法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต ที่ สน. 28/2549 เรื่อง การลงทุนและการมีไว้เพื่อเป็นทรัพย์สินของกองทุน

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
108
มาตรา อารัมภบท

ประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

ที่ สน. 28/2549

เรื่อง การลงทุนและการมีไว้เพื่อเป็นทรัพย์สินของกองทุน

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 126(4) แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจํากัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลซึ่งมาตรา 29 ประกอบกับมาตรา 35 มาตรา 36 มาตรา 45 มาตรา 48 และมาตรา 50 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยบัญญัติให้กระทําได้โดยอาศัยอํานาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ประกอบกับข้อ 11 และข้อ 16 โดยได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และข้อ 18(6) และข้อ 19 แห่งประกาศคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ กน. 30/2547 เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการจัดตั้งและจัดการกองทุน ลงวันที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2547 สํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ออกข้อกําหนดไว้ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2549 เป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ในประกาศนี้

(1) บทนิยามที่เกี่ยวข้องกับกองทุนต่าง ๆ มีดังนี้

(ก) “กองทุน” หมายความว่า กองทุนรวม หรือกองทุนส่วนบุคคล

(ข) “กองทุนรวมพันธบัตรเอเชีย” หมายความว่า กองทุนรวมอีทีเอฟที่ตั้งขึ้นเพื่อส่งเสริมการพัฒนาตลาดพันธบัตรสกุลเงินท้องถิ่นในภูมิภาคตามโครงการจัดตั้งกองทุนพันธบัตรเอเชียระยะที่สอง (Asian Bond Fund 2) ตามมติของที่ประชุมกลุ่มธนาคารกลางสมาชิก Executives’ Meeting of East Asia and Pacific Central Banks (EMEAP)

(ค) “กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์” หมายความว่า กองทุนรวมตามประกาศว่าด้วยหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการจัดตั้งและจัดการกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ที่ออกตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

(ง) “กองทุนส่วนบุคคลรายย่อย” หมายความว่า กองทุนส่วนบุคคลที่มิใช่กองทุนสํารองเลี้ยงชีพซึ่งมีมูลค่าหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินของผู้ลงทุนรายย่อยต่ํากว่าหนึ่งล้านบาท

(2) บทนิยามที่เกี่ยวข้องกับตราสาร มีดังนี้

(ก) “หุ้น” หมายความว่า หุ้นของบริษัทจํากัด บริษัทมหาชนจํากัด หรือนิติบุคคลที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น ทั้งนี้ มิให้หมายความรวมถึงหุ้นของบริษัทจัดการลงทุนต่างประเทศ (foreign investment company) ที่มีการดําเนินการในลักษณะของโครงการลงทุนแบบกลุ่ม (collective investment scheme)

(ข) “หุ้นกู้ระยะสั้น” หมายความว่า หุ้นกู้ระยะสั้นตามประกาศคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยการขออนุญาตและการอนุญาตให้เสนอขายตราสารหนี้ที่ออกใหม่

(3) บทนิยามที่เกี่ยวข้องกับกิจการ มีดังนี้

(ก) “ธนาคารพาณิชย์” หมายความว่า ธนาคารพาณิชย์ตามกฎหมายว่าด้วยการธนาคารพาณิชย์

(ข) “นายจ้าง” หมายความว่า นายจ้างตามกฎหมายว่าด้วยกองทุนสํารองเลี้ยงชีพ

(ค) “บริษัทเงินทุน” หมายความว่า บริษัทเงินทุนตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์

(ง) “บริษัทจดทะเบียน” หมายความว่า บริษัทที่มีหลักทรัพย์ที่ได้รับการจดทะเบียนหรือได้รับการอนุญาตให้ทําการซื้อขายได้ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

(จ) “นิติบุคคลต่างประเทศ” หมายความว่า นิติบุคคลที่จัดตั้งตามกฎหมายต่างประเทศและเป็นภาคเอกชน

(ฉ) “บริษัทในเครือ” หมายความว่า บริษัทที่ถือหุ้นของบริษัทจัดการหรือของนายจ้างตั้งแต่ร้อยละสิบของจํานวนหุ้นที่จําหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัทจัดการหรือของนายจ้าง และบริษัทที่บริษัทจัดการหรือนายจ้างถือหุ้นตั้งแต่ร้อยละสิบของจํานวนหุ้นที่จําหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัทนั้น แล้วแต่กรณี

(ช) “สถาบันการเงินตามกฎหมายไทย” หมายความว่า สถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมของสถาบันการเงิน

(4) บทนิยามที่เกี่ยวข้องกับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ มีดังนี้

(ก) “การจัดอันดับความน่าเชื่อถือ” หมายความว่า การจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ตัวตราสาร ที่ผู้ออกตราสารหรือคู่สัญญา หรือที่ผู้รับรอง ผู้รับอาวัล ผู้สลักหลัง หรือผู้ค้ําประกัน แล้วแต่กรณี ครั้งล่าสุด โดยสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ได้รับการยอมรับจากสํานักงาน เว้นแต่ข้อกําหนดในประกาศนี้แสดงให้เห็นว่าเป็นการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ตัวตราสาร ที่ผู้ออกตราสารหรือคู่สัญญา หรือที่บุคคลใดเป็นการเฉพาะ หรือเป็นการจัดอันดับความน่าเชื่อถือโดยสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ข้อกําหนดในประกาศนี้กําหนดไว้อย่างเฉพาะเจาะจง

(ข) “อันดับความน่าเชื่อถือ” หมายความว่า สัญลักษณ์ที่ใช้ในการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ

(ค) “อันดับที่สามารถลงทุนได้ (investment grade)” หมายความว่า อันดับความน่าเชื่อถือที่แต่ละสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ได้รับการยอมรับจากสํานักงาน กําหนดว่าเป็นอันดับความน่าเชื่อถือที่ผู้ลงทุนสามารถลงทุนได้

(5) บทนิยามเกี่ยวข้องกับสัญญาซื้อขายล่วงหน้าหรือตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (structured note) มีดังนี้

(ก) “การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (efficient portfolio management)”

หมายความว่า การลงทุนในทรัพย์สินเพื่อกองทุนโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ

1. การลดความเสี่ยง (hedging)

2. การลดค่าใช้จ่าย

3. การเพิ่มรายได้ของกองทุนโดยไม่มีความเสี่ยง หรือหากมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นแต่เป็นการเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย

(ข) “การลดความเสี่ยง (hedging)” หมายความว่า การลดหรือป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการที่กองทุนลงทุนหรือมีไว้ซึ่งทรัพย์สินอื่นด้วยการลงทุนหรือมีไว้ซึ่งใบสําคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้น ใบแสดงสิทธิในการซื้อหุ้นเพิ่มทุนที่โอนสิทธิได้ หรือใบสําคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ หรือด้วยการเข้าเป็นคู่สัญญาในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า แล้วแต่กรณี

(ค) “ดัชนีกลุ่มหลักทรัพย์” หมายความว่า ดัชนีกลุ่มหลักทรัพย์ในประเทศหรือต่างประเทศ

(ง) “ตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง” หมายความว่า ตราสารหรือสัญญาดังต่อไปนี้

1. ตราสารทางการเงินหรือสัญญาที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง หรือ

2. หุ้นกู้อนุพันธ์ตามประกาศคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยการขออนุญาตและการอนุญาตให้เสนอขายหุ้นกู้อนุพันธ์ที่ออกใหม่ เว้นแต่ในข้อกําหนดในประกาศนี้จะแสดงให้เห็นว่าไม่รวมถึงหุ้นกู้อนุพันธ์

(จ) “ศูนย์ซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า” หมายความว่า ศูนย์ซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่ได้รับใบอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยสัญญาซื้อขายล่วงหน้า และนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศซึ่งสามารถให้บริการเป็นศูนย์ซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าได้ตามกฎหมายของประเทศนั้น และได้รับการยอมรับจากสํานักงาน (recognized exchange)

(ฉ) “สัญญาซื้อขายล่วงหน้า” หมายความว่า สัญญาซื้อขายล่วงหน้าตามกฎหมายว่าด้วยสัญญาซื้อขายล่วงหน้า และสัญญาอื่นในทํานองเดียวกัน

(ช) “ค่าเดลต้า” หมายความว่า อัตราเปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลงของราคาตราสารหรือสัญญา กับราคาสินค้าหรือตัวแปรของตราสารหรือสัญญา แล้วแต่กรณี

(6) บทนิยามอื่น ๆ เกี่ยวกับการทําธุรกรรม มีดังนี้

(ก) “การขายชอร์ต” หมายความว่า การขายหลักทรัพย์ที่ต้องยืมหลักทรัพย์มาเพื่อส่งมอบ

(ข) “การรับชําระหนี้ด้วยทรัพย์สินอื่น” หมายความว่า การรับชําระหนี้ด้วยทรัพย์สินอื่นตามประกาศที่ออกตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์กําหนดให้บริษัทจัดการสามารถรับชําระหนี้ดังกล่าวได้ ทั้งนี้ ภายใต้เงื่อนไขหรือระยะเวลาที่ประกาศนั้นกําหนด

(ค) “คําเสนอซื้อ” หมายความว่า คําเสนอซื้อหลักทรัพย์ของกิจการตามประกาศคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการในการเข้าถือหลักทรัพย์เพื่อครอบงํากิจการ

