法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ สน. 12/2544 เรื่อง การกำหนดอัตราส่วนการลงทุนของกองทุนรวม (ฉบับที่ 4)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
7
มาตรา อารัมภบท

ประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

ที่ สน. 12/2544

เรื่อง การกําหนดอัตราส่วนการลงทุนของกองทุนรวม

(ฉบับที่ 4)

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 126(4) แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 และข้อ 23 แห่งประกาศคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ กน. 46/2541 เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการจัดตั้งและจัดการกองทุนรวม ลงวันที่ 16 ธันวาคมพ.ศ. 2541 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ กน. 14/2542 เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการจัดตั้งและจัดการกองทุนรวม (ฉบับที่ 2) ลงวันที่21 มิถุนายน พ.ศ. 2542 สํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ออกข้อกําหนดไว้ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ 1

ข้อ 1 ให้ยกเลิก

(1) ประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ สน. 28/2540 เรื่อง การกําหนดอัตราส่วนการลงทุนเพื่อเป็นทรัพย์สินของกองทุนรวมประเภทที่ลงทุนในหน่วย ลงทุนลงวันที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2540

(2) ประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ สน. 16/2541 เรื่อง การกําหนดอัตราส่วนการลงทุนเพื่อเป็นทรัพย์สินของกองทุนรวมประเภทที่ลงทุนในหน่วยลงทุน (ฉบับที่ 2) ลงวันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2541

มาตรา ข้อ 2

ข้อ 2 ให้ยกเลิกความในวรรคหนึ่งของข้อ 4 แห่งประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ สน. 11/2542 เรื่อง การกําหนดอัตราส่วนการลงทุนของกองทุนรวม ลงวันที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2542 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ 4 ให้บริษัทจัดการลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์และทรัพย์สินอื่นที่มิใช่หลักทรัพย์และทรัพย์สินตาม (1) ถึง (7) มีมูลค่ารวมกันทั้งสิ้นไม่เกินร้อยละสิบห้าของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม แต่การลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์และทรัพย์สินอื่นที่มิใช่หลักทรัพย์และทรัพย์สินตาม (1) ถึง (7) ซึ่งบุคคลใดเป็นผู้ออก ผู้รับรอง ผู้รับอาวัล ผู้สลักหลัง หรือผู้ค้ําประกัน เพื่อเป็นทรัพย์สินของกองทุนรวมเมื่อรวมกันแล้วต้องไม่เกินร้อยละห้าของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม

1. ตราสารแห่งทุนหรือใบสําคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ที่บริษัทจดทะเบียนหรือบริษัทขึ้นทะเบียนเป็นผู้ออก

2. ตั๋วเงินคลัง พันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย หรือพันธบัตรหรือตราสารแห่งหนี้ที่กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินเป็นผู้ออก ผู้รับรอง ผู้รับอาวัลหรือผู้ค้ําประกัน หรือที่กระทรวงการคลังเป็นผู้รับอาวัลหรือผู้ค้ําประกัน

3. ตราสารแห่งหนี้หรือตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุนที่บุคคลดังต่อไปนี้เป็นผู้ออก ผู้รับรองผู้รับอาวัล ผู้สลักหลัง หรือผู้ค้ําประกัน หรือเงินฝากที่บุคคลดังกล่าวรับฝากไว้

4. รัฐวิสาหกิจ

5. ธนาคารที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น

6. บริษัทจดทะเบียนหรือบริษัทขึ้นทะเบียน

7. ธนาคารพาณิชย์ที่เป็นสาขาของธนาคารต่างประเทศ ซึ่งธนาคารต่างประเทศดังกล่าวได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือในสี่อันดับแรก (category) จากสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ได้รับการยอมรับจากสํานักงาน

8. ตราสารแห่งหนี้หรือตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุนที่ธนาคารต่างประเทศซึ่งได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือในสี่อันดับแรก (category) จากสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ได้รับการยอมรับจากสํานักงานเป็นผู้ออก ผู้รับรอง ผู้รับอาวัล ผู้สลักหลัง หรือผู้ค้ําประกัน

9. ตราสารแห่งหนี้หรือตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุนที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือในสี่อันดับแรก (category) จากสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ได้รับความเห็นชอบจากสํานักงาน

10. หน่วยลงทุนหรือใบสําคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหน่วยลงทุนของกองทุนรวม

11. ออปชันในฐานะซื้อ (long position) ที่เป็นหลักทรัพย์ซึ่งตลาดหลักทรัพย์หรือบริษัทย่อยเป็นผู้ออก”

มาตรา ข้อ 3

ข้อ 3 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นข้อ 6/1 แห่งประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ สน. 11/2542 เรื่อง การกําหนดอัตราส่วนการลงทุนของกองทุนรวมลงวันที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2542

“ข้อ 6/1 อัตราส่วนการลงทุนที่กําหนดในข้อ 6 มิให้นํามาใช้บังคับกับการลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งออปชันในฐานะซื้อ (long position) ที่เป็นหลักทรัพย์ซึ่งตลาดหลักทรัพย์หรือบริษัทย่อเป็นผู้ออก และให้บริษัทจัดการลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งออปชันดังกล่าวโดยมีมูลค่าซื้อขายรวมกันทั้งสิ้น

ได้ไม่เกินร้อยละสิบของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม ทั้งนี้ มิให้นับรวมออปชันในฐานะซื้อที่บริษัทจัดการลงทุนในหรือมีไว้เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งตราสารแห่งทุน

