法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศคณะกรรมการ ก.ล.ต. ที่ กจ. 12/2543 เรื่อง การขออนุญาตและการอนุญาตให้เสนอขายหุ้นที่ออกใหม่

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
25
มาตรา อารัมภบท

ประกาศคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

ที่ กจ. 12 /2543

เรื่อง การขออนุญาตและการอนุญาตให้เสนอขายหุ้นที่ออกใหม่

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 14 และมาตรา 35 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 คณะกรรมการ ก.ล.ต. ออกข้อกําหนดไว้ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2543 เป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ให้ยกเลิก

(1) ประกาศคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการในการขออนุญาตเสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ และการอนุญาต ลงวันที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2535

(2) ประกาศคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ กจ. 25/2539 เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติมหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการในการขออนุญาตเสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ และการอนุญาต (ฉบับที่ 2) ลงวันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2539

(3) ประกาศคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ กจ. 6/2541 เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติมหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการในการขออนุญาตเสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ และการอนุญาต (ฉบับที่ 3) ลงวันที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2541

(4) ประกาศคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ กจ. 26/2541 เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติมหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการในการขออนุญาตเสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ และการอนุญาต (ฉบับที่ 4) ลงวันที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2541

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในประกาศนี้ และในแบบคําขออนุญาตเสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ที่กําหนดตามประกาศนี้

(1) คําว่า “บริษัทใหญ่” “บริษัทย่อย” “บริษัทร่วม” “ผู้มีอํานาจควบคุม” “ผู้ที่เกี่ยวข้อง” “ผู้ถือหุ้นรายใหญ่” “ผู้บริหาร” และ“งบการเงินรวม” ให้มีความหมายเช่นเดียวกับบทนิยามของคําดังกล่าวตามที่กําหนดไว้ในประกาศคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยการยื่นและการยกเว้นการยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์

(2) “บุคคลที่อาจมีความขัดแย้ง” หมายความว่า บุคคลดังต่อไปนี้

(ก) ผู้บริหารของบริษัทมหาชนจํากัด

(ข) ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทมหาชนจํากัด

(ค) ผู้มีอํานาจควบคุมของบริษัทมหาชนจํากัด

(ง) บุคคลที่มีความสัมพันธ์ทางสายโลหิต ทางการสมรส หรือโดยการจดทะเบียนตามกฎหมายกับบุคคลตาม (ก) (ข) หรือ (ค) ซึ่งได้แก่ บิดา มารดา คู่สมรส บุตร หรือญาติสนิทอื่น

(จ) นิติบุคคลใด ๆ ที่บุคคลตาม (ก) (ข) หรือ (ค) ถือหุ้นหรือมีอํานาจควบคุมหรือมีส่วนได้เสียอื่นใด ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมอย่างมีนัยสําคัญ

(3) “คณะกรรมการตรวจสอบ” หมายความว่า กรรมการของบริษัทมหาชนจํากัดที่คณะกรรมการของบริษัทแต่งตั้งให้ทําหน้าที่เป็นกรรมการตรวจสอบตามประกาศตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ว่าด้วยคุณสมบัติและขอบเขตการดําเนินงานของคณะกรรมการตรวจสอบ

(4) “รายการที่เกี่ยวโยงกัน” หมายความว่า รายการที่เกี่ยวโยงกันตามประกาศตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และการเปิดเผยรายการที่เกี่ยวโยงกันของบริษัทจดทะเบียน

(5) “การได้มาหรือจําหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์” หมายความว่า การได้มาหรือจําหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ตามประกาศตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และการเปิดเผยเกี่ยวกับการได้มาหรือจําหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ของบริษัทจดทะเบียน

(6) “สํานักงาน” หมายความว่า สํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ บริษัทมหาชนจํากัดหรือผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทมหาชนจํากัดที่ประสงค์จะเสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ จะได้รับอนุญาตจากสํานักงานต่อเมื่อปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่กําหนดไว้ในประกาศนี้

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ในการพิจารณาคําขออนุญาต ให้สํานักงานมีอํานาจแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ขออนุญาตมาชี้แจง หรือส่งเอกสารหลักฐานอื่นเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่สํานักงานกําหนด

ในกรณีที่ผู้ขออนุญาตไม่มาชี้แจง หรือไม่ส่งเอกสารหลักฐานภายในระยะเวลาที่สํานักงานกําหนด ให้ถือว่าผู้ขออนุญาตไม่ประสงค์จะขออนุญาตเสนอขายหุ้นที่ออกใหม่นั้นอีกต่อไป

ส่วน ๑ การขอและการอนุญาต

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ การเสนอขายหุ้นที่ออกใหม่แก่บุคคลในวงจํากัด หมายถึง การเสนอขายที่มีลักษณะใดลักษณะหนึ่งดังต่อไปนี้