(7) “สํานักงาน” หมายความว่า สํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ การจัดการลงทุนเพื่อเป็นทรัพย์สินของกองทุน ให้บริษัทจัดการลงทุนหรือแสวงหาประโยชน์เฉพาะจากหลักทรัพย์ สัญญาซื้อขายล่วงหน้า ทรัพย์สินอื่น หรือไปหาดอกผลหรือแสวงหาประโยชน์โดยวิธีอื่น ตามหลักเกณฑ์เกี่ยวกับประเภททรัพย์สินที่กําหนดไว้ในภาค 1 ทั้งนี้ ภายใต้หลักเกณฑ์เกี่ยวกับอัตราส่วนการลงทุนของกองทุนตามที่กําหนดไว้ในภาค 2 เว้นแต่เป็นกรณีที่อยู่ภายใต้บทเฉพาะกาลตามภาค 3 ได้

อื่นๆ ๑ หลักเกณฑ์เกี่ยวกับประเภททรัพย์สิน

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้บริษัทจัดการปฏิบัติดังต่อไปนี้

(1) ลงทุนหรือมีไว้ซึ่งทรัพย์สินตามประเภทที่กําหนดในหมวด 2 ทั้งนี้ ตามลักษณะของตราสารและหลักเกณฑ์การลงทุนที่กําหนดในหมวด 3

(2) เปิดเผยข้อมูลการลงทุนตามหมวด 4

(3) เมื่อมีเหตุที่ทําให้ทรัพย์สินที่กองทุนได้ลงทุนหรือมีไว้ขาดคุณสมบัติที่จะลงทุนหรือมีไว้ได้ต่อไป ให้บริษัทจัดการปฏิบัติตามหมวด 5

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ในกรณีของกองทุนรวม กองทุนสํารองเลี้ยงชีพ หรือกองทุนส่วนบุคคลรายย่อย บริษัทจัดการอาจลงทุนหรือมีไว้ซึ่งทรัพย์สิน หรือเข้าเป็นคู่สัญญาดังต่อไปนี้ ทั้งนี้ ในกรณีที่เป็นกองทุนรวมที่ลงทุนในต่างประเทศ (foreign investment fund) หรือกองทุนสํารองเลี้ยงชีพหรือกองทุนส่วนบุคคลรายย่อยที่มีนโยบายการลงทุนประเภทเดียวกับกองทุนรวมดังกล่าว ให้กองทุนดังกล่าวอยู่ภายใต้บังคับข้อ 6 ด้วย

(1) ตราสารแห่งทุนตามส่วนที่ 1 ของหมวด 3

(2) ตราสารแห่งหนี้ตามส่วนที่ 2 ของหมวด 3

(3) ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุนตามส่วนที่ 3 ของหมวด 3

(4) หน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศตามส่วนที่ 4 ของหมวด 3

(5) หน่วยลงทุนของกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์

(6) เงินฝากหรือตราสารที่เทียบเท่าเงินสดตามส่วนที่ 5 ของหมวด 3

(7) ใบสําคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ โดยต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ในส่วนที่ 6 ของหมวด 3

(8) สัญญาซื้อขายล่วงหน้าตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดไว้ในส่วนที่ 9 ของหมวด 3

(9) ตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝงซึ่งได้รับความเห็นชอบจากสํานักงาน ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดไว้ในส่วนที่ 10 ของหมวด 3

(10) ทรัพย์สินอื่นที่มีลักษณะทํานองเดียวกับ (1) ถึง (9) โดยได้รับความเห็นชอบจากสํานักงาน

ในกรณีของกองทุนรวมตราสารแห่งหนี้ กองทุนรวมตลาดเงิน หรือกองทุนส่วนบุคคล

ที่มีนโยบายการลงทุนลักษณะเดียวกับกองทุนรวมดังกล่าว ให้บริษัทจัดการลงทุนหรือได้มาซึ่ง

หน่วยลงทุนของกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ตาม (5) ได้

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ในกรณีที่กองทุนเป็นกองทุนรวมที่ลงทุนในต่างประเทศ (foreign investment fund) หรือกองทุนสํารองเลี้ยงชีพหรือกองทุนส่วนบุคคลรายย่อยที่มีนโยบายการลงทุนประเภทเดียวกับกองทุนรวมดังกล่าว การลงทุนหรือมีไว้ซึ่งทรัพย์สินเพื่อกองทุนดังกล่าวต้องเป็นการลงทุนในต่างประเทศ(offshore investment) เป็นหลักไม่น้อยกว่าร้อยละแปดสิบของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยประเทศเหล่านั้นต้องมีหน่วยงานกํากับดูแลด้านหลักทรัพย์และตลาดซื้อขายหลักทรัพย์ เป็นสมาชิกสามัญของ International Organizations of Securities Commission (IOSCO) หรือมีตลาดซื้อขายหลักทรัพย์เป็นสมาชิกของ World Federations of Exchange (WFE) ทั้งนี้ บริษัทจัดการอาจลงทุนหรือมีไว้ซึ่งทรัพย์สินที่เป็นการลงทุนในประเทศ (onshore investment) ได้ตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

(1) เป็นการลงทุนในตราสารแห่งหนี้ตามข้อ 12 หรือเงินฝากตามข้อ 21(1) ที่มีอายุของตราสารหรือสัญญา หรือระยะเวลาการฝากเงิน แล้วแต่กรณี ต่ํากว่าหนึ่งปี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการสํารองเงินไว้สําหรับการดําเนินงาน รอการลงทุน หรือรักษาสภาพคล่องของกองทุน

(2) เข้าเป็นคู่สัญญาในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่มีตัวแปรเป็นอัตราแลกเปลี่ยนเงิน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการลดความเสี่ยง (hedging) ตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดไว้ในส่วนที่ 9 ข้อ 36(4) และข้อ 37

(3) ทรัพย์สินอื่นที่มีลักษณะทํานองเดียวกับ (1) หรือ (2) โดยได้รับความเห็นชอบจากสํานักงาน

บริษัทจัดการอาจนับมูลค่าของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าตาม (2) รวมในอัตราส่วนของการลงทุนในต่างประเทศ (offshore investment) ตามที่กําหนดไว้ในวรรคหนึ่งด้วยได้

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ในกรณีของกองทุนส่วนบุคคลที่มิใช่กองทุนสํารองเลี้ยงชีพและกองทุนส่วนบุคคลรายย่อย บริษัทจัดการอาจลงทุนหรือมีไว้ซึ่งทรัพย์สิน หรือเข้าเป็นคู่สัญญาดังต่อไปนี้

(1) หลักทรัพย์ ตั๋วแลกเงิน หรือตั๋วสัญญาใช้เงิน ทุกประเภท ที่เสนอขายในประเทศ หรือมีผู้ออกหรือคู่สัญญาเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย

(2) ตราสารแห่งทุนต่างประเทศตามข้อ 10

(3) ตราสารแห่งหนี้ต่างประเทศตามข้อ 17

(4) หน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศตามส่วนที่ 4 ของหมวด 3

(5) เงินฝากหรือตราสารเทียบเท่าเงินสดตามส่วนที่ 5 ของหมวด 3

(6) ธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (reverse repurchase agreement) ตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดไว้ในส่วนที่ 7 ของหมวด 3

(7) ธุรกรรมการยืมและให้ยืมหลักทรัพย์ ทั้งนี้ ในกรณีของธุรกรรมการยืมหลักทรัพย์ ต้องมีคู่สัญญาเป็นผู้ลงทุนประเภทสถาบันเท่านั้น และในกรณีของธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดไว้ในส่วนที่ 8 ของหมวด 3

(8) การขายชอร์ต ทั้งนี้ ให้บริษัทจัดการปฏิบัติตามที่กําหนดไว้ในประกาศคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยการขายหลักทรัพย์โดยที่บริษัทหลักทรัพย์ยังไม่มีหลักทรัพย์อยู่ในครอบครอง โดยอนุโลม

(9) สัญญาซื้อขายล่วงหน้าทุกลักษณะ ทั้งนี้ การเข้าเป็นคู่สัญญาในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าดังกล่าวต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดไว้ในข้อ 36 (4) ด้วย

(10) ตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝงทุกประเภท

(11) ทรัพย์สินอื่นที่มีลักษณะทํานองเดียวกับ (1) ถึง (10) โดยได้รับความเห็นชอบจากสํานักงาน

และหลักเกณฑ์การลงทุน

ส่วน ๑ ตราสารแห่งทุน

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ตราสารแห่งทุน ได้แก่ หลักทรัพย์ ตราสาร หรือสัญญาดังต่อไปนี้

(1) ตราสารแห่งทุนในประเทศตามข้อ 9

(2) ตราสารแห่งทุนต่างประเทศตามข้อ 10

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ตราสารแห่งทุนในประเทศ ได้แก่ ตราสาร หรือสัญญา ที่เสนอขายในประเทศ หรือมีผู้ออกหรือคู่สัญญาเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ดังต่อไปนี้

(1) หุ้น

(2) หน่วยลงทุนหรือใบสําคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหน่วยลงทุนของกองทุนรวมตราสารแห่งทุน หรือของกองทุนรวมอื่นที่มีนโยบายการลงทุนในตราสารแห่งทุน เช่น กองทุนรวมผสม เป็นต้น

(3) ใบสําคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้น หรือใบแสดงสิทธิในการซื้อหุ้นเพิ่มทุนที่โอนสิทธิได้ โดยต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

(ก) การลงทุนในตราสารดังกล่าวต้องเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (efficient portfolio management)

