法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การทำลายหรือปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใด เกี่ยวกับเอกสาร สื่อโฆษณา หรือสิ่งอื่นใดที่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้ยึดหรืออายัด พ.ศ. 2561

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
49
มาตรา อารัมภบท

ประกาศกระทรวงสาธารณสุข

เรื่อง การทำลายหรือปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใด

เกี่ยวกับเอกสาร สื่อโฆษณา หรือสิ่งอื่นใดที่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้ยึดหรืออายัด

พ.ศ. ๒๕๖๑

โดยที่เป็นการสมควรกำหนดให้มีหลักเกณฑ์การทำลายหรือปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใดเกี่ยวกับเอกสาร สื่อโฆษณา หรือสิ่งอื่นใดที่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้ยึดหรืออายัดไว้ เพื่อให้การปฏิบัติการมีความชัดเจน เป็นไปโดยเรียบร้อย โปร่งใส และมีประสิทธิภาพ

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๓๒ แห่งพระราชบัญญัติควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็ก พ.ศ. ๒๕๖๐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขโดยคำแนะนำของคณะกรรมการควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็กจึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การทำลายหรือปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใดเกี่ยวกับเอกสาร สื่อโฆษณา หรือสิ่งอื่นใดที่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้ยึดหรืออายัด พ.ศ. ๒๕๖๑”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑] ประกาศนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดสามสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในประกาศนี้

“สิ่งของ” หมายความว่า เอกสาร สื่อโฆษณา หรือสิ่งอื่นใดที่มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดที่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้ยึดหรืออายัดไว้ตามมาตรา ๓๐ (๒)

“ผู้ประกอบการ” หมายความว่า ผู้ผลิต ผู้นำเข้า หรือผู้จำหน่ายอาหารสำหรับทารกอาหารสำหรับเด็กเล็ก หรืออาหารเสริมสำหรับทารก หรือตัวแทน

“คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็ก

“หน่วยงานของรัฐ” หมายความว่า กระทรวง ทบวง กรม องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรัฐวิสาหกิจ สถาบันการศึกษาของรัฐ หน่วยงานอื่นของรัฐ หรือสภากาชาดไทย

“อธิบดี” หมายความว่า อธิบดีกรมอนามัยหรือผู้ซึ่งอธิบดีกรมอนามัยมอบหมาย

การทำลาย

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในกรณีที่สิ่งของใดที่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้ยึดหรืออายัดไว้ ตามมาตรา ๓๐ (๒) ตกเป็นของแผ่นดินแล้ว ตามมาตรา ๓๒ ให้อธิบดีมีอำนาจสั่งทำลายสิ่งของนั้นได้ ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในหมวดนี้

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ในการทำลายสิ่งของให้มีคณะกรรมการควบคุมการทำลายคณะหนึ่งหรือหลายคณะตามที่อธิบดีแต่งตั้ง

ให้หน่วยงานที่จะทำลายสิ่งของ เสนอขอแต่งตั้งคณะกรรมการควบคุมการทำลายประกอบด้วยข้าราชการของหน่วยงานนั้นตำแหน่งไม่ต่ำกว่าชำนาญการพิเศษ จำนวนหนึ่งคน เป็นประธานกรรมการและตำแหน่งไม่ต่ำกว่าชำนาญการ จำนวนไม่น้อยกว่าสองคน เป็นกรรมการ เพื่อให้อธิบดีแต่งตั้ง

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ให้คณะกรรมการควบคุมการทำลาย มีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้

(๑) พิจารณาสิ่งของที่จะขอทำลาย

(๒) เสนอรายงานการพิจารณาตาม (๑) ต่ออธิบดีเพื่อพิจารณา

(๓) ควบคุมการทำลายสิ่งของที่ได้รับอนุมัติให้ทำลายแล้ว

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ เมื่ออธิบดีได้รับรายงานตามข้อ ๖ แล้ว ให้พิจารณาอนุมัติสั่งทำลายสิ่งของในกรณีที่อธิบดีเห็นว่าสิ่งของใดยังไม่สมควรทำลาย ให้สั่งเก็บรักษาสิ่งของนั้นไว้และสั่งให้นำมาทำลายในเวลาที่เห็นสมควร