(1) การเสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ที่มีมูลค่ารวมกันทั้งสิ้นไม่เกินยี่สิบล้านบาทภายในรอบระยะเวลาสิบสองเดือน ทั้งนี้ การคํานวณมูลค่ารวมของหุ้นดังกล่าว ให้ถือเอาราคาเสนอขายหุ้นนั้นเป็นเกณฑ์

(2) การเสนอขายหุ้นที่ออกใหม่แก่ผู้ลงทุนโดยเฉพาะเจาะจงซึ่งมีจํานวนไม่เกินสามสิบห้ารายภายในรอบระยะเวลาสิบสองเดือน

(3) การเสนอขายหุ้นที่ออกใหม่แก่ผู้ลงทุนประเภทสถาบันหรือที่มีลักษณะเฉพาะดังต่อไปนี้

(ก) ธนาคารพาณิชย์

(ข) บริษัทเงินทุน

(ค) บริษัทหลักทรัพย์เพื่อเป็นทรัพย์สินของตนเอง หรือเพื่อการบริหารกองทุนส่วนบุคคล หรือเพื่อการจัดการโครงการลงทุนที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์

(ง) บริษัทเครดิตฟองซิเอร์

(จ) บริษัทประกันภัย

(ฉ) นิติบุคคลที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้นซึ่งมิได้เป็นบุคคลตาม (ฌ)

(ช) ธนาคารแห่งประเทศไทย

(ซ) สถาบันการเงินระหว่างประเทศ

(ฌ) ส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ

(ญ) กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน

(ฎ) กองทุนบําเหน็จบํานาญข้าราชการ

(ฏ) กองทุนสํารองเลี้ยงชีพ

(ฐ) กองทุนรวม

(ฑ) นิติบุคคลที่มีเงินลงทุนในหลักทรัพย์ตามงบการเงินปีล่าสุดที่ผู้สอบบัญชีตรวจสอบแล้วตั้งแต่หนึ่งร้อยล้านบาทขึ้นไป

(ฒ) นิติบุคคลซึ่งมีผู้ถือหุ้นเป็นบุคคลตาม (ก) ถึง (ฑ) ถือหุ้นรวมกันเกินกว่าร้อยละเจ็ดสิบห้าของจํานวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมด

(ณ) ผู้ลงทุนต่างประเทศซึ่งมีลักษณะเดียวกับผู้ลงทุนตาม (ก) ถึง (ฒ) โดยอนุโลม

(ด) ผู้ลงทุนที่ไม่ใช่ผู้ลงทุนตาม (ก) ถึง (ณ) ซึ่งซื้อหุ้นตามที่บริษัทมหาชนจํากัด หรือผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทมหาชนจํากัดได้เสนอขายหุ้นนั้นในมูลค่าตั้งแต่สิบล้านบาทขึ้นไป ทั้งนี้ การคํานวณมูลค่าของหุ้นดังกล่าวให้ถือเอาราคาเสนอขายเป็นเกณฑ์

การคํานวณมูลค่ารวมการเสนอขายหุ้นตาม (1) หรือการนับจํานวนผู้ลงทุนตาม (2) ไม่นับรวมส่วนที่เสนอขายให้แก่ผู้ลงทุนตาม (3) ทั้งนี้ ไม่ว่าการเสนอขายดังกล่าวจะกระทําในเวลาเดียวกันหรือต่างเวลากันในรอบระยะเวลาสิบสองเดือน

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ เว้นแต่กรณีที่กําหนดไว้ในข้อ 8 บริษัทมหาชนจํากัดหรือผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทมหาชนจํากัดใดที่ประสงค์จะเสนอขายหุ้นที่ออกใหม่แก่บุคคลในวงจํากัด ให้บุคคลดังกล่าวเสนอขายหุ้นนั้นได้โดยถือว่าได้รับอนุญาตจากสํานักงานแล้ว

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ การเสนอขายหุ้นที่ออกใหม่แก่กองทุนรวมใดกองทุนรวมหนึ่งที่จัดตั้งขึ้นหรือมีการลงทุนในลักษณะที่เป็นเครื่องมือเพื่อหลีกเลี่ยงการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการเสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ตามหมวด 2 มิให้ถือเป็นการเสนอขายหุ้นที่ออกใหม่แก่ผู้ลงทุนประเภทสถาบันหรือที่มีลักษณะเฉพาะตามข้อ 6(3)(ฐ)