(ข) บริษัทจัดการต้องดําเนินการให้มีการกันหรือแยกทรัพย์สินของกองทุนที่มีคุณภาพซึ่งมีสภาพคล่องในจํานวนที่เพียงพอต่อมูลค่าการใช้สิทธิตามตราสารดังกล่าว (fully covered) ไว้ตลอดเวลาที่ได้ลงทุนหรือมีไว้ซึ่งตราสารนั้น ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่สํานักงานกําหนด

(4) ใบแสดงสิทธิในผลประโยชน์ที่เกิดจากหลักทรัพย์อ้างอิงไทย ที่มีหลักทรัพย์อ้างอิงเป็นหุ้นหรือใบสําคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้น

(5) ธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์โดยหลักทรัพย์ที่ให้ยืมเป็นหลักทรัพย์ตาม (1)(2)(3) หรือ (4) ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดไว้ในส่วนที่ 8 ของหมวดนี้

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ตราสารแห่งทุนต่างประเทศ ได้แก่ หุ้นหรือหน่วยลงทุนที่เสนอขายในต่างประเทศ ดังต่อไปนี้

(1) หุ้นที่ซื้อขายในตลาดซื้อขายหลักทรัพย์ที่อยู่ภายใต้การกํากับดูแลของหน่วยงานที่เป็นสมาชิกสามัญของ International Organizations of Securities Commission (IOSCO) หรือที่มีการซื้อขายในตลาดซื้อขายหลักทรัพย์ต่างประเทศที่เป็นสมาชิกของ World Federations of Exchange (WFE) ซึ่งผู้ลงทุนสามารถเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับหุ้นดังกล่าวเป็นภาษาอังกฤษผ่านระบบอินเตอร์เน็ต

(2) หน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศที่เป็นกองทุนรวมตราสารแห่งทุน หรือที่เป็นกองทุนรวมอื่นที่มีนโยบายการลงทุนในตราสารแห่งทุน เช่น กองทุนรวมผสม เป็นต้น ซึ่งต้องเป็นไปตามเงื่อนไขในส่วนที่ 4 ของหมวดนี้ด้วย

ส่วน ๒ ตราสารแห่งหนี้

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ตราสารแห่งหนี้ ได้แก่ หลักทรัพย์ ตราสาร หรือสัญญาดังต่อไปนี้

(1) ตราสารแห่งหนี้ในประเทศตามข้อ 12

(2) ตราสารแห่งหนี้ต่างประเทศตามข้อ 17

(3) ตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝงที่มีข้อกําหนดให้คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งชําระคืนเงินต้นเต็มจํานวน และได้รับความเห็นชอบจากสํานักงานตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดไว้ในส่วนที่ 10 ของหมวดนี้

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ตราสารแห่งหนี้ในประเทศ ได้แก่ หลักทรัพย์ ตราสาร หรือสัญญาที่เสนอขายในประเทศ หรือมีผู้ออกหรือคู่สัญญาเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ดังต่อไปนี้

(1) ตราสารแห่งหนี้ที่มีลักษณะคล้ายเงินฝากตามข้อ 13

(2) ตราสารแห่งหนี้ทั่วไปตามข้อ 14

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ตราสารแห่งหนี้ที่มีลักษณะคล้ายเงินฝาก ได้แก่

(1) ตั๋วแลกเงิน ตั๋วสัญญาใช้เงิน บัตรเงินฝาก หรือหุ้นกู้ระยะสั้น ที่ธนาคารที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น ธนาคารพาณิชย์ หรือบริษัทเงินทุน เป็นผู้ออก ผู้สั่งจ่าย ผู้รับรอง ผู้รับอาวัล ผู้สลักหลัง หรือผู้ค้ําประกัน

(2) ตั๋วแลกเงินหรือตั๋วสัญญาใช้เงินที่บริษัทหลักทรัพย์ที่ประกอบธุรกิจประเภทการให้สินเชื่อเพื่อธุรกิจหลักทรัพย์เป็นผู้ออก ซึ่งกําหนดวันใช้เงินตามตั๋วไม่เกินสองร้อยเจ็ดสิบวันนับแต่วันออกตั๋ว และเป็นตั๋วเมื่อทวงถามหรือเมื่อได้เห็น

(3) ตั๋วแลกเงินหรือตั๋วสัญญาใช้เงินอายุไม่เกินเก้าสิบวันนับแต่วันที่ออก ซึ่งมีอันดับความน่าเชื่อถือดังต่อไปนี้

(ก) อันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหรือของผู้ออกตราสารอยู่ในอันดับแรก ทั้งนี้ ในกรณีที่เป็นอันดับความน่าเชื่อถือของผู้ออกตราสาร ต้องเป็นอันดับความน่าเชื่อถือที่ได้มาจากการจัดอันดับความน่าเชื่อถือระยะสั้น (short-term rating) ด้วย หรือ

(ข) อันดับความน่าเชื่อถือของผู้รับรอง ผู้รับอาวัล ผู้สลักหลัง หรือผู้ค้ําประกัน อยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (investment grade) ทั้งนี้ โดยการจัดอันดับความน่าเชื่อถือของสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือภายใต้ชื่อ Standard & Poor หรือ Moody’s หรือ Fitch หรือสถาบันอื่นที่สํานักงานกําหนดเพิ่มเติม

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ตราสารแห่งหนี้ทั่วไป ได้แก่

(1) ตราสารภาครัฐไทย อันได้แก่

(ก) ตั๋วเงินคลัง

(ข) พันธบัตรรัฐบาล หรือพันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย

(ค) พันธบัตร ตั๋วแลกเงิน ตั๋วสัญญาใช้เงิน หุ้นกู้ หรือใบสําคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นกู้ ที่กระทรวงการคลังหรือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินเป็นผู้ออก ผู้สั่งจ่าย ผู้รับรอง ผู้รับอาวัล หรือผู้ค้ําประกัน

(2) ตราสารภาครัฐต่างประเทศ อันได้แก่ ตราสารที่มีรูปแบบทํานองเดียวกับตราสารภาครัฐไทยที่รัฐบาลต่างประเทศ องค์การหรือหน่วยงานของรัฐบาลต่างประเทศ รัฐวิสาหกิจตามกฎหมายต่างประเทศ หรือองค์การระหว่างประเทศ เป็นผู้ออกหรือผู้ค้ําประกัน ทั้งนี้ ตราสารดังกล่าวต้องมีลักษณะตามข้อ 15 ด้วย

(3) ตราสารที่เปลี่ยนมือได้ ซึ่งหมายถึง พันธบัตร ตั๋วแลกเงิน ตั๋วสัญญาใช้เงิน หรือหุ้นกู้ที่ไม่รวมถึงหุ้นกู้แปลงสภาพและหุ้นกู้อนุพันธ์ ที่สํานักงานอนุญาตให้เสนอขายในลักษณะทั่วไปหรือในลักษณะจํากัด หรือที่ออกภายใต้ข้อผูกพันที่กําหนดและอนุญาตโดยกระทรวงการคลัง หรือที่นิติบุคคลที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้นเป็นผู้ออก หรือที่เป็นหลักทรัพย์ที่ออกใหม่ซึ่งผู้ออกหลักทรัพย์ได้เสนอขายหลักทรัพย์ที่ออกใหม่นั้นทั้งหมดต่อผู้ถือหุ้นโดยได้รับชําระราคาเต็มมูลค่าที่เสนอขายจากผู้ถือหุ้น ทั้งนี้ ตราสารที่เปลี่ยนมือได้ต้องมีลักษณะตามข้อ 15 ด้วย

(4) ใบแสดงสิทธิในผลประโยชน์ที่เกิดจากหลักทรัพย์อ้างอิงไทยที่มีหลักทรัพย์อ้างอิงเป็นพันธบัตร หรือหุ้นกู้ที่ไม่ใช่หุ้นกู้อนุพันธ์

(5) ตั๋วแลกเงิน ตั๋วสัญญาใช้เงิน หุ้นกู้ หรือใบสําคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นกู้ ที่เสนอขายในต่างประเทศโดยมีผู้ออกเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ทั้งนี้ หุ้นกู้ดังกล่าวไม่รวมถึงหุ้นกู้แปลงสภาพและหุ้นกู้อนุพันธ์

(6) หน่วยลงทุนหรือใบสําคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหน่วยลงทุนของกองทุนรวมตราสารแห่งหนี้ หรือของกองทุนรวมอื่นที่มีนโยบายการลงทุนเฉพาะเงินฝาก ตราสารแห่งหนี้ หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นที่สํานักงานกําหนดหรือให้ความเห็นชอบ เช่น กองทุนรวมตลาดเงิน เป็นต้น

(7) ธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดไว้ในส๋วนที่ 7 ของหมวดนี้

(8) ธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์โดยหลักทรัพย์ที่ให้ยืมเป็นตราสารแห่งหนี้ตาม(1)(2)(3) (4) หรือ (6) หรือข้อ 13 ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดไว้ในส่วนที่ 8 ของหมวดนี้

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ตราสารภาครัฐต่างประเทศตามข้อ 14(2) และตราสารที่เปลี่ยนมือได้ตามข้อ 14(3) ต้องมีลักษณะดังต่อไปนี้

(1) เป็นตราสารขึ้นทะเบียนในสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย

(2) มีราคาที่เหมาะสมตามที่สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทยกําหนด หรือมีผู้แสดงตนต่อบุคคลทั่วไปว่าพร้อมจะเสนอราคาซื้อและรับซื้อตราสารนั้น ในราคาดังกล่าว (bid price แบบ firm quote) ตามจํานวนและวิธีการที่สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทยกําหนดอยู่เสมอ โดยได้ส่งสําเนาราคาแก่สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทยตลอดอายุของตราสารนั้น และ

