法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

localOrdinance

ข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลรือเสาะ เรื่อง การควบคุมการเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์ พ.ศ. 2560

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
23
มาตรา อารัมภบท

ข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลรือเสาะ

เรื่อง

การควบคุมการเลี้ยงสัตว์หรือปล่อยสัตว์

พ.ศ. ๒๕๖๐

โดยที่เป็นการสมควรตราข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลรือเสาะ

ว่าด้วยการควบคุมการเลี้ยงสัตว์หรือปล่อยสัตว์

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา

๗๑ แห่งพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. ๒๕๓๗

ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล (ฉบับที่ ๕)

พ.ศ. ๒๕๔๖ ประกอบกับมาตรา ๒๙ มาตรา ๓๐ มาตรา ๕๔ และมาตรา ๖๓

พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๓๕

องค์การบริหารส่วนตำบลรือเสาะโดยความเห็นชอบของสภาองค์การบริหารส่วนตำบลรือเสาะและนายอำเภอรือเสาะ

จึงตราข้อบัญญัติไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ข้อบัญญัตินี้เรียกว่า

“ข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลรือเสาะ เรื่อง

การควบคุมการเลี้ยงสัตว์หรือปล่อยสัตว์ พ.ศ. ๒๕๖๐”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑] ข้อบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลรือเสาะตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ บรรดาข้อบัญญัติ ระเบียบ

หรือประกาศอื่นใดที่ได้ตราไว้แล้วซึ่งขัดหรือแย้งกับข้อบัญญัตินี้ให้ใช้ข้อบัญญัตินี้แทน

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้นายกองค์การบริหารส่วนตำบลรือเสาะเป็นผู้รักษาการตามข้อบัญญัตินี้โดยให้มีอำนาจออกระเบียบ

ประกาศ หรือคำสั่ง เพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามข้อบัญญัตินี้

บททั่วไป

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ในข้อบัญญัตินี้

“เจ้าพนักงานท้องถิ่น”

หมายความว่า นายกองค์การบริหารส่วนตำบลรือเสาะ

“พนักงานเจ้าหน้าที่”

หมายความว่า ผู้ซึ่งเจ้าพนักงานท้องถิ่นแต่งตั้งให้ปฏิบัติหน้าที่

ตามข้อบัญญัตินี้และตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๓๕

“เจ้าพนักงานสาธารณสุข”

หมายความว่า

เจ้าพนักงานซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข

พ.ศ. ๒๕๓๕

“การเลี้ยงสัตว์”

หมายความว่า การมีสัตว์ หรือมีสัตว์เลี้ยงไว้ในครอบครองและดูแล เอาใจใส่ รักษา

ตลอดจนให้อาหารเป็นอาจิณ

“เจ้าของสัตว์”

หมายความรวมถึงผู้ครอบครองสัตว์ด้วย

“การปล่อยสัตว์”

หมายความว่า การสละการครอบครองสัตว์ หรือปล่อยสัตว์ให้อยู่นอกสถานที่เลี้ยงสัตว์

โดยปราศจากการควบคุม

“สถานที่เลี้ยงสัตว์”

หมายความว่า คอกสัตว์ กรงสัตว์ ที่ขังสัตว์ หรือสถานที่

ในลักษณะอื่นที่ใช้ในการควบคุมสัตว์ที่เลี้ยง

“ที่หรือทางสาธารณะ”

หมายความว่า สถานที่หรือทางซึ่งมิใช่เป็นของเอกชน

และประชาชนสามารถใช้ประโยชน์หรือใช้สัญจรได้

“แหล่งชุมชน”

หมายความว่า หมู่บ้าน หรือสถานที่ซึ่งมีประชาชนอาศัยอยู่หนาแน่น

“การเลี้ยงสัตว์จำนวนมาก”

หมายความว่า การเลี้ยงสัตว์ตั้งแต่ ๑๐ ตัวขึ้นไป

การควบคุมการเลี้ยงสัตว์ การปล่อยสัตว์

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ให้พื้นที่ต่อไปนี้เป็นเขตห้ามเลี้ยงสัตว์

หรือปล่อยสัตว์ประเภท ช้าง ม้า สุนัข สุกร โค กระบือ แพะ แกะ ล่อ ลา สัตว์มีพิษ

สัตว์ดุร้าย และสัตว์ป่าคุ้มครองตามกฎหมายว่าด้วย การสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า