ในกรณีที่ออปชันในขณะที่ลงทุนหรือได้มามีมูลค่าซื้อขายไม่เกินอัตราส่วนการลงทุนที่กําหนดตามวรรคหนึ่ง หรือมีจํานวนไม่เกินความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งตราสารแห่งทุน หากต่อมาออปชันนั้นมีมูลค่าซื้อขายเกินอัตราส่วนดังกล่าว หรือมีจํานวนเกินความเสี่ยงดังกล่าว โดยมิได้เกิดจากการลงทุนหรือได้ออปชันมาเพิ่มเติม บริษัทจัดการจะยังคงมีไว้ซึ่งออปชันดังกล่าวต่อไปก็ได้ และให้บริษัทจัดการจัดทํารายงานและดําเนินการตามข้อ 11 โดยอนุโลม

คําว่า “มูลค่าซื้อขาย” ตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง หมายความว่า จํานวนเงินที่คํานวณได้จากราคาซื้อขายคูณด้วยตัวคูณออปชันและจํานวนออปชันที่มีการซื้อขายสําหรับออปชันประเภทให้สิทธิที่จะได้รับชําระเงินโดยอิงกับสินค้าอ้างอิงหรือตัวแปรอ้างอิงตามที่ตลาดหลักทรัพย์กําหนด”

มาตรา ข้อ 4

ข้อ 4 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นข้อ 7/1 แห่งประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ สน. 11/2542 เรื่อง การกําหนดอัตราส่วนการลงทุนของกองทุนรวม ลงวันที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2542

“ข้อ 7/1 ให้บริษัทจัดการลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนและใบสําคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหน่วยลงทุนเพื่อเป็นทรัพย์สินของกองทุนรวมหน่วยลงทุน ณ สิ้นวัน ได้ ไม่เกินอัตราส่วนดังต่อไปนี้

(1) ลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนและใบสําคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหน่วยลงทุนของกองทุนรวมกองทุนใดกองทุนหนึ่ง ได้ ไม่เกินร้อยละสิบห้าของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวมหน่วยลงทุน

(2) ลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนและใบสําคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหน่วยลงทุนของทุกกองทุนรวมที่จัดตั้งและจัดการโดยบริษัทจัดการบริษัทใดบริษัทหนึ่ง ได้ ไม่เกินร้อยละสามสิบของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวมหน่วยลงทุน

(3) ลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนรวมกองทุนใดกองทุนหนึ่ง ได้ ไม่เกินร้อยละสิบห้าของจํานวนหน่วยลงทุนที่จําหน่ายได้แล้วทั้งหมดของกองทุนรวมนั้น

(4) ลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งใบสําคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหน่วยลงทุน ได้ ไม่เกินร้อยละห้าของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวมหน่วยลงทุน”

มาตรา ข้อ 5

ข้อ 5 ให้ยกเลิกความในข้อ 11 ข้อ 12 และข้อ 13 แห่งประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ สน. 11/2542 เรื่อง การกําหนดอัตราส่วนการลงทุนของกองทุนรวม ลงวันที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2542 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ 11 ในกรณีที่หลักทรัพย์หรือทรัพย์สินในขณะที่ลงทุนหรือในขณะที่ได้มาเป็นทรัพย์สินของกองทุนรวม มีมูลค่าไม่เกินอัตราส่วนการลงทุนที่กําหนดในข้อ 4 ข้อ 5 ข้อ 6 ข้อ 7(2) (3) และข้อ 7/1 หากต่อมาหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินนั้นมีมูลค่าเกินอัตราส่วนดังกล่าวโดยมิได้เกิดจากการลงทุนหรือได้หลักทรัพย์หรือทรัพย์สินมาเพิ่มเติม บริษัทจัดการจะยังคงมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินดังกล่าวต่อไปก็ได้ ทั้งนี้ ให้บริษัทจัดการจัดทํารายงานโดยระบุชื่อ จํานวน อัตราส่วนการลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินดังกล่าวข้างต้น และวันที่หลักทรัพย์หรือทรัพย์สินนั้นมีมูลค่าเกินอัตราส่วนการลงทุนที่กําหนดพร้อมสาเหตุ และส่งให้ผู้ดูแลผลประโยชน์ทราบภายในสามวันทําการนับตั้งแต่วันถัดจากวันที่หลักทรัพย์หรือทรัพย์สินนั้นมีมูลค่าเกินอัตราส่วนการลงทุนที่กําหนดพร้อมทั้งจัดทําสําเนาไว้ที่บริษัทจัดการเพื่อให้สํานักงานสามารถตรวจสอบได้

มาตรา ข้อ 12

ข้อ 12 อัตราส่วนการลงทุนที่กําหนดในข้อ 4 ข้อ 5 ข้อ 6 วรรคหนึ่งและวรรคสาม ข้อ 6/1 ข้อ 7(2) (3) และข้อ 7/1 มิให้นํามาใช้บังคับกับกองทุนรวมที่ประสงค์จะไม่ดํารงอัตราส่วนดังกล่าว (specific fund)

มาตรา ข้อ 13

ข้อ 13 อัตราส่วนการลงทุนที่กําหนดในข้อ 4 ข้อ 5 ข้อ 6 ข้อ 6/1 ข้อ 7(2) (3) และ ข้อ 7/1 มิให้นํามาใช้บังคับกับกองทุนรวมที่มีทุนมาจากต่างประเทศ”

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ 6

ข้อ 6 ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2544 เป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2544

(นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล)

เลขาธิการ

สํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

7 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ สน. 12/2544 เรื่อง การกำหนดอัตราส่วนการลงทุนของกองทุนรวม (ฉบับที่ 4) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_99b952f984d777b3

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com