(3) เป็นตราสารที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

(ก) ในกรณีที่เป็นตราสารภาครัฐต่างประเทศ ตราสารดังกล่าวต้องเป็นตราสารที่มีอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหรือของผู้ออกตราสารอยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (investment grade) เว้นแต่ผู้ออกตราสารดังกล่าวเป็นรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายต่างประเทศ ตราสารนั้นต้องมีอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารอยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (investment grade) เท่านั้น

(ข) ในกรณีที่ผู้ออกตราสารเป็นนิติบุคคลต่างประเทศ ตราสารนั้นต้องมีอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารอยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (investment grade)

(ค) ในกรณีที่กองทุนลงทุนในตราสารอื่นนอกเหนือจาก (ก) และ (ข) ในการเสนอขายครั้งแรก หากตราสารดังกล่าวไม่มีอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหรือของผู้ออกตราสารอยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (investment grade) ตราสารนั้นต้องมีบริษัทจัดการไม่ต่ํากว่าสามรายเป็นผู้ซื้อตราสารดังกล่าวเพื่อเป็นทรัพย์สินของกองทุนภายใต้การจัดการ

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ในกรณีที่ตราสารแห่งหนี้ตามข้อ 12 เป็นตั๋วแลกเงินหรือตั๋วสัญญาใช้เงินที่มีการจ่ายผลตอบแทน ผลตอบแทนนั้นต้องอยู่ในรูปอัตราดอกเบี้ยคงที่หรืออัตราดอกเบี้ยลอยตัวเท่านั้น

การรับรอง รับอาวัล สลักหลัง หรือค้ําประกันของบุคคลที่กําหนดไว้ในข้อ 13 และข้อ 14 ต้องเป็นการรับรองตลอดไป รับอาวัลทั้งจํานวน สลักหลังโอนประเภทมีสิทธิไล่เบี้ยโดยไม่มีข้อกําหนดลบล้างหรือจํากัดความรับผิดของผู้สลักหลัง หรือค้ําประกันต้นเงินและดอกเบี้ยเต็มจํานวนแบบไม่มีเงื่อนไข

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ตราสารแห่งหนี้ต่างประเทศ ได้แก่ หลักทรัพย์หรือตราสารที่ออกโดยบุคคลต่างประเทศและเสนอขายในต่างประเทศ

(1) ตราสารภาครัฐต่างประเทศ อันได้แก่

(ก) พันธบัตรหรือตราสารแห่งหนี้ที่รัฐบาลต่างประเทศ องค์การหรือหน่วยงานของรัฐบาลต่างประเทศ หรือองค์การระหว่างประเทศเป็นผู้ออกหรือผู้ค้ําประกัน ซึ่งมีอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหรือของผู้ออกตราสารอยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (investment grade)

(ข) พันธบัตรหรือตราสารแห่งหนี้ที่รัฐวิสาหกิจตามกฎหมายต่างประเทศเป็นผู้ออกหรือผู้ค้ําประกัน ซึ่งมีอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารอยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (investment grade)

(2) ตราสารแห่งหนี้ภาคเอกชน อันได้แก่

(ก) ตราสารแห่งหนี้ที่ออกโดยนิติบุคคลต่างประเทศซึ่งมีอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารอยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (investment grade) และได้รับการคัดเลือกให้ใช้ในการคํานวณดัชนีตราสารแห่งหนี้ (benchmark bond index) ที่ได้รับการยอมรับจากสํานักงาน ทั้งนี้ ผู้ลงทุนต้องสามารถเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับตราสารแห่งหนี้ดังกล่าวเป็นภาษาอังกฤษผ่านระบบอินเตอร์เน็ตด้วย

(ข) ตราสารแห่งหนี้ที่ออกโดยนิติบุคคลต่างประเทศที่มีอายุตราสารคงเหลือไม่เกินหนึ่งปีนับแต่วันที่ลงทุน ซึ่งนิติบุคคลดังกล่าวมีอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในสองอันดับแรก ทั้งนี้ ผู้ลงทุนต้องสามารถเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับตราสารแห่งหนี้ดังกล่าวเป็นภาษาอังกฤษผ่านระบบอินเตอร์เน็ตด้วย

(3) ตราสารแห่งหนี้อื่น อันได้แก่ หน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศที่เป็นกองทุนรวมตราสารแห่งหนี้ หรือของกองทุนรวมอื่นที่มีนโยบายการลงทุนเฉพาะเงินฝาก ตราสารแห่งหนี้ หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นที่สํานักงานกําหนดหรือให้ความเห็นชอบ เช่น กองทุนรวมตลาดเงิน เป็นต้น ซึ่งเป็นไปตามเงื่อนไขในส่วนที่ 4 ของหมวดนี้

ส่วน ๓ ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน ได้แก่ หุ้นกู้แปลงสภาพดังต่อไปนี้

(1) หุ้นกู้แปลงสภาพที่เสนอขายในประเทศซึ่งมีลักษณะตามข้อ 15(1) และ (2) ทั้งนี้ ในกรณีที่กองทุนลงทุนในหุ้นกู้แปลงสภาพดังกล่าวในการเสนอขายครั้งแรก หุ้นกู้แปลงสภาพนั้นต้องมีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้

(ก) เป็นหุ้นกู้แปลงสภาพที่มีอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (investment grade) หรือ

(ข) เป็นหุ้นกู้แปลงสภาพที่มีบริษัทจัดการไม่ต่ํากว่าสามรายเป็นผู้ซื้อตราสารดังกล่าวเพื่อเป็นทรัพย์สินของกองทุนภายใต้การจัดการ

ในกรณีที่หุ้นกู้แปลงสภาพตามวรรคหนึ่งมีการค้ําประกัน การค้ําประกันดังกล่าวต้องเป็นการค้ําประกันต้นเงินและดอกเบี้ยเต็มจํานวนแบบไม่มีเงื่อนไข

(2) หุ้นกู้แปลงสภาพที่เสนอขายในต่างประเทศโดยมีผู้ออกเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ในกรณีของกองทุนรวมตราสารแห่งหนี้ กองทุนรวมตลาดเงิน หรือกองทุนส่วนบุคคลที่มีนโยบายการลงทุนลักษณะเดียวกับกองทุนรวมดังกล่าว บริษัทจัดการอาจลงทุนหรือได้มาซึ่งหุ้นกู้แปลงสภาพตามข้อ 18 ได้ ตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

(1) บริษัทจัดการได้ระบุหลักเกณฑ์ตาม (2) และ (3) ไว้ในโครงการจัดการกองทุนรวม หรือสัญญารับจัดการกองทุนส่วนบุคคล แล้วแต่กรณี

(2) ในขณะที่ลงทุนหรือได้มา มูลค่าของหุ้นกู้แปลงสภาพดังกล่าวมีมูลค่าสูงกว่าราคาตลาดของหุ้นที่รองรับหุ้นกู้แปลงสภาพนั้น (out of the money)

(3) ในกรณีที่มีการใช้สิทธิแปลงสภาพ ให้บริษัทจัดการขายหุ้นที่ได้รับจากการแปลงสภาพนั้นภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้หุ้นดังกล่าวมา

การใช้สิทธิแปลงสภาพตาม (3) หมายความว่า การแปลงสภาพแห่งสิทธิในหุ้นกู้แปลงสภาพเป็นหุ้น ไม่ว่าการแปลงสภาพดังกล่าวจะเกิดจากการใช้สิทธิแปลงสภาพหรือเกิดจากข้อกําหนดบังคับการแปลงสภาพ

ส่วน ๔ หน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศ

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ หน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศที่กองทุนจะลงทุนหรือมีไว้ได้ ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้

(1) ต้องเป็นหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศที่อยู่ภายใต้การกํากับดูแลของหน่วยงานกํากับดูแลด้านหลักทรัพย์และตลาดซื้อขายหลักทรัพย์ที่เป็นสมาชิกสามัญของ International Organizations of Securities Commission (IOSCO) หรือหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศที่มีการซื้อขายในตลาดซื้อขายหลักทรัพย์ที่เป็นสมาชิกของ World Federations of Exchange (WFE)

(2) ต้องเป็นหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศที่มีทรัพย์สินที่ลงทุนเป็นประเภทและชนิดเดียวกับทรัพย์สินที่กองทุนอาจลงทุนหรือมีไว้ได้ เว้นแต่เป็นหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศที่มีนโยบายการลงทุนในทองคําโดยตรง

(3) ในกรณีที่เป็นการลงทุนหรือมีไว้เพื่อเป็นทรัพย์สินของกองทุนรวมเพื่อผู้ลงทุนทั่วไป (retail fund) กองทุนสํารองเลี้ยงชีพ หรือกองทุนส่วนบุคคลรายย่อย หน่วยลงทุนที่จะลงทุนหรือมีไว้ได้ ต้องเป็นหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศที่จัดตั้งขึ้นเพื่อผู้ลงทุนทั่วไปเช่นกัน

(4) ต้องไม่ใช่หน่วยลงทุนของกองทุนรวมประเภทเฮ็ดจ์ฟันด์ (hedge fund)

ส่วน ๕ เงินฝากหรือตราสารที่เทียบเท่าเงินสด (near-cash)

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ เงินฝากหรือตราสารที่เทียบเท่าเงินสดที่บริษัทจัดการจะลงทุนหรือมีไว้เพื่อเป็นทรัพย์สินของกองทุนได้ ต้องมีลักษณะดังต่อไปนี้