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ให้คณะกรรมการควบคุมการทำลาย ดำเนินการควบคุมการทำลายสิ่งของให้ถูกต้องแล้วเสร็จตามที่ได้รับอนุมัติให้ทำลาย แล้วรายงานอธิบดีเพื่อทราบ โดยการทำลายให้ใช้วิธีหนึ่งวิธีใด ดังต่อไปนี้

(๑) ใช้วิธีฉีกหรือย่อยโดยเครื่องย่อยเอกสารจนไม่สามารถอ่านหรือจดจำข้อความในเอกสารได้

(๒) ใช้รถหรือเครื่องจักรบดทำลาย

(๓) ใช้วิธีเผาไฟทำลาย

(๔) ใช้วิธีการอื่นตามที่อธิบดีเห็นสมควร โดยเสนอให้อธิบดีพิจารณาพร้อมกับรายงานตามข้อ ๖

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ การทำลายสิ่งของตามข้อ ๘ หากเป็นผลให้มีรายได้เกิดขึ้นให้ดำเนินการตามระเบียบของทางราชการแล้วนำเงินที่ได้ส่งเป็นรายได้ของกรมอนามัยหรือหน่วยงานที่ดำเนินการทำลายสิ่งของนั้นแล้วแต่กรณีกรณีที่มีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการให้เบิกจ่ายจากเงินงบประมาณได้ตามความจำเป็น

การปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใดต่อสิ่งของ

บททั่วไป

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ อธิบดีมีอำนาจสั่งให้ปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใดต่อสิ่งของ โดยวิธีการบริจาคการนำสิ่งของไปใช้ประโยชน์ หรือขายทอดตลาด เมื่อปรากฏว่า

(๑) สิ่งของนั้นมีสภาพเป็นของสด ของเสียได้ มีการระบุวันหมดอายุ หรือถ้าหน่วงช้าไว้จะเป็นการเสี่ยงต่อความเสียหายหรือค่าเสียหายจะเกินส่วนแห่งค่าของทรัพย์สินนั้น

(๒) สิ่งของนั้นมีลักษณะที่อาจทำให้สกปรก มีกลิ่นรบกวน หรือก่อให้เกิดความรำคาญ

(๓) สิ่งของนั้น ไม่สะดวกต่อการเคลื่อนย้าย หรือสิ้นเปลืองเนื้อที่ในการเก็บรักษา

(๔) สิ่งของนั้นโดยสภาพอาจก่อให้เกิดอันตรายได้ง่าย

(๕) สิ่งของที่ต้องเก็บรักษาไว้ในสถานที่โดยเฉพาะเพื่อรักษาคุณภาพของสิ่งของนั้น

(๖) สิ่งของที่อธิบดีเห็นว่าไม่เหมาะสมที่จะเก็บรักษาไว้ หรือหากเก็บรักษาไว้จะเป็นภาระแก่ทางราชการเกินกว่าการนำไปใช้ประโยชน์อย่างอื่น

การบริจาค

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ในกรณีที่สิ่งของเป็นอาหารสำหรับทารก อาหารสำหรับเด็กเล็ก หรืออาหารเสริมสำหรับทารก ให้อธิบดีมีอำนาจสั่งให้นำสิ่งของนั้นไปบริจาคได้

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ การบริจาคสิ่งของตามข้อ ๑๑ ให้บริจาคแก่หน่วยงาน ดังต่อไปนี้

(๑) สถานสงเคราะห์ หรือหน่วยงานที่มีลักษณะทำนองเดียวกัน

(๒) หน่วยบริการสาธารณสุขที่มีทารกซึ่งเป็นกำพร้า หรือทารกที่ถูกทอดทิ้ง หรือทารกที่แม่ได้รับการวินิจฉัยโดยแพทย์ว่าไม่สามารถให้นมบุตรได้

