ข้อ ๙ สัตต เครื่องแบบปฏิบัติราชการ ประกอบด้วย
(๑) หมวก
ชายให้ใช้หมวกได้ ๒ แบบ
แบบที่ ๑ หมวกทรงหม้อตาลสีกากี กะบังหน้าทำด้วยหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีดำ
สายรัดคางหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีดำ กว้าง ๑ เซนติเมตร มีดุมโลหะสีทองตราครุฑพ่าห์ขนาดเล็กติดที่ข้างหมวกข้างละ
๑ ดุม ผ้าพันหมวกสีกากี ที่หน้าหมวดติดตราครุฑพ่าห์ภายใน
บัวกระหนกทำด้วยโลหะสีทองสูง ๖.๕ เซนติเมตร
แบบที่ ๒ หมวกแก๊ปทรงอ่อนสีกากี
หน้าหมวกติดตราครุฑพ่าห์ปักดิ้นสีทองสูง ๔.๕ เซนติเมตร
หญิงให้ใช้หมวดได้ ๓ แบบ
แบบที่ ๑
อนุโลมตามหมวกของชายแบบที่ ๑ แต่เป็นทรงอ่อน
แบบที่ ๒
หมวกแก๊ปทรงอ่อนพับปีกสีกากี สายรัดคางสีทอง กว้าง ๑ เซนติเมตร มีดุมโลหะสีทองตราครุฑพ่าห์ขนาดเล็กติดที่ข้างหมวกข้างละ
๑ ดุม ผ้าพันหมวกสีกากี หน้าหมวกติดตราครุฑพ่าห์ปักดิ้นสีทอง สูง ๔.๕ เซนติเมตร
บนหมอนสีกากี
แบบที่ ๓ หมวกหนีบสีกากี
ด้านหน้ามีดุมโลหะสีทองตราครุฑพ่าห์ขนาดเล็ก ๒ ดุม ติดซ้อนกันมีตราครุฑพ่าห์ภายในบัวกระหนกสูง
๔.๕ เซนติเมตร ติดที่ด้านซ้ายเหนือขอบหมวกห่างจากมุมพับด้านหน้าหมวกประมาณ ๔
เซนติเมตร
การสวมหมวก ให้สวมในโอกาสอันควร
(๒) เสื้อ
ชายให้ใช้เสื้อคอพับ สีประเภทสีกากีแขนยาวรัดข้อมือมีดุมที่ข้อมือข้างละ
๑ ดุม หรือแขนสั้น มีกระเป๋าเย็บติดที่หน้าอกเสื้อข้างละ ๑ กระเป๋า เป็นกระเป๋าเสื้อมีแถบอยู่ตรงกลางตามทางดิ่งกว้าง
๓.๕ เซนติเมตร มีใบปกกระเป๋ารูปมนชายกลางแหลม หรือเป็นกระเป๋าเสื้อชนิดไม่มีแถบกลางกระเป๋าและใบปกกระเป๋าเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า
มุมกระเป๋าและมุมปกกระเป๋าเป็นรูปตัดพองาม ที่ปากกระเป๋าทั้งสองข้างติดดุมข้างละ ๑
ดุม สำหรับขัดใบปกกระเป๋า ตัวเสื้อผ่าอกตลอด มีสาบกว้าง ๓.๕ เซนติเมตร
ติดดุมตามแนวอกเสื้อ ๕ ดุม ระยะห่างกันพอสมควร และติดเครื่องหมายแสดงสังกัดที่ปกคอเสื้อด้านหน้าทั้งสองข้างที่ไหล่เสื้อประดับอินทรธนูสีเดียวกับเสื้อยาวตามความยาวของบ่าเย็บติดกับเสื้อเหนือบ่าทั้งสองข้างจากไหล่ไปคอ
ปลายมน ด้านไหล่กว้าง ๔ เซนติเมตร ด้านคอกว้าง ๓ เซนติเมตร
ตอนปลายขัดดุมติดกับตัวเสื้อ
ในโอกาสไปงานพิธี ให้ใช้เสื้อคอพับสีประเภทสีกากีแขนยาว
ผูกผ้าผูกคอสีดำเงื่อนกะลาสี สอดชายผ้าผูกคอไว้ภายในเสื้อใต้ดุมเม็ดที่สอง
ดุมที่ใช้กับเสื้อ
มีลักษณะเป็นรูปกลมแบนทำด้วยวัตถุสีเดียวกับสีเสื้อ
ผู้ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์