(1) เป็นเงินฝากในสถาบันการเงินตามกฎหมายไทย หรือ

(2) เป็นเงินฝากระยะสั้นในสถาบันการเงิน หรือตราสารที่เทียบเท่าเงินสด (near-cash) ระยะสั้นที่สถาบันการเงินเป็นผู้ออก โดยสถาบันการเงินดังกล่าวตั้งอยู่ในประเทศที่กองทุนได้ลงทุนหรือมีไว้ซึ่งทรัพย์สินต่างประเทศ ทั้งนี้ การมีไว้ซึ่งเงินฝากหรือตราสารดังกล่าวต้องมีวัตถุประสงค์เพื่ออํานวยความสะดวกหรือป้องกันปัญหาในการดําเนินงานในต่างประเทศของกองทุน เช่น เพื่อรอการลงทุน หรือเพื่อชําระค่าใช้จ่าย เป็นต้น

ส่วน ๖ ใบสําคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ การลงทุนหรือมีไว้ซึ่งใบสําคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ เพื่อเป็นทรัพย์สินของกองทุน บริษัทจัดการต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ตามข้อ 9(3) โดยอนุโลม

ส่วน ๗ ธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน

(reverse repurchase agreement)

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ การทําธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืนต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

(1) ต้องมีคู่สัญญาเป็นผู้ลงทุนตามที่กําหนดในข้อ 24

(2) ต้องเป็นการทําธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืนในหลักทรัพย์หรือตราสารแห่งหนี้ตามที่กําหนดในข้อ 25

(3) ต้องใช้สัญญามาตรฐานตามที่กําหนดโดยสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย หรือโดยบริษัทหลักทรัพย์เพื่อธุรกิจหลักทรัพย์ จํากัด แล้วแต่กรณี หรือใช้สัญญามาตรฐานตามที่สํานักงานยอมรับ

(4) ต้องมีวัตถุประสงค์เป็นการลงทุนระยะสั้น และไม่มีลักษณะเป็นการหลีกเลี่ยงการปฏิบัติตามข้อกําหนดใด ๆ เกี่ยวกับอัตราส่วนการลงทุนของกองทุน

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ ให้บริษัทจัดการทําธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืนในนามกองทุนได้ เฉพาะกับสถาบันการเงินหรือบุคคลดังต่อไปนี้ที่สามารถประกอบธุรกิจหรือดําเนินกิจการได้ตามกฎหมายไทย

(1) ธนาคารพาณิชย์

(2) บริษัทเงินทุน

(3) บริษัทเครดิตฟองซิเอร์

(4) บริษัทหลักทรัพย์

(5) บริษัทประกันภัย

(6) ธนาคารแห่งประเทศไทย

(7) กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน

(8) นิติบุคคลที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น

(9) ส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ ให้บริษัทจัดการทําธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืนในนามกองทุนได้ เฉพาะในหลักทรัพย์หรือตราสารแห่งหนี้ ดังต่อไปนี้

(1) ตราสารแห่งหนี้ที่เป็นตราสารภาครัฐไทยตามข้อ 14(1)

(2) ตราสารแห่งหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (investment grade)

(3) หุ้นจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่มีรายชื่ออยู่ในดัชนี SET 50 (SET 50 Index) ทั้งนี้ เฉพาะกองทุนที่มีนโยบายการลงทุนหรือมีไว้ซึ่งตราสารแห่งทุน

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ ในการทําธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืนในนามกองทุน ให้บริษัทจัดการปฏิบัติดังต่อไปนี้

(1) ดํารงมูลค่าของหลักทรัพย์หรือตราสารแห่งหนี้ที่ซื้อ ณ สิ้นวัน ไม่น้อยกว่าราคาซื้อ โดยให้ใช้ราคาตลาดในการคํานวณมูลค่าหลักทรัพย์หรือตราสารแห่งหนี้นั้น ทั้งนี้ ในกรณีที่มูลค่าหลักทรัพย์หรือตราสารแห่งหนี้ดังกล่าวลดลงกว่าราคาซื้อ บริษัทจัดการต้องดําเนินการให้มีการเพิ่มหลักทรัพย์หรือตราสารแห่งหนี้ หรือโอนเงินเพื่อให้มูลค่ารวมไม่น้อยกว่าราคาซื้อภายในวันทําการถัดจากวันที่มูลค่าหลักทรัพย์หรือตราสารแห่งหนี้ลดลงตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

(ก) ดําเนินการให้มีการโอนเงิน หรือหลักทรัพย์หรือตราสารแห่งหนี้ตามข้อ 25 แล้วแต่กรณี ให้แก่กองทุน

(ข) ดําเนินการให้กองทุนมีกรรมสิทธิ์ในเงิน หรือหลักทรัพย์หรือตราสารแห่งหนี้ที่โอนมาตาม (ก) แล้วแต่กรณี

ความในวรรคหนึ่งมิให้นํามาใช้บังคับกับกองทุนส่วนบุคคลที่มิใช่กองทุนสํารองเลี้ยงชีพและกองทุนส่วนบุคคลรายย่อย

(2) ห้ามมิให้บริษัทจัดการนําหลักทรัพย์หรือตราสารแห่งหนี้ที่ได้มาจากการทําธุรกรรมดังกล่าวไปขายหรือโอนต่อ เว้นแต่เป็นการขายตามธุรกรรมการขายโดยมีสัญญาซื้อคืน (repurchase agreement) ที่สามารถทําได้ตามประกาศคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการจัดตั้งและจัดการกองทุน

(3) ห้ามมิให้บริษัทจัดการเพิ่มวงเงินตามธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืนที่ได้ทําไว้กับคู่สัญญา ไม่ว่ามูลค่าของหลักทรัพย์หรือตราสารแห่งหนี้ของธุรกรรมดังกล่าวจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นหรือไม่

(4) คํานวณมูลค่าธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน โดยใช้ราคาซื้อหลักทรัพย์หรือตราสารแห่งหนี้ที่ซื้อรวมกับผลประโยชน์ที่พึงได้รับจนถึงวันที่คํานวณมูลค่าธุรกรรมดังกล่าว

ส่วน ๘ ธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ การทําธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์ บริษัทจัดการต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

(1) คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งต้องเป็นผู้ลงทุนตามที่กําหนดในข้อ 28

(2) หลักทรัพย์ที่ให้ยืมต้องเป็นหลักทรัพย์ที่อยู่ในระบบรับฝากหลักทรัพย์ของศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ หรือหลักทรัพย์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยทําหน้าที่เป็นนายทะเบียนหลักทรัพย์

(3) ใช้สัญญาที่มีลักษณะและสาระสําคัญของสัญญาตามประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยลักษณะและสาระสําคัญของสัญญายืมและให้ยืมหลักทรัพย์ (4) ดําเนินการให้มีการวางหรือเรียกหลักประกันจากผู้ยืมตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดไว้ในข้อ 29 ข้อ 30 และข้อ 31

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ การทําธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์ต้องมีคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทกิจการการยืมและให้ยืมหลักทรัพย์

ในกรณีที่คู่สัญญาตามวรรคหนึ่งกระทําการในฐานะตัวแทนของผู้ยืม ผู้ยืมต้องเป็นบุคคลดังต่อไปนี้ที่สามารถประกอบธุรกิจหรือดําเนินกิจการได้ตามกฎหมายไทย

(1) ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทกิจการการยืมและให้ยืมหลักทรัพย์

(2) ธนาคารแห่งประเทศไทย

(3) กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน

(4) ธนาคารเพื่อการนําเข้าและการส่งออกแห่งประเทศไทย

(5) บรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

(6) ธนาคารพาณิชย์

(7) บริษัทเงินทุน

(8) บริษัทหลักทรัพย์

(9) บริษัทประกันชีวิต

(10) กองทุนส่วนบุคคลที่ไม่ใช่กองทุนส่วนบุคคลรายย่อยและกองทุนสํารองเลี้ยงชีพ

(11) กองทุนบําเหน็จบํานาญข้าราชการ

(12) นิติบุคคลอื่นตามประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยการกําหนดประเภทนิติบุคคลในฐานะผู้ให้ยืมหลักทรัพย์ที่อาจมีข้อตกลงกับผู้ประกอบกิจการในการดําเนินการเกี่ยวกับหลักทรัพย์ที่ให้ยืมหรือหลักประกัน เป็นประการอื่นได้

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ บริษัทจัดการต้องดําเนินการให้มีการวางหรือเรียกหลักประกันดังต่อไปนี้ จากผู้ยืม เพื่อเป็นประกันการให้ยืมหลักทรัพย์

(1) เงินสด

(2) ตราสารแห่งหนี้ที่มีลักษณะคล้ายเงินฝากตามข้อ 13

(3) ตราสารแห่งหนี้ที่เป็นตราสารภาครัฐไทยตามข้อ 14(1)

(4) ตราสารแห่งหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (investment grade)

(5) หนังสือค้ําประกันที่ธนาคารพาณิชย์เป็นผู้ออกให้แก่กองทุนเพื่อเป็นประกันการคืนหลักทรัพย์ให้แก่กองทุน โดยธนาคารพาณิชย์นั้นยินยอมรับผิดในฐานะลูกหนี้ชั้นต้น (letter of guarantee)

(6) หุ้นจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่มีรายชื่ออยู่ในดัชนี SET 50 ทั้งนี้ ในกรณีที่กองทุนไม่มีนโยบายการลงทุนในตราสารแห่งทุน กองทุนจะรับหลักประกันดังกล่าวไม่ได้

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐ ในการวางหรือเรียกหลักประกันจากผู้ยืมตามข้อ 29 บริษัทจัดการต้องปฏิบัติดังต่อไปนี้

