法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ และวิธีการยื่นคำขอเป็นผู้รับทำการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
8
มาตรา อารัมภบท

ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร

เรื่อง กําหนดหลักเกณฑ์ และวิธีการยื่นคําขอเป็นผู้รับทําการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 4 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 598) พ.ศ. 2559 อธิบดีกรมสรรพากรกําหนดหลักเกณฑ์ และวิธีการยื่นคําขอเป็นผู้รับทําการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ให้หน่วยงานของรัฐหรือเอกชนที่ประสงค์จะรับทําการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม ตามมาตรา 4 แห่งพระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 598) พ.ศ. 2559 ยื่นคําขอเป็นผู้รับทําการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมต่ออธิบดีกรมสรรพากร ตามแบบคําขอเป็นผู้รับทําการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมซึ่งต้องมีข้อความอย่างน้อยตามแบบที่แนบท้ายประกาศนี้ โดยให้ยื่น ณ สํานักบริหารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่กรมสรรพากร หรือยื่น ณ สํานักงานสรรพากรพื้นที่ ในท้องที่ที่สํานักงานใหญ่ของหน่วยงานของรัฐหรือเอกชนตั้งอยู่ก็ได้

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ หน่วยงานของรัฐหรือเอกชนตามข้อ 1 จะต้องมีฐานะเป็น

(1) กระทรวง ทบวง กรม หรือองค์การของรัฐบาลตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์การของรัฐบาล และกิจการของรัฐตามกฎหมายที่จัดตั้งกิจการนั้น และหมายความรวมถึงหน่วยงานธุรกิจที่รัฐบาลเป็นเจ้าของซึ่งไม่มีฐานะเป็นนิติบุคคลด้วย

(2) บุคคลธรรมดา ห้างหุ้นส่วนสามัญ คณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล นิติบุคคลอื่น หรือบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ตามมาตรา 39 แห่งประมวลรัษฎากร

ทั้งนี้ เฉพาะที่ประกอบกิจการรับทําการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมในประเทศไทย

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้หน่วยงานของรัฐหรือเอกชนยื่นคําขอเป็นผู้รับทําการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมตามข้อ 2 โดยแสดงรายการให้ถูกต้องครบถ้วนพร้อมกับแนบเอกสารดังต่อไปนี้

(1) ภาพถ่ายเอกสารการจัดตั้งและวัตถุประสงค์หลักในกรณีที่เป็นหน่วยงานของรัฐ ทั้งนี้ยกเว้น กระทรวง ทบวง กรม

(2) ภาพถ่ายหนังสือรับรองของนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทภาพถ่ายหนังสือบริคณห์สนธิและข้อบังคับ (กรณีเป็นนิติบุคคล)

(3) ภาพถ่ายทะเบียนบ้าน และบัตรประจําตัวประชาชน (กรณีเป็นบุคคลธรรมดา)

(4) รายชื่อนักวิจัยซึ่งจบการศึกษาไม่ต่ํากว่าระดับปริญญาตรีหรือเทียบเท่าในสาขาที่เกี่ยวข้องกับการทําวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม พร้อมประวัติโดยละเอียดและภาพถ่ายแสดงวุฒิการศึกษา (ให้แยกระหว่างนักวิจัยที่เป็นพนักงานประจําและที่จ้างเป็นครั้งคราว)

(5) ภาพถ่ายใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (แบบ ภ.พ. 20) (ถ้ามี)

(6) ภาพถ่ายแบบคําขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (แบบ ภ.พ. 01) (ถ้ามี)

(7) ภาพถ่ายแบบแจ้งการเปลี่ยนแปลงทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (แบบ ภ.พ. 09) (ถ้ามี)

(8) ตัวอย่างไปรับซึ่งมีข้อความอย่างน้อยตามมาตรา 105 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร พร้อมทั้งระบุข้อความ "เป็นผู้รับทําการวิจัยฯ ลําดับที่... ของประกาศอธิบดีฯ" และข้อความ " ประเภทของการวิจัย คือ ..."

