ข้อ ๕ เพื่อประโยชน์ในการรักษาสภาวะความเป็นอยู่ที่เหมาะสมกับการดำรงชีพของประชาชนในท้องถิ่น
หรือเพื่อป้องกันอันตรายจากเชื้อโรคที่เกิดจากสัตว์
ให้พื้นที่ในเขตอำนาจขององค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งคลองเป็นเขตควบคุมการเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์ดังนี้
(๑)
ให้พื้นที่ต่อไปนี้เป็นเขตห้ามเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์ทุกประเภทโดยเด็ดขาด
(ก)
พื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งคลอง บริเวณถนนบ้านโพน - อ. วังสามหมอ
ทางหลวงหมายเลข ๒๒๗ ตั้งแต่เขตติดต่อ
เทศบาลตำบลโพนทั้งสองข้างถนน รัศมีกว้างข้างละ ๑๕ เมตร
วัดจากจุดกึ่งกลางถนน ไปจดเขตติดต่อองค์การบริหารส่วนตำบลหนองช้าง
เป็นเขตห้ามเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์ทุกประเภทโดยเด็ดขาด
(ข)
พื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งคลอง บริเวณถนนบ้านคำพิมูล - ต. นาทัน ทางหลวงหมายเลข ๒๒๕๓ ตั้งแต่เขตติดต่อ
องค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งคลอง ทั้งสองข้างถนน รัศมีกว้างข้างละ
๑๕ เมตร วัดจากจุดกึ่งกลางถนน ไปจดเขตติดต่อเทศบาลตำบลนาทัน
เป็นเขตห้ามเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์ทุกประเภทโดยเด็ดขาด
(ค)
พื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งคลอง บริเวณถนนสายอื่น นอกจากถนนในข้อ (ก),
(ข)
ทั้งสองข้างถนน รัศมีกว้างข้างละ ๕ เมตร วัดจากจุดกึ่งกลางถนน
เป็นเขตห้ามเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์ทุกประเภทโดยเด็ดขาด
(ง)
บริเวณแนวเขตสถานที่ราชการ เป็นเขตห้ามเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์ทุกประเภทโดยเด็ดขาด
(จ)
พื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งคลอง บริเวณแหล่งน้ำธรรมชาติ เช่น ห้วย หนอง คลอง
บึง สระ รัศมีกว้าง ๑๐ เมตร วัดจากริมขอบที่ตั้งแหล่งน้ำธรรมชาติ
เป็นเขตห้ามเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์ทุกประเภทโดยเด็ดขาด
(ฉ)
พื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งคลอง ที่เป็นที่สาธารณประโยชน์อื่น ๆ เช่น ที่สาธารณะ
สุสานหรือฌาปนสถาน ที่สาธารณะประจำหมู่บ้าน
เป็นเขตห้ามเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์ทุกประเภทโดยเด็ดขาด
(๒)
ให้พื้นที่ต่อไปนี้เป็นเขตที่การเลี้ยงต้องอยู่ภายใต้มาตรการดังนี้
(ก)
พื้นที่ที่อยู่นอกเขตในข้อ (๑) เป็นเขตการเลี้ยงสัตว์ ประเภท ม้า ลา ล่อ โค กระบือ
สุกร แพะ แกะ ห่าน เป็ด ไก่ แมว นก กระต่าย และต้องอยู่ภายใต้มาตรการ ดังต่อไปนี้
๑)
เจ้าของสัตว์จะต้องจัดให้มีมาตรการในการป้องกัน
และควบคุมมิให้เกิดมลพิษอันเกิดจากการเลี้ยงสัตว์หรือการปล่อยสัตว์ที่ทำให้มีผลกระทบ
หรืออาจมีผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของสาธารณชน
๒) จัดให้มีสถานที่เลี้ยงสัตว์ที่มั่นคงแข็งแรง
ตามความเหมาะสมแก่ประเภทและชนิดของสัตว์และมีขนาดเพียงพอแก่การดำรงชีวิตของสัตว์