เว้นแต่กรณีที่ได้รับความเห็นชอบจากสํานักงานตามวรรคสาม ให้การเสนอขายหุ้นที่ออกใหม่แก่กองทุนรวมใดกองทุนรวมหนึ่งในลักษณะดังต่อไปนี้ เป็นการเสนอขายที่มิให้ถือเป็นการเสนอขายหุ้นที่ออกใหม่แก่ผู้ลงทุนประเภทสถาบันหรือที่มีลักษณะเฉพาะตามข้อ 6(3)(ฐ)

(1) กองทุนรวมนั้นมิได้จํากัดการเสนอขายหน่วยลงทุนเฉพาะแก่ผู้ลงทุนประเภทสถาบันหรือที่มีลักษณะเฉพาะ

(2) การเสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ให้กองทุนรวมเป็นไปตามข้อตกลงหรือสัญญาระหว่างผู้เสนอขายหลักทรัพย์กับบริษัทจัดการ โดยบริษัทจัดการดังกล่าวไม่ต้องใช้ดุลยพินิจในการตัดสินใจลงทุนในหุ้นที่เสนอขายนั้นในระดับเดียวกับการบริหารกองทุนรวมทั่วไป และ

(3) มีการลงทุนของกองทุนรวมในลักษณะใดลักษณะหนึ่งดังนี้

(ก) ลงทุนในหุ้นที่เสนอขายของบริษัทใดบริษัทหนึ่งในแต่ละครั้งมีมูลค่าเกินกว่าร้อยละห้าสิบของมูลค่าสินทรัพย์สุทธิของกองทุนรวมนั้น หรือ

(ข) ลงทุนในหุ้นที่ออกใหม่ของบริษัทใดบริษัทหนึ่งเกินกว่าร้อยละห้าสิบของมูลค่ารวมของหุ้นที่ออกใหม่ที่เสนอขายในแต่ละครั้ง

ในกรณีที่ผู้เสนอขายหลักทรัพย์ประสงค์จะเสนอขายหุ้นที่ออกใหม่แก่กองทุนรวมที่มีลักษณะตามที่กําหนดในวรรคสอง โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะให้การเสนอขายหุ้นที่ออกใหม่แก่กองทุนรวมนั้นเป็นการเสนอขายหลักทรัพย์แก่ผู้ลงทุนประเภทสถาบันหรือที่มีลักษณะเฉพาะให้ผู้เสนอขายหลักทรัพย์ดังกล่าวยื่นคําขอความเห็นชอบต่อสํานักงานพร้อมทั้งคําชี้แจงและเอกสารหลักฐาน และให้สํานักงานมีอํานาจให้ความเห็นชอบให้ผู้เสนอขายหลักทรัพย์สามารถเสนอขายหุ้นที่ออกใหม่แก่กองทุนรวมในฐานะเป็นผู้ลงทุนประเภทสถาบันหรือที่มีลักษณะเฉพาะในครั้งนั้นได้

เพื่อประโยชน์ตามความในข้อนี้

“กองทุนรวม” หมายความว่า กองทุนรวมที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 หรือโครงการลงทุนที่ได้รับอนุมัติตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ ซึ่งจัดการโดยบริษัทหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทการจัดการกองทุนรวม

“บริษัทจัดการ” หมายความว่า บริษัทหลักทรัพย์ที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทการจัดการกองทุนรวม

ส่วน ๒ เงื่อนไขการอนุญาต

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ให้ผู้ได้รับอนุญาตตามส่วนที่ 1 ของหมวดนี้ ปฏิบัติตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้

(1) ในกรณีที่ประสงค์จะโฆษณาการเสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ จะต้องจัดให้การโฆษณานั้นมีข้อความที่แสดงว่าเป็นการเสนอขายแก่บุคคลในวงจํากัด มิใช่เป็นการเสนอขายต่อประชาชนโดยทั่วไป

(2) ผู้ได้รับอนุญาตต้องจัดให้มีข้อความในหนังสือชี้ชวนว่า ภายในระยะเวลาสองปีนับแต่วันที่จดทะเบียนเปลี่ยนแปลงทุนชําระแล้ว ผู้ได้รับอนุญาตต้องไม่ลงลายมือชื่อเพื่อรับรองความถูกต้องของข้อมูลในแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวนที่ผู้ถือหุ้นของผู้ได้รับอนุญาตยื่นต่อสํานักงานเพื่อเสนอขายหุ้นดังกล่าวต่อประชาชน หรือดําเนินการให้หุ้นนั้นเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เว้นแต่ผู้ได้รับอนุญาตจะได้รับอนุญาตจากสํานักงานให้เสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ต่อประชาชนตามหมวด 2 หรือผู้ได้รับอนุญาตเป็นบริษัทมหาชนจํากัดที่มีหุ้นเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ เพื่อให้การขายหุ้นที่ออกใหม่เป็นการขายแก่บุคคลในวงจํากัดอย่างแท้จริง หรือเพื่อป้องกันมิให้หุ้นที่ได้รับอนุญาตในกรณีดังกล่าวกระจายสู่ประชาชนโดยมิได้เป็นไปตามเจตนารมณ์ในการอนุญาตให้เสนอขายหุ้นแก่บุคคลในวงจํากัด ให้สํานักงานมีอํานาจกําหนดเงื่อนไขอื่นที่ผู้ได้รับอนุญาตตามประกาศนี้ต้องปฏิบัติเพิ่มเติมภายหลังได้รับอนุญาตได้

