ข้อ ๔ ภายในท้องที่ดังต่อไปนี้
(๑) ในท้องที่เขตเทศบาลเมืองกระนวน อำเภอกระนวน
(๒) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลเขาสวนกวาง
อำเภอเขาสวนกวาง
(๓) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลบ้านโคก อำเภอโคกโพธิ์ไชย
(๔) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลชนบท อำเภอชนบท
(๕)
ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลโคกสูงสัมพันธ์ อำเภอชุมแพ
(๖) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลโนนหัน อำเภอชุมแพ
(๗) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลซำสูง อำเภอซำสูง
(๘) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลวังชัย อำเภอน้ำพอง
(๙) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลโนนศิลา อำเภอโนนศิลา
(๑๐) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลบ้านฝาง อำเภอบ้านฝาง
(๑๑) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลบ้านแฮด อำเภอบ้านแฮด
(๑๒) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลเปือยน้อย
อำเภอเปือยน้อย
(๑๓) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลบ้านโต้น อำเภอพระยืน
(๑๔) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลพระยืน อำเภอพระยืน
(๑๕) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลภูผาม่าน อำเภอภูผาม่าน
(๑๖) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลภูเวียง อำเภอภูเวียง
(๑๗) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลมัญจาคีรี
อำเภอมัญจาคีรี
(๑๘) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลท่าพระ อำเภอเมืองขอนแก่น
(๑๙) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลแวงน้อย อำเภอแวงน้อย
(๒๐) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลแวงใหญ่ อำเภอแวงใหญ่
(๒๑) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลสีชมพู อำเภอสีชมพู
(๒๒) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลดอนโมง อำเภอหนองเรือ
(๒๓) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลหนองเรือ อำเภอหนองเรือ
(๒๔) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลหนองแก อำเภอหนองเรือ
(๒๕)
ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลหนองสองห้อง อำเภอหนองสองห้อง
(๒๖)
ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลเขื่อนอุบลรัตน์ อำเภออุบลรัตน์
ห้ามบุคคลใดก่อสร้างอาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่ง
ดังต่อไปนี้
(ก)
อาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่งที่มีพื้นที่ใช้สอยอาคารรวมกันเพื่อประกอบกิจการในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังตั้งแต่
๓๐๐ ตารางเมตร แต่ไม่เกิน ๑,๐๐๐ ตารางเมตร เว้นแต่จะเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด
ดังต่อไปนี้
๑)
ที่ดินแปลงที่ตั้งอาคารต้องอยู่ติดถนนสาธารณะที่มีช่องทางจราจรไม่น้อยกว่า ๔
ช่องทาง หรือมีขนาดเขตทางไม่น้อยกว่า ๒๐ เมตร
และต้องบรรจบกับถนนสาธารณะที่มีขนาดเขตทางที่เท่ากันหรือมากกว่า
๒)
แนวศูนย์กลางปากทางเข้าออกของรถยนต์ต้องอยู่ห่างจากทางร่วมทางแยกที่เป็นทางบรรจบกันของถนนสาธารณะที่มีขนาดเขตทางตั้งแต่
๑๔ เมตรขึ้นไป ไม่น้อยกว่า ๑๐๐ เมตร
๓) มีที่ว่างไม่น้อยกว่าร้อยละเจ็ดสิบของพื้นที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร
และมีที่ว่างที่จัดให้เป็นสวน หรือบริเวณปลูกต้นไม้
หรือการนันทนาการไม่น้อยกว่าร้อยละยี่สิบของที่ว่างดังกล่าว
๔)
มีอัตราส่วนพื้นที่อาคารรวมกันทุกชั้นของอาคารทุกหลังต่อพื้นที่ที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคารไม่เกิน
๑.๕ ต่อ ๑
๕)
มีที่ว่างด้านหน้าของอาคารห่างจากริมเขตทางของถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า ๕๐ เมตร โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารถึงริมเขตทางด้านที่ติดกับแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร
๖)
มีที่ว่างด้านข้างและด้านหลังของอาคารห่างจากเขตที่ดินของผู้อื่นหรือริมเขตทางของถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า
๑๕ เมตร
โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารถึงเขตที่ดินของผู้อื่นหรือริมเขตทางด้านที่ติดกับแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร
๗) อาคารที่มีความสูงเกิน ๑๐ เมตร
ต้องมีระยะห่างจากแนวเขตที่ดินซึ่งเป็นที่ตั้งอาคารศูนย์ราชการหลักของจังหวัดหรืออำเภอ
ศาสนสถาน โบราณสถาน และสถานศึกษา ไม่น้อยกว่า ๕๐๐ เมตร
โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารถึงแนวเขตที่ดินของสถานที่ดังกล่าว
๘) มีที่จอดรถยนต์ไม่น้อยกว่า ๑ คัน
ต่อพื้นที่อาคาร ๒๐ ตารางเมตร เศษของ ๒๐ ตารางเมตร ให้คิดเป็น ๒๐ ตารางเมตร
๙) ที่พักมูลฝอยต้องมีระยะห่างจากเขตที่ดินของผู้อื่นหรือถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า
๑๐ เมตร และต้องมีระยะห่างจากสถานที่ประกอบอาหารและสถานที่เก็บอาหารไม่น้อยกว่า ๔
เมตร แต่ถ้าที่พักมูลฝอย มีขนาดความจุเกิน ๓ ลูกบาศก์เมตร
ต้องมีระยะห่างจากสถานที่ดังกล่าวไม่น้อยกว่า ๑๐ เมตร และสามารถขนย้ายมูลฝอยได้โดยสะดวก
(ข)
อาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่งที่มีพื้นที่ใช้สอยอาคารรวมกันเพื่อประกอบกิจการในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังเกิน
๑,๐๐๐ ตารางเมตร
ทั้งนี้
การวัดความสูงของอาคารให้วัดจากระดับพื้นดินถึงพื้นดาดฟ้า สำหรับอาคารทรงจั่ว หรือปั้นหยาให้วัดจากระดับพื้นดินถึงยอดผนังของชั้นสูงสุด