ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย
ที่ สนส. 09/2551
เรื่อง การอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ลงทุนในตราสาร Collateralized Debt Obligation
อื่นๆ - 1. เหตุผลในการออกประกาศ
ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ออกประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ลงทุนในตราสาร Collateralized Debt Obligation (CDO) ได้ตั้งแต่ปี 2547 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ธนาคารพาณิชย์มีทางเลือกในการลงทุนในตราสารทางการเงินใหม่ที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยที่ธนาคารพาณิชย์ที่จะลงทุนดังกล่าวจะต้องมีความรู้ความสามารถ และมีระบบบริหารความเสี่ยงที่สามารถรองรับการทําธุรกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ เหมาะสมและเพียงพอ ตลอดจนมีการบันทึกบัญชีและการประเมินมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนในตราสารดังกล่าวที่สามารถสะท้อนความเสี่ยงที่ถูกต้องสอดคล้องตามมาตรฐานการบัญชี
จากภาวะความผันผวนที่เพิ่มขึ้นในตลาดการเงินโลก ธนาคารแห่งประเทศไทยเห็นความสําคัญของการติดตามการลงทุนในตราสาร CDO ของธนาคารพาณิชย์ให้ใกล้ชิดมากขึ้นจึงได้กําหนดหลักเกณฑ์ให้ธนาคารพาณิชย์ถือปฏิบัติตามประกาศฉบับนี้แทน ซึ่งมีสาระสําคัญเหมือนกับประกาศฉบับเดิม แต่ได้เพิ่มข้อกําหนดให้มีการรายงานข้อมูลที่เกี่ยวข้องในการทําธุรกรรมตามรายละเอียดที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนดและต้องจัดส่งรายงานดังกล่าวให้ธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นประจําทุกไตรมาสภายในวันสิ้นเดือนนับจากวันสิ้นไตรมาสแทนการจัดเก็บข้อมูลไว้ที่ธนาคารพาณิชย์ หรือจัดส่งให้ธนาคารแห่งประเทศไทย เมื่อมีการร้องขอเพื่อให้ธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจสอบ
อื่นๆ - 2. อํานาจตามกฎหมาย
อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 36 และมาตรา 71 แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 ธนาคารแห่งประเทศไทยอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ลงทุนในตราสาร Collateralized Debt Obligation ตามหลักเกณฑ์ในประกาศนี้
อื่นๆ - 3. ขอบเขตการบังคับใช้
ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับกับธนาคารพาณิชย์ตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงินทุกธนาคาร ยกเว้นธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อย
อื่นๆ - 4. ประกาศและหนังสือเวียนที่ยกเลิก
ประกาศและหนังสือเวียนที่ยกเลิก ตามเอกสารแนบ 1
อื่นๆ - 5. เนื้อหา
5.1 ในประกาศฉบับนี้