ส่วน ๑ การขอและการอนุญาต

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ บริษัทมหาชนจํากัดที่ประสงค์จะเสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ต่อประชาชน ต้องยื่นคําขออนุญาตต่อสํานักงานพร้อมทั้งเอกสารหลักฐานประกอบคําขออนุญาต ทั้งนี้ ตามแบบและวิธีการที่สํานักงานประกาศกําหนด

การยื่นคําขออนุญาตตามวรรคหนึ่ง ต้องมีที่ปรึกษาทางการเงินที่อยู่ในบัญชีที่สํานักงานให้ความเห็นชอบเป็นผู้ร่วมจัดทําคําขออนุญาตด้วย

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ให้ผู้ขออนุญาตชําระค่าธรรมเนียมคําขออนุญาต คําขอละ 50,000 บาทในวันยื่นแบบคําขออนุญาต

ในกรณีที่สํานักงานมีความจําเป็นต้องไปเยี่ยมชมกิจการ หรือสถานที่อื่นใดของผู้ขออนุญาตหรือบริษัทย่อยซึ่งตั้งอยู่นอกเขตกรุงเทพมหานครหรือปริมณฑล ผู้ขออนุญาตต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับค่าที่พักและค่าพาหนะเดินทางที่เกิดขึ้นจากการเยี่ยมชมกิจการตามหลักเกณฑ์ที่สํานักงานกําหนด

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ เว้นแต่กรณีที่กําหนดไว้ในข้อ 19 ผู้ขออนุญาตจะได้รับอนุญาตให้เสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ต่อเมื่อเป็นไปตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้

(1) มีการประกอบธุรกิจหลักที่เป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

(2) มีงบการเงินที่น่าเชื่อถือ โดยมีข้อมูลทางการเงินที่เพียงพอต่อการตัดสินใจของผู้ลงทุน และเป็นไปตามหลักเกณฑ์ในข้อ 14

(3) มีโครงสร้างการถือหุ้น การบริหารงาน โครงสร้างการเงิน และข้อบังคับบริษัทที่ชัดเจนเป็นธรรม มีกลไกการตรวจสอบและถ่วงดุล (check and balance) การบริหารงานของผู้ขออนุญาตอย่างเพียงพอ และสามารถป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นหรืออาจเกิดขึ้นได้ โดยอย่างน้อยต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ในข้อ 15

(4) มีระบบการควบคุมภายใน และการจัดเก็บเอกสารที่สําคัญ ที่รัดกุม มีประสิทธิภาพ และอย่างน้อยต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ตามข้อ 16

(5) ผู้บริหารและผู้มีอํานาจควบคุม ต้องมีจริยธรรม มีความสามารถ หรือมีประสบการณ์ในธุรกิจของผู้ขออนุญาต มีการบริหารงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและระมัดระวังเพื่อประโยชน์ของบริษัท มีความตั้งใจที่จะดําเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง มีความเข้าใจและรับผิดชอบต่อสาธารณชน และต้องไม่มีลักษณะตามที่กําหนดในข้อ 17

ในกรณีที่ผู้ขออนุญาตได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันอุดมศึกษาเอกชนให้จัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาเอกชน กรรมการของสภาสถาบันอุดมศึกษาเอกชนดังกล่าวต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติเช่นเดียวกับผู้บริหารของผู้ขออนุญาตตามที่กําหนดในวรรคหนึ่ง ด้วย

(6) ธุรกิจของผู้ขออนุญาตต้องไม่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเกินกว่าขอบเขตที่กฎหมายกําหนด หรือไม่อยู่ระหว่างถูกกล่าวหาหรือมีข้อพิพาทจากหน่วยงานทางการว่าการประกอบธุรกิจของผู้ขออนุญาตหรือบริษัทย่อยก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเกินกว่าขอบเขตที่กฎหมายกําหนดอย่างมีนัยสําคัญ

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ “งบการเงิน” ตามข้อ 13(2) ต้องมีลักษณะดังต่อไปนี้

(1) งบการเงินและงบการเงินรวม (ถ้ามี) อย่างน้อยในปีล่าสุดก่อนปีที่ยื่นคําขออนุญาตได้ผ่านการตรวจสอบเป็นอย่างดีจากผู้สอบบัญชีที่อยู่ในบัญชีที่สํานักงานให้ความเห็นชอบ