(1) ดําเนินการให้กองทุนมีกรรมสิทธิ์ในหลักประกันตามข้อ 29(2)(3)(4) หรือ (6) หรือดําเนินการโดยวิธีอื่นซึ่งจะมีผลให้บริษัทจัดการสามารถบังคับชําระหนี้เอาจากหลักประกันดังกล่าวได้โดยพลัน

(2) ห้ามมิให้บริษัทจัดการนําหลักประกันตามข้อ 29(2)(3)(4) หรือ (6) ที่กองทุนมีกรรมสิทธิ์ไปโอนหรือขายต่อ เว้นแต่เป็นการบังคับชําระหนี้ตามข้อตกลงธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์

(3) ต้องดําเนินการให้มีการดํารงมูลค่าหลักประกัน ณ สิ้นวัน ไม่น้อยกว่าร้อยละหนึ่งร้อย ของมูลค่าหลักทรัพย์ที่ให้ยืม

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑ ในกรณีที่หลักประกันเป็นเงินสด ให้บริษัทจัดการนําเงินสดดังกล่าวไปลงทุนโดยทันทีในทรัพย์สินดังต่อไปนี้

(1) เงินฝากในธนาคารพาณิชย์หรือธนาคารที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น

(2) ตราสารแห่งหนี้ที่มีลักษณะคล้ายเงินฝากตามข้อ 13 ทั้งนี้ เฉพาะที่เป็นบัตรเงินฝาก หรือตั๋วสัญญาใช้เงิน

(3) ตราสารแห่งหนี้ที่เป็นตราสารภาครัฐไทยตามข้อ 14(1)

(4) ธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืนตราสารแห่งหนี้ที่เป็นตราสารภาครัฐไทยตามข้อ 14(1)

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒ ให้บริษัทจัดการจัดทํารายงานการทําธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์ของกองทุนเป็นรายเดือนโดยระบุรายชื่อคู่สัญญา วัน เดือน ปี ที่ทําธุรกรรม ชื่อ ประเภท และมูลค่าหลักทรัพย์ที่ให้ยืม ณ วันทําธุรกรรม อัตราผลตอบแทนต่อปี อายุของสัญญา ชื่อและประเภทขอหลักประกัน และจัดเก็บรายงานดังกล่าวไว้ที่บริษัทจัดการเพื่อให้สํานักงานสามารถตรวจสอบได้

ส่วน ๙ สัญญาซื้อขายล่วงหน้า

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓ การเข้าเป็นคู่สัญญาในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า บริษัทจัดการต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

(1) สัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่กองทุนจะเข้าเป็นคู่สัญญาต้องไม่ทําให้วัตถุประสงค์หรือนโยบายการลงทุนของกองทุนนั้นเบี่ยงเบน และต้องไม่มีลักษณะเป็นการเคลื่อนย้ายความเสี่ยงด้านเครดิต หรือเป็นการเคลื่อนย้ายผลตอบแทนหรือผลประโยชน์ในเชิงการเงินหรือเศรษฐกิจ (credit derivative)

(2) การเข้าเป็นคู่สัญญาในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าต้องเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (efficient portfolio management) เว้นแต่ในกรณีที่เป็นกองทุนรวมตลาดเงินกองทุนส่วนบุคคลรายย่อยที่มีนโยบายการลงทุนลักษณะเดียวกับกองทุนรวมดังกล่าว หรือกองทุนสํารองเลี้ยงชีพ บริษัทจัดการจะเข้าเป็นคู่สัญญาได้เฉพาะเพื่อการลดความเสี่ยง (hedging) เท่านั้น

(3) สัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่กองทุนจะเข้าเป็นคู่สัญญาต้องมีลักษณะและเป็นไปตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในข้อ 34 ข้อ 35 ข้อ 36 และข้อ 37

(4) ในกรณีของกองทุนสํารองเลี้ยงชีพ บริษัทจัดการต้องได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากคณะกรรมการกองทุนสํารองเลี้ยงชีพล่วงหน้าก่อนเข้าเป็นคู่สัญญาซื้อขายล่วงหน้าทั้งนี้ ในการขอความยินยอมดังกล่าว บริษัทต้องอธิบายให้คณะกรรมการกองทุนสํารองเลี้ยงชีพเข้าใจถึงลักษณะและความเสี่ยงของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าดังกล่าว ตลอดจนแนวทางการบริหารความเสี่ยงก่อนขอรับความยินยอมด้วย

มาตรา ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔ สัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่กองทุนจะเข้าเป็นคู่สัญญาได้ต้องมีสินค้าหรือตัวแปรอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างดังต่อไปนี้

(1) หลักทรัพย์หรือดัชนีกลุ่มหลักทรัพย์

(2) อัตราดอกเบี้ย อัตราแลกเปลี่ยนเงิน ทั้งนี้ ในกรณีที่เป็นสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่มีตัวแปรเป็นอัตราแลกเปลี่ยนเงิน กองทุนจะเข้าเป็นคู่สัญญาในกรณีดังกล่าวได้เฉพาะเพื่อการลดความเสี่ยง (hedging) เท่านั้น

(3) อันดับความน่าเชื่อถือหรือเหตุการณ์ที่มีผลต่อการชําระหนี้ของตราสารแห่งหนี้

(4) ทองคํา น้ํามันดิบ หรือดัชนีกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ (commodity index) ซึ่งได้ระบุการเข้าเป็นคู่สัญญาในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่มีสินค้าหรือตัวแปรไว้อย่างชัดเจนในโครงการจัดการกองทุนรวมแล้ว

(5) สินค้าหรือตัวแปรอื่นใดที่สํานักงานกําหนด

มาตรา ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕ ในกรณีที่สัญญาซื้อขายล่วงหน้ามีตัวแปรเป็นดัชนี ดัชนีดังกล่าวต้องมีลักษณะดังต่อไปนี้

(1) เกิดจากการคํานวณโดยใช้สินค้าหรือตัวแปรอย่างหนึ่งอย่างใดหรือหลายอย่างอันได้แก่ หลักทรัพย์หรือผลตอบแทนของหลักทรัพย์ ดัชนีกลุ่มหลักทรัพย์ อัตราดอกเบี้ย อัตราแลกเปลี่ยนเงิน อันดับความน่าเชื่อถือของหลักทรัพย์ที่เป็นตราสารแห่งหนี้ ทองคํา น้ํามันดิบ หรือดัชนีกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์

(2) เป็นดัชนีที่มีการกําหนดวิธีการคํานวณไว้อย่างชัดเจน โดยมีการระบุแหล่งข้อมูลของสินค้า ตัวแปร หรือปัจจัยต่าง ๆ ที่นํามาใช้ในการคํานวณ ทั้งนี้ สินค้า ตัวแปร หรือปัจจัยดังกล่าวต้องมีการเคลื่อนไหวตามสภาวะตลาดอย่างเป็นอิสระด้วย

(3) ได้รับการพัฒนาโดยสถาบันที่มีความน่าเชื่อถือ

(4) เป็นดัชนีที่นิยมแพร่หลายในตลาดการเงินไทยหรือสากล และ

(5) มีการแสดงดัชนีนั้น ๆ อย่างต่อเนื่องเป็นประจําทุกวันทําการผ่านสื่อที่มีการเสนอข้อมูลอย่างทันเหตุการณ์

มาตรา ข้อ ๓๖

ข้อ ๓๖ การเข้าเป็นคู่สัญญาในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าตามข้อ 34 ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้

(1) หากวัตถุประสงค์ของการเข้าเป็นคู่สัญญาเพื่อการลดความเสี่ยง (hedging) โดยสินค้าหรือตัวแปรของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าดังกล่าวไม่ใช่ตัวเดียวกับทรัพย์สินที่ต้องการลดความเสี่ยง (cross hedge) สัญญาซื้อขายล่วงหน้านั้นต้องมีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ (correlation) ระหว่างผลตอบแทนของสินค้าหรือตัวแปรกับผลตอบแทนของทรัพย์สินที่ต้องการลดความเสี่ยง อยู่ระหว่างอัตราที่สํานักงานกําหนด

(2) ห้ามมิให้บริษัทจัดการเข้าเป็นคู่สัญญาออปชันที่ผูกพันกองทุนในฐานะผู้ให้สัญญา (option writer) เว้นแต่เป็นสัญญาออปชันที่มีข้อผูกพันให้ส่งมอบสินค้าที่กองทุนมีอยู่แล้วอย่างเพียงพอตามข้อผูกพันนั้นในขณะเข้าเป็นคู่สัญญาดังกล่าว

(3) การชําระหนี้ด้วยการส่งมอบสินค้าเมื่อสัญญาซื้อขายล่วงหน้าสิ้นสุดลง สินค้านั้นต้องเป็นทรัพย์สินที่กองทุนสามารถลงทุนหรือมีไว้ได้ ทั้งนี้ ไม่ว่ากองทุนจะเป็นผู้มีสิทธิรับมอบหรือมีหน้าที่ส่งมอบสินค้านั้นก็ตาม

(4) การเข้าเป็นคู่สัญญาในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าต้องกระทําในศูนย์ซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า หรือในกรณีที่กระทํานอกศูนย์ซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งต้องเป็นธนาคารที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น ธนาคารพาณิชย์ ตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า หรือผู้ค้าสัญญาซื้อขายล่วงหน้า

มาตรา ข้อ ๓๗

ข้อ ๓๗ บริษัทจัดการต้องจัดให้มีข้อตกลงในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าซึ่งได้กระทํานอกศูนย์ซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าดังต่อไปนี้

