารณาและวินิจฉัยอุทธรณ์เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

และมีผลเป็นการคุ้มครองสิทธิของผู้มีหน้าที่เสียภาษีที่ไม่เห็นด้วยกับการประเมินของพนักงานเจ้าหน้าที่

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๙๓ แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๓๒

แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๓๔

ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๔๕

และมาตรา ๓๘ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๓๔

ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ ๗) พ.ศ.

๒๕๕๐

อธิบดีกรมสรรพสามิตจึงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการอุทธรณ์การประเมินภาษีไว้

ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ในประกาศนี้

“คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์” หมายความว่า

คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ ตามพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๙๔

“อธิบดี” หมายความว่า

อธิบดีกรมสรรพสามิต

“ผู้แทนอธิบดี” หมายความว่า

ที่ปรึกษาหรือรองอธิบดีที่สั่งและปฏิบัติราชการแทนอธิบดีกรมสรรพสามิตในราชการของสำนักกฎหมาย

“สำนักกฎหมาย” หมายความว่า

สำนักกฎหมาย กรมสรรพสามิต

“สำนักงานสรรพสามิตภาค” หมายความว่า

สำนักงานสรรพสามิตภาคที่กำกับดูแล

และสนับสนุนการปฏิบัติงานของสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่และสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่สาขาภายในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบ

“สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่” ให้หมายความรวมถึงสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่สาขาด้วย

“เลขานุการคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์” หมายความว่า ข้าราชการสังกัดกรมสรรพสามิตที่อธิบดีแต่งตั้งขึ้น

ตามความในมาตรา ๙๔ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๖๐

“ผู้ช่วยเลขานุการคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์” หมายความว่า ข้าราชการสังกัดสำนักกฎหมายที่อธิบดีแต่งตั้งขึ้น

ตามความในมาตรา ๙๔ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๖๐

หมวด

การยื่นอุทธรณ์

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ผู้มีหน้าที่เสียภาษีที่ได้รับหนังสือแจ้งการประเมินของพนักงานเจ้าหน้าที่แล้วหากไม่เห็นด้วยกับผลการประเมินภาษีและประสงค์จะอุทธรณ์การประเมินภาษีดังกล่าว

ให้ยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ภายใน ๓๐ วัน

นับแต่วันที่ได้รับแจ้งการประเมินของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามแบบและสถานที่

ดังต่อไปนี้

๒.๑ แบบของคำอุทธรณ์

(๑) คำอุทธรณ์ต้องเป็นไปตามแบบคำอุทธรณ์

(แบบ อส. ๑) ที่กำหนดท้ายประกาศนี้

(๒)

คำอุทธรณ์ต้องแสดงเหตุผลของการอุทธรณ์อันเป็นการโต้แย้งการประเมินภาษีสรรพสามิตทั้งหมดหรือแต่บางส่วนไว้อย่างชัดแจ้ง

(๓) ผู้อุทธรณ์ต้องลงนามในคำอุทธรณ์โดยถูกต้อง

กรณีผู้อุทธรณ์เป็นนิติบุคคล จะต้องนำส่งหนังสือรับรองนิติบุคคลที่ได้จดทะเบียนไว้กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

กระทรวงพาณิชย์ โดยผู้ลงนามในคำอุทธรณ์จะต้องเป็นผู้มีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคล

และต้องประทับตราสำคัญของนิติบุคคลนั้น

กรณีผู้อุทธรณ์มอบอำนาจให้ตัวแทนเป็นผู้รับมอบอำนาจลงนามในคำอุทธรณ์จะต้องมีการมอบอำนาจโดยทำเป็นหนังสือให้ถูกต้องและปิดอากรแสตมป์ให้ครบถ้วน

ในกรณีที่ผู้อุทธรณ์เป็นนิติบุคคล

ผู้มอบอำนาจจะต้องเป็นผู้มีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคลและต้องประทับตราสำคัญของนิติบุคคลนั้น

ตามหนังสือรับรองนิติบุคคลที่ได้จดทะเบียนไว้กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้ากระทรวงพาณิชย์

(๔) ผู้อุทธรณ์ต้องยื่นอุทธรณ์ด้วยตนเอง

กรณีผู้อุทธรณ์มอบอำนาจให้ตัวแทนเป็นผู้รับมอบอำนาจในการยื่นอุทธรณ์จะต้องมีการมอบอำนาจโดยทำเป็นหนังสือให้ถูกต้องและปิดอากรแสตมป์ให้ครบถ้วน

ในกรณีที่ผู้อุทธรณ์เป็นนิติบุคคล ผู้มอบ อำนาจจะต้องเป็นผู้มีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคลและต้องประทับตราสำคัญของนิติบุคคลนั้น

ตามหนังสือรับรองนิติบุคคลที่ได้จดทะเบียนไว้กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้ากระทรวงพาณิชย์

(๕) หากผู้อุทธรณ์ประสงค์จะยื่นเอกสารหลักฐานเพื่อสนับสนุนข้ออ้างหรือข้อเถียงของตนประกอบคำอุทธรณ์

ผู้อุทธรณ์ต้องยื่นเอกสารหลักฐานนั้นให้ครบถ้วนพร้อมกับคำอุทธรณ์

๒.๒ สถานที่ยื่นอุทธรณ์

(๑) คำอุทธรณ์ที่เกิดจากการประเมินภาษีโดยพนักงานเจ้าหน้าที่สังกัดสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่

ให้ผู้อุทธรณ์ยื่นอุทธรณ์ ณ

สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่ทำการประเมินภาษีหรือสำนักงานสรรพสามิตภาคภายในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบ

หรือสำนักกฎหมาย กรมสรรพสามิต

(๒) คำอุทธรณ์ที่เกิดจากการประเมินภาษีโดยพนักงานเจ้าหน้าที่สังกัดสำนักงานสรรพสามิตภาค

ให้ผู้อุทธรณ์ยื่นอุทธรณ์ ณ

สำนักงานสรรพสามิตภาคที่ทำการประเมินภาษีหรือสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่แห่งท้องที่ที่โรงอุตสาหกรรมหรือสถานบริการของผู้อุทธรณ์ตั้งอยู่

หรือสำนักกฎหมาย กรมสรรพสามิต

(๓) คำอุทธรณ์ที่เกิดจากการประเมินภาษีโดยพนักงานเจ้าหน้าที่สังกัดสำนักตรวจสอบป้องกันและปราบปราม

ให้ผู้อุทธรณ์ยื่นอุทธรณ์ ณ สำนักกฎหมาย กรมสรรพสามิต

หรือสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่หรือสำนักงานสรรพสามิตภาคแห่งท้องที่ที่โรงอุตสาหกรรมหรือสถานบริการของผู้อุทธรณ์ตั้งอยู่

(๔) คำอุทธรณ์ที่เกิดจากการประเมินภาษีโดยพนักงานเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานอื่นที่มิใช่กรมสรรพสามิต

ให้ผู้อุทธรณ์ยื่นอุทธรณ์ ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่หรือสำนักงานสรรพสามิตภาคแห่งท้องที่ที่สำนักงานของพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ประเมินภาษีตั้งอยู่

หรือยื่น ณ

สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่หรือสำนักงานสรรพสามิตภาคแห่งท้องที่อันเป็นที่ตั้งของสถานประกอบการของผู้อุทธรณ์

หรือยื่น ณ สำนักกฎหมาย กรมสรรพสามิต

หมวด

การรับ

การตรวจ และการส่งคำอุทธรณ์

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้หน่วยงานที่มีหน้าที่รับคำอุทธรณ์ตามความในข้อ

๒.๒ จัดให้มีข้าราชการตำแหน่งตั้งแต่ระดับชำนาญการหรือชำนาญงานขึ้นไป

เป็นผู้รับและตรวจคำอุทธรณ์ แต่ในกรณีที่ผู้อุทธรณ์ได้ยื่นอุทธรณ์ ณ

สำนักกฎหมาย ให้ข้าราชการสังกัดสำนักกฎหมาย หรือพนักงานราชการหรือลูกจ้าง

สังกัดส่วนอุทธรณ์ สำนักกฎหมาย เป็นผู้รับและตรวจคำอุทธรณ์

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้เจ้าหน้าที่ผู้รับคำอุทธรณ์ตรวจคำอุทธรณ์ตามแบบของคำอุทธรณ์ที่กำหนดไว้ในข้อ