(2) รายงานการสอบบัญชีของผู้สอบบัญชีตาม (1) ต้องไม่มีความหมายในลักษณะไม่แสดงความเห็นต่อการจัดทํางบการเงินของผู้ขออนุญาตและงบการเงินรวม หรือต้องไม่แสดงความเห็นอย่างมีเงื่อนไขในรายการบัญชีที่เป็นสาระสําคัญอันเนื่องมาจากผู้สอบบัญชีถูกจํากัดขอบเขตการสอบบัญชี เว้นแต่การถูกจํากัดขอบเขตการสอบบัญชีดังกล่าวมิได้เกิดจากการกระทําหรือไม่กระทําของผู้ขออนุญาตหรือผู้บริหาร

(3) งบการเงินของผู้ขออนุญาตและงบการเงินรวม ได้จัดทําขึ้นตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดตามประกาศคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ออกตามความในมาตรา 56 เกี่ยวกับการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับฐานะการเงินและผลการดําเนินงานของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ ในเรื่องการจัดทํางบการเงินและงบการเงินรวม

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ “โครงสร้างการถือหุ้น การบริหารงาน โครงสร้างการเงิน และข้อบังคับบริษัท” ตามข้อ 13(3) ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้

(1) มีกรรมการอิสระอย่างน้อยสองคนในคณะกรรมการบริษัท โดยผู้ขออนุญาตต้องแสดงให้เห็นได้ว่าบุคคลดังกล่าวมีลักษณะเป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

(ก) เข้าใจบทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบของการเป็นกรรมการบริษัท (ข) สามารถให้ความเห็นอย่างเป็นอิสระเกี่ยวกับการดําเนินงานของผู้ขออนุญาตในเรื่องการปฏิบัติให้เป็นไปตามมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น เป็นธรรมต่อผู้ถือหุ้นต่างๆ และเป็นไปตามกฎหมาย ข้อบังคับ และกฎระเบียบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง

(ค) ถือหุ้นไม่เกินร้อยละศูนย์จุดห้าของจํานวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมดของผู้ขออนุญาต บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม หรือนิติบุคคลของบุคคลที่อาจมีความขัดแย้ง (ง) ไม่เป็นลูกจ้าง พนักงาน ที่ปรึกษาที่ได้เงินเดือนประจํา หรือผู้มีอํานาจควบคุมของผู้ขออนุญาต บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม หรือนิติบุคคลของบุคคลที่อาจมีความขัดแย้ง

(จ) ไม่มีความสัมพันธ์ทางสายโลหิต ทางการสมรส หรือโดยการจดทะเบียนตามกฎหมายกับบุคคลที่อาจมีความขัดแย้งในระดับ บิดา มารดา คู่สมรส บุตร หรือญาติสนิท และไม่มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับผู้ขออนุญาต บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม หรือนิติบุคคล ของบุคคลที่อาจมีความขัดแย้ง ในลักษณะที่อาจเป็นการขัดขวางการใช้วิจารณญาณอย่างอิสระของกรรมการอิสระ

(2) มีการกําหนดขอบเขตอํานาจหน้าที่ของคณะกรรมการบริษัทอย่างชัดเจน และในกรณีที่คณะกรรมการบริษัทได้มอบอํานาจให้กรรมการผู้จัดการหรือบุคคลอื่นทําหน้าที่แทนในเรื่องเกี่ยวกับการดําเนินงานตามปกติธุรกิจ การมอบอํานาจดังกล่าวต้องเป็นไปตามมติของที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทที่มีกรรมการอิสระตาม (1) เข้าร่วมประชุม และกรณีที่กรรมการอิสระคัดค้านการมอบอํานาจนั้น ต้องบันทึกความเห็นของกรรมการอิสระในรายงานการประชุมให้ชัดเจน ทั้งนี้ การมอบอํานาจดังกล่าวจะต้องกําหนดขอบเขตอํานาจ หน้าที่ และความรับผิดชอบที่ได้รับมอบอํานาจไว้อย่างชัดเจน และต้องไม่เป็นการมอบอํานาจที่ทําให้ผู้รับมอบอํานาจสามารถอนุมัติรายการที่บุคคลดังกล่าวหรือบุคคลที่อาจมีความขัดแย้งมีส่วนได้เสียหรืออาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ในลักษณะอื่นกับผู้ขออนุญาตหรือบริษัทย่อย

