法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ว่าด้วยการกำกับดูแล การใช้และการเก็บรักษาเสื้อเกราะป้องกันกระสุนหรือป้องกันสะเก็ดระเบิด พ.ศ. 2556

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
21
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

ระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

ว่าด้วยการกำกับดูแล

การใช้และการเก็บรักษาเสื้อเกราะป้องกันกระสุนหรือป้องกันสะเก็ดระเบิด

พ.ศ. ๒๕๕๖

โดยที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติมีความจำเป็นต้องจัดให้มีเสื้อเกราะป้องกันกระสุนหรือป้องกันสะเก็ดระเบิดซึ่งเป็นยุทธภัณฑ์ตามพระราชบัญญัติควบคุมยุทธภัณฑ์

พ.ศ. ๒๕๓๐

เพื่อใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ป้องกันและปราบปรามการทุจริตของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต

และกฎหมายว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ

ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์แห่งกฎหมายและมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

รวมทั้งเพื่อให้มาตรการควบคุมการใช้และการเก็บรักษาเสื้อเกราะป้องกันกระสุนหรือป้องกันสะเก็ดระเบิดเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ

ประกอบกับมาตรา ๓๑ วรรคสอง

แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.

๒๕๔๒

ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต

(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๔

กำหนดให้การดำเนินการแสวงหาข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐานหรือการไต่สวนข้อเท็จจริงตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้

ให้ประธานกรรมการ กรรมการ อนุกรรมการ และพนักงานไต่สวน

เป็นพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจชั้นผู้ใหญ่และมีอำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาเช่นเดียวกับพนักงานสอบสวนและมาตรา

๔๔/๑ ได้บัญญัติว่าในการแสวงหาข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐานในเรื่องกล่าวหาให้เลขาธิการและพนักงานเจ้าหน้าที่ที่เลขาธิการมอบหมาย

เป็นพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๐๗

แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.

๒๕๔๒ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ จึงออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า

“ระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ว่าด้วยการกำกับดูแล

การใช้และการเก็บรักษาเสื้อเกราะป้องกันกระสุนหรือป้องกันสะเก็ดระเบิด พ.ศ. ๒๕๕๖”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑] ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในระเบียบนี้

“เสื้อเกราะ” หมายความว่า

เสื้อเกราะป้องกันกระสุนหรือป้องกันสะเก็ดระเบิด ที่สำนักงาน ป.ป.ช. ได้รับอนุญาตให้มีและใช้ตามกฎหมาย

“เลขาธิการ” หมายความว่า

เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

“สำนักงาน” หมายความว่า สำนักงาน

ป.ป.ช. และสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัด

“ผู้อนุญาต” หมายความว่า

เลขาธิการหรือผู้ซึ่งเลขาธิการมอบหมาย

“ผู้รับอนุญาต” หมายความว่า

ผู้ซึ่งได้รับอนุญาตให้ครอบครองและใช้เสื้อเกราะ

“นายทะเบียน” หมายความว่า

ผู้ซึ่งเลขาธิการมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ควบคุมดูแลการครอบครอง การใช้

และการเก็บรักษาเสื้อเกราะตามระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติรักษาการตามระเบียบนี้

บททั่วไป

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ เสื้อเกราะของสำนักงาน

ให้นำไปใช้เฉพาะเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติหน้าที่ของทางราชการเท่านั้น

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ให้สำนักงานจัดให้มีสถานที่เก็บรักษาเสื้อเกราะที่มั่นคง

แข็งแรงและปลอดภัย

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ การอนุญาตให้ใช้เสื้อเกราะให้อนุญาตได้คราวละไม่เกินหนึ่งปี

ผู้อนุญาต

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ผู้อนุญาตมีอำนาจอนุญาตให้ผู้รับอนุญาตครอบครองและใช้เสื้อเกราะได้ตามความจำเป็นเพื่อป้องกันอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้รับอนุญาต

