คำสั่งกรมธนารักษ์
คำสั่งกรมธนารักษ์
ที่ ๗๒๒/๒๕๕๙
เรื่อง
หลักเกณฑ์การประกาศรับฟังความคิดเห็น
เมื่อมีการปลูกสร้างอาคารหรือเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์การเช่า[๑]
ด้วยระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดหาประโยชน์ในที่ราชพัสดุ
พ.ศ. ๒๕๕๒ ข้อ ๑๐ วรรคสอง วรรคสาม และข้อ ๒๑ วรรคสอง กำหนดกรณีการปลูกสร้างอาคารยกกรรมสิทธิ์
ให้กระทรวงการคลังทั้งผู้ก่อสร้างที่ได้สิทธิโดยการประมูลหรือเป็นผู้เช่าเดิม
และกรณีการจะอนุญาตให้เปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์การเช่า
ให้มีการประกาศโดยทั่วไปให้ประชาชนหรือชุมชนท้องถิ่นทราบเพื่อให้ประชาชนหรือชุมชนท้องถิ่นได้ใช้สิทธิแสดงความคิดเห็น
และให้ผู้มีอำนาจจัดให้เช่านำไปใช้ประกอบการพิจารณา
โดยหลักเกณฑ์และข้อกำหนดให้เป็นไปตามคำสั่งกรมธนารักษ์
ฉะนั้น
อาศัยอำนาจตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดหาประโยชน์ในที่ราชพัสดุ พ.ศ. ๒๕๕๒ ข้อ ๑๐ วรรคสาม
กรมธนารักษ์ยกเลิกคำสั่งกรมธนารักษ์ ที่ ๒๙๘/๒๕๕๓ สั่ง ณ วันที่ ๒๙
มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๓ และมีคำสั่งดังต่อไปนี้
๑.
โครงการหรือการดำเนินการที่จะต้องมีการประกาศรับฟังความคิดเห็น
๑.๑
การประมูลปลูกสร้างอาคาร สิ่งปลูกสร้างยกกรรมสิทธิ์ให้กระทรวงการคลัง
๑.๒
การอนุญาตให้ผู้เช่าที่ดินปลูกสร้างอาคาร
สิ่งปลูกสร้างยกกรรมสิทธิ์ให้กระทรวงการคลังเว้นแต่การอนุญาตให้รัฐวิสาหกิจ
องค์กรอื่นของรัฐ หรือหน่วยงานของรัฐซึ่งเช่าที่ดินปลูกสร้างอาคารสิ่งปลูกสร้างที่ใช้เพื่อกิจการของรัฐวิสาหกิจ
องค์กรอื่นของรัฐ หรือหน่วยงานของรัฐนั้น
๑.๓
การอนุญาตให้ผู้เช่าที่ดิน หรือผู้เช่าอาคารราชพัสดุเปลี่ยนวัตถุประสงค์การเช่า
เว้นแต่การอนุญาตให้ผู้เช่าที่ดินหรือผู้เช่าอาคารราชพัสดุเปลี่ยนวัตถุประสงค์การเช่าดังต่อไปนี้ไม่ต้องรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนก่อน
(๑)
การอนุญาตให้ผู้เช่าที่ดินราชพัสดุเพื่ออยู่อาศัยเปลี่ยนวัตถุประสงค์การเช่าเป็นการเช่าที่ดินเพื่อการเกษตรที่มีลักษณะเช่นเดียวกันกับ
หรือใกล้เคียงกันกับการทำการเกษตรในชุมชน
(๒)
การอนุญาตให้ผู้เช่าที่ดินราชพัสดุเพื่อการเกษตรเปลี่ยนวัตถุประสงค์การเช่าที่ดินเพื่อการอยู่อาศัยของผู้เช่าเอง
(๓)
การอนุญาตให้ผู้เช่าที่ดินราชพัสดุเพื่อการเกษตรเปลี่ยนวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ในสัญญาจากประเภทหนึ่งไปเป็นอีกประเภทหนึ่งที่มีลักษณะเช่นเดียวกันหรือใกล้เคียงกันกับวัตถุประสงค์