(3) ข้อบังคับบริษัทของผู้ขออนุญาตและบริษัทย่อย ต้องมีข้อกําหนดเกี่ยวกับการทํารายการที่เกี่ยวโยงกัน และการได้มาหรือจําหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ที่สําคัญของผู้ขออนุญาตหรือบริษัทย่อยในลักษณะที่สอดคล้องกับข้อกําหนดของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในเรื่องดังกล่าว

(4) ไม่มีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นหรืออาจเกิดขึ้นระหว่างผู้ขออนุญาตหรือบริษัทย่อย กับ บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม หรือบุคคลที่อาจมีความขัดแย้ง เว้นแต่แสดงได้ว่าผู้ขออนุญาตมีมาตรการที่สามารถให้ความคุ้มครองผู้ถือหุ้นได้อย่างเป็นธรรม โดยสามารถติดตามผลการปฏิบัติตามมาตรการดังกล่าวได้

(5) บุคคลที่อาจมีความขัดแย้งของผู้ขออนุญาตถือหุ้นในบริษัทย่อยหรือบริษัทร่วมไม่เกินร้อยละห้าของจํานวนหุ้นที่จําหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัทย่อยหรือบริษัทร่วมนั้น เว้นแต่แสดงได้ว่าบุคคลดังกล่าวเป็นอิสระจากผู้บริหารและผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของผู้ขออนุญาต หรือเป็นกรณีมีเหตุจําเป็นและสมควร โดยสามารถแสดงได้ว่าผู้ขออนุญาตหรือบริษัทย่อยมีมาตรการที่จะป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ที่อาจเกิดขึ้นได้

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ “ระบบการควบคุมภายใน และการจัดเก็บเอกสารที่สําคัญ” ตามข้อ 13 (4) อย่างน้อยต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

(1) ระบบการควบคุมภายในระดับผู้บริหาร (management control) ของผู้ขออนุญาตและบริษัทย่อยเป็นระบบที่แสดงได้ว่า

(ก) สามารถป้องกันความเสียหายอันอาจเกิดจากการที่ผู้บริหารนําสินทรัพย์ของผู้ขออนุญาตหรือบริษัทย่อยไปใช้ หรือจําหน่ายจ่ายโอนโดยมิชอบหรือโดยไม่มีอํานาจ

(ข) การทําธุรกรรมต่าง ๆ การก่อภาระผูกพัน หรือการค้ําประกันของผู้ขออนุญาตหรือบริษัทย่อย ได้รับการอนุมัติจากผู้มีอํานาจในการจัดการ และมีการบันทึกบัญชีเพื่อให้งบการเงินและการเปิดเผยข้อมูลของผู้ขออนุญาตและงบการเงินรวมถูกต้องครบถ้วน และน่าเชื่อถือ

(2) มีการจัดเก็บเอกสารสําคัญของผู้ขออนุญาตและบริษัทย่อยที่ทําให้กรรมการ ผู้สอบบัญชี และบุคคลที่มีสิทธิหรือมีอํานาจตามกฎหมาย สามารถตรวจสอบได้ภายในระยะเวลาอันควรเมื่อได้รับการร้องขอ โดยเอกสารสําคัญดังกล่าวรวมถึงทะเบียนต่างๆ ที่ผู้ขออนุญาตหรือบริษัทย่อยต้องจัดทําตามกฎหมาย เอกสารเกี่ยวกับการประชุมคณะกรรมการบริษัท เอกสารเกี่ยวกับการประชุมผู้ถือหุ้น และเอกสารประกอบการลงบัญชีและการจัดทํางบการเงิน

(3) คณะกรรมการตรวจสอบหรือกรรมการอิสระ (ในกรณีที่ไม่มีคณะกรรมการตรวจสอบ) มีการประเมินและให้ความเห็นเกี่ยวกับความเพียงพอและความเหมาะสมของระบบควบคุมภายในของผู้ขออนุญาตและบริษัทย่อยอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ “ผู้บริหารและผู้มีอํานาจควบคุม” ตามข้อ 13(5) ต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้

(1) เป็นบุคคลที่ถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์ หรือเป็นบุคคลล้มละลาย

(2) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ

(3) เป็นบุคคลที่มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อบุคคลที่ตลาดหลักทรัพย์เห็นว่าไม่สมควรเป็นผู้บริหารตามข้อบังคับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

(4) อยู่ระหว่างถูกกล่าวโทษตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ กฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ กฎหมายว่าด้วยการธนาคารพาณิชย์ กฎหมายว่าด้วยการประกันชีวิต หรือกฎหมายที่เกี่ยวกับธุรกิจทางการเงินในทํานองเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายไทยหรือกฎหมายต่างประเทศ โดยหน่วยงานที่มีอํานาจตามกฎหมายนั้น ทั้งนี้ ในความผิดเกี่ยวกับการกระทําอันไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์ หรือการบริหารงานที่มีลักษณะเป็นการหลอกลวง ฉ้อฉล หรือทุจริต