"ตราสาร Collateralized Debt Obligation (CDO)" หมายความว่า ตราสารที่ออกโดยนิติบุคคลเฉพาะกิจเพื่อการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ที่มีสินทรัพย์อ้างอิงกระจายตัวอยู่ในอุตสาหกรรมต่างประเภท หรือต่างภูมิภาคกัน และมีข้อตกลงว่าจะจ่ายคืนเงินต้นและผลตอบแทนทั้งหมดหรือบางส่วนให้กับผู้ทรงตราสารโดยอ้างอิงกับเงื่อนไขหรือเหตุการณ์ที่เกี่ยวกับความสามารถในการชําระหนี้ (Credit Event) ของกลุ่มสินทรัพย์อ้างอิงที่กําหนดไว้ คุณภาพของกลุ่มสินทรัพย์อ้างอิง และลําดับของสิทธิที่กําหนดไว้ในตราสาร
สําหรับสินทรัพย์อ้างอิงตามวรรคแรก อาจเป็นบัญชีลูกหนี้หรือตราสารหนี้ (Cash flow CDO) หรือเป็นการทําข้อตกลงรับประกันความเสี่ยงด้านเครดิต (Synthetic CDO) เช่น สัญญา Credit Default Swap โดยผู้ออกตราสาร CDO จะนําเงินที่ได้รับจากการออกขายตราสารไปลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลหรือตราสารหนี้ชั้นดี หรือฝากกับสถาบันการเงินที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือตามที่กําหนดก็ได้
"ธนาคารพาณิชย์" หมายความว่า ธนาคารพาณิชย์ตามมาตรา 4 ของพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 ยกเว้นธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อย
"คณะกรรมการธนาคาร" หมายความว่า คณะกรรมการของธนาคารพาณิชย์ที่จดทะเบียนในประเทศหรือคณะผู้บริหารที่มีอํานาจหน้าที่ความรับผิดชอบที่เกี่ยวข้องในกรณีของสาขาของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศ
5.2 ขอบเขตของธุรกรรมที่ได้รับอนุญาต
5.2.1 ให้ธนาคารพาณิชย์ลงทุนในตราสาร CDO ที่ออกโดยนิติบุคคลเฉพาะกิจที่จัดตั้งขึ้นเพื่อทําธุรกรรม CDO ซึ่งมีถิ่นที่อยู่ทั้งในและนอกประเทศ หรือคู่สัญญาที่ธนาคารแห่งประเทศไทยจะกําหนดเพิ่มเติมเท่านั้น
5.2.2 ธนาคารพาณิชย์ที่ประสงค์จะลงทุนในตราสาร CDO จะต้องลงทุนเฉพาะในตราสารที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือตั้งแต่ระดับ BBB ขึ้นไปหรือเทียบเท่าจากสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ได้รับความเห็นชอบจากสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์หรือสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ได้รับการยอมรับจากสากลในกรณีที่เป็นตราสารซึ่งออกขายในต่างประเทศ ทั้งนี้ หากภายหลังตราสารดังกล่าวถูกลดอันดับความน่าเชื่อถือลงจนต่ํากว่าระดับ BBB ธนาคารพาณิชย์จะสามารถถือตราสารต่อไปได้ต่อเมื่อได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการธนาคารเท่านั้น โดยธนาคารพาณิชย์ต้องเก็บหลักฐานในการอนุมัติดังกล่าวไว้ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจสอบด้วย
5.2.3 ธนาคารพาณิชย์จะลงทุนในตราสาร Synthetic CDO ได้ เฉพาะในกรณีที่นิติบุคคลเฉพาะกิจที่จัดตั้งขึ้นเพื่อทําธุรกรรม CDO จะนําเงินที่ได้รับจากการออกขายตราสารดังกล่าวไปลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลหรือตราสารหนี้ชั้นดีหรือฝากกับสถาบันการเงินที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือตั้งแต่ระดับ A4 หรือเทียบเท่าขึ้นไป จากสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ได้รับความเห็นชอบจากสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์หรือสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ได้รับการยอมรับจากสากลในกรณีที่เป็นตราสารซึ่งออกขายในต่างประเทศ หรือพันธบัตรรัฐบาลไทย