โดยผู้อนุญาตอาจกำหนดเงื่อนไขและพื้นที่การใช้เสื้อเกราะตามที่เห็นสมควรก็ได้

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ เมื่อผู้อนุญาตเห็นสมควรหรือตามรายงานความเห็นของนายทะเบียนตามข้อ

๑๕ (๖) ผู้อนุญาตอาจเพิกถอนการอนุญาตให้ใช้เสื้อเกราะตามข้อ ๑๗ (๔) ก็ได้

ผู้รับอนุญาต

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ผู้ขออนุญาตครอบครองและใช้เสื้อเกราะต้องมีคุณสมบัติ

ดังต่อไปนี้

(๑) ประธานกรรมการ กรรมการ กรรมการ ป.ป.จ. อนุกรรมการ

พนักงานเจ้าหน้าที่และลูกจ้างของสำนักงาน

(๒) ไม่เคยมีพฤติการณ์เสื่อมเสียเกี่ยวกับการใช้เสื้อเกราะ

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ผู้ใดมีคุณสมบัติตามข้อ ๑๐

และมีความจำเป็นต้องใช้เสื้อเกราะของสำนักงานเพื่อป้องกันอันตรายในชีวิตและทรัพย์สิน

ให้ยื่นคำขอ (แบบ ส.๑) พร้อมหลักฐานต่อผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นต้นเพื่อให้รับรองเหตุผลและความจำเป็น

ก่อนเสนอคำขอต่อผู้อนุญาตต่อไป

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ เมื่อได้รับอนุญาตตามข้อ

๑๑ แล้ว ให้ผู้รับอนุญาตนำหลักฐานการขอรับเสื้อเกราะ (แบบ ส.๒) ยื่นต่อนายทะเบียน

ในกรณีที่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนจนไม่สามารถปฏิบัติตามข้อ ๑๑ ได้

ผู้ขออนุญาตใช้เสื้อเกราะอาจขอใช้เสื้อเกราะต่อผู้อนุญาตได้โดยตรง

และเมื่อได้รับอนุญาตแล้วให้ผู้รับอนุญาตทำหลักฐานการขอใช้เสนอผู้อนุญาตทราบในทันทีที่สามารถดำเนินการได้

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ผู้รับอนุญาตให้มีเสื้อเกราะของสำนักงาน

ให้ปฏิบัติดังต่อไปนี้

(๑) ใช้เสื้อเกราะด้วยตนเอง เว้นแต่ในกรณีที่มีความจำเป็นอาจให้สามี

ภริยา บุตร และญาติของผู้รับอนุญาต รวมทั้งผู้กล่าวหา ผู้เสียหาย

ผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษ พยาน

ผู้ให้ถ้อยคำหรือผู้ที่แจ้งเบาะแสหรือข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ของผู้รับอนุญาต

ใช้เสื้อเกราะเพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินตามระเบียบนี้ได้

(๒) ดูแลรักษาเสื้อเกราะด้วยความระมัดระวัง

และปฏิบัติตามคำแนะนำการใช้และบำรุงรักษาเสื้อเกราะอย่างเคร่งครัด

(๓)

รายงานเป็นหนังสือต่อผู้อนุญาตหรือนายทะเบียนในทันทีที่เกิดการชำรุด สูญหาย บุบสลาย

เสียหาย ถูกทำลายหรือถูกยึดโดยเจ้าพนักงาน (แบบ ส.๓)

(๔) นำส่งคืนนายทะเบียนภายในเวลาตามที่ได้รับอนุญาต

หรือทันทีที่เสร็จสิ้นภารกิจหรือเมื่อถูกเพิกถอนการอนุญาต หรือเมื่อครบกำหนดอนุญาต

หรือเมื่อผู้อนุญาตมีคำสั่งให้ส่งคืน (แบบ ส.๔)