(5) เคยต้องคําพิพากษา หรือถูกดําเนินคดี หรือถูกเปรียบเทียบปรับเนื่องจากกระทําความผิดตาม (4)

(6) เคยถูกไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากงาน เนื่องจากการกระทําโดยทุจริต

(7) มีพฤติกรรมที่แสดงว่ามีเจตนาอําพรางฐานะการเงินหรือผลการดําเนินงานที่แท้จริงของบริษัทที่มีหุ้นเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนหรือของบริษัทที่เคยเสนอขายหลักทรัพย์ต่อประชาชน หรือเคยแสดงข้อความอันเป็นเท็จในสาระสําคัญหรือปกปิดข้อความจริงอันเป็นสาระสําคัญที่ควรบอกให้แจ้งในเอกสารใด ๆ ที่ต้องเปิดเผยต่อประชาชนหรือต้องยื่นต่อสํานักงานหรือคณะกรรมการ ก.ล.ต.

(8) มีพฤติกรรมในระหว่างที่ปฏิบัติหน้าที่เป็นกรรมการหรือผู้บริหารของบริษัทที่มีหุ้นเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนหรือบริษัทที่เคยเสนอขายหลักทรัพย์ต่อประชาชน โดยขาดความซื่อสัตย์สุจริต ระมัดระวัง เพื่อรักษาประโยชน์ของบริษัท และก่อให้เกิดความเสียหายแก่บริษัทหรือผู้ถือหุ้นอย่างร้ายแรง

(9) มีพฤติกรรมที่แสดงถึงการละเลยการทําหน้าที่ตามสมควรในการตรวจสอบดูแลมิให้ผู้ขออนุญาตและบริษัทย่อย ฝ่าฝืนหรือปฏิบัติไม่เป็นไปตามกฎหมาย วัตถุประสงค์ และข้อบังคับของบริษัท ตลอดจนมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ในกรณีที่ผู้ขออนุญาตตามข้อ 13 เป็นบริษัทมหาชนจํากัดที่ประกอบธุรกิจหลักโดยการถือหุ้นในบริษัทอื่น (holding company) และไม่มีการประกอบธุรกิจอย่างมีนัยสําคัญเป็นของตนเอง ผู้ขออนุญาตต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ด้วย

(1) มีการถือหุ้นในบริษัทย่อยซึ่งเป็นธุรกิจหลักของผู้ขออนุญาตในสัดส่วนไม่น้อยกว่าร้อยละเจ็ดสิบห้าของจํานวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมดของบริษัทย่อยนั้น เว้นแต่มีเหตุจําเป็นและได้รับผ่อนผันจากสํานักงาน

(2) มีเงินลงทุนในบริษัทย่อยและบริษัทร่วมที่มีการประกอบธุรกิจรวมกันในสัดส่วนไม่น้อยกว่าร้อยละเจ็ดสิบห้าของเงินลงทุนในหลักทรัพย์ทั้งหมดของผู้ขออนุญาต เว้นแต่มีเหตุจําเป็นและได้รับผ่อนผันจากสํานักงาน และมีมาตรการที่แสดงได้ว่าหากมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายหรือขอบเขตการลงทุนที่มีนัยสําคัญ ต้องได้รับอนุมัติโดยมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นก่อน

(3) แสดงได้ว่าผู้ขออนุญาตมีอํานาจในการจัดการและควบคุมกิจการของบริษัทย่อยตาม (1)

(4) บริษัทย่อยตาม (1) ต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ในข้อ 13 ไม่ว่าบริษัทย่อยดังกล่าวจะเป็นบริษัทจํากัด หรือบริษัทมหาชนจํากัด

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ในกรณีที่ผู้ขออนุญาตเป็นบริษัทมหาชนจํากัดที่มีหุ้นเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ผู้ขออนุญาตจะได้รับอนุญาตให้เสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ต่อเมื่อเป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

(1) ผู้ขออนุญาตไม่อยู่ระหว่างการไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่กําหนดตามมาตรา 56 มาตรา 57 มาตรา 58 หรือมาตรา 199 เว้นแต่ได้รับผ่อนผันจากสํานักงาน

(2) ผู้ขออนุญาตเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดในข้อ 13(3) ถึง (6) ข้อ 15 ข้อ 16 ข้อ 17 และข้อ 18 (เฉพาะกรณีที่ผู้ขออนุญาตมีการประกอบธุรกิจหลักโดยการถือหุ้นในบริษัทอื่น)