โดยเด็ดขาด

(๑)

ถนนสาธารณประโยชน์ทุกสาย

(๒)

แหล่งชุมชนในหมู่บ้านทุกแห่ง

(๓)

ศาสนสถาน สถานที่ราชการต่าง ๆ เช่น มัสยิด โรงเรียน โรงพยาบาล เป็นต้น

การเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์ตามวรรคหนึ่ง

คือกรณีกระทำการเป็นประจำ เป็นอาจิณ หรือไม่สนใจควบคุมดูแลสัตว์จนเข้าใจว่าได้มีการใช้พื้นที่ตาม

(๑) (๒) (๓) เป็นที่เลี้ยงสัตว์ หรือปล่อยสัตว์

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ เพื่อประโยชน์ในการรักษาสภาวะความเป็นอยู่ที่เหมาะสมกับการดำรงชีพของประชาชนในท้องถิ่นหรือเพื่อป้องกันอันตรายจากเชื้อโรคที่เกิดจากสัตว์

ให้พื้นที่ในเขตอำนาจขององค์การบริหารส่วนตำบลรือเสาะ

เป็นเขตควบคุมการเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์ดังนี้

(๑)

สุนัข

(๒)

สุกร

(๓)

โค

(๔)

กระบือ

(๕)

ช้าง

(๖)

ม้า

(๗)

ลา

(๘)

ล่อ

(๙)

แพะ

(๑๐)

แกะ

(๑๑)

ไก่

(๑๒)

เป็ด

(๑๓)

ห่าน

(๑๔)

นก

(๑๕)

แมว

(๑๖)

สัตว์มีพิษ สัตว์เลื้อยคลาน และสัตว์ดุร้ายต่าง ๆ

(๑๗)

สัตว์ป่าตามกฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าซึ่งได้รับอนุญาตจากกรมป่าไม้

ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจกำหนดประเภท

และชนิดสัตว์ที่ต้องควบคุมการเลี้ยงเพิ่มเติม ทั้งนี้

โดยอาจควบคุมการเลี้ยงสัตว์เฉพาะในเขตท้องที่ใดท้องที่หนึ่ง

หรือเต็มพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลรือเสาะ

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ เพื่อประโยชน์ในการควบคุมการเลี้ยง

หรือปล่อยสัตว์ในเขตองค์การบริหาร ส่วนตำบลรือเสาะ

ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจออกประกาศกำหนดเขตพื้นที่เลี้ยงสัตว์

หรือปล่อยสัตว์ที่ต้องควบคุมตามข้อ ๗ โดยให้มีมาตรการอย่างหนึ่งอย่างใด

ดังต่อไปนี้

(๑)

กำหนดจำนวน ประเภท และชนิดของสัตว์ที่เลี้ยง

(๒)

กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการทำทะเบียนตามประเภทและชนิดของสัตว์

(๓)

กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการปล่อยสัตว์

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ นอกจากการเลี้ยงสัตว์ตามปกติวิสัยแล้ว

เจ้าของสัตว์จะต้องปฏิบัติ ดังต่อไปนี้

(๑)

จัดให้มีสถานที่เลี้ยงสัตว์ที่มั่นคงแข็งแรงตามความเหมาะสมแก่ประเภทและชนิดของสัตว์

โดยมีขนาดเพียงพอแก่การดำรงชีวิตของสัตว์ มีแสงสว่างและการระบายอากาศที่เพียงพอ

มีระบบการระบายน้ำและกำจัดสิ่งปฏิกูลให้ถูกสุขลักษณะ

(๒)

รักษาสถานที่เลี้ยงสัตว์ให้สะอาดอยู่เสมอ

จัดเก็บสิ่งปฏิกูลให้ถูกสุขลักษณะเป็นประจำไม่ปล่อยให้เป็นที่สะสมหมักหมมจนเกิดกลิ่นเหม็นรบกวนผู้ที่อยู่บริเวณใกล้เคียง

(๓)

เมื่อสัตว์ตายลง เจ้าของสัตว์จะต้องกำจัดซากสัตว์และมูลสัตว์ให้ถูกสุขลักษณะเพื่อป้องกันมิให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์แมลงหรือสัตว์นำโรค

ทั้งนี้

โดยวิธีที่ไม่ก่อเหตุรำคาญจากกลิ่น ควัน

และไม่เป็นเหตุให้เกิดการปนเปื้อนของแหล่งน้ำ

(๔)