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ สิ่งของที่บริจาคจะต้องไม่มีชื่อ ตรา หรือสัญลักษณ์ที่สื่อให้เห็นว่าเป็นอาหารสำหรับทารก อาหารสำหรับเด็กเล็ก หรืออาหารเสริมสำหรับทารก ของผู้ประกอบการ

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ในกรณีที่หน่วยงานตามข้อ ๑๒ ประสงค์จะขอรับบริจาคให้หัวหน้าหน่วยงานหรือผู้บริหารหน่วยงานนั้นมีหนังสือแสดงความจำนงต่ออธิบดี โดยระบุหน้าที่และความรับผิดชอบของหน่วยงานพร้อมทั้งเหตุผลและความจำเป็นในการขอรับบริจาค

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ เมื่ออธิบดีอนุมัติการบริจาคให้แก่หน่วยงานใด ให้จัดทำเอกสารการส่งมอบและรับมอบสิ่งของที่บริจาคนั้นไว้เป็นหลักฐานและมีหนังสือแจ้งให้ส่วนราชการต้นสังกัดหรือหน่วยงานที่กำกับดูแลหน่วยงานนั้นทราบ ในกรณีหน่วยงานที่รับบริจาคไม่มีส่วนราชการต้นสังกัดหรือหน่วยงานที่กำกับดูแล ให้มีหนังสือแจ้งกรมอนามัยทราบ

การนำสิ่งของไปใช้ประโยชน์

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ สิ่งของที่จะนำไปใช้ประโยชน์ต้องไม่เป็นอาหารสำหรับทารก อาหารสำหรับเด็กเล็กและอาหารเสริมสำหรับทารก และจะต้องเป็นสิ่งของที่ไม่เหมาะสมจะนำออกขายทอดตลาดหรือการนำสิ่งของไปใช้ประโยชน์จะเป็นประโยชน์มากกว่าขายทอดตลาด ให้อธิบดีมีอำนาจสั่งให้นำสิ่งของนั้นไปใช้ประโยชน์ได้

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ในการนำสิ่งของไปใช้ประโยชน์ให้มีคณะกรรมการพิจารณาการนำสิ่งของไปใช้ประโยชน์คณะหนึ่งหรือหลายคณะตามที่อธิบดีแต่งตั้ง

ให้หน่วยงานที่มีหน้าที่พิจารณาการนำสิ่งของไปใช้ประโยชน์ เสนอขอแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาการนำสิ่งของไปใช้ประโยชน์ ประกอบด้วย ข้าราชการของหน่วยงานนั้นตำแหน่งไม่ต่ำกว่าชำนาญการพิเศษ จำนวนหนึ่งคน เป็นประธานกรรมการ และตำแหน่งไม่ต่ำกว่าชำนาญการ จำนวนไม่น้อยกว่าสองคน เป็นกรรมการ เพื่อให้อธิบดีแต่งตั้ง

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ให้คณะกรรมการพิจารณาการนำสิ่งของไปใช้ประโยชน์ มีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้

(๑) พิจารณาสิ่งของที่จะนำไปใช้ประโยชน์

(๒) เสนอรายงานการพิจารณาตาม (๑) ต่ออธิบดีเพื่อพิจารณา

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ สิ่งของที่จะนำไปใช้ประโยชน์จะต้องไม่มีชื่อ ตรา หรือสัญลักษณ์ที่สื่อให้เห็นว่าเป็นอาหารสำหรับทารก อาหารสำหรับเด็กเล็ก หรืออาหารเสริมสำหรับทารก

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ การนำสิ่งของไปใช้ประโยชน์ให้กระทำได้เฉพาะหน่วยงานของรัฐ หรือองค์กรเอกชนไม่แสวงหาผลกำไรและดำเนินกิจกรรมด้านสุขภาพแม่และเด็กเท่านั้น

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ ในกรณีที่หน่วยงานของรัฐใดประสงค์จะขอนำสิ่งของไปใช้ประโยชน์ ให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐนั้นมีหนังสือแสดงความจำนงต่ออธิบดี โดยมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้