5.2.4 ห้ามมิให้ธนาคารพาณิชย์ลงทุนในตราสาร CDO ที่มีสินทรัพย์อ้างอิงดังต่อไปนี้ เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นรายกรณี
(1) ลูกหนี้เงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์ (บัญชีมาร์จิ้น)
(2) ตราสารที่นับเข้าเป็นเงินกองทุนของธนาคารพาณิชย์ผู้ลงทุน
(3) ตราสาร CDO
5.3 หลักเกณฑ์ในการทําธุรกรรมที่ได้รับอนุญาต
5.3.1 การบริหารความเสี่ยง
(1) ในการลงทุนในตราสาร CDO ธนาคารพาณิชย์จะต้องมีการบริหารความเสี่ยงที่เกิดจากการทําธุรกรรมอย่างมีประสิทธิภาพและเหมาะสม สอดคล้องกับลักษณะ ปริมาณและความซับซ้อนของการทําธุรกรรม โดยจะต้องถือปฏิบัติตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การบริหารความสี่ยงสําหรับธุรกรรมอนุพันธ์ อย่างเคร่งครัด และจะต้องให้ความสําคัญในเรื่องต่าง ๆ ดังนี้
(1.1) ธนาคารพาณิชย์จะต้องจัดทําระเบียบผลิตภัณฑ์ (Product Program) สําหรับตราสาร CDO ทุกประเภท ซึ่งจะต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการธนาคารก่อนที่จะทําธุรกรรมประเภทใหม่ทุกครั้ง โดยต้องจัดเก็บไว้เพื่อให้ธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจสอบหรือนําส่งธนาคารแห่งประเทศไทยเมื่อร้องขอ ตามรายละเอียด ดังนี้
(1.1.1) สําหรับธุรกรรมที่มียอดคงค้างอยู่ก่อนวันที่ประกาศฉบับนี้มีผลบังคับใช้ และธนาคารพาณิชย์ไม่ประสงค์จะทําธุรกรรมดังกล่าวเพิ่มเติม
(1.1.1.1) หากสัญญาครบกําหนดก่อนวันที่ 30 มิถุนายน 2552 ธนาคารพาณิชย์ไม่ต้องจัดทําระเบียบผลิตภัณฑ์สําหรับธุรกรรมดังกล่าว
(1.1.1.2) หากสัญญาครบกําหนดภายหลังวันที่ 30 มิถุนายน 2552 ธนาคารแห่งประเทศไทยผ่อนผันให้ธนาคารพาณิชย์จัดทําระเบียบผลิตภัณฑ์สําหรับธุรกรรมดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2552
(1.1.2) สําหรับธุรกรรมประเภทเดิมที่ธนาคารพาณิชย์เคยทํามาก่อนวันที่ประกาศฉบับนี้มีผลใช้บังคับ หากธนาคารพาณิชย์ประสงค์จะทําธุรกรรมดังกล่าวเพิ่มเติมโดยยังไม่มีระเบียบผลิตภัณฑ์ตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด และสําหรับธุรกรรมประเภทใหม่ที่ธนาคารพาณิชย์ยังไม่เคยทํามาก่อนวันที่ประกาศฉบับนี้มีผลใช้บังคับ ธนาคารพาณิชย์จะต้องจัดทําระเบียบผลิตภัณฑ์ให้ครบถ้วนตามเกณฑ์ก่อนที่จะลงทุนในตราสาร CDO นั้น
(1.2) ธนาคารพาณิชย์จะต้องไม่ทําธุรกรรมที่ยังไม่สามารถประเมินมูลค่ายุติธรรมได้อย่างน่าเชื่อถือตามวิธีการที่กําหนดในมาตรฐานการบัญชีไทยหรือมาตรฐานการบัญชีระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง
(1.3) ธนาคารพาณิชย์ที่จะลงทุนในตราสาร CDO ตามที่ได้รับอนุญาตในประกาศฉบับนี้ จะต้องมีฐานะการเงินที่มั่นคงและมีเงินกองทุนเพียงพอที่จะรองรับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงของอันดับความน่าเชื่อถือ ความสามารถในการชําระคืนหนี้ ตัวแปรด้านตลาด หรือความเสี่ยงด้านคู่สัญญา จากการลงทุนในตราสาร CDO ทั้งในภาวะปกติและภาวะที่ตลาดมีความผันผวนสูง ทั้งนี้ เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการธนาคารจะต้องกําหนดวิธีการที่ใช้ในการพิจารณาฐานะและเงินกองทุน ณ วันที่ต้องการลงทุน เพื่อพิจารณาถึงความเพียงพอของเงินกองทุนก่อนการลงทุน และผู้บริหารระดับสูงที่เกี่ยวข้องจะต้องดูแลให้มีการปฏิบัติตามวิธีการดังกล่าวก่อนการลงทุนทุกครั้ง
(2) การพิจารณาระบบบริหารความเสี่ยงว่ามีประสิทธิภาพเพียงพอที่จะรองรับการลงทุนใน CDO ประเภทต่าง ๆ เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการและผู้บริหารระดับสูงของธนาคารพาณิชย์ที่จะต้องประเมินประสิทธิภาพของธนาคารพาณิชย์เอง โดยจะต้องนําผลการจัดระดับความเสี่ยงรวมด้านตลาด และด้านปฏิบัติการ ที่ได้รับจากการตรวจสอบประจําปีของธนาคารแห่งประเทศไทยมาพิจารณาประกอบด้วย ทั้งนี้ จะต้องไม่มีข้อสังเกตในเรื่องธรรมาภิบา และการปฏิบัติตามคําสั่งการของธนาคารแห่งประเทศไทยอย่างมีนัยสําคัญด้วย
5.3.2 การป้องกันผลกระทบที่อาจมีต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการเงิน
(1) การลงทุนในตราถาร CDO รวมทั้งการบริหารความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องให้ธนาคารพาณิชย์ปฏิบัติตามหนังสือดังต่อไปนี้ หรือที่แก้ไขหรือกําหนดเพิ่มเติม โดยถือเป็นหลักเกณฑ์ในการประกอบธุรกิจนี้ด้วย
(1.1) ประกาศและหนังสือเวียนของเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงินที่เกี่ยวข้อง ตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยจะกําหนดต่อไป
(1.2) มาตรการป้องปรามการเก็งกําไรค่าเงินบาทของธนาคารแห่งประเทศไทย
(1.2.1) หนังสือที่ นต. (ว) 31/2541 เรื่อง หลักปฏิบัติในการปล่อยสภาพคล่องเงินบาทให้แก่ผู้มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ ลงวันที่ 1 ธันวาคม 2541
(1.2.2) หนังสือที่ ธปท.ฝกช. (02)ว. 371/2551 เรื่อง ขอความร่วมมือปฏิบัติตามมาตรการป้องปรามการเก็งกําไรค่าเงินบาท ลงวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2551
(1.3) หนังสืออื่นๆ ที่ ธปท. กําหนดเพิ่มเติม
(2) การลงทุนในตราสาร CDO รวมทั้งการป้องกันความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องธนาคารพาณิชย์จะต้องถือปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบว่าด้วยการควบคุมการแลกเปลี่ยนเงินอย่างเคร่งครัด
5.3.3. การบันทึกบัญชีและการเปิดเผยข้อมูล
(1) ธนาคารพาณิชย์จะต้องจัดประเภทเงินลงทุน บันทึกบัญชี บันทึกการด้อยค่าและเปิดเผยข้อมูลการลงทุนในตราสาร CDO ให้ถูกต้องตามมาตรฐานการบัญชีไทยในเรื่องที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด ซึ่งในขณะที่ยังไม่มีมาตรฐานการบัญชีไทยในเรื่องดังกล่าว ให้ธนาคารพาณิชย์ปฏิบัติตามมาตรฐานการบัญชีระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง โดยในเรื่องของการจัดประเภทเงินลงทุนและบันทึกบัญชีสําหรับตราสาร CDO สามารถสรุปได้ตามเอกสารแนบ 2
