法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

subsidiary

พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยระเบียบค่าเช่าบ้านข้าราชการ พุทธศักราช 2483

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
17
มาตรา อารัมภบท

ตราพระบรมราชโองการ

ตราพระบรมราชโองการ

พระราชกฤษฎีกา

ว่าด้วยระเบียบค่าเช่าบ้านข้าราชการ

พุทธศักราช

2483

ในพระปรมาภิธัยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล

คณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์

(ตามประกาศประธานสภาผู้แทนราษฎร

ลงวันที่ 4 สิงหาคม พุทธศักราช 2480)

อาทิตย์ทิพอาภา

พล.อ. พิชเยนทรโยธิน

ตราไว้

ณ วันที่ 22 ตุลาคม พุทธศักราช 2483

เป็นปีที่ 7 ในรัชกาลปัจจุบัน

โดยที่เห็นสมควรวางระเบียบและกำหนดอัตราค่าเช่าบ้านข้าราชการให้

เหมาะสมยิ่งขึ้น

คณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ในพระปรมาภิธัยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

จึ่งให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ดั่งต่อไปนี้

มาตรา 1

มาตรา 1 พระราชกฤษฎีกานี้ให้เรียกว่า `พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยระเบียบ

ค่าเช่าบ้านข้าราชการพุทธศักราช 2483'

มาตรา 2

มาตรา 2 ให้ใช้พระราชกฤษฎีกานี้ตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

เป็นต้นไป

มาตรา 3

มาตรา 3 ให้ยกเลิกบรรดากฎ

ข้อบังคับ และระเบียบการใด ๆ ในส่วนที่

บัญญัติไว้แล้วในพระราชกฤษฎีกานี้

หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับบทแห่งพระราช

กฤษฎีกานี้

มาตรา 4

มาตรา 4 ข้าราชการประจำการนอกจากข้าราชการชาวต่างประเทศที่มีสัญญา

จ้าง มีสิทธิได้ค่าเช่าบ้านตามความในพระราชกฤษฎีกานี้

มาตรา 5

มาตรา 5 ข้าราชการดังต่อไปนี้ไม่มีสิทธิได้ค่าเช่าบ้าน

(1) ข้าราชการซึ่งรับราชการประจำในเขตต์อำเภอหรือกิ่งอำเภอชั้นใน

(2) ข้าราชการซึ่งทางราชการได้จัดที่พักให้อยู่แล้ว

(3) ข้าราชการซึ่งเริ่มเข้ารับราชการในท้องที่อำเภอหรือกิ่งอำเภอใด

และยังคงรับราชการอยู่ในท้องที่นั้น

(4) ข้าราชการซึ่งทางราชการสั่งให้ไปรับราชการประจำในเขตต์อำเภอหรือ

กิ่งอำเภอที่ข้าราชการผู้นั้นเริ่มเข้ารับราชการหรือกลับเข้ารับราชการ

ใหม่

(5) ข้าราชการซึ่งมีเคหสถานของตนเอง หรือของบิดาหรือมารดาหรือบุตร

หรือสามีหรือภริยาที่พออาศัยอยู่ร่วมกันได้

(6) ข้าราชการวิสามัญซึ่งทางราชการแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นการชั่ว