๒.๑ โดยให้พิจารณาตามลำดับดังนี้

๔.๑ คำอุทธรณ์เป็นไปตามแบบคำอุทธรณ์ (แบบ อส. ๑) ที่กำหนดท้ายประกาศนี้

๔.๒ คำอุทธรณ์ได้แสดงเหตุผลของการอุทธรณ์ไว้อย่างชัดแจ้ง

๔.๓

ผู้อุทธรณ์ได้ลงนามในคำอุทธรณ์ด้วยตนเองหรือได้มอบอำนาจให้ตัวแทนลงนามในคำอุทธรณ์โดยถูกต้อง

๔.๔

ผู้อุทธรณ์ได้ยื่นอุทธรณ์ด้วยตนเองหรือได้มอบอำนาจให้ตัวแทนยื่นคำอุทธรณ์โดยถูกต้อง

๔.๕ ผู้อุทธรณ์ได้ยื่นเอกสารหลักฐานประกอบคำอุทธรณ์ครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในคำอุทธรณ์

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ในกรณีที่เจ้าหน้าที่ผู้รับคำอุทธรณ์ตรวจพบในวันยื่นคำอุทธรณ์ว่าผู้อุทธรณ์ได้ยื่นคำอุทธรณ์โดยมิได้ปฏิบัติตามความในข้อ

๔.๑ ถึงข้อ ๔.๔

และยังอยู่ในวิสัยที่ผู้อุทธรณ์จะดำเนินการให้ถูกต้องภายในระยะเวลาที่มีสิทธิยื่นอุทธรณ์ตามกฎหมายได้

ให้เจ้าหน้าที่ปฏิเสธไม่รับคำอุทธรณ์นั้นแล้วแจ้งให้ผู้อุทธรณ์ยื่นอุทธรณ์ให้ถูกต้องครบถ้วนภายในระยะเวลาที่มีสิทธิอุทธรณ์ตามกฎหมาย

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ในกรณีที่เจ้าหน้าที่ผู้รับคำอุทธรณ์ตรวจพบในวันยื่นคำอุทธรณ์ว่าคำอุทธรณ์ถูกต้องครบถ้วนตามความในข้อ

๔ ทุกประการ ให้เจ้าหน้าที่รับคำอุทธรณ์นั้นไว้โดยออกใบรับคำอุทธรณ์ให้แก่ผู้ยื่นอุทธรณ์ตามแบบใบรับคำอุทธรณ์

(แบบ อส. ๒) ที่กำหนดท้ายประกาศนี้

และให้ถือว่าวันดังกล่าวเป็นวันที่ได้รับอุทธรณ์และมีเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวกับการอุทธรณ์นั้นครบถ้วน

ซึ่งทำให้ระยะเวลาในการพิจารณาอุทธรณ์ตามความในมาตรา ๙๙

แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๖๐ เริ่มต้นนับ

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ในกรณีที่เจ้าหน้าที่ผู้รับคำอุทธรณ์ตรวจพบในวันยื่นคำอุทธรณ์ว่าคำอุทธรณ์มิได้เป็นไปตามความในข้อ

๔.๑ ถึงข้อ ๔.๔ และไม่อยู่ในวิสัยที่ผู้อุทธรณ์จะดำเนินการให้ถูกต้องภายในระยะเวลาที่มีสิทธิยื่นอุทธรณ์ตามกฎหมายได้

หรือผู้อุทธรณ์มิได้ยื่นเอกสารหลักฐานประกอบคำอุทธรณ์ตามที่ระบุไว้ในคำอุทธรณ์ให้ครบถ้วนตามความในข้อ

๔.๕

ให้เจ้าหน้าที่รับคำอุทธรณ์นั้นไว้โดยออกใบรับคำอุทธรณ์ให้แก่ผู้ยื่นอุทธรณ์ตามแบบใบรับคำอุทธรณ์

(แบบ อส. ๓) ที่กำหนดท้ายประกาศนี้ และให้ถือว่าวันดังกล่าวเป็นวันที่ได้รับคำอุทธรณ์ตามความในมาตรา

๙๙ แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๖๐ แล้ว

แต่เป็นกรณีที่เอกสารหลักฐานยังไม่ถูกต้องครบถ้วน

ในการนี้ให้เจ้าหน้าที่ผู้รับคำอุทธรณ์แจ้งให้ผู้อุทธรณ์ทราบว่าผู้อุทธรณ์มีสิทธิดำเนินการเกี่ยวกับคำอุทธรณ์ให้ถูกต้องตามความในข้อ

๔.๑ ถึงข้อ ๔.๔

หรือมีสิทธินำส่งเอกสารหลักฐานประกอบคำอุทธรณ์ให้ครบถ้วนตามความในข้อ ๔.๕

แล้วแต่กรณี มิฉะนั้นระยะเวลาในการพิจารณาอุทธรณ์ตามกฎหมายจะยังไม่เริ่มนับ

หากผู้อุทธรณ์ได้นำส่งเอกสารหลักฐานตามความในวรรคหนึ่งต่อเจ้าหน้าที่ผู้รับคำอุทธรณ์โดยถูกต้องแล้วในวันใด

ให้เจ้าหน้าที่ออกใบรับเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมตามแบบใบรับเอกสารหลักฐานเพิ่มเติม

(แบบ อส. ๔) ที่กำหนดท้ายประกาศนี้ ให้แก่ผู้ยื่นอุทธรณ์

โดยให้ถือว่าวันที่เจ้าหน้าที่ออกใบรับเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมดังกล่าวเป็นวันที่เอกสารหลักฐานที่เกี่ยวกับการอุทธรณ์นั้นครบถ้วนซึ่งทำให้ระยะเวลาในการพิจารณาอุทธรณ์ตามความในมาตรา

๙๙ แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๖๐ เริ่มต้นนับ

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ในกรณีที่เจ้าหน้าที่ผู้รับคำอุทธรณ์ตรวจพบในเวลาใด

ๆ ภายหลังจากออกใบรับคำอุทธรณ์ (แบบ อส. ๒) ตามความในข้อ

๖ หรือออกใบรับเอกสารหลักฐานเพิ่มเติม (แบบ อส. ๔) ตามความในข้อ

๗ วรรคสอง แล้วแต่กรณี ว่าคำอุทธรณ์มิได้เป็นไปตามความในข้อ ๔.๑ ถึงข้อ ๔.๔ หรือผู้อุทธรณ์มิได้ยื่นเอกสารหลักฐานประกอบคำอุทธรณ์ตามที่ระบุไว้ในคำอุทธรณ์ให้ครบถ้วนตามความในข้อ

๔.๕ ให้เจ้าหน้าที่ผู้รับคำอุทธรณ์มีหนังสือไปยังผู้อุทธรณ์เพื่อแจ้งถึงความไม่ถูกต้องหรือความไม่ครบถ้วนของเอกสารหลักฐานดังกล่าว

และแจ้งถึงสิทธิในการดำเนินการให้ถูกต้องหรือสิทธิในการนำส่งเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวกับการอุทธรณ์ให้ครบถ้วนตามที่กล่าวมาในข้อ

๗ วรรคหนึ่ง ให้ผู้อุทธรณ์ทราบโดยด่วน

ตามแบบหนังสือแจ้งสิทธิในการนำส่งเอกสารหลักฐานเพิ่มเติม (แบบ อส. ๕) ที่กำหนดท้ายประกาศนี้

โดยวิธีการนำส่งหนังสือแจ้งสิทธิให้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และวิธีการในการแจ้งหนังสือตามความในมาตรา

๑๑ แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๖๐ อย่างเคร่งครัด

หากผู้อุทธรณ์ได้นำส่งเอกสารหลักฐานตามความในวรรคหนึ่งต่อเจ้าหน้าที่ผู้รับคำอุทธรณ์โดยถูกต้องแล้วในวันใด

ให้เจ้าหน้าที่ออกใบรับเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมตามแบบใบรับเอกสารหลักฐานเพิ่มเติม