ให้ประดับแพรแถบเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่อกเสื้อเหนือกระเป๋าบนซ้าย
หญิงให้ใช้เสื้อได้ ๓ แบบ
แบบที่ ๑ อนุโลมตามแบบเสื้อของชาย
แบบที่ ๒ เสื้อคอพับ สีประเภทสีกากีอ่อนกว่ากระโปรงหรือสีเดียวกับกระโปรงผ่าอกตลอดตัวเสื้อ
มีสาบกว้างประมาณ ๒.๕ เซนติเมตร แขนยาวรัดข้อมือ ขอบปลายแขนกว้างประมาณ ๕ เซนติเมตร
หรือแขนสั้นเหนือข้อศอกเล็กน้อย ตลบชายกว้างประมาณ ๕ เซนติเมตร เดินคิ้วด้านหน้าเสื้อต่อจากเส้นบ่า
มีตะเข็บผ่านกลางอกยาวตลอดตัวทั้งสองด้าน มีดุม ๕ ดุม ด้านหลังจากเส้นต่อบ่าหลัง มีตะเข็บผ่านตามตัว
เสื้อทั้งสองด้านเช่นเดียวกับด้านหน้า ติดเครื่องหมายแสดงสังกัดที่ปกคอเสื้อด้านหน้าทั้งสองข้าง
ที่ไหล่เสื้อประดับอินทรธนูสีเดียวกับเสื้อยาวตามความยาวของบ่าเย็บติดกับเสื้อเหนือบ่าทั้งสองข้างจากไหล่ไปคอปลายมน
ด้านไหล่กว้าง
๔ เซนติเมตร ด้านคอกว้าง ๓ เซนติเมตรตอนปลายขัดดุมติดกับตัวเสื้อ
การสวมสอดชายเสื้อไว้ในขอบกระโปรง
แบบที่ ๓ เสื้อคอพับปล่อยเอว สีประเภทสีกากีสีเดียวกับกระโปรงหรือกางเกง
ผ่าอกตลอดตัวเสื้อ ไม่มีสาบ ด้านหน้ามีคิ้วตามสาบ มีดุม ๔ ดุม แขนยาวหรือแขนสั้น
ตลบชายกว้างประมาณ ๕ เซนติเมตร มีคิ้วหน้าหลังเช่นเดียวกับแบบที่ ๒
และมีเส้นแนวตะเข็บเช่นเดียวกับแบบที่ ๒ ทั้งหน้าหลัง ความยาวของเสื้อให้คลุมสะโพกพองาม
ติดเครื่องหมายสังกัดที่ปกคอเสื้อด้านหน้าทั้งสองข้าง ที่ไหล่เสื้อประดับอินทรธนูสีเดียวกับเสื้อ
ยาวตามความยาวของบ่าเย็บติดกับเสื้อเหนือบ่าทั้งสองข้างจากไหล่ไปคอ ปลายมน ด้านไหล่กว้าง
๔ เซนติเมตร ด้านคอกว้าง ๓ เซนติเมตร ตอนปลายขัดดุมติดกับตัวเสื้อ
การสวมเสื้อแบบที่ ๓
ให้ปล่อยชายเสื้อทับกระโปรงหรือกางเกง และคาดเข็มขัดตาม (๕) แบบที่ ๒ ทับเอวเสื้อ
ดุมที่ใช้กับเสื้อแบบที่ ๒ และ ๓
เป็นดุมสีเดียวกับสีเสื้อ
ในโอกาสไปงานพิธี ให้ใช้เสื้อแบบที่
๑ หรือแบบที่ ๒ โดยใช้เสื้อเชิ้ตสีประเภทสีกากีแขนยาว
ผูกผ้าผูกคอสีดำเงื่อนกะลาสี สอดชายผ้าผูกคอไว้ภายในเสื้อใต้ดุมเม็ดที่สอง
ผู้ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์
ให้ประดับแพรแถบเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่อกเสื้อเหนือกระเป๋าบนซ้าย
(๓) อินทรธนู ให้ใช้อินทรธนูอ่อน
มีเครื่องหมายตำแหน่งบนอินทรธนูเป็นแถบสีเหลืองหรือสีทอง กว้าง ๓ เซนติเมตร
ติดทางต้นอินทรธนู ๑ แถบ และแถบกว้าง ๑ เซนติเมตร ติดเรียงต่อไปอีก ๑ แถบ แถบบนขมวดเป็นวงกลม
ขนาดวัดเส้นผ่าศูนย์กลางวงใน ๑ เซนติเมตร และมีเข็มรูปดวงตราประจำกรุงเทพมหานครทำด้วยโลหะสีทองขนาดวัดเส้นผ่าศูนย์กลาง