จัดให้มีการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคในสัตว์ เพื่อป้องกันอันตรายจากเชื้อโรคที่เกิดจากสัตว์

(๕)

ให้เลี้ยงสัตว์ภายในสถานที่เลี้ยงสัตว์ของตน

ไม่ปล่อยให้สัตว์อยู่นอกสถานที่เลี้ยงสัตว์โดยปราศจากการควบคุม

กรณีเป็นสัตว์ดุร้ายจะต้องเลี้ยงในสถานที่

หรือกรงที่บุคคลภายนอกเข้าไปไม่ถึงตัวสัตว์และมีป้ายเตือนให้ระมัดระวังโดยสังเกตได้อย่างชัดเจน

(๖)

ไม่นำสัตว์เลี้ยงออกมานอกสถานที่เลี้ยงสัตว์ของตน

เว้นแต่เฉพาะเพื่อการเคลื่อนย้ายสัตว์และได้ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่น

(๗)

ควบคุมดูแลสัตว์ของตนมิให้ก่ออันตรายหรือเหตุรำคาญแก่ผู้อื่น

ไม่ก่อให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม

(๘)

ปฏิบัติการอื่นใดตามคำแนะนำของเจ้าพนักงานสาธารณสุข คำสั่งเจ้าพนักงานท้องถิ่น

รวมทั้งข้อบังคับ ระเบียบ และคำสั่งขององค์การบริหารส่วนตำบลรือเสาะ

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ กรณีการเลี้ยงสัตว์

ซึ่งดำเนินกิจการในลักษณะของฟาร์มเลี้ยงสัตว์ หรือเลี้ยงสัตว์เป็นจำนวนมาก

เจ้าของสัตว์ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขตามข้อ ๙ อย่างเคร่งครัด

เพื่อการดูแลสภาพหรือสุขลักษณะของสถานที่ที่ใช้เลี้ยงสัตว์

และต้องปฏิบัติตามมาตรการเพื่อป้องกันอันตรายจากเชื้อโรค

หรือเหตุรำคาญอันเกิดจากการเลี้ยงสัตว์ดังนี้

(๑)

การดูแลสภาพและสุขลักษณะของสถานที่เลี้ยงสัตว์ ต้องทำรางระบายน้ำรับน้ำโสโครกไปให้พ้นจากที่นั้น

โดยสะดวกและเหมาะสม

(๒)

การระบายน้ำเสียต้องไม่ให้เป็นที่เดือดร้อนแก่ผู้ใช้น้ำแหล่งสาธารณะ

(๓)

ต้องจัดให้มีระบบกักเก็บหรือบำบัดน้ำเสีย ให้เหมาะสม ทั้งนี้

ต้องไม่ทำให้เกิดกลิ่นเหม็นจนสร้างความเดือดร้อนรำคาญแก่ผู้อยู่อาศัยข้างเคียง

(๔)

ต้องทำความสะอาด กวาดล้างสถานที่เลี้ยงสัตว์ให้อยู่ในภาวะอันดีเสมอ

(๕)

ต้องรักษาสถานที่ อย่าให้เป็นที่เพาะพันธุ์แมลงวัน แมลงสาบ ยุงหรือสัตว์นำโรคอื่น

ๆ และต้องเก็บวัสดุอุปกรณ์ เครื่องใช้ในการเลี้ยงสัตว์ให้เป็นระเบียบเรียบร้อยเสมอ

(๖)

ต้องมีที่รองรับมูลฝอย และสิ่งปฏิกูลให้ถูกสุขลักษณะจำนวนเพียงพอ

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ผู้ใดประสงค์จะเลี้ยงสัตว์ตามข้อ ๑๐

ต้องได้รับความยินยอมจากการประชุมประชาคมหมู่บ้าน หรือแหล่งชุมชนนั้น ๆ

และได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น

การอนุญาตตามวรรคหนึ่งนั้น

ต้องปรากฏข้อเท็จจริงว่า สถานที่เลี้ยงสัตว์นั้นเป็นบริเวณที่โปร่ง

อากาศถ่ายเทสะดวก มีต้นไม้ให้ร่มเงาพอสมควร ตั้งอยู่ห่างจากแหล่งชุมชน ศาสนสถาน

โบราณสถาน สถาบันการศึกษา โรงพยาบาล หรือสถานที่ของราชการอื่น ๆ

ในระยะที่ไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ และไม่ก่อเหตุรำคาญต่อชุมชน โดยต้องมีระยะห่างจากสถานที่ดังกล่าว