(แบบ อส. ๔) ที่กำหนดท้ายประกาศนี้ ให้แก่ผู้ยื่นอุทธรณ์

โดยให้ถือว่าวันที่เจ้าหน้าที่ออกใบรับเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมดังกล่าวเป็นวันที่เอกสารหลักฐานที่เกี่ยวกับการอุทธรณ์นั้นครบถ้วนซึ่งทำให้ระยะเวลาในการพิจารณาอุทธรณ์ตามความในมาตรา

๙๙ แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๖๐ เริ่มต้นนับ ทั้งนี้ การนับระยะเวลาในการพิจารณาอุทธรณ์ในกรณีนี้ให้นับจำนวนวันตั้งแต่วันที่เจ้าหน้าที่ได้ออกใบรับคำอุทธรณ์

(แบบ อส. ๒) ตามความในข้อ ๖

หรือออกใบรับเอกสารหลักฐานเพิ่มเติม (แบบ อส. ๔) ตามความในข้อ

๗ วรรคสอง แล้วแต่กรณี

จนถึงวันที่หนังสือแจ้งสิทธิในการนำส่งเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมตามความในวรรคหนึ่งไปถึงผู้อุทธรณ์

รวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของระยะเวลาในการพิจารณาอุทธรณ์ด้วย

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ การส่งคำอุทธรณ์และเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องไปยังสำนักงานสรรพสามิตภาคหรือสำนักกฎหมาย

๙.๑ คำอุทธรณ์ที่ได้ยื่นไว้ ณ

สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่หรือสำนักกฎหมายตามความในข้อ ๒.๒ (๑) ข้อ ๒.๒ (๒) หรือข้อ ๒.๒ (๔) ซึ่งเจ้าหน้าที่ผู้รับคำอุทธรณ์ได้รับไว้โดยชอบตามความในข้อ

๖ หรือข้อ ๗ วรรคหนึ่ง แล้วแต่กรณี

ให้เจ้าหน้าที่ผู้รับคำอุทธรณ์เร่งดำเนินการโดยด่วนที่สุดเพื่อส่งคำอุทธรณ์

สำเนาใบรับคำอุทธรณ์ที่รับรองความถูกต้อง พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบคำอุทธรณ์ทั้งปวงไปยังสำนักงานสรรพสามิตภาคในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบภายใน

๓ วันนับแต่วันที่ได้รับคำอุทธรณ์

๙.๒ คำอุทธรณ์ที่ได้ยื่นไว้ ณ

สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่หรือสำนักงานสรรพสามิตภาคตามความในข้อ ๒.๒ (๓) ซึ่งเจ้าหน้าที่ผู้รับคำอุทธรณ์ได้รับไว้โดยชอบตามความในข้อ ๖ หรือข้อ ๗ วรรคหนึ่ง

แล้วแต่กรณี

ให้เจ้าหน้าที่ผู้รับคำอุทธรณ์เร่งดำเนินการโดยด่วนที่สุดเพื่อส่งคำอุทธรณ์สำเนาใบรับคำอุทธรณ์ที่รับรองความถูกต้อง

พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบคำอุทธรณ์ทั้งปวงไปยังสำนักกฎหมายภายใน ๓ วัน

นับแต่วันที่ได้รับคำอุทธรณ์

๙.๓ ในกรณีที่เจ้าหน้าที่ผู้รับคำอุทธรณ์ได้ส่งคำอุทธรณ์ไปยังสำนักงานสรรพสามิตภาคหรือสำนักกฎหมายตามความในข้อ

๙.๑ หรือ ๙.๒ แล้ว

หากต่อมาปรากฏว่าผู้อุทธรณ์ได้นำส่งเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวกับการยื่นอุทธรณ์ที่ดำเนินการไม่ถูกต้องหรือยื่นไม่ครบถ้วนตามความในข้อ

๗ วรรคสองหรือข้อ ๘ วรรคสอง แล้วแต่กรณี ต่อหน่วยงานที่รับคำอุทธรณ์

ให้เจ้าหน้าที่ผู้รับคำอุทธรณ์เร่งดำเนินการโดยด่วนที่สุดเพื่อส่งเอกสารหลักฐานเพิ่มเติม

สำเนาใบรับเอกสารหลักฐานเพิ่มเติม

และสำเนาหนังสือแจ้งสิทธิในการนำส่งเอกสารหลักฐานเพิ่มเติม (ถ้ามี) นั้น ไปยังสำนักงานสรรพสามิตภาคหรือสำนักกฎหมายแล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ การบันทึกรายละเอียดคำอุทธรณ์

การส่งสำเนาคำอุทธรณ์ และการระงับการจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชี

๑๐.๑

เมื่อสำนักงานสรรพสามิตภาคในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบหรือสำนักกฎหมายได้รับคำอุทธรณ์แล้ว

ให้บันทึกรายละเอียดเกี่ยวกับการรับอุทธรณ์แต่ละรายการไว้ในบัญชีแสดงการรับอุทธรณ์ไว้พิจารณา

(แบบ อส. ๖) ที่กำหนดท้ายประกาศนี้

๑๐.๒ ให้จัดส่งสำเนาคำอุทธรณ์ให้กรมสรรพสามิต

หน่วยงานที่ตรวจสอบและประเมินภาษี

และหน่วยงานที่ควบคุมการบังคับชำระภาษีค้างทราบภายใน ๓ วัน นับแต่วันที่สำนักงานสรรพสามิตภาคในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบหรือสำนักกฎหมายได้รับคำอุทธรณ์

๑๐.๓

เมื่อหน่วยงานที่ตรวจสอบและประเมินภาษีได้รับสำเนาคำอุทธรณ์แล้วให้ดำเนินการจัดส่งสำนวนการตรวจสอบภาษีและเอกสารหลักฐานทั้งปวงที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบและประเมินภาษีให้สำนักงานสรรพสามิตภาคในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบหรือสำนักกฎหมายแล้วแต่กรณีภายใน

๗ วัน นับแต่วันที่ได้รับสำเนาคำอุทธรณ์

๑๐.๔

ให้หน่วยงานที่ตรวจสอบและประเมินภาษีมีหน้าที่ดำเนินการทั้งปวงเกี่ยวกับการขอให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าระงับการจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชีจนกว่าการพิจารณาอุทธรณ์การประเมินภาษีจะแล้วเสร็จ

หมวด

วิธีปฏิบัติในการพิจารณาและวินิจฉัยอุทธรณ์

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ เมื่อสำนักงานสรรพสามิตภาคหรือสำนักกฎหมายได้รับคำอุทธรณ์ตามความในข้อ

๙ และได้รับเอกสารหลักฐานทั้งปวงจากหน่วยงานที่ตรวจสอบและประเมินภาษีตามความในข้อ ๑๐.๓

แล้วให้ดำเนินการตรวจสอบเอกสารหลักฐานประกอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายตามเหตุผลข้ออ้างอิงทั้งในส่วนของการประเมินภาษีและการยื่นอุทธรณ์

แล้วให้ดำเนินการรวบรวมข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายดังนี้

๑๑.๑ การรวบรวมข้อเท็จจริง

(๑) ในกรณีข้อเท็จจริงที่ได้รับจากหน่วยงานที่ตรวจสอบและประเมินภาษียังไม่เพียงพอ

ให้มีหนังสือขอเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมไปยังหน่วยงานที่ตรวจสอบและประเมินภาษีนั้น

(๒) ให้เชิญพนักงานเจ้าหน้าที่และเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบหรือเกี่ยวข้องกับการตรวจสอบและประเมินภาษีมาให้ถ้อยคำ

โดยให้สอบถามถึงสาเหตุของการประเมินภาษี และรับฟังพยานหลักฐานต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการตรวจสอบภาษี

ทั้งพยานเอกสาร พยานบุคคล และพยานวัตถุ (ถ้ามี) รวมทั้งให้สอบถามว่า

ได้มีการเรียกเอกสารหรือหลักฐานใด ๆ

จากผู้ถูกประเมินหรือไม่และผู้ถูกประเมินได้นำส่งเอกสารหลักฐานนั้นหรือไม่

โดยให้จดบันทึกการให้ถ้อยคำตามแบบบันทึกถ้อยคำ (แบบ อส. ๗) ที่กำหนดท้ายประกาศนี้

(๓) กรณีมีเหตุจำเป็นและสมควรที่จะต้องออกหนังสือเรียกผู้อุทธรณ์หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องมาให้ถ้อยคำ