มีแสงสว่างและการระบายอากาศที่เพียงพอ
มีระบบการระบายน้ำและสิ่งโสโครกที่ถูกสุขลักษณะ
๓) ต้องรักษาสถานที่เลี้ยงสัตว์ให้สะอาดอยู่เสมอ
๔) กรณีสัตว์ที่เลี้ยงตายต้องกำจัดซากสัตว์และมูลสัตว์ให้ถูกสุขลักษณะ
๕)
ต้องจัดให้มีการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคในสัตว์
๖)
ต้องเลี้ยงสัตว์ภายในสถานที่ของตน
และต้องควบคุมดูแลไม่ให้สัตว์เลี้ยงออกไปทำความเสียหายแก่ทรัพย์สินหรือทำความเดือดร้อนรำคาญแก่ผู้อื่น
๗) สัตว์ที่ถูกกำหนดให้ต้องขึ้นทะเบียน
หรือมีกฎหมายอื่นใดกำหนดให้ต้องดำเนินการเพื่อควบคุมสัตว์ดังกล่าว
ผู้เลี้ยงสัตว์นั้น ๆ
จะต้องดำเนินการขึ้นทะเบียนหรือต้องดำเนินการตามที่กฎหมายกำหนดให้ถูกต้อง
ในกรณีที่ต้องมีเครื่องหมายสัญลักษณ์ติดที่ตัวสัตว์นั้น เจ้าของสัตว์นั้น ๆ
จะต้องจัดหาและจัดให้มีเครื่องหมายสัญลักษณ์ติดที่ตัวสัตว์นั้นตลอดเวลาด้วย
(ข)
พื้นที่ที่อยู่นอกเขตในข้อ (๑) เป็นเขตการเลี้ยงสัตว์ ประเภท สุนัข
และต้องอยู่ภายใต้มาตรการ ดังต่อไปนี้
๑)
จัดสถานที่เลี้ยงตามความเหมาะสมของสุนัข โดยมีขนาดเพียงพอแก่การดำรงชีวิตของสุนัข
มีแสงสว่างเพียงพอและการระบายอากาศที่เพียงพอ มีระบบการระบายน้ำ
และกำจัดสิ่งปฏิกูลให้ถูกสุขลักษณะ
๒)
กรณีเป็นสุนัขที่มีพฤติกรรมดุร้าย หรือสุนัขสายพันธุ์ ซึ่งมีลักษณะทางสายพันธุ์ดุร้าย
หรือสุนัขสายพันธุ์อื่นที่มีประวัติทำร้ายคนจะต้องเลี้ยงในสถานที่ หรือกรงที่สุนัขไม่สามารถเข้าถึงบุคคลภายนอก
และมีป้ายเตือนให้ระมัดระวังโดยสังเกตได้อย่างชัดเจน
๓)
ควบคุมสุนัขมิให้ออกนอกสถานที่เลี้ยง โดยปราศจากการควบคุม
๔)
ควบคุมดูแลสุนัขมิให้ก่อเหตุเดือดร้อนรำคาญ เช่น ก่อให้เกิดเสียงดังติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน
ๆ เป็นต้น
๕)
รักษาสถานที่เลี้ยงสุนัขให้สะอาดอยู่เสมอ
จัดเก็บสิ่งปฏิกูลให้ถูกสุขลักษณะเป็นประจำ
ไม่ปล่อยให้เป็นที่สะสมหมักหมมจนเกิดกลิ่นเหม็นรบกวนผู้ที่อยู่บริเวณใกล้เคียง
๖)
ต้องรับผิดชอบต่อความเป็นอยู่ของสุนัขเกี่ยวกับเรื่องอาหาร ความสะอาดและอื่น ๆ
ที่เกี่ยวข้อง ถ้าเจ้าของสุนัขไม่สามารถเลี้ยงดูสุนัขได้เป็นการชั่วคราวจะต้อง
จัดให้มีผู้ดูแลความเป็นอยู่ของสุนัขให้เป็นปกติสุข
๗)
เมื่อสุนัขตายเจ้าของสุนัขจะต้องกำจัดซากสุนัขให้ถูกสุขลักษณะ เพื่อป้องกันมิให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์แมลงหรือสัตว์นำโรค ทั้งนี้ โดยวิธีที่ไม่ก่อเหตุรำคาญ
และไม่เป็นเหตุให้เกิดการปนเปื้อนของแหล่งน้ำ
เว้นแต่สุนัขตายเนื่องจากป่วยเป็นโรคระบาดสัตว์ต้องแจ้งต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นทันที
และต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าพนักงานสาธารณสุข
๘)
จัดให้มีการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคในสุนัข เพื่อป้องกันอันตรายจากเชื้อโรคที่เกิดจากสุนัขมาสู่คน
๙)
ในกรณีที่มีเหตุควรสงสัยว่าสุนัขที่เลี้ยงเป็นโรคอันอาจเป็นอันตรายแก่สุขภาพของประชาชนให้เจ้าของสุนัขแยกกันสุนัขไว้ต่างหาก
