法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก ฉบับที่ 18 (พ.ศ.2527) เรื่อง กำหนดวัสดุทางการแพทย์เป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
6
มาตรา อารัมภบท

ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก

ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก

ฉบับที่ ๑๘ (พ.ศ. ๒๕๒๗)

เรื่อง กำหนดวัสดุทางการแพทย์เป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๐ และมาตรา ๓๑ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ คณะกรรมการว่าด้วยฉลากออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ในประกาศนี้ “วัสดุทางการแพทย์ปลอดเชื้อ” หมายความว่า วัสดุทางการแพทย์ที่ผ่านการฆ่าเชื้อให้ปลอดเชื้อแล้ว โดยทดสอบสภาวะปลอดเชื้อตามวิธีในตำราฟาร์มาโคเปียของสหรัฐอเมริกาฉบับล่าสุดและที่แก้ไขเพิ่มเติมและบรรจุในภาชนะที่สามารถรักษาสภาวะปลอดเชื้อไว้ได้

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ประกาศนี้ไม่ใช้บังคับแก่วัสดุทางการแพทย์ที่ผลิตเพื่อการส่งออกซึ่งได้ปฏิบัติตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้

(๑) วัสดุทางการแพทย์ดังกล่าวต้องแสดงข้อความให้เห็นและอ่านได้ชัดเจนไว้ที่ภาชนะบรรจุหรือหีบห่อบรรจุเป็นภาษาไทยว่า “สำหรับส่งออกเท่านั้น” หรือเป็นภาษาอังกฤษว่า “For Export Only”

(๒) วัสดุทางการแพทย์ดังกล่าวต้องอยู่ในความครอบครองของผู้ซึ่งเกี่ยวข้องกับธุรกิจเพื่อการส่งออก

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้วัสดุทางการแพทย์ต่อไปนี้เป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

(๑) วัสดุทุกชนิดที่ใช้ในการกระทำทางศัลยกรรมซึ่งจำเป็นต้องสัมผัสกับบาดแผลขณะให้การรักษา เช่น สำลี ผ้าก็อส เยื่อเซลลูโลส วัสดุที่ใช้ในการเย็บแผล เป็นต้น

(๒) อุปกรณ์ที่ใช้ในการให้เลือด

(๓) อุปกรณ์ที่ใช้ในการให้น้ำเกลือ

(๔) เข็มฉีดยา

(๕) กระบอกฉีดยา

(๖) สายที่ใช้สำหรับสอดหรือสวน

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ วัสดุทางการแพทย์ที่จะนำออกขาย ต้องจัดให้มีฉลาก ปิด หรือติดไว้ที่ภาชนะบรรจุหรือจัดพิมพ์ฉลากสอดแทรกหรือรวมไว้กับตัววัสดุทางการแพทย์หรือภาชนะบรรจุก็ได้

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ฉลากนั้น ต้องใช้ข้อความเป็นภาษาไทยให้เห็นและอ่านได้ชัดเจน ข้อความในฉลากอย่างน้อยต้องมีสาระสำคัญ ดังต่อไปนี้

(๑) ในกรณีที่เป็นสินค้าที่ผลิตในราชอาณาจักร ให้ระบุชื่อผู้ผลิตและสถานที่ประกอบการของผู้ผลิต

ในกรณีที่เป็นสินค้าที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขายให้ระบุชื่อผู้นำเข้าและสถานที่ประกอบการของผู้นำเข้า

ในกรณีที่เป็นสินค้าที่ผลิตขึ้นตามความต้องการหรือเพื่อการขายของผู้ประกอบธุรกิจรายอื่น หรือเป็นสินค้าที่นำเข้าเพื่อการขายของผู้ประกอบธุรกิจรายอื่น คู่กรณีจะตกลงกันให้ระบุเฉพาะชื่อผู้ประกอบธุรกิจและสถานที่ประกอบการของผู้ประกอบธุรกิจรายใดรายหนึ่งแต่เพียงรายเดียวแทนก็ได้ แต่ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าดังกล่าวจะต้องส่งสำเนาข้อตกลงดังกล่าวให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคทราบก่อนจะนำสินค้านั้นออกขาย

ถ้าผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าหรือผู้ประกอบธุรกิจรายใดมีเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนในประเทศไทยแล้ว จะระบุเครื่องหมายการค้าแทนชื่อและสถานที่ประกอบการของตนก็ได้

(๒) ในกรณีที่เป็นวัสดุทางการแพทย์ปลอดเชื้อให้ระบุ

(ก) คำว่า “ปลอดเชื้อ” หรือคำอื่นที่มีความหมายแสดงถึงการที่วัสดุทางการแพทย์นั้นได้ผ่านการฆ่าเชื้อให้ปลอดเชื้อแล้ว

(ข) เลข อักษร หรือรหัสแสดงครั้งที่ผลิตและปีที่ผลิต

(ค) คำเตือนที่มีความหมายแสดงถึงการไม่ให้นำไปใช้ถ้าภาชนะบรรจุชำรุด

(ง) วิธีเก็บรักษาเพื่อป้องกันมิให้วัสดุทางการแพทย์ปลอดเชื้อหรือภาชนะบรรจุเสื่อมคุณภาพหรือสูญเสียสภาวะปลอดเชื้อ

(๓) ในกรณีที่เป็นวัสดุทางการแพทย์ที่ไม่ปลอดเชื้อ ห้ามมิให้แสดงข้อความ ไม่ว่าจะเป็นภาษา ภาพ หรือสัญลักษณ์ใด ที่มีความหมายแสดงถึงหรืออาจก่อให้เกิดความเข้าใจว่า วัสดุทางการแพทย์นั้นได้ผ่านการฆ่าเชื้อแล้ว

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ให้วัสดุทางการแพทย์ที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขาย ได้รับการยกเว้นไม่ต้องแสดงข้อความในฉลากตามข้อ ๕ เป็นภาษาไทยในขณะนำเข้าที่ด่านศุลกากร แต่ต้องแสดงข้อความในฉลากตามข้อ ๕ เป็นภาษาไทยก่อนที่จะนำออกขาย

ประกาศนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป๑

ประกาศ ณ วันที่ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๒๗

มาลดี วสีนนท์

ประธานกรรมการว่าด้วยฉลาก

มณฑิตา/ผู้จัดทำ

๑๗ ธันวาคม ๒๕๕๓

พัสสน/ผู้ตรวจ

๒๐ มกราคม ๒๕๕๔

๑ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๒/ตอนที่ ๑๒/ฉบับพิเศษ หน้า ๑๕/๓๑ มกราคม ๒๕๒๘

6 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก ฉบับที่ 18 (พ.ศ.2527) เรื่อง กำหนดวัสดุทางการแพทย์เป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_9bdd2bf10b0e0b6e

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com