(๑) หน้าที่และความรับผิดชอบของหน่วยงานของรัฐนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนที่ประสงค์จะขอนำสิ่งของนั้นไปใช้ประโยชน์

(๒) ประเภทของสิ่งของที่จะขอนำไปใช้ประโยชน์

(๓) เหตุผลและความจำเป็นที่จะขอนำสิ่งของไปใช้ประโยชน์

(๔) ลักษณะและระยะเวลาของการใช้ประโยชน์

(๕) การดูแลรักษาและความรับผิดชอบในกรณีที่เกิดความชำรุด บกพร่อง เสียหาย หรือสูญหาย

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ ในกรณีที่อธิบดีเห็นว่าสิ่งของตามข้อ ๑๖ จะเป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติราชการของหน่วยงานในสังกัดกรมอนามัย อธิบดีอาจอนุญาตให้หน่วยงานดังกล่าวนำสิ่งของนั้นไปใช้ประโยชน์ได้

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ การพิจารณาอนุญาตให้นำสิ่งของใดไปใช้ประโยชน์ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้

(๑) หน่วยงานของรัฐนั้นเป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่ในการควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารสำหรับทารก อาหารสำหรับเด็กเล็ก และอาหารเสริมสำหรับทารก หรือมีหน้าที่ยึดหรืออายัดสิ่งของ

(๒) เหตุผลและความจำเป็นที่จะขอนำสิ่งของนั้นไปใช้ประโยชน์

(๓) ภาระต่าง ๆ ที่จะตกแก่ทางราชการ หากไม่นำสิ่งของนั้นไปใช้ประโยชน์

(๔) ความเสียหายหรือความเสี่ยงที่อาจเกิดจากการนำสิ่งของนั้นไปใช้ประโยชน์

(๕) พฤติการณ์ในการดำเนินคดีเกี่ยวกับสิ่งของนั้น

(๖) พฤติการณ์อื่นตามที่เห็นสมควร

การพิจารณาตามวรรคหนึ่ง หากหน่วยงานของรัฐนั้นได้รับจัดสรรงบประมาณเพื่อจัดซื้อสิ่งของชนิดหรือประเภทเดียวกันกับสิ่งของนั้นแล้ว ให้พิจารณาไม่อนุญาตให้นำไปใช้ประโยชน์

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ การขอนำสิ่งของไปใช้ประโยชน์ของหน่วยงานของรัฐอื่น นอกจากหน่วยงานของรัฐตามข้อ ๒๓ (๑) ให้อธิบดีเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการเพื่อพิจารณาเป็นราย ๆ ไป

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ เมื่อหน่วยงานของรัฐใดได้รับอนุญาตให้นำสิ่งของใดไปใช้ประโยชน์ให้อธิบดีจัดให้มีเอกสารการส่งมอบและรับมอบสิ่งของนั้นไว้เป็นหลักฐานและมีหนังสือแจ้งให้ส่วนราชการต้นสังกัดหรือที่กำกับดูแลหน่วยงานของรัฐนั้น และสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินทราบ

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ หน่วยงานของรัฐที่นำสิ่งของใดไปใช้ประโยชน์มีหน้าที่บำรุงรักษาสิ่งของนั้นถ้ามีความเสียหายหรือสูญหายให้รีบดำเนินการตามระเบียบของทางราชการ และแจ้งให้อธิบดีทราบทันที

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ เมื่อหมดความจำเป็นที่จะใช้ประโยชน์จากสิ่งของนั้น หรือเมื่อครบกำหนดเวลาที่ได้รับอนุญาตแล้ว หรือเมื่อคณะกรรมการหรืออธิบดีเพิกถอนการอนุญาต ให้หน่วยงานของรัฐที่นำสิ่งของไปใช้ประโยชน์จัดส่งสิ่งของนั้นคืน พร้อมหลักฐานการส่งคืนเป็นหนังสือภายในเวลาที่กำหนด