(๕) ชดใช้ความเสียหายอย่างใด ๆ ที่เกิดขึ้น เว้นแต่ความเสียหายนั้นเกิดเพราะเหตุสุดวิสัยหรือเกิดจากการใช้งานตามปกติ

(๖) ปฏิบัติการอื่นใดที่เกี่ยวข้องตามที่ผู้อนุญาตเห็นสมควร

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ห้ามมิให้ผู้รับอนุญาตทำการทดสอบประสิทธิภาพเสื้อเกราะทุกกรณี

นายทะเบียน

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ให้เลขาธิการแต่งตั้งข้าราชการสำนักงานระดับไม่ต่ำกว่าผู้อำนวยการสำนักขึ้นไปหนึ่งคนเป็นนายทะเบียน

และอาจแต่งตั้งข้าราชการสำนักงานเป็นผู้ช่วยนายทะเบียนตามที่เห็นสมควรก็ได้โดยให้นายทะเบียนมีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับเสื้อเกราะ

ดังต่อไปนี้

(๑) จัดระบบการจัดหา ควบคุมและเก็บรักษา

(๒) ควบคุมการเบิกจ่ายให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

(๓) ตรวจสอบสภาพ ตรวจนับจำนวน

และรายงานการใช้เสื้อเกราะเสนอต่อผู้อนุญาตทุกสิ้นเดือนกันยายนของทุกปี

หรือตามที่ผู้อนุญาตเห็นสมควร

(๔) จัดทำบัญชีรับจ่ายยุทธภัณฑ์ตามแบบที่กำหนดในกฎกระทรวง

(๕) รายงานผู้อนุญาตทันทีเมื่อปรากฏว่าผู้รับอนุญาตเสียชีวิต

หรือต้องระวางโทษจำคุก

(๖)

รายงานความเห็นเสนอต่อผู้อนุญาตเพื่อเพิกถอนการอนุญาตเมื่อปรากฏว่า

ผู้รับอนุญาตฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อ ๑๓ และข้อ ๑๔

หรือเป็นผู้ที่ขาดคุณสมบัติตามข้อ ๑๐

(๗) รวบรวมรายงานตามข้อ ๑๓ (๓) และรายงานความเห็นเสนอต่อผู้อนุญาต

(๘) รับการส่งคืนตามข้อ ๑๘ หรือข้อ ๑๙ หรือรายงานต่อผู้อนุญาตตามข้อ

๑๙ วรรคสอง

(๙) ติดตามการชดใช้ค่าเสียหายตามข้อ ๑๓ (๕)

และรายงานพร้อมความเห็นเสนอผู้อนุญาต

(๑๐)

เสนอให้มีการทำลายหรือจำหน่ายเสื้อเกราะที่หมดอายุหรือชำรุดเสื่อมสภาพ

ตามที่ระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติว่าด้วยการพัสดุ

หรือเพื่อประโยชน์ของทางราชการ

(๑๑) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่เลขาธิการเห็นสมควร

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ให้นายทะเบียนมีหน้าที่รายงานและเสนอความเห็นต่อเลขาธิการ

เพื่อปฏิบัติตามพระราชบัญญัติควบคุมยุทธภัณฑ์ พ.ศ. ๒๕๓๐

การสิ้นสุดและการเพิกถอนการอนุญาต

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ผู้รับอนุญาตอาจถูกเพิกถอนการอนุญาตได้ในกรณีดังต่อไปนี้

(๑) ขาดคุณสมบัติตามข้อ ๑๐

(๒) ไม่ปฏิบัติตามระเบียบ คำสั่ง

หรือประกาศของประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติตามข้อ ๔

(๓) ถูกตั้งคณะกรรมการสอบทางวินัยเกี่ยวกับการใช้เสื้อเกราะ

(๔)

เมื่อผู้อนุญาตเห็นสมควรหรือตามรายงานความเห็นของนายทะเบียนตามข้อ ๑๕ (๖)