หรือสั่งให้บุคคลดังกล่าวส่งบัญชีเอกสารหรือหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้องเพื่อประกอบการพิจารณาอุทธรณ์

ให้เสนอขออนุมัติออกหนังสือเรียกต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ตามมาตรา ๙๖

แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๖๐

เมื่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์อนุมัติให้ออกหนังสือเรียกแล้ว

ให้นำเสนอผู้แทนอธิบดีเป็นผู้ลงนามในหนังสือเรียก ตามแบบหนังสือเรียก (แบบ อส. ๘) ที่กำหนดท้ายประกาศนี้

เมื่อผู้แทนอธิบดีลงนามในหนังสือเรียกแล้ว

ให้นำส่งโดยปฏิบัติให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการในการแจ้งหนังสือเรียกตามความในมาตรา

๑๑ แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๖๐ อย่างเคร่งครัด

และเมื่อผู้อุทธรณ์หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องมาให้ถ้อยคำตามหนังสือเรียก

ให้จดบันทึกการให้ถ้อยคำตามแบบบันทึกถ้อยคำ (แบบ อส. ๗) ที่กำหนดท้ายประกาศนี้

(๔) กรณีที่จะต้องออกหนังสือเรียกตามความใน

(๓) เพื่อให้ผู้อุทธรณ์นำส่งเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อใช้ประกอบการพิจารณา

ให้กำหนดระยะเวลาให้ส่งมอบอย่างช้าไม่เกิน ๗ วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือเรียก

และแจ้งให้ผู้อุทธรณ์ทราบว่า

หากไม่ส่งมอบภายในระยะเวลาที่กำหนดจะพิจารณาตามเอกสารหลักฐานเท่าที่ปรากฏ

เว้นแต่กรณีที่ผู้อุทธรณ์มีเหตุจำเป็นอาจขยายกำหนดเวลาออกไปได้ตามสมควรแก่กรณี

โดยผู้อุทธรณ์จะต้องแจ้งเหตุจำเป็นนั้นก่อนถึงกำหนดเวลา

(๕) กรณีที่ประเด็นข้อเท็จจริงใดยังไม่มีความชัดเจนสมบูรณ์หรือยังไม่เพียงพอที่จะพิจารณาวินิจฉัย

หากเห็นว่าเป็นสาระสำคัญและจำเป็นจะต้องรับฟังความเห็นหรือได้รับข้อมูลจากหน่วยงานภายในกรมสรรพสามิตที่เกี่ยวข้อง

ก็ให้มีหนังสือสอบถามหรือเชิญเจ้าหน้าที่มาให้ถ้อยคำหรือให้นำส่งเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาได้

ในกรณีที่ต้องมีการบันทึกถ้อยคำ ให้จดบันทึกการให้ถ้อยคำตามแบบบันทึกถ้อยคำ (แบบ

อส. ๗) ที่กำหนดท้ายประกาศนี้

(๖) กรณีที่ผู้อุทธรณ์ยังมิได้นำส่งเอกสารหลักฐานต่อเจ้าหน้าที่ผู้รับคำอุทธรณ์ตามความในข้อ

๗ วรรคสอง หรือข้อ ๘ วรรคสอง แล้วแต่กรณี ให้มีหนังสือไปยังผู้อุทธรณ์เพื่อแจ้งถึงความไม่ถูกต้องหรือความไม่ครบถ้วนของเอกสารหลักฐานแล้วแต่กรณีให้ผู้อุทธรณ์ทราบ

โดยกำหนดให้ผู้อุทธรณ์นำส่งเอกสารหลักฐานภายในกำหนด ๓๐ วัน

นับแต่ได้รับหนังสือในกรณีที่ผู้อุทธรณ์ได้นำส่งเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในกำหนด

ให้นำความในข้อ ๘ วรรคสอง มาใช้บังคับกับการรับเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมดังกล่าวโดยอนุโลม

หากภายหลังจากผู้อุทธรณ์ได้รับหนังสือแจ้งดังกล่าวแล้ว

ผู้อุทธรณ์ยังมิได้นำส่งเอกสารหลักฐานภายในกำหนด

ให้ถือว่าระยะเวลาในการพิจารณาอุทธรณ์ตามความในมาตรา ๙๙ แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต

พ.ศ. ๒๕๖๐ เริ่มต้นนับตั้งแต่วันที่ครบกำหนดดังกล่าว ทั้งนี้ ให้นำความในข้อ ๗ วรรคสอง หรือข้อ

๘ วรรคสอง แล้วแต่กรณี

มาใช้บังคับกับการนับระยะเวลาในพิจารณาอุทธรณ์ในกรณีนี้โดยอนุโลม

(๗) ให้จัดระบบเอกสารหลักฐานในส่วนข้อเท็จจริงทั้งปวงที่ได้รับตามความใน

(๑) ถึง (๖) เป็นหมวดหมู่ โดยแยกเป็นข้อเท็จจริงที่ปรากฏในชั้นตรวจสอบและประเมินภาษีและข้อเท็จจริงที่ปรากฏในชั้นพิจารณาอุทธรณ์การประเมินภาษี

โดยให้จัดทำสารบัญรายการเอกสารหลักฐานในส่วนข้อเท็จจริงตามแบบสารบัญรายการเอกสารหลักฐาน

(แบบ อส. ๙) ที่กำหนดท้ายประกาศนี้

๑๑.๒ การรวบรวมข้อกฎหมาย

(๑) รวบรวมข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งกฎหมายแม่บทและกฎหมายลำดับรองที่เกี่ยวกับการจัดเก็บภาษีสรรพสามิต

การตรวจสอบและประเมินภาษี การพิจารณาอุทธรณ์ รวมทั้งแนวคำวินิจฉัย

ความเห็นทางกฎหมาย และเอกสารอื่น ๆ ที่ใช้ประกอบการพิจารณา

(๒) กรณีที่ระเบียบ แนวปฏิบัติ

หรือคำสั่งเกี่ยวกับการจัดเก็บภาษีหรือการตรวจสอบและประเมินภาษีใดยังไม่มีความชัดเจนเพียงพอที่จะพิจารณาวินิจฉัย

หรือต้องอาศัยการตีความจากหน่วยงานภายในกรมสรรพสามิตที่ออกระเบียบ แนวปฏิบัติ

หรือคำสั่งนั้น ก็ให้มีหนังสือสอบถามหรือเชิญเจ้าหน้าที่มาให้ถ้อยคำหรือให้นำส่งเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาได้

ในกรณีที่ต้องมีการบันทึกถ้อยคำ ให้จดบันทึกการให้ถ้อยคำตามแบบบันทึกถ้อยคำ (แบบ

อส. ๗) ที่กำหนดท้ายประกาศนี้

(๓) ให้จัดระบบเอกสารหลักฐานในส่วนข้อกฎหมายทั้งปวงที่ได้รับตามความใน

(๑) ถึง (๒) เป็นหมวดหมู่ โดยแยกเป็นกฎหมายแม่บท

กฎหมายลำดับรอง ระเบียบแนวปฏิบัติหรือคำสั่งทั้งปวง

ที่เกี่ยวกับการจัดเก็บภาษีสินค้าหรือบริการที่ประเมินภาษี

การตรวจสอบและประเมินภาษี การพิจารณาอุทธรณ์การประเมินภาษี ตลอดจนข้อกฎหมาย

ระเบียบหรือแนวปฏิบัติอื่น ๆ แนวคำพิพากษา แนวคำวินิจฉัยและความเห็นทางกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

หรือเอกสารอื่น ๆ ที่ใช้ประกอบการพิจารณา (ถ้ามี)

โดยให้จัดทำสารบัญรายการเอกสารหลักฐานในส่วนข้อกฎหมายตามแบบสารบัญรายการเอกสารหลักฐาน

(แบบ อส. ๙) ที่กำหนดท้ายประกาศนี้

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ให้วิเคราะห์และสังเคราะห์ข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่ได้จากการรวบรวมตามความในข้อ