สิ่งของตามวรรคหนึ่ง ให้ส่งคืนในสภาพที่เป็นอยู่ในขณะที่ได้รับมอบสิ่งของนั้นไป เว้นแต่จะเสื่อมไปโดยสภาพแห่งสิ่งของนั้นเอง ในกรณีที่ไม่อาจส่งคืนในสภาพดังกล่าวได้ ให้อธิบดีพิจารณาดำเนินการตามที่เห็นสมควร

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ ก่อนครบกำหนดเวลาที่ได้รับอนุญาตให้นำสิ่งของไปใช้ประโยชน์ ถ้าหน่วยงานของรัฐที่นำสิ่งของไปใช้ประโยชน์ เห็นว่ามีความจำเป็นที่จะต้องใช้ประโยชน์ในสิ่งของนั้นต่อไปอีก ให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐนั้น มีหนังสือแจ้งเหตุผลและความจำเป็นที่ต้องใช้ประโยชน์ต่อไป ถึงอธิบดีก่อนครบกำหนดเวลาที่ได้รับอนุญาตไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน

ให้อธิบดีพิจารณาถึงเหตุผลและความจำเป็นตามวรรคหนึ่ง โดยคำนึงถึงหลักเกณฑ์ตามข้อ ๒๓ ในกรณีที่อธิบดีไม่อนุญาตให้ใช้ประโยชน์ต่อไป ให้หน่วยงานของรัฐนั้นคืนสิ่งของพร้อมหลักฐานการส่งคืนเป็นหนังสือภายในเวลาที่กำหนด และให้นำความในข้อ ๒๗ วรรคสอง มาใช้บังคับโดยอนุโลม

การขายทอดตลาด

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ สิ่งของที่จะขายทอดตลาดต้องไม่เป็นอาหารสำหรับทารก อาหารสำหรับเด็กเล็กและอาหารเสริมสำหรับทารก และจะต้องไม่มีชื่อ ตรา หรือสัญลักษณ์ที่สื่อให้เห็นว่าเป็นอาหารสำหรับทารกอาหารสำหรับเด็กเล็ก หรืออาหารเสริมสำหรับทารกของผู้ประกอบการ

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐ ในการขายทอดตลาด ให้อธิบดีมีอำนาจแต่งตั้งคณะกรรมการขายทอดตลาดตามที่หน่วยงานที่จะขายทอดตลาดเสนอเพื่อทำหน้าที่ดำเนินการขายทอดตลาด

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑ ให้หน่วยงานที่จะขายทอดตลาด จัดทำรายงานขอขายทอดตลาดพร้อมกับขอแต่งตั้งคณะกรรมการขายทอดตลาด ประกอบด้วยข้าราชการของหน่วยงานนั้นตำแหน่งไม่ต่ำกว่าชำนาญการพิเศษ จำนวนหนึ่งคน เป็นประธานกรรมการ และตำแหน่งไม่ต่ำกว่าชำนาญการ จำนวนไม่น้อยกว่าสองคน เป็นกรรมการ เพื่อเสนออธิบดีอนุมัติให้ขายทอดตลาดและแต่งตั้งคณะกรรมการขายทอดตลาด

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒ ให้คณะกรรมการขายทอดตลาดดำเนินการ ดังต่อไปนี้

(๑) จัดทำประกาศขายทอดตลาดโดยแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับชื่อเจ้าของ หรือผู้ครอบครองสิ่งของ (ถ้ามี) ผู้สั่งให้ขาย วัน เวลา และสถานที่ที่จะขาย รายละเอียดเกี่ยวกับสิ่งของ เช่น ประเภทลักษณะ ขนาด น้ำหนัก หรือจำนวน และเงื่อนเวลาการชำระเงินตามที่กำหนดไว้ในประกาศนี้ตามแบบประกาศขายทอดตลาด (ขต.๑) และแบบบัญชีแนบท้ายประกาศขายทอดตลาด (ขต.๒) ภายในห้าวันนับแต่วันที่ทราบการอนุมัติให้ขายทอดตลาดและคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการขายทอดตลาด

(๒) ดำเนินการขายทอดตลาดโดยเปิดเผยตามหมวดนี้ ให้แล้วเสร็จภายในสามเดือนนับแต่วันที่ทราบคำสั่งตาม (๑) ในกรณีที่ไม่อาจดำเนินการให้แล้วเสร็จตามกำหนดให้ขออนุมัติขยายระยะเวลาดำเนินการพร้อมเหตุผลต่ออธิบดีเพื่อพิจารณาอนุมัติโดยไม่ชักช้า

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓ การกำหนดวันขายทอดตลาดสิ่งของตามปกติให้ถือเกณฑ์ ดังต่อไปนี้

(๑) สิ่งของที่เป็นของเสียง่าย หรือถ้าหน่วงช้าไว้จะเป็นการเสี่ยงความเสียหายหรือค่าใช้จ่ายจะเกินส่วนกับค่าสิ่งของ ให้ขายทอดตลาดภายในกำหนดเวลาที่อธิบดีมีคำสั่ง

(๒) สิ่งของอื่นให้ขายทอดตลาดภายในกำหนดเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งเดือน แต่ไม่เกินสามเดือนนับแต่วันลงประกาศขายทอดตลาดเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔ สถานที่ขายทอดตลาดตามปกติให้ขาย ณ ที่ทำการกรมอนามัยหรือสถานที่เก็บรักษาสิ่งของนั้น เว้นแต่ในกรณีที่อธิบดีเห็นสมควรจะมีคำสั่งให้ดำเนินการขายทอดตลาด ณ สถานที่อื่นก็ได้

มาตรา ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕ ให้คณะกรรมการขายทอดตลาดกำหนดราคาเริ่มต้นของสิ่งของเพื่อขายทอดตลาดโดยให้พิจารณาจากหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้

(๑) ราคาประเมินสิ่งของขณะยึดหรืออายัดไว้

(๒) สภาพและลักษณะของสิ่งของในขณะที่จะขายทอดตลาด

(๓) ราคาของสิ่งของในท้องตลาดในขณะที่จะขายทอดตลาด

(๔) ราคาประเมินเพื่อใช้ในการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมของทางราชการ

(๕) ราคาสิ่งของที่ผู้เชี่ยวชาญ ผู้ชำนาญการ ผู้ประกอบวิชาชีพเฉพาะ หรือสมาคมวิชาชีพเฉพาะประเมินตามที่คณะกรรมการขายทอดตลาดขอความร่วมมือ

มาตรา ข้อ ๓๖

ข้อ ๓๖ ก่อนการขายทอดตลาดสิ่งของ ให้คณะกรรมการขายทอดตลาดสิ่งของจัดให้มีการลงทะเบียนผู้เข้าสู้ราคา และแจ้งให้บรรดาผู้เข้าสู้ราคาซึ่งเข้าสู้ราคาในนามของบุคคลอื่นแสดงใบมอบอำนาจก่อนเข้าสู้ราคา และแจ้งด้วยว่าถ้าผู้สู้ราคาผู้ใดเข้าสู้ราคาแทนบุคคลอื่นโดยมิได้แสดงหนังสือมอบอำนาจก่อน จะถือว่าผู้สู้ราคานั้นกระทำการในนามตนเอง

มาตรา ข้อ ๓๗

ข้อ ๓๗ การขายทอดตลาดสิ่งของตามปกติ เมื่อเคาะไม้ตกลงขายแล้ว ผู้ซื้อต้องชำระเงินทันที เว้นแต่สิ่งของซึ่งมีราคาตั้งแต่หนึ่งแสนบาทขึ้นไปอาจผ่อนผันให้ผู้ซื้อวางมัดจำไม่น้อยกว่าร้อยละยี่สิบห้าของราคาซื้อและทำสัญญาโดยมีเงื่อนไขในการชำระเงินที่ค้างชำระภายในเวลาไม่เกินสิบห้าวันนับแต่วันขายเมื่อได้ชำระเงินครบถ้วนแล้วจึงให้โอนมอบสิ่งของนั้นให้แก่ผู้ซื้อไป

