ข้อ ๑๒ ระบบการระบายน้ำ และการบำบัดน้ำเสีย
๑๒.๑ ในท้องที่ที่อยู่ภายใต้บังคับกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคารและในเขตเทศบาลให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร
และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยจะต้องจัดทำขึ้นตามมาตรฐานทางวิศวกรรม
สอดคล้องกับรายการคำนวณทางวิชาการ
ที่สามารถตรวจสอบความเพียงพอและความมั่นคงแข็งแรงของอุปกรณ์ของระบบได้
โดยต้องมีการตรวจรับรองจากวิศวกรที่ได้รับใบอนุญาตการประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม
๑๒.๒
ในกรณีมีการจัดให้มีการระบายโดยระบบท่อ และรางระบายน้ำที่ออกแบบไว้เป็นระบบอย่างถูกต้อง
ตามหลักเกณฑ์วิศวกรรมสุขาภิบาล
ต้องจัดให้มีการระบายน้ำดังกล่าววางขนานตามแนวถนนทั้งสองฝั่งทุกสานทาง
๑๒.๓
ทางเดินของน้ำทิ้งที่ออกจากระบบการระบายน้ำและระบบบำบัดน้ำเสียไปสู่แหล่งรองรับน้ำทิ้ง
(คู คลอง หรือทางน้ำสาธารณะอื่นใด) ต้องพอเพียงโดยไม่ให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินข้างเคียง
และจะต้องได้รับอนุญาตจากหน่วยงานผู้ดูแลรับผิดชอบแหล่งรองรับน้ำทิ้ง
(ในกรณีที่ต้องได้รับอนุญาต)
๑๒.๔
ความสามารถในการรองรับปริมาณน้ำของระบบการระบายน้ำ
(๑) ปริมาณน้ำฝน ใช้เกณฑ์ปริมาณฝนตกในรอบ
๕ ปี หรือนานกว่าของท้องที่จังหวัดพังงา และสัมประสิทธิ์การไหลนองของน้ำฝนเฉลี่ยของที่ดินแปลงย่อยต้องมีค่าไม่ต่ำกว่า
๐.๖
(๒) ปริมาณน้ำเสีย ใช้เกณฑ์ปริมาณไม่ต่ำกว่าร้อยละ
๙๕ ของน้ำใช้ แต่ต้องไม่ต่ำกว่า ๑ ลูกบาศก์เมตร ต่อครัวเรือนต่อวัน
(๓)
ปริมาณน้ำไหลซึมเข้าระบบท่อระบายน้ำต่อวัน ต้องไม่ต่ำกว่า ๒๐ ลูกบาศก์เมตร
ต่อความยาวท่อระบายน้ำ ๑ กิโลเมตร
๑๒.๕ ระบบการระบายน้ำ
ต้องประกอบด้วย
(๑) ท่อระบายน้ำรวม
(ที่รับปริมาณน้ำสูงสุดได้)
(๒) รางระบายน้ำ
(๓) บ่อพักท่อระบายน้ำที่รับน้ำฝนจากถนนและรับน้ำเสียจากที่ดินแปลงย่อย
(กรณีที่เป็นระบบการระบายน้ำรวม)
(๔) บ่อตรวจการระบายน้ำ
(๕) บ่อพักน้ำเสีย
(๖) ระบบเครื่องสูบน้ำ
(ถ้ามี)
(๗)
บ่อตรวจน้ำทิ้งประจำที่ดินแปลงย่อย
(๘)
บ่อตรวจน้ำทิ้งรวมของโครงการ
(๙)
ระบบการผันน้ำฝนส่วนเกิน (กรณีที่เป็นระบบการระบายน้ำรวม)
(๑๐)
บริเวณรับน้ำทิ้งจากการระบายน้ำและจากระบบการบำบัดน้ำเสีย
๑๒.๖ รายการคำนวณ
(ที่ต้องประกอบมากับแผนผังระบบการระบายน้ำ)
(๑)
ปริมาณน้ำที่จะเข้าสู่ระบบการระบายน้ำต่อวินาที
(๒)
ขนาดท่อระบายน้ำแต่ละบริเวณ
(๓)
ระดับความลาดเอียงของท่อระบายน้ำ
(๔)
ความลึกของท้องท่อระบายน้ำ
(๕)
ความเร็วของการไหลของน้ำในท่อระบายน้ำ
(๖)
ประเภทวัสดุที่ใช้ทำท่อระบายน้ำ
รายการทั้งหมดนี้ต้องแสดงให้ปรากฏในแผนผังการระบายน้ำที่จัดทำขึ้นตามมาตรฐานทางวิศวกรรม
สอดคล้องกับรายการคำนวณทางวิชาการที่สามารถตรวจสอบความเพียงพอ
และความมั่นคงแข็งแรงของอุปกรณ์ของระบบได้ โดยต้องมีการตรวจสอบรับรองจากวิศวกรที่ได้รับใบอนุญาตการประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม
๑๒.๗
เงื่อนไขต้องปฏิบัติในการจัดทำแผนผังระบบการระบายน้ำและการจัดทำรายการคำนวณทางวิชาการ
(๑)
ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางภายในของท่อระบายน้ำขนาดเล็กที่สุดไม่ต่ำกว่า ๔๐ เซนติเมตร
ยกเว้นในกรณีระบบการระบายน้ำเสียแยกจากระบบระบายน้ำฝนเส้นผ่าศูนย์กลางภายในท่อระบายน้ำเสียต้องมีเส้นผ่าศูนย์กลางภายในของท่อระบายน้ำขนาดเล็กที่สุด
ไม่ต่ำว่า ๒๐ เซนติเมตร
(๒)
วัสดุที่เป็นท่อระบายน้ำต้อง
ก.