๑๑ โดยพิจารณาเหตุแห่งการประเมินภาษีว่าอาศัยเหตุผลใด

ประกอบกับข้อกล่าวอ้างตามคำอุทธรณ์ว่าผู้อุทธรณ์มีข้ออ้างหรือข้อเถียงอย่างไร

ข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายใดที่ผู้อุทธรณ์ยอมรับหรือไม่รับ

จากนั้นจึงกำหนดประเด็นพิจารณาหรือประเด็นข้อพิพาท

และพิจารณาปรับบทข้อเท็จจริงเข้ากับข้อกฎหมาย

โดยการใช้ดุลพินิจเพื่อวินิจฉัยประเด็นแห่งข้อพิพาทจัดทำเป็นความเห็นโดยแยกเป็นรายประเด็น

เพื่อนำไปสู่การนำเสนอบทสรุปและข้อเสนอแนะว่าสมควรรับคำอุทธรณ์ไว้พิจารณาหรือไม่

การประเมินภาษีชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ และคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์สมควรวินิจฉัยไม่รับอุทธรณ์

ยกอุทธรณ์

เพิกถอนการประเมินหรือแก้การประเมินภาษีให้ผู้ยื่นอุทธรณ์เสียภาษีเพิ่มขึ้นหรือลดลงหรือไม่

อย่างไร

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ การพิจารณานำเสนอความเห็นตามความในข้อ ๑๒

จะต้องจัดทำเป็นบันทึกนำเสนอความเห็น โดยให้มีรูปแบบและเนื้อหาของการนำเสนอเป็นไปตามแบบบันทึกนำเสนอความเห็น

(แบบ อส. ๑๐) ที่กำหนดท้ายประกาศนี้

พร้อมทั้งจัดเรียงเอกสารหลักฐานทั้งปวงทั้งในส่วนของข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่ใช้ประกอบการนำเสนอความเห็นให้เป็นหมวดหมู่และเป็นระบบสอดคล้องกับแบบสารบัญรายการเอกสารหลักฐาน

(แบบ อส. ๙) ที่กำหนดท้ายประกาศนี้

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ คำอุทธรณ์ที่เกิดจากการประเมินภาษีโดยพนักงานเจ้าหน้าที่สังกัดสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่

พนักงานเจ้าหน้าที่สังกัดสำนักงานสรรพสามิตภาค

หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานอื่นที่มิใช่กรมสรรพสามิต

ซึ่งได้ส่งให้สำนักงานสรรพสามิตภาคใดในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบตามความในข้อ ๙.๑

ให้สำนักงานสรรพสามิตภาคในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบนั้นมีอำนาจหน้าที่ดำเนินการตามความในข้อ

๑๑ และข้อ ๑๒

โดยให้จัดทำบันทึกนำเสนอความเห็นและเอกสารหลักฐานประกอบทั้งปวงตามแบบบันทึกนำเสนอความเห็น

(แบบ อส. ๑๐) ที่กล่าวมาตามความในข้อ ๑๓

แล้วนำเสนอผลการพิจารณาและให้ความเห็นเบื้องต้นต่อผู้อำนวยการสำนักงานสรรพสามิตภาคในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบนั้น

เมื่อได้รับความเห็นชอบจากผู้อำนวยการสำนักงานสรรพสามิตภาคแล้ว

ให้นำส่งผลการพิจารณาและให้ความเห็นเบื้องต้นตามความในวรรคหนึ่ง รวมทั้งไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ของผลการพิจารณาและให้ความเห็นเบื้องต้นนั้น

นำเสนอต่ออธิบดี

เพื่อให้อธิบดีหรือผู้แทนอธิบดีสั่งการให้เลขานุการคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์พิจารณาและมอบหมายให้ผู้ช่วยเลขานุการคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ดำเนินการพิจารณากลั่นกรองคำอุทธรณ์และกลั่นกรองผลการพิจารณาอีกชั้นหนึ่ง

การดำเนินการทั้งปวงของสำนักงานสรรพสามิตภาคในข้อนี้

ต้องดำเนินการโดยด่วนที่สุดโดยจะต้องแล้วเสร็จอย่างช้าที่สุดภายใน ๖๐ วัน

นับแต่วันที่ถือว่าได้รับอุทธรณ์และมีเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวกับการอุทธรณ์นั้นครบถ้วน

ตามความในข้อ ๖ ข้อ ๗ วรรคสอง ข้อ ๘ วรรคสอง หรือ ข้อ ๑๑.๑ (๖) วรรคสอง แล้วแต่กรณี

ในกรณีที่มีเหตุจำเป็นทำให้ไม่สามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาตามความในวรรคสามได้

ให้สำนักงานสรรพสามิตภาคเร่งดำเนินการโดยด่วนที่สุดเพื่อขออนุมัติขยายระยะเวลาต่ออธิบดี

ก่อนครบกำหนดระยะเวลาไม่น้อยกว่า ๑๕ วัน โดยชี้แจงเหตุผลและความจำเป็น

ในการนี้อธิบดีมีอำนาจอนุมัติขยายระยะเวลาออกไปได้อีกไม่เกิน ๓๐ วัน

นับแต่วันที่ครบกำหนดระยะเวลาดังกล่าว ทั้งนี้ การอนุมัติให้ขยายระยะเวลาหรือไม่

ให้ถือเป็นดุลพินิจของอธิบดีโดยแท้

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ คำอุทธรณ์ที่เกิดจากการประเมินภาษีโดยพนักงานเจ้าหน้าที่สังกัดสำนักตรวจสอบป้องกันและปราบปราม

ซึ่งได้ส่งให้สำนักกฎหมายตามความในข้อ ๙.๒

ให้ผู้ช่วยเลขานุการคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์มีอำนาจหน้าที่ดำเนินการตามความในข้อ ๑๑

และข้อ ๑๒ โดยให้จัดทำบันทึกนำเสนอความเห็นและเอกสารหลักฐานประกอบทั้งปวงตามแบบบันทึกนำเสนอความเห็น

(แบบ อส. ๑๐) ที่กล่าวมาตามความในข้อ

๑๓ แล้วนำเสนอ

ผลการพิจารณาและให้ความเห็นเบื้องต้นต่อเลขานุการคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์

เพื่อให้พิจารณาและนำเสนอต่อผู้แทนอธิบดีเพื่อพิจารณาและสั่งการให้นำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ต่อไป

การดำเนินการทั้งปวงของผู้ช่วยเลขานุการคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ในข้อนี้

ต้องดำเนินการโดยด่วนที่สุด โดยจะต้องแล้วเสร็จอย่างช้าที่สุดภายใน ๙๐ วัน

นับแต่วันที่ถือว่าได้รับอุทธรณ์และมีเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวกับการอุทธรณ์นั้นครบถ้วน

ตามความในข้อ ๖ ข้อ ๗ วรรคสอง ข้อ ๘ วรรคสอง หรือข้อ ๑๑.๑ (๖) วรรคสอง แล้วแต่กรณี

ในกรณีที่มีเหตุจำเป็นทำให้ไม่สามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาตามความในวรรคสองได้

ให้สำนักกฎหมายเร่งดำเนินการโดยด่วนที่สุดเพื่อขออนุมัติขยายระยะเวลาต่ออธิบดี ทั้งนี้ ให้นำความในข้อ ๑๔ วรรคสี่

มาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ผลการพิจารณาและให้ความเห็นเบื้องต้นเกี่ยวกับคำอุทธรณ์ที่สำนักกฎหมายได้รับจากสำนักงานสรรพสามิตภาคตามความในข้อ

๑๔ วรรคสอง

ให้ผู้ช่วยเลขานุการคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์มีอำนาจหน้าที่ดำเนินการตามความในข้อ ๑๑

และข้อ ๑๒ โดยให้จัดทำบันทึกนำเสนอความเห็นและเอกสารหลักฐานประกอบทั้งปวง

แล้วนำเสนอผลการพิจารณาและให้ความเห็นเบื้องต้นต่อเลขานุการคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์

เพื่อให้พิจารณาและนำเสนอต่อผู้แทนอธิบดีเพื่อพิจารณาและสั่งการให้นำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ต่อไป