และแหล่งน้ำสาธารณะในระยะ ดังต่อไปนี้

(๑)

สำหรับสถานประกอบกิจการเลี้ยงสัตว์น้อยกว่า ๕๐ ตัว ต้องมีระยะห่าง ไม่น้อยกว่า ๑๐๐

เมตร

(๒)

สำหรับสถานประกอบกิจการเลี้ยงสัตว์ ตั้งแต่ ๕๐ - ๑๐๐ ตัว ต้องมีระยะห่าง

ไม่น้อยกว่า ๕๐๐ เมตร

(๓)

สำหรับสถานประกอบกิจการเลี้ยงสัตว์ ตั้งแต่ ๑๐๐ - ๕๐๐ ตัว ต้องมีระยะห่าง

ไม่น้อยกว่า ๑ กิโลเมตร

(๔)

สำหรับสถานประกอบกิจการเลี้ยงสัตว์ ตั้งแต่ ๕๐๐ ตัวขึ้นไป

ต้องมีระยะห่างไม่น้อยกว่า ๒ กิโลเมตร

ผู้ขออนุญาตดังกล่าวให้ยื่นคำร้องต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามแบบและเงื่อนไขที่กำหนดพร้อมด้วยหลักฐาน

ดังต่อไปนี้ อย่างละ ๑ ชุด

(๑)

สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน

(๒)

สำเนาทะเบียนบ้าน

(๓)

หนังสือแสดงความเป็นเจ้าของที่ดิน

(๔)

เอกสารหรือหลักฐานอื่นที่เจ้าพนักงานท้องถิ่น

เห็นสมควรเรียกเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ในกรณีที่มีเหตุควรสงสัยว่าสัตว์ที่เลี้ยงนั้นเป็นโรคอันอาจเป็นอันตรายแก่สุขภาพของบุคคลทั่วไป

ให้เจ้าของสัตว์ แยก กักสัตว์นั้นไว้ต่างหาก

และแจ้งให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นหรือเจ้าพนักงานสาธารณสุขทราบ

รวมถึงต้องแจ้งให้สัตวแพทย์ของหน่วยงานราชการทราบและต้องปฏิบัติตามคำแนะนำโดยเคร่งครัด

การรักษาความเป็นระเบียบเรียบร้อย

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจกำหนดการเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์

หรือห้ามเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์เฉพาะเขตควบคุมการปล่อยสัตว์

เฉพาะในเขตท้องที่ใดท้องที่หนึ่ง หรือเต็มพื้นที่ องค์การบริหารส่วนตำบลรือเสาะ

ความในวรรคหนึ่งไม่ใช้บังคับแก่การปล่อยสัตว์เพื่อการกุศลตามประเพณี

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ เจ้าของสัตว์จะต้องควบคุมดูแลสัตว์และสถานที่เลี้ยงสัตว์ของตน

มิให้ก่อเหตุรำคาญแก่ผู้อื่น และต้องป้องกันมิให้เกิดโรคติดต่อ

หรือเป็นแหล่งแพร่พันธุ์เชื้อโรคที่อาจเป็นอันตราย แก่ประชาชนหรือสัตว์อื่น

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ในกรณีที่เจ้าพนักงานท้องถิ่น

พนักงานเจ้าหน้าที่ เจ้าพนักงานสาธารณสุขพบสัตว์ในที่หรือทางสาธารณะ

ซึ่งอยู่ภายในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลรือเสาะ หรือเขตควบคุมการเลี้ยง

หรือปล่อยสัตว์ โดยไม่ปรากฏเจ้าของ ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นหรือผู้ได้รับมอบหมายจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น

มีอำนาจจับสัตว์ และนำสัตว์ไปกักไว้ในที่สำหรับสัตว์ที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นจัดไว้

เป็นเวลาอย่างน้อยสามสิบวัน หรือกรณีสัตว์นั้นอาจเป็นอันตรายต่อประชาชน

ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจทำลาย หรือจัดการตามที่เห็นสมควร

ในระหว่างการจับสัตว์

หากสัตว์วิ่งหนีเกิดอุบัติเหตุอื่นใด ทำให้สัตว์บาดเจ็บ

หากเป็นเหตุที่โดยพฤติการณ์ต้องเกิดขึ้น

และเจ้าพนักงานท้องถิ่นได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรแล้ว