เป็นวัสดุที่ทนทานต่อความเน่าเสียโดยไม่ผุกร่อนหรือสลายตัว
ข.
รับน้ำหนักกดจากพื้นที่ด้านบนได้โดยไม่เสียหาย
(๓)
ระดับความลาดเอียงของท่อระบายน้ำต้องต่อเนื่องกันไปตลอดทั้งระบบและมีระดับความลาดเอียงดังนี้
ก. ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ๔๐
เซนติเมตร ต้องไม่ต่ำกว่า ๑ : ๕๐๐
ข.
ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางเกินกว่า ๔๐ เซนติเมตร ต้องไม่ต่ำกว่า ๑ : ๑๐๐๐
(๔) เครื่องสูบน้ำเสียจะเป็นแบบใดก็ได้
(แบบจุ่มแช่ในบ่อพักน้ำเสียแบบนอกบ่อพักน้ำเสีย) แต่การสูบน้ำจะต้อง
ก.
ระดับหยุดสูบน้ำอยู่ต่ำกว่าระดับท้องท่อระบายน้ำเข้า
ข.
ระดับเริ่มสูบน้ำอยู่สูงกว่าระดับหยุดสูบน้ำไม่ต่ำกว่า ๑.๐๐ เมตร
ค.
ปริมาตรน้ำเสียระหว่างระดับสูบน้ำในบ่อพักน้ำเสียต้องไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๔
ส่วนของปริมาตรน้ำเสียรวมทั้งโครงการ
(๕)
แนวท่อระบบการระบายน้ำต้องไม่พาดผ่านทางน้ำหรือแหล่งน้ำสาธารณประโยชน์
นอกจากจะมีระบบพิเศษเพื่อการส่งน้ำไปโดยไม่ปนกับน้ำธรรมชาติ
(๖) บ่อพักท่อระบายน้ำ
ก. ประเภทบ้านเดี่ยว
ต้องจัดให้มีประจำทุกแปลงย่อย
ข. ประเภทบ้านแฝด บ้านแถว
หรืออาคารพาณิชย์จัดให้หนึ่งต่อสองแปลง ทั้งนี้
ต้องแยกท่อระบายน้ำเข้าบ่อพักออกจากกัน
(๗)
บ่อตรวจการระบายน้ำต้องมีขนาดใหญ่เพียงพอให้สามารถไปขุดลอกหรือทำความสะอาดท่อระบายน้ำได้ที่จุดบรรจบท่อระบายน้ำที่สำคัญตามความเหมาะสม
(๘) กรณีพื้นที่ที่ทำการจัดสรรที่ดินมีระดับสูงต่ำต่างกันให้แสดง
ก. ระดับความสูงต่ำของพื้นที่ลงในแผนผังแสดงแนวเส้นท่อระบายน้ำโดยมีช่วงห่างกันทุกระดับความสูง
๑.๐๐ เมตร หรือน้อยกว่า
ข.
ระดับของพื้นที่ที่จะปรับแต่งโดยการขุดหรือถมสูงขึ้นจากระดับเดิมด้วย
(๙) ต้องแสดงแหล่งรองรับน้ำทิ้งให้ชัดเจนในแผนผังหากเป็นลำรางสาธารณะให้แสดงภาพความกว้าง
ความลึกของลำรางจากบริเวณที่จัดสรร ไปถึงแหล่งรองรับน้ำทิ้ง
ในกรณีแยกระบบระบายน้ำเสียออกจากระบบระบายน้ำฝนให้แสดงแบบรายละเอียดของทั้งสองระบบแยกจากกัน
แต่ละระบบมีรายละเอียดต่าง ๆ ตามข้างต้นทั้งหมด
รวมทั้งรายละเอียดของทุกจุดที่มีการผ่าตัด หรือบรรจบกันของระบบทั้งสอง