การพิจารณากลั่นกรองคำอุทธรณ์และกลั่นกรองผลการพิจารณาของผู้ช่วยเลขานุการคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ในข้อนี้

ต้องดำเนินการโดยด่วนที่สุด โดยจะต้องแล้วเสร็จอย่างช้าที่สุดภายใน ๖๐ วัน

นับแต่วันที่กรมสรรพสามิตได้รับผลการพิจารณาจากสำนักงานสรรพสามิตภาคตามความในวรรคหนึ่งนั้น

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ในกรณีที่ผลการพิจารณาและให้ความเห็นเบื้องต้นเกี่ยวกับคำอุทธรณ์ที่สำนักกฎหมายได้รับจากสำนักงานสรรพสามิตภาคตามความในข้อ

๑๔ วรรคสอง มิได้ผ่านการรวบรวมข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายตามความในข้อ ๑๑

หรือมิได้ผ่านการวิเคราะห์และสังเคราะห์การพิจารณาตามความในข้อ ๑๒

หรือมิได้ดำเนินการให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ในการจัดทำบันทึกนำเสนอความเห็นและเอกสารหลักฐานประกอบตามความในข้อ

๑๓ ทำให้ขั้นตอน รูปแบบหรือเนื้อหาไม่ถูกต้อง

ไม่ครบถ้วนหรือไม่สมบูรณ์ในสาระสำคัญไม่ว่าด้วยประการใด ๆ

ไม่ว่าทั้งหมดหรือแต่บางส่วน ให้เลขานุการคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์นำเสนออธิบดีหรือผู้แทนอธิบดีพิจารณาสั่งการให้แจ้งหรือส่งเรื่องกลับคืนไปยังสำนักงานสรรพสามิตภาคดังกล่าวโดยด่วนที่สุดเพื่อให้ดำเนินการให้ถูกต้อง

ครบถ้วนหรือสมบูรณ์ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ประกาศนี้กำหนดไว้

เมื่อได้รับการแจ้งหรือได้รับเรื่องคืนไปจากกรมสรรพสามิตตามความในวรรคหนึ่งแล้วสำนักงานสรรพสามิตภาคจะต้องดำเนินการโดยด่วนที่สุด

โดยจะต้องรายงานผลการพิจารณาและให้ความเห็นฉบับใหม่พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบทั้งปวงต่ออธิบดีอย่างช้าที่สุดภายใน

๑๕ วันนับแต่วันที่ได้รับการแจ้งหรือได้รับเรื่องคืนไปจากกรมสรรพสามิต ทั้งนี้ ให้นำความในข้อ ๑๔

วรรคหนึ่งและวรรคสอง มาใช้บังคับโดยอนุโลม

เมื่อสำนักงานสรรพสามิตภาคได้ดำเนินการตามความในวรรคสองแล้ว

ให้ผู้ช่วยเลขานุการคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ดำเนินการพิจารณากลั่นกรองคำอุทธรณ์และกลั่นกรองผลการพิจารณาโดยให้นำความในข้อ

๑๖ วรรคหนึ่ง มาใช้บังคับโดยอนุโลม ทั้งนี้

จะต้องดำเนินการโดยด่วนที่สุดโดยจะต้องแล้วเสร็จอย่างช้าที่สุดภายใน ๔๕ วัน

นับแต่วันที่กรมสรรพสามิตได้รับผลการพิจารณาจากสำนักงานสรรพสามิตภาคตามความในวรรคสองนั้น

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ เมื่อผู้แทนอธิบดีได้สั่งการให้นำอุทธรณ์เรื่องใดเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์แล้ว

ให้เลขานุการคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์และผู้ช่วยเลขานุการคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์จัดให้มีการประชุมคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์เพื่อพิจารณาอุทธรณ์เรื่องนั้นโดยให้ดำเนินการดังนี้

๑๘.๑ ให้เลขานุการคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์จัดระเบียบวาระการประชุมและให้ผู้ช่วยเลขานุการคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์จัดทำสำเนาเอกสารบันทึกนำเสนอความเห็นและเอกสารหลักฐานประกอบทั้งปวงที่ใช้ในการพิจารณา

ทั้งนี้

เอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาอาจจัดทำในรูปแบบไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ได้ตามความเหมาะสม

๑๘.๒

ให้เลขานุการคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์มีหนังสือเชิญประชุมถึงประธานและกรรมการพิจารณาอุทธรณ์

โดยจะต้องนำส่งระเบียบวาระการประชุม

บันทึกนำเสนอความเห็นและเอกสารหลักฐานประกอบทั้งปวงที่ใช้ในการพิจารณาตามความในข้อ

๑๘.๑ ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า ๕ วันทำการ

ในกรณีที่มีความจำเป็นเร่งด่วนทำให้ไม่อาจนำส่งเอกสารหลักฐานล่วงหน้าได้ทันตามความในวรรคหนึ่ง

ให้เลขานุการคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์รายงานเหตุผลต่อที่ประชุมคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์

๑๘.๓ ให้เลขานุการคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์เชิญพนักงานเจ้าหน้าที่และเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบหรือเกี่ยวข้องกับการตรวจสอบและประเมินภาษี

เจ้าหน้าที่ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการพิจารณาและให้ความเห็นเบื้องต้นของสำนักงานสรรพสามิตภาค

รวมทั้งเจ้าหน้าที่หรือบุคคลอื่นตามที่เห็นสมควรมาให้ถ้อยคำต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์เพื่อประกอบการพิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ต้องพิจารณาอุทธรณ์ให้แล้วเสร็จภายใน

๑๘๐ วัน นับแต่วันที่ได้รับอุทธรณ์และมีเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวกับการอุทธรณ์นั้นครบถ้วน

ตามความในข้อ ๖ ข้อ ๗ วรรคสอง ข้อ ๘ วรรคสอง หรือข้อ ๑๑.๑ (๖) วรรคสอง แล้วแต่กรณี

การประชุมคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ในครั้งแรกของการพิจารณาอุทธรณ์ในแต่ละเรื่องจะต้องจัดให้มีขึ้นอย่างช้าที่สุด

๗ วันทำการก่อนวันที่ครบกำหนด ๑๘๐ วัน

นับแต่วันที่ถือว่าได้รับอุทธรณ์และมีเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวกับการอุทธรณ์นั้นครบถ้วน

ตามความในข้อ ๖ ข้อ ๗ วรรคสอง ข้อ ๘ วรรคสอง หรือข้อ ๑๑.๑ (๖) วรรคสอง แล้วแต่กรณี

ในกรณีที่มีการออกหนังสือเรียกให้ผู้อุทธรณ์นำส่งเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อใช้ประกอบการพิจารณาตามความในข้อ

๑๑.๑ (๔) มิให้นับรวมระยะเวลาตั้งแต่วันที่ผู้อุทธรณ์ได้รับหนังสือเรียกจนถึงวันที่ผู้อุทธรณ์ได้นำส่งเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมหรือวันที่ครบกำหนดระยะเวลาในการนำส่งเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมแล้วแต่กรณี

เป็นส่วนหนึ่งของระยะเวลาในการพิจารณาอุทธรณ์

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ในกรณีที่คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ไม่สามารถพิจารณาอุทธรณ์ให้แล้วเสร็จภายใน

๑๘๐ วัน ตามความในข้อ ๑๙ วรรคหนึ่ง หรือเป็นที่คาดหมายแก่เลขานุการคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ได้ว่าการพิจารณาอุทธรณ์เรื่องใดไม่อาจดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาดังกล่าวได้

ให้นำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์เพื่อพิจารณาอนุมัติให้ขยายระยะเวลาดังกล่าวออกไปอีกได้ตามความเหมาะสม

แต่ระยะเวลาที่อนุมัติให้ขยายออกไปนั้นจะต้องไม่เกินกำหนด ๙๐ วัน นับแต่วันที่ครบกำหนด

๑๘๐ วัน ตามความในข้อ ๑๙ วรรคหนึ่ง

การอนุมัติให้ขยายระยะเวลาของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ตามความในวรรคหนึ่ง ให้บันทึกไว้ในหนังสืออนุมัติให้ขยายระยะเวลาตามแบบอนุมัติให้ขยายระยะเวลาพิจารณาอุทธรณ์