และแจ้งให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นทราบ และต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าพนักงานสาธารณสุข
๑๐)
ต้องจัดให้สุนัขมีเครื่องหมายสัญลักษณ์ติดที่ตัวตลอดเวลา
๑๑)
ห้ามมิให้ผู้ใดเลี้ยงหรือปล่อยสุนัขในที่หรือทางสาธารณะ
หรือในที่ของบุคคลอื่นโดยปราศจากความยินยอม
๑๒) ในการนำสุนัขออกนอกสถานที่เลี้ยง
เจ้าของสัตว์เลี้ยงดังกล่าวจะต้องผูกสายลากจูงที่แข็งแรงและจับสายลากจูงตลอดเวลา
ในกรณีที่เป็นสุนัขที่มีพฤติกรรมดุร้าย หรือสุนัขสายพันธุ์ซึ่งมีลักษณะทางสายพันธุ์ดุร้าย
หรือสุนัขสายพันธุ์อื่นที่มีประวัติทำร้ายคน ต้องใส่อุปกรณ์ครอบปากและจับสายลากจูงห่างจากตัวสุนัขไม่เกินห้าสิบเซนติเมตรตลอดเวลา
๑๓) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นโดยคำแนะนำของเจ้าพนักงานสาธารณสุขประกาศกำหนด
๑๔)
การขึ้นทะเบียนสัตว์เจ้าของสุนัขต้องยื่นคำขอพร้อมแนบเอกสารดังนี้
๑๔.๑)
สำเนาทะเบียนบ้านเจ้าของสุนัข
๑๔.๒) ในกรณีเจ้าของสุนัขไม่ได้เป็นเจ้าของบ้านต้องมีหนังสือยินยอมจากเจ้าของบ้านพร้อมสำเนาบัตรประชาชนของเจ้าของบ้าน
๑๔.๓)
ใบรับรองที่ระบุการฉีดวัคซีนโรคพิษสุนัขบ้ามาไม่เกินหนึ่งปี มีการระบุหมายเลขการผลิตวัคซีนและลงชื่อสัตวแพทย์ผู้ฉีดพร้อมเลขที่ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์
๑๔.๔)
หนังสือมอบอำนาจในกรณีเจ้าของสุนัขไม่ได้มาดำเนินการเอง
๑๕)
เจ้าของสุนัขต้องปฏิบัติดังนี้
๑๕.๑)
นำสุนัขไปรับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าครั้งแรก เมื่อสุนัขอายุ ๒ - ๔ เดือน
และครั้งต่อไปตามที่กำหนดในใบรับรองการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า
๑๕.๒)
เมื่อสัตว์ได้รับการฉีดวัคซีนแล้วให้ติดเครื่องหมายประจำตัวและเก็บใบรับรองการฉีดวัคซีนไว้
การขายหรือให้สุนัขแก่ผู้อื่นต้องมอบใบรับรองให้ด้วย
(ค)
พื้นที่ที่อยู่นอกเขตในข้อ (๑)
เป็นเขตการเลี้ยงสัตว์ทุกประเภทที่นำเข้าจากต่างประเทศ และต้องอยู่ภายใต้มาตรการ ดังต่อไปนี้
๑)
การนำสัตว์เข้าประเทศจะต้องดำเนินการให้ถูกต้องตามขั้นตอนของกรมปศุสัตว์
และต้องเป็นไปตามตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น
๒)
เพื่อป้องกันการแพร่พันธุ์ของสัตว์นำเข้าจากต่างประเทศ
ห้ามมิให้ผู้เลี้ยงสัตว์ซึ่งนำเข้าจากต่างประเทศทุกชนิด ปล่อยหรือทิ้งสัตว์ดังกล่าวในที่หรือทางสาธารณะ
(ง)
พื้นที่ที่อยู่นอกเขตในข้อ (๑)
เป็นเขตการเลี้ยงสัตว์มีพิษและสัตว์ที่ดุร้ายหรือเข้าข่ายดุร้ายทุกประเภท
และต้องอยู่ภายใต้มาตรการ ดังต่อไปนี้
๑) ต้องปฏิบัติตาม ข้อ (๒) (ก),
(ข),
และ (ค) ในส่วนที่เกี่ยวข้องโดยอนุโลม
๒) ต้องจัดให้มีที่เลี้ยงที่มิดชิด
มั่งคง แข็งแรง ซึ่งเหมาะสมกับสัตว์แต่ละประเภท
เพื่อป้องกันมิให้สัตว์ดังกล่าวหลุดรอดออกมาก่อให้เกิดอันตรายต่อประชาชน
๓)
ปฏิบัติการอื่นตามที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นโดยคำแนะนำของเจ้าพนักงานสาธารณสุขประกาศกำหนด