คราว

เว้นแต่ในกรณีที่การแต่งตั้งนั้นต้องการบุคคลที่มีคุณวุฒิเป็นพิเศษ

และกระทรวงการคลังเห็นสมควรให้ได้รับค่าเช่าบ้าน

มาตรา 6

มาตรา 6 ข้าราชการซึ่งรับราชการหรือได้รับคำสั่งให้ไปรับราชการใน

ท้องที่ใด และไม่มีสิทธิได้ค่าเช่าบ้าน

เพราะเหตุที่มีเคหสถานของตนเอง

แม้ข้าราชการผู้นั้นได้โอนกรรมสิทธิ์ในเคหสถานนั้นไป

ก็ไม่ทำให้เกิดสิทธิ

ที่จะได้รับค่าเช่าบ้านในระหว่างที่รับราชการในท้องที่นั้น

มาตรา 7

มาตรา 7 สามีกับภริยาก็ดี บิดาหรือมารดากับบุตรซึ่งพออาศัยอยู่ร่วม

กันได้ก็ดี

ถ้ารับราชการในท้องที่เดียวกันและต่างมีสิทธิจะได้รับค่าเช่า

บ้าน

ให้เบิกจ่ายให้เฉพาะคนใดคนหนึ่งซึ่งมีสิทธิได้ค่าเช่าบ้านสูงกว่า

หรือถ้ามีสิทธิได้ค่าเช่าบ้านเท่ากันก็ให้เบิกจ่ายให้แก่สามีหรือบิดาหรือ

มารดาแล้วแต่กรณี

มาตรา 8

มาตรา 8 ข้าราชการซึ่งได้รับค่าเช่าบ้านอยู่แล้ว ภายหลังได้รับเงิน

เดือนเพิ่มขึ้น จะขอรับค่าเช่าบ้านเพิ่มขึ้นไม่ได้

เว้นแต่จะปรากฏเหตุผล

ความจำเป็น เป็นต้นว่า บ้านที่เช่าอยู่ชำรุดมาก

หรือมีครอบครัวเพิ่มขึ้น

จนไม่สามารถอาศัยให้เป็นสุขตามสมควร จะต้องย้ายไปเช่าบ้านใหม่

หรือต้อง

ให้เจ้าของบ้านก่อสร้างเพิ่มเติมขึ้น

หรือได้เสียค่าเช่าบ้านอยู่แล้วเกิน

กว่าที่ได้เบิกจ่าย

มาตรา 9

มาตรา 9 ข้าราชการซึ่งได้รับค่าเช่าบ้านอยู่แล้ว ภายหลังได้มี

เคหสถานของตนเองซึ่งสมควรจะอาศัยอยู่ได้

หรือได้ไปอาศัยผู้อื่นอยู่โดยมิต้อง

เสียค่าเช่า

ให้งดการเบิกจ่ายค่าเช่าบ้านสำหรับข้าราชการผู้นั้นเสียตั้ง

แต่วันนั้นเป็นต้นไป

มาตรา 10

มาตรา 10 ค่าเช่าบ้านให้เบิกจ่ายได้เท่าที่ต้องจ่ายจริงตามราคาที่สม

ควรแก่สภาพแห่งบ้าน

แต่อย่างมากไม่เกินอัตราคำนวณตามเงินเดือนของข้า

ราชการดั่งต่อไปนี้

(1) ตั้งแต่เดือนละร้อยบาทขึ้นไป ให้เบิกจ่ายค่าเช่าบ้านได้ร้อยละ

สิบของเงินเดือน

(2) ต่ำกว่าเดือนละร้อยบาท ให้เบิกจ่ายค่าเช่าบ้านได้ร้อยละสิบห้า

ของเงินเดือน แต่รายหนึ่งเบิกจ่ายได้อย่างมากเพียงสิบบาท

มาตรา 11

มาตรา 11 ค่าเช่าบ้านจะเบิกจ่ายได้ตั้งแต่วันที่ข้าราชการผู้นั้นได้

เช่าอยู่จริง แต่ไม่ก่อนวันรายงานตัวเพื่อเข้ารับหน้าที่

ข้าราชการซึ่งได้รับแต่งตั้งให้ไปรับราชการในท้องที่อื่น ถ้าไม่

สามารถออกเดินทางไปได้ในวันมอบหน้าที่

ให้เบิกจ่ายค่าเช่าบ้านตามจำนวน

วันที่ต้องเช่าอยู่ต่อไปได้อีกไม่เกินสิบวัน เว้นแต่ในกรณีจำเป็นที่จะ

ต้องอยู่ต่อไปอีก

และได้รับอนุมัติให้เบิกได้จากผู้มีอำนาจอนุมัติตามความ

ในมาตรา13

มาตรา 12

มาตรา 12 การเบิกจ่ายค่าเช่าบ้านให้สิ้นสุดในวันที่ข้าราชการขาดจาก

อัตราเงินเดือน เว้นแต่ในกรณี

(1) ข้าราชการออกจากราชการโดยไม่มีความผิด ถ้ามีความจำเป็นที่

ข้าราชการผู้นั้นจะออกจากบ้านเช่าไม่ได้ในวันขาดจากอัตราเงินเดือน

ก็ให้เบิก

จ่ายค่าเช่าบ้านต่อไปได้อีกเท่าที่มีความจำเป็น

แต่ไม่เกินสิบวัน

(2) ข้าราชการถึงแก่ความตาย ถ้ามีความจำเป็นที่ครอบครัวของข้าราชการ

ผู้นั้นจะออกจากบ้านเช่าไม่ได้ ก็ให้เบิกจ่ายค่าเช่าบ้านต่อไปได้อีกเท่า

ที่มีความจำเป็น แต่ไม่เกินสามสิบวัน

นับแต่วันที่ข้าราชการผู้นั้นตาย

มาตรา 13

มาตรา 13 ในราชการบริหารส่วนกลาง ให้อธิบดีและในราชการบริหารส่วน

ภูมิภาค

ให้ข้าหลวงประจำจังหวัดเป็นผู้พิจารณาอนุมัติให้เบิกจ่ายค่าเช่า

บ้าน ตามความในพระราชกฤษฎีกานี้

มาตรา 14

มาตรา 14 ข้าราชการซึ่งผู้บังคับบัญชาอนุญาติให้ลาป่วยหรือลาประเภท

ใดๆ ก็ดี และจะได้รับเงินเดือนในระหว่างลานั้นหรือไม่ก็ดี

ให้เบิกจ่ายค่า

เช่าบ้านให้เท่าที่เคยได้รับอยู่ตลอดเวลาที่อนุญาตให้ลานั้น

มาตรา 15

มาตรา 15 ข้าราชการซึ่งรับราชการในต่างประเทศ ถ้าจำเป็นต้องเช่าที่

พักอาศัย

ให้กระทรวงเจ้าสังกัดทำความตกลงกับกระทรวงการคลังกำหนดอัตราและ

สั่งจ่ายให้เป็นรายๆ ไป

มาตรา 16

มาตรา 16 ในกรณีที่ข้าราชการได้รับค่าเช่าบ้านอยู่ก่อนวันใช้พระราช

กฤษฎีกานี้นั้น

ให้คงปฏิบัติจ่ายไปตามเดิมตลอดเวลาที่ข้าราชการผู้นั้นเช่า

บ้านนั้นอยู่

มาตรา 17

มาตรา 17 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการให้เป็นไปตามพระ

ราชกฤษฎีกานี้

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

พิบูลสงคราม

นายกรัฐมนตรี

17 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยระเบียบค่าเช่าบ้านข้าราชการ พุทธศักราช 2483 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_9aac3eb1924401d8

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com