ในกรณีสิ่งของที่ขายมีราคาสูงมากหรือมีเหตุผลพิเศษประการอื่น คณะกรรมการขายทอดตลาดอาจกำหนดให้ผู้ซื้อวางเงินมัดจำและกำหนดเวลาชำระเงินได้ตามที่เห็นสมควร

มาตรา ข้อ ๓๘

ข้อ ๓๘ ในกรณีสิ่งของที่ขายมีราคาสูงมาก โดยมีราคาประเมินขณะยึดหรืออายัดหรือคาดหมายว่าจะขายได้ในราคาไม่น้อยกว่าหนึ่งล้านบาทขึ้นไป ผู้ซึ่งจะมีสิทธิเข้าสู้ราคาในกรณีนี้ต้องนำแคชเชียร์เช็คสั่งจ่ายกรมอนามัย จำนวนเงินไม่น้อยกว่าร้อยละสิบของราคาตามข้อ ๓๕ (๑) มาวางเป็นประกันและเมื่อขายสิ่งของได้แล้วให้ถือว่าแคชเชียร์เช็คของผู้ซื้อนั้นเป็นส่วนหนึ่งของการชำระราคา

มาตรา ข้อ ๓๙

ข้อ ๓๙ ห้ามกรรมการขายทอดตลาดเข้าสู้ราคาหรือใช้ให้ผู้หนึ่งผู้ใดเข้าสู้ราคาในการขายทอดตลาดครั้งที่ตนทำหน้าที่เป็นกรรมการ

มาตรา ข้อ ๔๐

ข้อ ๔๐ เมื่อคณะกรรมการขายทอดตลาดเห็นว่าการขายทอดตลาดสิ่งของใดไม่มีผู้เข้าสู้ราคาหรือมีผู้เสนอราคาต่ำกว่าราคาที่กำหนดตามข้อ ๓๕ หรือกรณีที่เห็นว่าการสู้ราคาอาจไม่เป็นไปโดยสุจริตให้มีอำนาจถอนสิ่งของนั้นออกจากการขายทอดตลาด สั่งงดการขายทอดตลาด หรือเลื่อนการขายทอดตลาดออกไป แล้วรายงานให้อธิบดีทราบ

มาตรา ข้อ ๔๑

ข้อ ๔๑ ในระหว่างการขายทอดตลาดให้คณะกรรมการขายทอดตลาดบันทึกการขายทอดตลาดของกลางแต่ละรายการตามแบบบันทึกการขายทอดตลาด (ขต. ๔) และเมื่อดำเนินการขายทอดตลาดเรียบร้อยแล้วให้รายงานอธิบดีเพื่อทราบ

มาตรา ข้อ ๔๒

ข้อ ๔๒ ค่าใช้จ่ายในการโอนและส่งมอบสิ่งของ เช่น ค่าภาษีอากร ค่าธรรมเนียม ค่าขนย้ายหรือค่าใช้จ่ายอื่นใดที่เกี่ยวข้อง ให้เป็นภาระของผู้ซื้อ

มาตรา ข้อ ๔๓

ข้อ ๔๓ การรับเงินจากการขายทอดตลาดสิ่งของเมื่อผู้ซื้อชำระเงินแล้วให้คณะกรรมการขายทอดตลาดออกใบรับเงินโดยมีสำเนาสามฉบับ ต้นฉบับมอบให้ผู้ซื้อ ส่วนสำเนาส่งให้ผู้มีหน้าที่เก็บรักษาสิ่งของหนึ่งฉบับเก็บไว้ในสำนวนคดีหนึ่งฉบับ อีกหนึ่งฉบับเก็บไว้เป็นต้นขั้ว