การเช่าเดิม เช่น เพื่อทำนา เป็น เพื่อทำสวน ทำไร่ เป็นต้น
แต่ในกรณีที่เป็นการเปลี่ยนวัตถุประสงค์ การเช่าแตกต่างไปจากที่ระบุไว้ในสัญญาเช่าเดิม
และไม่สอดคล้องกับการใช้ที่ดินบริเวณข้างเคียงโดยเห็นได้ชัดเจนว่าจะส่งผลต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม
สุขภาพอนามัย คุณภาพชีวิต หรือส่วนได้เสียเกี่ยวกับประชาชนหรือชุมชนท้องถิ่น
เช่น การขออนุญาตเปลี่ยนวัตถุประสงค์การเช่าจากเพื่อทำนาข้าวเป็นเพื่อทำนากุ้ง เป็นต้น
กรณีเช่นนี้จะต้องมีการประกาศให้ประชาชนและชุมชนท้องถิ่นทราบก่อน
(๔)
การอนุญาตให้ผู้เช่าอาคารราชพัสดุเปลี่ยนวัตถุประสงค์การเช่าที่ระบุไว้ในสัญญา
ซึ่งไม่ส่งผลต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม สุขภาพอนามัย คุณภาพชีวิต
หรือส่วนได้เสียเกี่ยวกับประชาชนหรือชุมชนท้องถิ่น
เช่น การเช่าอาคารธนาคาร ขอเปลี่ยนเป็นอาคารสำนักงานหรือโรงรับจำนำ เป็นต้น
๒.
หลักเกณฑ์การดำเนินการ
๒.๑
ที่ดินราชพัสดุที่มีมูลค่าที่ดินเกินกว่า ๓๐ ล้านบาท
หรือที่ดินพร้อมอาคารสิ่งปลูกสร้าง ราชพัสดุ
หรืออาคารสิ่งปลูกสร้างราชพัสดุที่มีมูลค่าเกินกว่า ๑๐๐ ล้านบาท
(๑)
ให้ดำเนินการรับฟังความคิดเห็นตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน
โดยอนุโลม
(๒)
กรณีการเปลี่ยนวัตถุประสงค์การเช่า
ให้อยู่ในดุลพินิจของผู้มีอำนาจจัดให้เช่าที่จะพิจารณาว่าจะต้องดำเนินการตาม (๑)
หรือไม่ แต่อย่างน้อยต้องดำเนินการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนหรือชุมชนท้องถิ่นตามข้อ
๒.๒
๒.๒
ที่ราชพัสดุที่มีมูลค่าที่ดินไม่เกิน ๓๐ ล้านบาท
หรือที่ดินพร้อมอาคารสิ่งปลูกสร้าง ราชพัสดุ
หรืออาคารสิ่งปลูกสร้างราชพัสดุที่มีมูลค่าเกิน ๑๐๐ ล้านบาท
(๑)
การประกาศรับฟังความคิดเห็น
โครงการหรือการดำเนินการที่จะต้องรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนให้ประกาศให้ประชาชนทราบไม่น้อยกว่า
๑๕ วันนับแต่วันประกาศเป็นต้นไป ทั้งนี้
กรณีการประมูลจะต้องดำเนินการประกาศก่อนวันยื่นซองประมูล
(๒)
สาระสำคัญที่ต้องมีในประกาศ
(๒.๑)
วัตถุประสงค์ หรือสาระสำคัญของโครงการ หรือการอนุญาต
(๒.๒)
เจ้าของโครงการ (กรมธนารักษ์ ส่วนราชการผู้ใช้ประโยชน์ หรือจังหวัด แล้วแต่กรณี)
(๒.๓)
รายละเอียดของที่ราชพัสดุที่จะดำเนินการ
(๒.๔)
ขั้นตอนและระยะเวลาดำเนินการ
(๒.๕)
ประโยชน์ที่จะได้รับจากโครงการ หรือการอนุญาต
(๒.๖)
ประมาณการค่าใช้จ่ายที่ผู้ประมูลได้หรือผู้ได้รับอนุญาตจะต้องลงทุน