๒ เซนติเมตร ติดทับบนแถบกลาง
การติดแถบให้ติดตามขวางที่ต้นอินทรธนู
ทับอยู่บนปลอกพื้นสีกากี แถบแรกห่างจากต้นอินทรธนู ๕ มิลลิเมตร
และแถบต่อไปเว้นระยะห่างกัน ๕ มิลลิเมตร
(๔) กางเกง กระโปรง
ชายให้ใช้กางเกงแบบราชการสีประเภทสีกากีขายาว
ไม่พับปลายขา
หญิงให้ใช้กางเกงหรือกระโปรงสีประเภทสีกากีได้
๕ แบบ
แบบที่ ๑
กางเกงอนุโลมตามแบบกางเกงของชาย
แบบที่ ๒ กางเกงขายาว ขาตรง
ไม่มีลวดลาย ขอบกางเกงกว้างประมาณ ๑ นิ้ว มีหรือไม่มีกระเป๋าก็ได้
มีซิปด้านหน้าหรือด้านข้าง ไม่พับปลายขา
แบบที่ ๓ กระโปรงยาวปิดเข่า
ปลายบานเล็กน้อย
แบบที่ ๔ กระโปรงมีตะเข็บหน้า ๒ ตะเข็บ
ตะเข็บหลัง ๒ ตะเข็บ ยาวครึ่งเข่า ปลายบานเล็กน้อย
แบบที่ ๕ กระโปรงกางเกง
แบบกางเกงยาวครึ่งเข่า มีตะเข็บหน้า ๒ ตะเข็บ ตะเข็บหลัง ๒ ตะเข็บ
มีจีบกระทบด้านหน้าและด้านหลัง
(๕) เข็มขัด
ชายให้ใช้เข็มขัดทำด้วยด้ายถักสีกากีกว้าง
๓ เซนติเมตร หัวเข็มขัดทำด้วยโลหะสีทองเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าทางนอน ปลายมนกว้าง
๓.๕ เซนติเมตร ยาว ๕ เซนติเมตร มีรูปครุฑดุนนูนอยู่กึ่งกลางหัวเข็มขัดไม่มีเข็มสำหรับสอดรู
ปลายเข็มขัดหุ้มด้วยโลหะสีทองกว้าง ๑ เซนติเมตร
หญิงให้ใช้เข็มขัด ๒ แบบ
แบบที่ ๑
อนุโลมตามแบบเข็มขัดของชาย
แบบที่ ๒
เข็มขัดผ้าสีประเภทสีกากีสีเดียวกับสีเสื้อกว้าง ๒.๕ เซนติเมตร
หัวสี่เหลี่ยมหุ้มผ้า
การใช้เข็มขัดแบบที่ ๑
ให้คาดทับขอบกระโปรง และแบบที่ ๒ ให้คาดทับเสื้อ
(๖) รองเท้า ถุงเท้า
ชายให้ใช้รองเท้าหุ้มส้นหรือหุ้มข้อหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีดำ
ไม่มีลวดลายถุงเท้าสีเดียวกับรองเท้า
หญิงให้ใช้รองเท้าหุ้มส้นหรือรัดส้นหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีดำ
แบบปิด
ปลายเท้า ไม่มีลวดลาย ถุงเท้าสีเดียวกับรองเท้า ส้นสูงไม่เกิน ๑๐ เซนติเมตร
(๗) เครื่องหมายแสดงสังกัด
ให้มีเครื่องหมายแสดงสังกัดทำด้วยโลหะโปร่งสีทอง
ไม่มีขอบสูง ๒ เซนติเมตร เป็นรูปราชสีห์ติดที่ปกคอเสื้อด้านหน้าทั้งสองข้างและเข็มอักษรย่อ
กทม. ทำด้วยโลหะสีทองรูปกลม เส้นผ่าศูนย์กลาง ๒.๕ เซนติเมตร
ติดที่อกเสื้อเหนือกระเป๋าบนขวา
สำหรับหญิงให้ติดเครื่องหมายแสดงสังกัดที่ปกคอแบะของเสื้อตอนบนทั้งสองข้างเหนือแนวเครื่องราชอิสริยาภรณ์
(๘) ป้ายชื่อและตำแหน่ง
ให้มีป้ายชื่อพื้นสีดำขนาดกว้าง ๒.๕
เซนติเมตร ยาว ๗.๕ เซนติเมตร ตัวอักษรสีขาวแสดงชื่อตัว ชื่อสกุล และชื่อตำแหน่งสมาชิกสภาเขตใด
แล้วแต่กรณี ประดับที่อกเสื้อเหนือกระเป๋าบนขวา