มาตรา ข้อ ๔๔

ข้อ ๔๔ การรับเงินโดยปกติให้รับเป็นเงินสด แต่ถ้าคณะกรรมการขายทอดตลาดเห็นสมควรอาจรับเงินเป็นเช็คหรือตั๋วแลกเงินก็ได้ โดยให้จดเลขที่เช็คหรือตั๋วแลกเงินในใบรับเงินด้วย ในกรณีที่ไม่เป็นเช็คหรือตั๋วแลกเงินของส่วนราชการ องค์การของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ จะต้องเป็นเช็คหรือตั๋วแลกเงินที่ธนาคารสั่งจ่ายหรือธนาคารรับรอง

มาตรา ข้อ ๔๕

ข้อ ๔๕ เมื่อได้รับชำระเงินจากการขายทอดตลาดสิ่งของแล้วไม่ว่ารับชำระเงินเป็นเงินสด เช็ค หรือตั๋วแลกเงินก็ตาม ให้คณะกรรมการขายทอดตลาดส่งมอบให้ผู้มีหน้าที่เก็บรักษาสิ่งของเพื่อดำเนินการต่อไป

มาตรา ข้อ ๔๖

ข้อ ๔๖ การรับเงินเป็นเช็คหรือตั๋วแลกเงิน หากเรียกเก็บเงินไม่ได้ ให้ผู้มีหน้าที่เก็บรักษาสิ่งของแจ้งให้อธิบดีทราบเพื่อดำเนินการเรียกร้องผู้ซื้อให้ชำระเงินนั้น หรือดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

มาตรา ข้อ ๔๗

ข้อ ๔๗ เงินที่ได้จากการขายทอดตลาดสิ่งของให้หักค่าใช้จ่ายในการยึดหรืออายัดและการขายทอดตลาด รวมทั้งค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องเท่าที่ได้จ่ายจริงก่อน แล้วจึงนำส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน

มาตรา ข้อ ๔๘

ข้อ ๔๘ การดำเนินการเกี่ยวกับการขายทอดตลาดที่ไม่ได้กำหนดไว้ในประกาศนี้ ให้นำระเบียบกระทรวงยุติธรรมว่าด้วยการบังคับคดีของเจ้าพนักงานบังคับคดี และระเบียบของทางราชการที่เกี่ยวข้องมาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๔๙

ข้อ ๔๙ แบบพิมพ์ที่ใช้ในการขายทอดตลาดให้เป็นไปตามแบบที่อธิบดีประกาศกำหนด ดังต่อไปนี้

(๑) แบบประกาศขายทอดตลาด (ขต. ๑)

(๒) แบบบัญชีแนบท้ายประกาศขายทอดตลาด (ขต. ๒)

(๓) แบบทะเบียนผู้เข้าสู้ราคา (ขต. ๓)

(๔) แบบบันทึกการขายทอดตลาด (ขต. ๔)

(๕) แบบสัญญาขายทอดตลาด (ขต. ๕)

ประกาศ ณ วันที่ ๓๐ มีนาคม พ.ศ. 256๑

ปิยะสกล สกลสัตยาทร

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

[เอกสารแนบท้าย]

๑. ประกาศกรมอนามัย เรื่อง ขายทอดตลาด แบบ (ขต. ๑)

๒. บัญชีแนบท้ายประกาศกรมอนามัย เรื่อง ขายทอดตลาด แบบ (ขต. ๒)

๓. ทะเบียนผู้เข้าสู้ราคา แบบ (ขต. ๓)

๔. บันทึกการขายทอดตลาด แบบ (ขต. ๔)

๕. สัญญาขายทอดตลาด แบบ (ขต. ๕)

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

วิวรรธน์/จัดทำ

๑๕ พฤษภาคม ๒๕๖๑

นุสรา/ตรวจ

๑๖ พฤษภาคม ๒๕๖๑

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๕/ตอนพิเศษ ๑๐๒ ง/หน้า ๑๘/๔ พฤษภาคม ๒๕๖๑

49 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การทำลายหรือปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใด เกี่ยวกับเอกสาร สื่อโฆษณา หรือสิ่งอื่นใดที่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้ยึดหรืออายัด พ.ศ. 2561 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_9baf0290fbd721f7

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com