(2) ในการพิจารณาจัดประเภทเงินลงทุนและบันทึกบัญชีสําหรับตราสาร CDO ตาม 5.3.3 (1) นั้น ธนาคารพาณิชย์จะต้องพิจารณาทั้งรูปแบบและเนื้อหาในสัญญาร่วมกับความตั้งใจและความสามารถในการลงทุน รวมทั้งพิจารณาความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดระหว่างอนุพันธ์แฝงและตราสารหลักประกอบด้วย ซึ่งธนาคารพาณิชย์จะต้องจัดทํากระบวนการที่ใช้ในการพิจารณาจัดประเภทและบันทึกบัญชี ตลอดจนจัดเก็บหลักฐาน เอกสารต่าง ๆ ที่ใช้ประกอบการพิจารณาดังกล่าวไว้เพื่อให้ผู้สอบบัญชีและธนาคารแห่งประเทศไทยใช้ในการตรวจสอบ หรือนําส่งเมื่อมีการร้องขอด้วย
5.3.4 การจัดเก็บข้อมูลและการรายงาน
(1) ธนาคารพาณิชย์ที่ลงทุนในตราสาร CDO จะต้องจัดเก็บเอกสารหลักฐานในการลงทุนดังกล่าวไว้ที่ธนาคารพาณิชย์เอง เพื่อให้ธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจสอบหรือจัดส่งสําเนาให้แก่ธนาคารแห่งประเทศไทยเมื่อมีการร้องขอ ซึ่งรวมถึงข้อมูลตาม (2) และรายละเอียดอื่นๆ ที่สําคัญด้วย ได้แก่ ลักษณะและโครงสร้างของธุรกรรม รวมทั้งลักษณะพิเศษ(ถ้ามี) สินทรัพย์อ้างอิงทั้งหมดในกลุ่ม จัดให้มีข้อมูลเกี่ยวกับระดับความน่าเชื่อถือของตราสารอย่างน้อยเป็นรายไตรมาส และเอกสารสัญญาต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง
(2) ธนาคารพาณิชย์ที่ลงทุนในตราสาร CDO ต้องจัดเก็บข้อมูลที่เกี่ยวข้องในการทําธุรกรรม โดยมีรายละเอียดของข้อมูลที่สําคัญ ได้แก่ เลขที่อ้างอิง วันที่ทําธุรกรรม วันครบกําหนดของตราสาร วัตถุประสงค์ ประเภทของธุรกรรม ฐานะการทําธุรกรรมคู่สัญญา ประเภทของสินทรัพย์อ้างอิง สกุลเงินของสินทรัพย์อ้างอิง สกุลเงินของตราสาร ระดับความน่าเชื่อถือของตราสาร จํานวนเงิน มูลค่ายุติธรรมของธุรกรรม และผลกําไรบาดทุน ในรูปของสื่อคอมพิวเตอร์ตามแบบรายงานการทําธุรกรรม Credit Derivatives ที่กําหนดไว้ในประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยการอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ทําธุรกรรม Credit Derivativesและจัดส่งให้ธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นประจําทุกไตรมาสภายในวันสิ้นเดือนนับจากวันสิ้นไตรมาส ผ่านทางระบบบริหารข้อมูลผ่านทางช่องทาง DMS DA (Extranet)
5.3.5 การกํากับดูแล
(1) เพื่อความระมัดระวังในการพิจารณาฐานะ และความเพียงพอของเงินกองทุนของธนาคารพาณิชย์ ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนดหลักเกณฑ์เพิ่มเติมสําหรับการอนุญาตธุรกรรมตามประกาศฉบับนี้ โดยให้ธนาคารพาณิชย์ปฏิบัติดังนี้
(1.1) ให้ประเมินมูลค่ายุติธรรมของธุรกรรมดังต่อไปนี้อย่างต่อเนื่องเป็นประจําทุกวันสิ้นเดือน ไม่ว่าธุรกรรมดังกล่าวจะจัดอยู่ในบัญชีเพื่อการค้าหรือบัญชีเพื่อการธนาคารก็ตาม