(แบบ อส. ๑๑) ที่กำหนดท้ายประกาศนี้

โดยให้ประธานคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ลงนามอนุมัติและให้บันทึกรายละเอียดไว้ในรายงานการประชุม

ให้เลขานุการคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์นำเสนอผู้แทนอธิบดีเพื่อลงนามในหนังสือแจ้งการขยายระยะเวลาตามความในข้อนี้แล้วนำส่งเพื่อแจ้งให้ผู้อุทธรณ์ทราบภายใน

๗ วัน นับแต่วันที่คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์อนุมัติ ทั้งนี้

การส่งหนังสือแจ้งการขยายระยะเวลาดังกล่าวให้ปฏิบัติให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการในการแจ้งหนังสือตามความในมาตรา

๑๑ แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๖๐ อย่างเคร่งครัด

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ ให้จัดทำร่างคำวินิจฉัยอุทธรณ์การประเมินภาษีสรรพสามิต

ตามแบบคำวินิจฉัยอุทธรณ์การประเมินภาษีสรรพสามิต (แบบ อส. ๑๒)

ที่กำหนดท้ายประกาศนี้ เสนอต่อประธานและกรรมการพิจารณาอุทธรณ์

เมื่อได้รับรองหรือได้แก้ไขเพิ่มเติมแล้วให้จัดทำต้นฉบับคำวินิจฉัยอุทธรณ์เป็นสามฉบับ

แล้วให้นำเสนอประธานและกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ลงนามในต้นฉบับคำวินิจฉัยดังกล่าว

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ คำวินิจฉัยอุทธรณ์ที่ลงนามครบถ้วนตามความในข้อ

๒๑ ให้เลขานุการและผู้ช่วยเลขานุการคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ดำเนินการดังนี้

๒๒.๑ ออกเลขที่คำวินิจฉัยอุทธรณ์และวันที่ออกคำวินิจฉัย

โดยให้บันทึกข้อมูลเกี่ยวกับคำวินิจฉัยอุทธรณ์ไว้ในบัญชีคำวินิจฉัยอุทธรณ์การประเมินภาษีสรรพสามิต

(แบบ อส. ๑๓) ที่กำหนดท้ายประกาศนี้

๒๒.๒ คำวินิจฉัยอุทธรณ์ฉบับที่หนึ่ง ให้แจ้งไปยังผู้อุทธรณ์ภายใน ๗

วัน นับแต่วันที่มีคำวินิจฉัยอุทธรณ์ โดยปฏิบัติให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการในการแจ้งหนังสือตามความในมาตรา

๑๑ แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๖๐ อย่างเคร่งครัด

๒๒.๓ คำวินิจฉัยอุทธรณ์ฉบับที่สอง ให้เก็บไว้ ณ ส่วนอุทธรณ์

สำนักกฎหมาย

๒๒.๔ คำวินิจฉัยอุทธรณ์ฉบับที่สาม

ให้แจ้งไปยังหน่วยงานที่ตรวจสอบและประเมินภาษี

๒๒.๕ เมื่อผู้อุทธรณ์ได้รับคำวินิจฉัยอุทธรณ์ตามความในข้อ ๒๒.๒ แล้ว

ให้สำเนาคำวินิจฉัยอุทธรณ์และเอกสารหลักฐานในการแจ้งคำวินิจฉัยนำส่งให้สำนักงานสรรพสามิตภาคและหน่วยงานที่ควบคุมการบังคับชำระภาษีค้างทราบโดยด่วนที่สุด

๒๒.๖ ในกรณีที่ผู้อุทธรณ์เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มตามประมวลรัษฎากร

ให้หน่วยงานที่ตรวจสอบและประเมินภาษีส่งสำเนาคำวินิจฉัยอุทธรณ์ไปยังสำนักงานสรรพากรพื้นที่ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบในท้องที่เดียวกับหน่วยงานที่ตรวจสอบและประเมินภาษีนั้น

หมวด

วิธีปฏิบัติในการยื่นและการพิจารณาคำร้องขอทุเลาการชำระภาษี

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ ในกรณีที่มีการยื่นอุทธรณ์การประเมินภาษีต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ตามความในข้อ

๒ หรือในกรณีที่ผู้อุทธรณ์ได้ยื่นฟ้องคดีต่อศาล

และผู้อุทธรณ์ประสงค์จะขอทุเลาการชำระภาษีในชั้นอุทธรณ์การประเมินภาษีหรือในชั้นฟ้องคดีต่อศาลแล้วแต่กรณีไว้ก่อน

จะต้องยื่นคำร้องขอทุเลาการชำระภาษีต่ออธิบดี

โดยใช้แบบคำร้องขอทุเลาการชำระภาษีสรรพสามิต (แบบ

ทล. ๑) ที่กำหนดท้ายประกาศนี้

เพื่อทุเลาการชำระภาษีสรรพสามิตไว้ก่อนจนกว่าจะมีคำวินิจฉัยอุทธรณ์การประเมินภาษีหรือจนกว่าจะมีคำพิพากษาของศาลถึงที่สุดแล้วแต่กรณี

โดยให้ยื่นคำร้อง ณ สถานที่ยื่นอุทธรณ์ตามความในข้อ ๒.๒ ทั้งนี้ ให้นำ ความในข้อ ๙.๑ และข้อ ๙.๒

มาใช้บังคับกับการส่งคำร้องขอทุเลาการชำระภาษีโดยอนุโลม

คำร้องขอทุเลาการชำระภาษีในชั้นอุทธรณ์การประเมินภาษีให้ยื่นพร้อมกับคำอุทธรณ์

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ คำร้องขอทุเลาการชำระภาษีในชั้นอุทธรณ์การประเมินภาษีที่เกิดจากการประเมินภาษีโดยพนักงานเจ้าหน้าที่สังกัดสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่

พนักงานเจ้าหน้าที่สังกัดสำนักงานสรรพสามิตภาคหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานอื่นที่มิใช่กรมสรรพสามิต

ให้สำนักงานสรรพสามิตภาคในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบ

มีอำนาจพิจารณาคำร้องขอทุเลาการชำระภาษีนั้น

คำร้องขอทุเลาการชำระภาษีในชั้นอุทธรณ์การประเมินภาษีที่เกิดจากการประเมินภาษีโดยพนักงานเจ้าหน้าที่สังกัดสำนักตรวจสอบ

ป้องกันและปราบปราม หรือคำร้องขอทุเลาการชำระภาษีในชั้นการฟ้องคดีต่อศาล

ให้ผู้แทนอธิบดีมีอำนาจพิจารณาคำร้องขอทุเลาการชำระภาษีนั้น

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ ในกรณีที่ผู้อุทธรณ์มิได้ยื่นคำร้องขอทุเลาการชำระภาษีในชั้นอุทธรณ์การประเมินภาษีพร้อมกับคำอุทธรณ์ตามความในข้อ

๒๓ วรรคสอง หากผู้มีอำนาจพิจารณาคำร้องขอทุเลาการชำระภาษีตามความในข้อ ๒๔

เห็นเป็นการสมควร อาจรับคำร้องขอทุเลาการชำระภาษีที่ได้ยื่นไว้ในภายหลังการยื่นคำอุทธรณ์ไว้พิจารณาก็ได้

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ ผู้ยื่นคำร้องขอทุเลาการชำระภาษีต้องยื่นหรือนำส่งหลักประกันการชำระภาษีต่ออธิบดี

ซึ่งมีจำนวน ราคา หรือมูลค่าที่คุ้มกับค่าภาษีที่ต้องชำระ

เพื่อใช้เป็นประกันการชำระภาษี ดังต่อไปนี้

๒๖.๑ หนังสือสัญญาค้ำประกันของธนาคารพาณิชย์ที่จดทะเบียนตามกฎหมายไทยโดยให้ธนาคารออกหนังสือสัญญาค้ำประกันตามแบบหนังสือสัญญาค้ำประกันของธนาคาร