(9) รายละเอียดเครื่องจักร/อุปกรณ์ เพื่อการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม (ถ้ามี)

(10) ข้อมูลโดยย่อของการประกอบกิจการในปัจจุบัน

(11) แผนการดําเนินงานวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ หน่วยงานของรัฐหรือเอกชนที่ได้รับการประกาศให้เป็นผู้รับทําการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม จะได้รับสิทธิ์เป็นผู้รับทําการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม ตั้งแต่วันที่เจ้าพนักงานสรรพากรรับคําขอเป็นผู้รับการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมตามข้อ 1

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ในกรณีผู้รับทําการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมตามข้อ 2 (2) ซึ่งเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลจากกําไรสุทธิประกอบกิจการรับทําการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมโดยมีการประกอบกิจการอื่นรวมอยู่ด้วย ให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลดังกล่าว คํานวณกําไรสุทธิและขาดทุนสุทธิของแต่ละกิจการแยกต่างหากจากกัน แต่ในการคํานวณกําไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลให้นํากําไรสุทธิ และขาดทุนสุทธิของทั้งสองกิจการมารวมเข้าด้วยกัน

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ กรณีที่หน่วยงานของรัฐตามข้อ 2 (1) เป็นผู้รับทําการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม ให้ระบุไว้ในสัญญาและในใบรับว่า เป็นการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมตามที่กําหนดไว้ในข้อ 2 ของประกาศกระทรวงการคลัง เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 391) เรื่อง กําหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการยกเว้นภาษีเงินได้ สําหรับรายจ่ายเพื่อทําการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม ลงวันที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2559

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ หน่วยงานของรัฐหรือเอกชนที่ได้รับการประกาศกําหนดจากอธิบดีกรมสรรพากรและรับทําการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมให้กับบุคคลใด ให้ปฏิบัติในการออกไปรับตามมาตรา 105 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร ดังนี้

(1) ก็รณีหลับทําการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมให้กับบุคคลอื่น ให้ออกไปรับในนามของหน่วยงานที่ได้รับการประกาศจากอธิบดีกรมสรรพากร โดยให้แยกใบรับสําหรับรายได้จากกิจการดังกล่าวต่างหากจากรายได้จากกิจการอื่น

(2) ก็รณีทําการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมให้กับตนเอง ให้ออกใบรับให้กับตนเองเสมอเป็นการรับทําวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมให้กับบุคคลอื่นตาม (1) โดยไม่จําเป็นต้องจัดทําใบกํากับภาษี

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ คําขอเป็นผู้รับทําการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีที่ได้ยื่นไว้ตาม ประกาศสรรพากร เรื่อง การยื่นคําขอเป็นผู้รับทําการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี สําหรับหน่วยงานของรัฐหรือเอกชนที่รับทําการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี ลงวันที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2545 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศกรมสรรพากร เรื่อง การยื่นคําขอเป็นผู้รับทําการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี สําหรับหน่วยงานของรัฐหรือเอกชนที่รับทําการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี ลงวันที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2545 และยังอยู่ในระหว่างการพิจารณา ให้ถือว่าเป็นคําขอเป็นผู้รับทําการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมตามประกาศฉบับนี้โดยอนุโลม แล้วถ้าเอกสารแนบคําขอยังไม่ครบถ้วนตามประกาศฉบับนี้ ให้เจ้าพนักงานสรรพากรผู้มีอํานาจพิจารณาคําขอสั่งให้หน่วยงานของรัฐหรือเอกชนส่งมอบเอกสารแนบเพิ่มเติมเพื่อให้เป็นไปตามประกาศฉบับนี้ได้

ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2559

(นายประสงค์ พูนธเนศ)

อธิดีกรมสรรพากร

8 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ และวิธีการยื่นคำขอเป็นผู้รับทำการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_99930aadfc67935c

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com