การส่งคืน

การชดใช้ค่าเสียหายและการจำหน่าย

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ การส่งคืนเสื้อเกราะให้ถือปฏิบัติดังต่อไปนี้

(๑) การส่งคืนภายในเวลาที่ได้รับอนุญาต หรือเมื่อเสร็จสิ้นภารกิจหรือเมื่อถูกเพิกถอนการอนุญาตหรือเมื่อครบกำหนดการอนุญาต

หรือเมื่อผู้อนุญาตมีคำสั่งให้ส่งคืนตามข้อ ๑๓ (๔) ให้ส่งคืนทันที

แต่ทั้งนี้ต้องไม่เกิน ๕ วันนับแต่เวลาที่การอนุญาตสิ้นสุด หรือวันเสร็จสิ้นภารกิจ

หรือมีคำสั่งเพิกถอน หรือเมื่อครบกำหนด

(๒) ผู้รับอนุญาตเสียชีวิต ให้ส่งคืนภายใน ๑๐ วัน

นับแต่วันที่ผู้รับอนุญาตเสียชีวิต

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ในกรณีผู้รับอนุญาตเสียชีวิต

ให้บุคคลดังต่อไปนี้มีหน้าที่ส่งคืนเสื้อเกราะแทนผู้รับอนุญาตต่อผู้อนุญาต

(๑) ผู้บังคับบัญชาของผู้รับอนุญาต

(๒) สามีหรือภริยาของผู้รับอนุญาต

(๓) บุพการีของผู้รับอนุญาต

(๔) ผู้สืบสันดานของผู้รับอนุญาต

(๕) ผู้จัดการมรดกของผู้รับอนุญาต

(๖) ผู้ที่ครอบครอง

ในกรณีที่ปรากฏว่าเสื้อเกราะตามวรรคหนึ่ง สูญหายไม่สามารถนำส่งคืนได้

ให้บุคคลตาม (๒) ถึง (๖) แล้วแต่กรณี แจ้งผู้บังคับบัญชาของผู้รับอนุญาตทราบโดยทันที

เพื่อแจ้งให้นายทะเบียนรายงานผู้อนุญาตต่อไป

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ในการชดใช้ค่าเสียหายตามข้อ

๑๓ (๕)

ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่และระเบียบกระทรวงการคลัง

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ ในกรณีเสื้อเกราะหมดอายุการใช้งานหรือเสื่อมสภาพหรือชำรุดจนไม่อาจใช้ประโยชน์ได้ให้ดำเนินการตามกฎหมายหรือระเบียบของทางราชการต่อไป

ประกาศ

ณ วันที่ ๒ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๖

ปานเทพ

กล้าณรงค์ราญ

ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

[เอกสารแนบท้าย]

๑. แบบคำขออนุญาตใช้เสื้อเกราะป้องกันกระสุนหรือป้องกันสะเก็ดระเบิด

(แบบ ส.๑)

๒. หลักฐานการขอรับเสื้อเกราะป้องกันกระสุนหรือป้องกันสะเก็ดระเบิด

(แบบ ส.๒)

๓. รายงานสภาพการชำรุด สูญหาย บุบสลาย

ถูกทำลายหรือถูกยึดโดยเจ้าพนักงาน (แบบ ส.๓)

๔. แบบส่งคืนเสื้อเกราะป้องกันกระสุนหรือป้องกันสะเก็ดระเบิด

(แบบ ส.๔)

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

ปริยานุช/ผู้จัดทำ

๖ มกราคม ๒๕๕๗

เอกฤทธิ์/ผู้ตรวจ

๑๐ กุมภาพันธ์

๒๕๕๗

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๓๐/ตอนที่ ๑๒๕ ก/หน้า ๕/๒๖ ธันวาคม ๒๕๕๖

21 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ว่าด้วยการกำกับดูแล การใช้และการเก็บรักษาเสื้อเกราะป้องกันกระสุนหรือป้องกันสะเก็ดระเบิด พ.ศ. 2556 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_9a607fe3f7a62263

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com