(แบบ ทล. ๒) ที่กำหนดท้ายประกาศนี้

๒๖.๒ อสังหาริมทรัพย์ โดยจดทะเบียนจำนองเป็นประกันไว้ต่อกรมสรรพสามิต

๒๖.๓ พันธบัตรรัฐบาล โดยจดทะเบียนจำนำเป็นประกันไว้ต่อกรมสรรพสามิต

๒๖.๔

สมุดเงินฝากประจำธนาคารพาณิชย์ของผู้ยื่นคำร้องขอทุเลาการชำระภาษี โดยต้องมีหนังสือยินยอมของผู้ยื่นคำร้องขอทุเลาการชำระภาษีให้ระงับการทำนิติกรรมที่เกี่ยวกับการจำหน่าย

จ่าย โอน เงินในบัญชีเงินฝากที่นำมาเป็นหลักประกัน และหนังสือของธนาคารที่รับรองยอดเงินฝาก

ยืนยันการปลอดภาระผูกพัน

พร้อมทั้งให้แจ้งผลการระงับการทำนิติกรรมเพื่อกรมสรรพสามิตจากธนาคารพาณิชย์นั้น

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ ในกรณีที่ผู้ยื่นคำร้องขอทุเลาการชำระภาษีได้ยื่นหลักประกันตามความในข้อ

๒๖.๑ และหรือข้อ ๒๖.๔ ให้ผู้มีอำนาจพิจารณาคำร้องขอทุเลาการชำระภาษีตามความในข้อ ๒๔

มีหนังสือเพื่อยืนยันหรือรับรองความผูกพันหรือความมีอยู่จริงของหลักประกันนั้นไปยังธนาคารพาณิชย์ผู้ออกหลักประกันหรือมีความเกี่ยวข้องกับหลักประกัน

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ ในกรณีที่ผู้ยื่นคำร้องขอทุเลาการชำระภาษีได้ยื่นหลักประกันตามความในข้อ

๒๖ ในจำนวนที่คุ้มกับจำนวนภาษีที่ต้องชำระ

ให้ผู้มีอำนาจพิจารณาคำร้องขอทุเลาการชำระภาษีสั่งทุเลาการชำระภาษีทั้งหมด

แต่ในกรณีที่หลักประกันไม่คุ้มกับจำนวนภาษีที่ต้องชำระ

ผู้มีอำนาจพิจารณาคำร้องขอทุเลาการชำระภาษีอาจสั่งไม่ทุเลาหรือสั่งให้ทุเลาการชำระภาษีบางส่วนได้ตามที่เห็นสมควรแก่กรณี

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ ให้เจ้าหน้าที่ผู้ได้รับมอบหมายให้พิจารณาคำร้องขอทุเลาการชำระภาษี

พิจารณาและนำเสนอความเห็นต่อผู้มีอำนาจพิจารณาคำร้องขอทุเลาการชำระภาษีตามความในข้อ

๒๔ ภายใน ๖๐ วัน นับแต่วันที่ได้รับเรื่องคำร้องขอทุเลานั้น

เว้นแต่กรณีมีเหตุจำเป็นจนไม่สามารถปฏิบัติตามกำหนดเวลาดังกล่าวได้

ให้เจ้าหน้าที่รายงานชี้แจงเหตุผลความจำเป็นต่อผู้มีอำนาจพิจารณาคำร้องขอทุเลาการชำระภาษี

เพื่อขอขยายเวลาออกไปได้อีกครั้งละไม่เกิน ๓๐ วัน

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐ เมื่อผู้มีอำนาจพิจารณาคำร้องขอทุเลาการชำระภาษีตามความในข้อ

๒๔ ได้พิจารณาและสั่งการเป็นประการใดแล้ว

ให้จัดทำหนังสือแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำร้องขอทุเลาทราบโดยด่วนที่สุด

โดยให้แจ้งสิทธิอุทธรณ์ผลการพิจารณาภายใน ๑๕ วัน

นับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่งตามความในมาตรา ๔๔

แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ ทั้งนี้การแจ้งหนังสือดังกล่าวให้ปฏิบัติให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการตามความในมาตรา

๑๑ แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๖๐ อย่างเคร่งครัด

ให้สำเนาหนังสือแจ้งผลการพิจารณาแจ้งให้หน่วยงานที่ควบคุมการบังคับชำระภาษีค้างทราบภายใน

๓ วัน นับแต่วันที่ผู้ยื่นคำร้องขอทุเลาการชำระภาษีได้รับหนังสือแจ้งผลการพิจารณาตามความในวรรคหนึ่ง

หมวด

เรื่องอื่น

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑ ให้ผู้แทนอธิบดีมีอำนาจออกระเบียบ

คำสั่ง แนวปฏิบัติ หนังสือเวียน หรือหนังสือสั่งการอื่นใด

เพื่อให้การปฏิบัติการตามประกาศนี้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒ ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติหรือการดำเนินการตามประกาศนี้

ให้อธิบดีเป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาด

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓ การยื่นคำคัดค้านการประเมินภาษีและการยื่นอุทธรณ์คำวินิจฉัยคำคัดค้านที่ได้ยื่นไว้ตามพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต

พ.ศ. ๒๕๒๗ ที่อยู่ระหว่างการพิจารณา

ให้ถือเป็นการยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต

พ.ศ. ๒๕๖๐

และให้ถือว่าระยะเวลาในการพิจารณาอุทธรณ์เริ่มนับตั้งแต่วันที่พระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต

พ.ศ. ๒๕๖๐ ใช้บังคับ

มาตรา ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่

๑๖ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๐ เป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ ๑๖ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๐

สมชาย พูลสวัสดิ์

อธิบดีกรมสรรพสามิต

เอกสารแนบท้าย

๑. คำอุทธรณ์การประเมินภาษีสรรพสามิต ตามมาตรา ๙๓

แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๖๐ (อส. ๑)

๒. คำอธิบายและข้อพึงปฏิบัติ

๓. ใบรับคำอุทธรณ์ (กรณีคำอุทธรณ์ถูกต้องครบถ้วน) (อส. ๒)

๔. ใบรับคำอุทธรณ์ (กรณีคำอุทธรณ์ไม่ถูกต้องครบถ้วน)

(อส. ๓)

๕. ใบรับเอกสารหลักฐานเพิ่มเติม (อันเนื่องจากคำอุทธรณ์ที่ยื่นไม่ถูกต้องครบถ้วน)

(อส. ๔)

๖. หนังสือแจ้งสิทธิในการนำส่งเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมกรณีตรวจพบในภายหลังว่าคำอุทธรณ์/เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมที่ได้รับไว้ยังไม่ถูกต้องครบถ้วน

(อส. ๕)

๗. บัญชีแสดงการรับอุทธรณ์ไว้พิจารณา ประจำปี (อส. ๖)

๘. บันทึกถ้อยคำ (อส. ๗)

๙. หนังสือเรียก ตามมาตรา ๙๖ วรรคหนึ่ง

แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๖๐ (อส. ๘)

๑๐. สารบัญรายการเอกสารหลักฐาน การพิจารณาอุทธรณ์การประเมินภาษีสรรพสามิต

(อส. ๙)

๑๑. บันทึกข้อความ (อส. ๑๐)

๑๒. บันทึกคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ เรื่อง

การอนุมัติให้ขยายระยะเวลาในการพิจารณาอุทธรณ์การประเมินภาษี (อส. ๑๑)

๑๓. คำวินิจฉัยอุทธรณ์การประเมินภาษีสรรพสามิต ตามมาตรา ๙๙ วรรคสาม

แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๖๐ (อส. ๑๒)

๑๔. บัญชีคำวินิจฉัยอุทธรณ์การประเมินภาษีสรรพสามิต (อส. ๑๓)

๑๕. คำร้องขอทุเลาการชำระภาษีสรรพสามิต ตามมาตรา

๑๐๐ แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๖๐ (ทล. ๑)

๑๖. หนังสือสัญญาค้ำประกันของธนาคาร (ทล. ๒)

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

พัชรภรณ์/จัดทำ

ตุลาคม ๒๕๖๑

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๕/ตอนพิเศษ

๑๑๙ ง/หน้า ๑๘๕ (เล่มที่ ๒)/๒๔ พฤษภาคม

๒๕๖๑

34 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศกรมสรรพสามิต เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการอุทธรณ์การประเมินภาษี พ.ศ. 2560 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_970633d800d1d17d

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com