รวมทั้งประมาณการรายได้ที่ทางราชการจะได้รับจากการจัดทำโครงการ หรือการอนุญาต
(ถ้าสามารถประมาณการได้)
(๒.๗)
วิธีการ ระยะเวลา และสถานที่รับฟังความคิดเห็น
รวมทั้งสถานที่ที่ประชาชนสามารถรับข้อมูลเพิ่มเติม ซึ่งจะต้องมีกำหนดระยะเวลาการแสดงความคิดเห็นไม่น้อยกว่า
๗ วันนับแต่วันถัดจากวันครบกำหนดระยะเวลาในประกาศรับฟังความคิดเห็น
๒.๓
วิธีการประกาศ
(๑)
ปิดประกาศในที่เปิดเผย ณ
(๑.๑)
ที่ราชพัสดุที่จะจัดทำโครงการหรือจะอนุญาตให้เปลี่ยนวัตถุประสงค์หรืออนุญาตให้ก่อสร้างอาคารสิ่งปลูกสร้างยกกรรมสิทธิ์ให้กระทรวงการคลัง
(๑.๒)
กรุงเทพมหานครให้ปิดประกาศ ณ กรมธนารักษ์ และสำนักงานเขตที่ที่ราชพัสดุตั้งอยู่
ภูมิภาคให้ปิดประกาศ
ณ ศาลากลางจังหวัด สำนักงานธนารักษ์พื้นที่ที่ว่าการอำเภอ
และที่ทำการองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตที่ที่ราชพัสดุตั้งอยู่
(๒)
เผยแพร่ประกาศใน Website กรมธนารักษ์
(๓)
โดยวิธีอื่น ๆ ตามที่เห็นสมควร
๓.
ช่องทางแสดงความคิดเห็นของประชาชน
ให้ประชาชนแสดงความคิดเห็นได้ทั้งการแสดงความคิดเห็นด้วยตนเอง
ทางไปรษณีย์ทางโทรสาร และในระบบเครือข่ายสารสนเทศ หรือวิธีอื่น ๆ ตามที่เห็นสมควร
๔.
การดำเนินการพิจารณาผลการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน
๔.๑
ให้จัดทำสรุปผลการรับฟังความคิดเห็น และประกาศให้ประชาชนทั่วไปทราบภายใน ๑๕ วัน
นับแต่วันเสร็จสิ้นการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนโดยประกาศตามข้อ ๒.๓
๔.๒
ให้หน่วยงานผู้ปฏิบัตินำความคิดเห็นของประชาชนมาประกอบการพิจารณาผลการประมูล
การจัดให้เช่า
หรืออนุญาตให้ผู้เช่าปลูกสร้างอาคารสิ่งปลูกสร้างยกกรรมสิทธิ์ให้กระทรวงการคลังหรืออนุญาตให้เปลี่ยนวัตถุประสงค์การเช่า
หากเห็นสมควรจะดำเนินการประการใดให้เสนอผู้มีอำนาจจัดให้เช่าใช้ดุลพินิจสั่งการตามความเหมาะสม
หลักเกณฑ์ที่กำหนดหรือดำเนินการตามคำสั่งนี้
หากอธิบดีกรมธนารักษ์เห็นเป็นอย่างอื่นอาจสั่งการตามที่เห็นสมควรได้
ทั้งนี้
ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
สั่ง ณ วันที่ ๒๗
ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๙
จักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล
อธิบดีกรมธนารักษ์
ปริยานุช/จัดทำ
๘ มีนาคม ๒๕๖๐
พรวิภา/ตรวจ
๘ มีนาคม ๒๕๖๐
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๓๔/ตอนพิเศษ ๖๑ ง/หน้า ๓๓/๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