องค์การบริหารส่วนตำบลรือเสาะจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายใด ๆ ที่เกิดขึ้น

กรณีตามวรรคสอง

ถ้าความเสียหายเกิดขึ้นต่อบุคคลที่สามอันเนื่องมาจากการกระทำดังกล่าวหากองค์การบริหารส่วนตำบลรือเสาะ

ได้ชดใช้ค่าเสียหายให้แก่บุคคลผู้ต้องเสียหายแล้ว

องค์การบริหารส่วนตำบลรือเสาะมีสิทธิไล่เบี้ยจากเจ้าของหรือผู้ครอบครองดูแลสัตว์นั้นได้

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ เมื่อได้จับสัตว์มากักไว้ตามความในข้อ ๑๕

เจ้าพนักงานท้องถิ่นจะปิดประกาศแจ้งให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองสัตว์ทราบ

และให้มารับสัตว์คืนไปภายใน ๓๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ได้จับสัตว์ มากักไว้

โดยประกาศไว้ที่สำนักงานองค์การบริหารส่วนตำบลรือเสาะหรือที่เปิดเผย เมื่อพ้นกำหนด

๓๐ วันแล้ว ไม่มีผู้ใดมาแสดงตัวเป็นเจ้าของหรือครอบครองสัตว์

ให้สัตว์นั้นตกเป็นขององค์การบริหารส่วนตำบลรือเสาะ

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ กรณีที่กักสัตว์ไว้

อาจก่อให้เกิดอันตรายแก่สัตว์นั้นหรือสัตว์อื่น หรือต้องเสียค่าใช้จ่ายเกินสมควร

เจ้าพนักงานท้องถิ่นจะจัดการขายหรือขายทอดตลาดสัตว์นั้นตามสมควรแก่กรณี ก่อนถึงกำหนด

๓๐ วันก็ได้ เงินที่ได้จากการขายหรือขายทอดตลาด

เมื่อได้หักค่าใช้จ่ายในการขายหรือขายทอดตลาดและค่าเลี้ยงดูสัตว์แล้ว

ให้เก็บรักษาเงินนั้นไว้แทนตัวสัตว์

กรณีสัตว์นั้นตาย

หรือเจ็บป่วยหรือไม่สมควรจำหน่ายต่อไป หรือเป็นโรคติดต่อที่อาจเป็นอันตรายแก่ประชาชนหรือสัตว์อื่น

ๆ หรือเมื่อสัตว์แพทย์ได้ตรวจสอบและให้ความเห็นเป็นลายลักษณะอักษรแล้ว

เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจทำลาย หรือจัดการตามที่เห็นสมควรได้ทันที

โดยไม่ต้องรอเจ้าของสัตว์

ในกรณีมิได้มีการขายหรือขายทอดตลาดสัตว์ตามวรรคหนึ่ง

และเจ้าของสัตว์มาขอรับสัตว์คืนภายในกำหนดตามข้อ ๑๖

เจ้าของสัตว์ต้องเป็นผู้เสียค่าใช้จ่ายสำหรับการเลี้ยงดูสัตว์ให้แก่องค์การบริหารส่วนตำบลรือเสาะ

ตามจำนวนที่จ่ายจริงด้วย

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ หากเจ้าของสัตว์ปฏิบัติไม่ถูกต้อง

ตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๓๕ กฎกระทรวง หรือประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข

พ.ศ. ๒๕๓๕ หรือข้อบัญญัตินี้

หรือคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นที่กำหนดไว้เกี่ยวกับการเลี้ยงสัตว์หรือปล่อยสัตว์

ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจสั่งให้เจ้าของสัตว์แก้ไขหรือปรับปรุงให้ถูกต้องได้

และถ้าเจ้าของสัตว์ไม่แก้ไขหรือถ้าการเลี้ยงสัตว์ หรือปล่อยสัตว์นั้นจะก่อให้เกิดหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าจะเกิดอันตรายอย่างร้ายแรงต่อสุขภาพของประชาชน

เจ้าพนักงานท้องถิ่นจะสั่งให้ผู้นั้นหยุดเลี้ยงสัตว์ทันทีเป็นการชั่วคราวจนกว่าจะเป็นที่พอใจแก่เจ้าพนักงานท้องถิ่นว่าปราศจากอันตรายแล้วก็ได้

คำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามวรรคหนึ่ง

ให้กำหนดระยะเวลาที่จะต้องปฏิบัติตามคำสั่งไว้ตามสมควร แต่ต้องไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน

เว้นแต่เป็นกรณีมีคำสั่งให้หยุดดำเนินการทันที

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ กรณีการเลี้ยงสัตว์ในสถานที่ของเอกชนหรือทางสาธารณะ

ก่อให้เกิดเหตุเดือดร้อนรำคาญต่อผู้อื่น ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจออกคำสั่งเป็นหนังสือให้เจ้าของสัตว์หรือผู้ครอบครองสถานที่เลี้ยงสัตว์ระงับเหตุรำคาญภายในเวลาอันควร

และถ้าเห็นสมควรจะให้กระทำโดยวิธีใดเพื่อระงับเหตุรำคาญนั้น

หรือสมควรกำหนดวิธีการเพื่อป้องกันมิให้มีเหตุรำคาญเกิดขึ้นอีกในอนาคตให้ระบุไว้ในคำสั่งนั้น

อำนาจหน้าที่ของเจ้าพนักงานท้องถิ่น

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ เพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามข้อบัญญัตินี้ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจ

ดังต่อไปนี้

(๑)

มีหนังสือเรียกบุคคลใด ๆ มาให้ถ้อยคำหรือแจ้งข้อเท็จจริง

หรือทำคำชี้แจงเป็นหนังสือ หรือให้ส่งเอกสารหลักฐานใดเพื่อตรวจสอบ

หรือเพื่อประกอบการพิจารณา

(๒)

เข้าไปในสถานที่ใด ๆ ในระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก

หรือในเวลาทำการเพื่อตรวจสอบ หรือควบคุมเพื่อให้เป็นไปตามข้อบัญญัตินี้

ให้มีอำนาจสอบถามข้อเท็จจริง หรือเรียกหนังสือ

หรือหลักฐานที่เกี่ยวข้องจากเจ้าของหรือผู้ครอบครองสถานที่นั้น

(๓)

ยึดหรืออายัดสิ่งของใด ๆ ที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพของประชาชน

เพื่อประโยชน์ในการดำเนินคดีหรือเพื่อนำไปทำลายในกรณีจำเป็น

(๔)

เก็บหรือนำสินค้าหรือสิ่งของใด ๆ ที่สงสัยว่าไม่ถูกสุขลักษณะ หรืออาจก่อให้เกิด

เหตุรำคาญจากอาคารหรือสถานที่ใด ๆ เป็นปริมาณพอสมควร

เพื่อเป็นตัวอย่างในการตรวจสอบ ความจำเป็นได้โดยไม่ต้องใช้ราคา

ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจแต่งตั้งข้าราชการ

พนักงานส่วนตำบลเพื่อให้ปฏิบัติหน้าที่ตามวรรคหนึ่ง

ในเขตอำนาจขององค์การบริหารส่วนตำบลรือเสาะ ในเรื่องใดเรื่องหนึ่งหรือทุกเรื่องก็ได้

บทกำหนดโทษ

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ ผู้ใดฝ่าฝืนข้อ ๖ และข้อ ๑๑

ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าพันบาท

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ ผู้ใดฝ่าฝืนข้อ ๒๐ หรือขัดขวาง

ไม่อำนวยความสะดวกในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานท้องถิ่น

หรือผู้ซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามข้อ ๒๐ วรรคสอง

ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินสองพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ บรรดาความผิดตามข้อบัญญัตินี้ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่น

หรือผู้ซึ่งเจ้าพนักงานท้องถิ่นมอบหมายมีอำนาจเปรียบเทียบปรับได้

เมื่อได้เสียค่าปรับตามที่เปรียบเทียบภายในสามสิบวันนับแต่วันที่มีการเปรียบเทียบให้ถือว่าคดีเลิกกันตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

ประกาศ ณ วันที่ ๒ สิงหาคม พ.ศ.

๒๕๖๐

สรยุทธ์ สะมะแอ

นายกองค์การบริหารส่วนตำบลรือเสาะ

ปวันวิทย์/จัดทำ

๒๐

สิงหาคม ๒๕๖๑

[๑]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๕/ตอนพิเศษ ๑๓๑ ง/หน้า ๑๙๒/๘ มิถุนายน ๒๕๖๑

23 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลรือเสาะ เรื่อง การควบคุมการเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์ พ.ศ. 2560 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_9b7c521db5d2e239

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com