(1) ให้คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งคํานวณและแจ้งมูลค่ายุติธรรมของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าให้บริษัทจัดการทราบทุกวันที่สิบห้าและวันสุดท้ายของแต่ละเดือน ทั้งนี้ ในกรณีที่วันดังกล่าวเป็นวันหยุดทําการของบริษัท ให้คํานวณและแจ้งมูลค่ายุติธรรมภายในวันทําการถัดไป

(2) ในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อราคาของสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ให้คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งคํานวณและแจ้งมูลค่ายุติธรรมของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าให้บริษัทจัดการทราบทันที

(3) คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งยินยอมให้มีการล้างฐานะสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเมื่อบริษัทจัดการร้องขอได้

มาตรา ข้อ ๓๘

ข้อ ๓๘ เมื่อบริษัทจัดการได้ลงทุนหรือมีไว้ซึ่งสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อเป็นทรัพย์สินของกองทุนแล้ว ให้บริษัทจัดการดําเนินการดังต่อไปนี้

(1) ในกรณีที่กองทุนเข้าเป็นคู่สัญญาในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าโดยมิได้มีวัตถุประสงค์เพื่อการลดความเสี่ยง (hedging) ให้บริษัทจัดการดําเนินการให้มีการกันหรือแยกทรัพย์สินของกองทุนที่มีคุณภาพซึ่งมีสภาพคล่องในจํานวนที่เพียงพอต่อมูลค่าสุทธิที่กองทุนอาจมีภาระต้องชําระหนี้หรือชําระค่าสินค้าเมื่อสิ้นสุดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (fully covered) ไว้ตลอดเวลาที่ได้ลงทุนหรือมีไว้ซึ่งสัญญานั้น ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่สํานักงานกําหนด

(2) ในกรณีที่กองทุนเข้าเป็นคู่สัญญาในสัญญาออปชันตามข้อ 36(2) ให้บริษัทจัดการดําเนินการให้มีการดํารงสินค้าตามสัญญาดังกล่าวไว้อยู่ตลอดเวลาจนกว่าจะสิ้นสุดสัญญานั้น

มาตรา ข้อ ๓๙

ข้อ ๓๙ การจัดประเภทสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเป็นตราสารแห่งทุน ตราสารแห่งหนี้ หรือตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน ให้พิจารณาจากลักษณะของสินค้าหรือตัวแปรอ้างอิงดังต่อไปนี้

(1) สัญญาซื้อขายล่วงหน้าซึ่งมีสินค้าเป็นตราสารแห่งทุน หรือมีตราสารแห่งทุนเป็นองค์ประกอบในการคํานวณตัวแปร ให้ถือเป็นตราสารแห่งทุน

(2) สัญญาซื้อขายล่วงหน้าซึ่งมีสินค้าเป็นตราสารแห่งหนี้ หรือมีตราสารแห่งหนี้เป็นองค์ประกอบในการคํานวณตัวแปร หรือมีตัวแปรเป็นอัตราดอกเบี้ย อันดับความน่าเชื่อถือ หรือเหตุการณ์ที่มีผลต่อการชําระหนี้ของตราสารแห่งหนี้ ให้ถือเป็นตราสารแห่งหนี้

(3) สัญญาซื้อขายล่วงหน้าซึ่งมีสินค้าเป็นตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน หรือมีตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุนเป็นองค์ประกอบในการคํานวณตัวแปร หรือมีตัวแปรเป็นอัตราดอกเบี้ยหรืออันดับความน่าเชื่อถือของตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน ให้ถือเป็นตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน

ส่วน ๑๐ ตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง

มาตรา ข้อ ๔๐

ข้อ ๔๐ ตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝงซึ่งกองทุนจะได้รับความเห็นชอบจากสํานักงานให้ลงทุนหรือมีไว้ได้ ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

(1) การลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งตราสารดังกล่าวต้องไม่ทําให้การจัดการกองทุนเบี่ยงเบนไปจากวัตถุประสงค์หรือนโยบายการลงทุนของกองทุนนั้น และต้องไม่ทําให้กองทุนขาดทุนเป็นมูลค่าสูงกว่ามูลค่าการลงทุน

(2) ตราสารดังกล่าวมีการจ่ายผลตอบแทนโดยอ้างอิงกับสินค้าหรือตัวแปรที่กําหนดไว้ในข้อ 34

(3) ในกรณีที่การลงทุนหรือมีไว้ซึ่งตราสารดังกล่าวจะมีผลทําให้กองทุนต้องรับมอบทรัพย์สิน ทรัพย์สินดังกล่าวต้องเป็นประเภทที่กองทุนสามารถลงทุนในหรือมีไว้ได้

การขอความเห็นชอบตามวรรคหนึ่ง ให้บริษัทจัดการยื่นคําขอตามรูปแบบและวิธีการที๋สํานักงานกําหนด พร้อมทั้งเอกสารหลักฐานประกอบคําขอดังต่อไปนี้

(1) โครงสร้างและรายละเอียดของตราสารดังกล่าว

(2) วัตถุประสงค์ของการลงทุนในตราสารดังกล่าว

(3) วิธีการกําหนดมูลค่ายุติธรรมของตราสารดังกล่าว

(4) การบริหารความเสี่ยง

(5) การเปิดเผยข้อมูลแก่ผู้ลงทุน

(6) การบันทึกบัญชีในงบการเงิน

มาตรา ข้อ ๔๑

ข้อ ๔๑ ในกรณีที่สํานักงานให้ความเห็นชอบให้กองทุนลงทุนหรือมีไว้ซึ่งตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝงได้ ก่อนการลงทุนในตราสารดังกล่าว บริษัทจัดการต้องดําเนินการดังต่อไปนี้

(1) จัดให้มีข้อตกลงกับคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งดังต่อไปนี้

(ก) ให้คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งคํานวณและแจ้งมูลค่ายุติธรรมของตราสารดังกล่าวไปยังสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทยทุกวันที่สิบห้าและวันสุดท้ายของแต่ละเดือน ทั้งนี้ ในกรณีที่วันดังกล่าวเป็นวันหยุดทําการของบริษัทจัดการ ให้คํานวณและแจ้งมูลค่ายุติธรรมภายในวันทําการถัดไป

(ข) ในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อราคาของสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ให้คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งคํานวณและแจ้งมูลค่ายุติธรรมของตราสารดังกล่าวไปยังสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทยทันที

(ค) ในกรณีที่ตราสารดังกล่าวมีข้อกําหนดห้ามเปลี่ยนมือ นอกจากข้อตกลงตาม (ก) และ (ข) แล้ว บริษัทจัดการต้องจัดให้มีข้อตกลงให้คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งยินยอมให้กองทุนไถ่ถอนตราสารดังกล่าวก่อนครบอายุตราสารเมื่อบริษัทจัดการร้องขอได้

(2) เปิดเผยความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องแก่ผู้ลงทุน ลูกค้า หรือคณะกรรมการกองทุน แล้วแต่กรณี ในกรณีที่ตราสารดังกล่าวให้สิทธิแก่ผู้ออกในการที่จะชําระหนี้ตามตราสารก่อนครบอายุตราสาร (callable)

ในกรณีที่บริษัทจัดการมิได้ดําเนินการตามวรรคหนึ่ง ให้การให้ความเห็นชอบเป็นอันสิ้นสุดลงทันทีในเวลาที่ลงทุนโดยมิได้ดําเนินการดังกล่าว

มาตรา ข้อ ๔๒

ข้อ ๔๒ การลงทุนหรือมีไว้ซึ่งตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝงที่มีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ ให้ถือว่าได้รับความเห็นชอบจากสํานักงานต่อเมื่อเป็นไปตามหลักเกณฑ์ในข้อ 40 วรรคหนึ่ง (1) และ (3)

(1) หุ้นกู้อนุพันธ์ที่มีลักษณะตามที่กําหนดไว้ในข้อ 15 โดยอนุโลม

(2) ตราสารที่ออกโดยสถาบันการเงินตามกฎหมายไทย หรือสถาบันการเงินต่างประเทศที่มีอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (investment grade) ที่มีลักษณะดังต่อไปนี้

(ก) ตราสารดังกล่าวจัดทําขึ้นในรูปแบบตราสารแห่งหนี้ตามข้อ 13 หรือข้อ 14(1)(2) (3) หรือ (4)

(ข) ตราสารดังกล่าวต้องอ้างอิงกับราคาหุ้น ราคาเฉลี่ยของกลุ่มหุ้นจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยหรือตลาดหลักทรัพย์ต่างประเทศ ตราสารแห่งหนี้ตามข้อ 11(1) หรือ (2) ดัชนีกลุ่มหลักทรัพย์ ดัชนีกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ หรืออัตราดอกเบี้ย ทั้งนี้ ในกรณีของดัชนี ต้องมีลักษณะตามที่กําหนดในข้อ 35(2)(3) และ (4) ด้วย

(ค) ตราสารดังกล่าวมีข้อกําหนดให้ผู้ออกชําระคืนเงินต้นเต็มจํานวนให้แก่กองทุนเมื่อครบอายุตราสาร เว้นแต่เป็นตราสารที่ไม่ชําระคืนเงินต้นเต็มจํานวนเมื่อครบอายุตราสารซึ่งสํานักงานให้ความเห็นชอบแล้ว และบริษัทได้จัดให้มีข้อตกลงกับคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งตามข้อ 41(1) และ