(1.1.1) อนุพันธ์แฝง หรือธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝงทั้งจํานวนในกรณีที่ไม่สามารถประเมินมูลค่ายุติธรรมส่วนที่เป็นอนุพันธ์แฝงได้อย่างน่าเชื่อถือ
(1.1.2) ธุรกรรม Synthetic Collateralized Debt Obligations,Credit Linked Notes, first to default Credit Linked Notes, Proportionate Credit Linked Notes
(1.1.3) ธุรกรรมอื่นในบัญชีเพื่อการค้าทั้งหมด
(1.1.4) ธุรกรรมที่ใช้ในการป้องกันความเสี่ยง (Hedging Instruments) สําหรับธุรกรรมตามกล่าวข้างต้น (ถ้ามี)
ในการประเมินมูลค่ายุติธรรมตามวรรคหนึ่ง หากปรากฏว่ามีผลขาดทุนสุทธิให้นําผลขาดทุนสุทธิดังกล่าวมาหักออกจากเงินกองทุน ณ สิ้นงวดการบัญชีล่าสุดของธนาคารพาณิชย์ ถ้ามีผลทําให้อัตราส่วนเงินกองทุนต่ํากว่าเกณฑ์ที่กฎหมายกําหนด ธนาคารพาณิชย์จะต้องดําเนินการตามขั้นตอนการปฏิบัติที่ได้กําหนดไว้ ซึ่งจะต้องกําหนดไว้อย่างละเอียดชัดเจน เป็นลายลักษณ์อักษร โดยรวมถึงการกําหนดเกี่ยวกับการรายงานบุคคลที่เกี่ยวข้องตามระดับความรุนแรงและระยะเวลาในการดําเนินการในแต่ละขั้นตอนด้วย สําหรับปัญหาที่รุนแรงจะต้องรายงานต่อคณะกรรมการธนาคารเพื่อพิจารณาสั่งการและเร่งดําเนินการแก้ไข รวมทั้งจะต้องแจ้งให้ธนาคารแห่งประเทศไทยทราบถึงแนวทางการแก้ปัญหาด้วย
(1.2) ในกรณีที่ธนาคารพาณิชย์จะลงทุนใน CDO เพิ่มเติมธนาคารพาณิชย์จะต้องประเมินมูลค่ายุติธรรม ณ สิ้นวันก่อน ของธุรกรรมตามข้อ 5.3.5 (1.1.1) ถึงข้อ 5.3.5 (1.14) ถ้ามีผลขาดทุนสุทธิให้นํามาหักออกจากเงินกองทุน ณ สิ้นงวดการบัญชีล่าสุดของธนาคารพาณิชย์ ทั้งนี้ เงินกองทุนที่คํานวณได้จะต้องไม่ต่ํากว่าอัตราตามที่กฎหมายกําหนดและมีเพียงพอที่จะรองรับ CDO ที่ต้องการจะลงทุนเพิ่ม มิฉะนั้น ธนาคารพาณิชย์จะทําธุรกรรมดังกล่าวไม่ได้
(2) ธนาคารพาณิชย์ที่ลงทุนในตราสาร CDO จะต้องดูแลให้สัญญามีผลบังคับตามกฎหมาย และ จะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การดํารงเงินกองทุนและหลักเกณฑ์การกํากับลูกหนี้รายใหญ่ ตามที่กําหนดในเอกสารแนบ 3 รวมทั้งหลักเกณฑ์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการกํากับดูแลธุรกรรมนี้ตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด
5.3.6 ข้อกําหนดอื่น
ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจมีความจําเป็นต้องพิจารณาเปลี่ยนแปลงกรอบหรือหลักเกณฑ์ในการทําธุรกรรมหรือการกํากับดูแลธนาคารพาณิชย์สําหรับการลงทุนในตราสาร CDO ในอนาคตตามความเหมาะสม รวมทั้งสงวนสิทธิในการระงับการลงทุน จํากัด ปริมาณธุรกรรม การกําหนดให้สํารองเพิ่มเดิม หรือมาตรการอื่นใด ในกรณีที่พบว่าธนาคารพาณิชย์ใดไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กําหนด หรือตรวจสอบพบการถือปฏิบัติของธนาคารพาณิชย์ใดที่ไม่รัดกุมหรือไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ
อื่นๆ - 6. วันเริ่มต้นบังคับใช้
ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 3 สิงหาคม 2551
(นางธาริษา วัฒนเกส)
ผู้ว่าการ
ธนาคารแห่งประเทศไทย