(ง) ในกรณีที่เป็นตราสารที่ให้สิทธิแก่ผู้ออกตราสารในการที่จะชําระหนี้ตามตราสารก่อนครบอายุตราสาร (callable) บริษัทจัดการได้เปิดเผยความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องแก่ผู้ลงทุน ลูกค้า หรือคณะกรรมการกองทุน แล้วแต่กรณี ก่อนทําการลงทุน

มาตรา ข้อ ๔๓

ข้อ ๔๓ ในกรณีที่ตราสารแห่งหนี้ที่กองทุนจะลงทุนเป็นตราสารที่ให้สิทธิแก่ผู้ออกตราสารในการที่จะชําระหนี้ตามตราสารก่อนครบอายุตราสาร (callable) ให้บริษัทจัดการเปิดเผยความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องแก่ผู้ลงทุน ลูกค้า หรือคณะกรรมการกองทุน แล้วแต่กรณี ก่อนทําการลงทุน

มาตรา ข้อ ๔๔

ข้อ ๔๔ ในกรณีที่บริษัทจัดการลงทุนหรือมีไว้ซึ่งตราสารแห่งหนี้ในประเทศตามข้อ 12 ตราสารแห่งหนี้ต่างประเทศตามข้อ 17 ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุนตามข้อ 18 หรือเงินฝากตามข้อ 21(1) เพื่อเป็นทรัพย์สินของกองทุน ให้บริษัทจัดทําข้อมูลดังต่อไปนี้

(1) รายงานสรุปจํานวนเงินลงทุนในตราสารแห่งหนี้ เงินฝาก หรือตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน และสัดส่วนเงินลงทุนดังกล่าวต่อมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยแบ่งข้อมูลตามกลุ่มดังต่อไปนี้

(ก) กลุ่มตราสารภาครัฐไทยและตราสารภาครัฐต่างประเทศ

(ข) กลุ่มตราสารที่ธนาคารที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น ธนาคารพาณิชย์ หรือบริษัทเงินทุน เป็นผู้ออก ผู้สั่งจ่าย ผู้รับรอง ผู้รับอาวัล ผู้สลักหลัง หรือผู้ค้ําประกัน

(ค) กลุ่มตราสารที่มีอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (investment grade)

(ง) กลุ่มตราสารที่มีอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในอันดับต่ํากว่าอันดับที่สามารถลงทุนได้ (investment grade) หรือตราสารที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ

(2) รายละเอียดและอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารแห่งหนี้ เงินฝาก หรือตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุนที่กองทุนลงทุนหรือมีไว้เป็นรายตัว

(3) ในกรณีของกองทุนรวมและกองทุนสํารองเลี้ยงชีพ ให้บริษัทจัดการเปิดเผยสัดส่วนเงินลงทุนขั้นสูงต่อมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนที่บริษัทจัดการตั้งไว้ในแผนการลงทุนสําหรับกลุ่มตราสารตาม (1)(ง) ทั้งนี้ ในกรณีของกองทุนสํารองเลี้ยงชีพ สัดส่วนเงินลงทุนขั้นสูงดังกล่าวต้องได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากคณะกรรมการกองทุนสํารองเลี้ยงชีพด้วย

มาตรา ข้อ ๔๕

ข้อ ๔๕ ให้บริษัทจัดการดําเนินการเกี่ยวกับข้อมูลที่จัดทําขึ้นตามข้อ 44 ดังต่อไปนี้

(1) ในกรณีของกองทุนรวม ให้เปิดเผยเป็นรายเดือนทางเว็บไซต์ (web site) ของบริษัทภายในสิบห้าวันนับแต่วันสุดท้ายของแต่ละเดือน พร้อมทั้งจัดพิมพ์ข้อมูลจากเว็บไซต์ดังกล่าวให้สํานักงานภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่มีการเปิดเผยดังกล่าว

(2) ในกรณีของกองทุนสํารองเลี้ยงชีพ เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวไว้ในรายงานรายเดือนและรายงานรายปี

การเปิดเผยข้อมูลตามข้อ 44(2) อาจใช้วิธีเปิดเผยรายละเอียดและอันดับความน่าเชื่อถือดังกล่าวเป็นรายกลุ่มตาม (1)(ก) ถึง (ง) แทนการเปิดเผยเป็นรายตัวก็ได้

มาตรา ข้อ ๔๖

ข้อ ๔๖ ในกรณีที่กองทุนประสงค์จะลงทุนหรือมีไว้ซึ่งสัญญาซื้อขายล่วงหน้าหรือตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง ให้บริษัทจัดการเปิดเผยนโยบายการลงทุนพร้อมทั้งอธิบายความเสี่ยงและการบริหารความเสี่ยงไว้อย่างชัดเจนในโครงการจัดการกองทุนรวมหรือสัญญารับจัดการกองทุนส่วนบุคคล แล้วแต่กรณี ทั้งนี้ ในกรณีที่เป็นกองทุนรวมที่จัดตั้งขึ้นหรือได้ทําสัญญารับจัดการกองทุนส่วนบุคคลไว้ก่อนที่ประกาศนี้มีผลใช้บังคับ ต้องมีการแก้ไขเพิ่มเติมโครงการหรือสัญญาดังกล่าวก่อนการเข้าเป็นคู่สัญญาในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า

ในกรณีที่กองทุนรวมจะเข้าเป็นคู่สัญญาในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่มีสินค้าหรือตัวแปรตามข้อ 34(4) ให้บริษัทส่งหนังสือนัดประชุมหรือหนังสือขอมติต่อสํานักงานเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนที่บริษัทจะส่งหนังสือดังกล่าวไปยังผู้ถือหน่วยลงทุน ทั้งนี้ หากสํานักงานมิได้แจ้งผลการพิจารณาให้บริษัททราบภายใน 15 วัน ให้ถือว่าสํานักงานให้ความเห็นชอบหนังสือนั้นแล้ว

หนังสือนัดประชุมหรือหนังสือขอมติตามวรรคสองต้องมีข้อมูลเกี่ยวกับลักษณะและความเสี่ยงของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าดังกล่าว ตลอดจนแนวทางการบริหารความเสี่ยงด้วย

มาตรา ข้อ ๔๗

ข้อ ๔๗ ในกรณีที่บริษัทจัดการลงทุนหรือมีไว้ซึ่งสัญญาซื้อขายล่วงหน้าหรือตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง เพื่อเป็นทรัพย์สินของกองทุน ให้บริษัทจัดทําข้อมูลดังต่อไปนี้

(1) วัตถุประสงค์และกลยุทธ์ที่ใช้ในการลงทุนหรือมีไว้ซึ่งสัญญาหรือตราสารดังกล่าว ตลอดจนผลกําไรหรือผลขาดทุนที่บริษัทคาดว่าจะได้รับ

(2) การวิเคราะห์ความเสี่ยงของคู่สัญญา ในกรณีของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่ซื้อขายนอกศูนย์ซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า

(3) แผนรองรับในการชําระหนี้ตามสัญญาหรือตราสารดังกล่าว

ความในวรรคหนึ่งมิให้นํามาใช้บังคับกับกรณีที่บริษัทจัดการลงทุนหรือมีไว้ซึ่งสัญญาซื้อขายล่วงหน้าหรือตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง เพื่อเป็นทรัพย์สินของกองทุนส่วนบุคคลที่มิใช่กองทุนสํารองเลี้ยงชีพที่มีมูลค่าหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินของผู้ลงทุนตั้งแต่หนึ่งล้านบาทขึ้นไป

มาตรา ข้อ ๔๘

ข้อ ๔๘ ให้บริษัทจัดการดําเนินการเกี่ยวกับข้อมูลที่จัดทําขึ้นตามข้อ 47 ดังต่อไปนี้

(1) ในกรณีที่เป็นกองทุนรวม จัดส่งข้อมูลให้ผู้ดูแลผลประโยชน์ภายในห้าวันทําการนับแต่วันที่มีการลงทุนหรือได้มาซึ่งสัญญาซื้อขายล่วงหน้าและตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง ทั้งนี้ ให้บริษัทจัดเก็บสําเนาข้อมูลดังกล่าวเพื่อให้สํานักงานสามารถตรวจสอบได้ด้วย

(2) ในกรณีของกองทุนส่วนบุคคล ให้จัดส่งข้อมูลให้ลูกค้า หรือต่อคณะกรรมการกองทุนสํารองเลี้ยงชีพ แล้วแต่กรณี

ที่กองทุนอาจลงทุนหรือมีไว้ได้

มาตรา ข้อ ๔๙

ข้อ ๔๙ ในกรณีที่บริษัทจัดการได้ลงทุนหรือมีไว้ซึ่งทรัพย์สินตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดไว้ในหมวด 2 และหมวด 3 ของภาคนี้ เพื่อเป็นทรัพย์สินของกองทุนไว้แล้ว หากต่อมาทรัพย์สินดังกล่าวมีคุณสมบัติเปลี่ยนแปลงไป จนเป็นเหตุให้บริษัทจัดการไม่สามารถมีไว้เพื่อเป็นทรัพย์สินของกองทุนได้ ให้บริษัทจัดการจําหน่ายทรัพย์สินดังกล่าวภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ทรัพย์สินนั้นขาดคุณสมบัติ เว้นแต่ในกรณีที่มีเหตุจําเป็นและสมควรโดยได้รับการผ่อนผันจากสํานักงาน

อื่นๆ ๒ หลักเกณฑ์เกี่ยวกับอัตราส่วนการลงทุนของกองทุน

108 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต ที่ สน. 28/2549 เรื่อง การลงทุนและการมีไว้เพื่อเป็นทรัพย์สินของกองทุน (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_9ae5f5742fa52d72

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com