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ในกรณีที่ปรากฏว่าผู้บริหารหรือผู้มีอํานาจควบคุมของผู้ขออนุญาตเป็นบุคคลที่มีลักษณะตามที่กําหนดไว้ในข้อ 17 (5) (6) (7) (8) หรือ (9) ให้สํานักงานมีอํานาจกําหนดระยะเวลาหรือเงื่อนไขในการรับพิจารณาคําขออนุญาตในคราวต่อไป โดยคํานึงถึงความร้ายแรงของพฤติกรรมหรือความผิดเป็นรายกรณี ทั้งนี้ ระยะเวลาที่กําหนดดังกล่าวต้องไม่เกินห้าปีนับแต่วันที่บุคคลนั้นพ้นโทษตามคําพิพากษา หรือนับแต่วันที่คณะกรรมการเปรียบเทียบมีคําสั่งเปรียบเทียบปรับบุคคลนั้น หรือนับแต่วันที่มีคําวินิจฉัยของสํานักงานหรือหน่วยงานที่มีอํานาจกํากับดูแลหรือพิจารณาพฤติกรรมดังกล่าว โดยปัจจัยที่อาจนํามาใช้ในการพิจารณาความร้ายแรงของพฤติกรรมดังกล่าวให้เป็นไปตามที่สํานักงานประกาศกําหนด

เมื่อพ้นกําหนดระยะเวลาหรือผู้ขออนุญาตได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กําหนดในวรรคหนึ่งแล้ว หากผู้ขออนุญาตประสงค์จะยื่นคําขออนุญาตใหม่ สํานักงานจะไม่นําสาเหตุที่ทําให้สํานักงานไม่อนุญาตให้เสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ในครั้งก่อนมาประกอบการพิจารณาคําขออนุญาตในครั้งใหม่อีก

ในกรณีที่สํานักงานเห็นว่า เหตุที่ทําให้ผู้บริหารหรือผู้มีอํานาจควบคุมมีลักษณะต้องห้ามตามวรรคหนึ่งเป็นเรื่องไม่ร้ายแรงหรือได้ดําเนินการแก้ไขเหตุนั้นแล้ว สํานักงานอาจไม่นําเหตุดังกล่าวมาใช้ประกอบการพิจารณาก็ได้

ส่วน ๒ เงื่อนไขการอนุญาต

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ ให้ผู้ได้รับอนุญาตตามส่วนที่ 1 ของหมวดนี้ ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กําหนดในส่วนนี้

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ ในกรณีที่สํานักงานพบว่าภายหลังการอนุญาตมีการเปลี่ยนแปลงที่ทําให้ผู้ได้รับอนุญาตตามส่วนที่ 1 ของหมวดนี้มีลักษณะไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่จะได้รับอนุญาตและผู้ได้รับอนุญาตไม่สามารถแก้ไขลักษณะให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ได้ภายในระยะเวลาที่สํานักงานกําหนด ให้สํานักงานมีหนังสือแจ้งให้ผู้ได้รับอนุญาตระงับการเสนอขายหุ้นที่ได้รับอนุญาตต่อไปและให้ถือว่าการอนุญาตให้เสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ในส่วนที่ยังมิได้เสนอขายหรือยังไม่มีผู้จองซื้อเป็นอันสิ้นสุดลง

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ ผู้ได้รับอนุญาตต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้

(1) นับแต่วันที่สํานักงานแจ้งผลการอนุญาตให้เสนอขายหุ้นที่ออกใหม่จนถึงวันก่อนการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงทุนชําระแล้วสําหรับการเสนอขายหุ้นที่ได้รับอนุญาตในครั้งนั้น ผู้ได้รับอนุญาตต้องไม่ดําเนินการเรียกประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อขอมติที่อาจมีผลกระทบต่อผู้ที่จะลงทุนในหุ้นที่ออกใหม่ที่ได้รับอนุญาตดังกล่าว เว้นแต่ได้รับการผ่อนผันจากสํานักงานเนื่องจากมีเหตุจําเป็นและสมควร

(2) ตลอดระยะเวลาที่ผู้ได้รับอนุญาตมีหน้าที่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดในประกาศคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ที่ออกตามความในมาตรา 56 ผู้ได้รับอนุญาตต้องปฏิบัติตามข้อผูกพันที่ให้ไว้ในคําขออนุญาต หรือแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหุ้นและร่างหนังสือชี้ชวน รวมทั้งดําเนินการให้ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ผู้บริหาร และผู้มีอํานาจควบคุมปฏิบัติตามเงื่อนไขดังกล่าวด้วย ทั้งนี้ เว้นแต่ที่ประชุมผู้ถือหุ้นจะได้มีมติเป็นอย่างอื่น

(3) ในกรณีที่ผู้ได้รับอนุญาตเป็นบริษัทที่ยังไม่มีรายได้จากการประกอบธุรกิจหลัก ผู้ได้รับอนุญาตต้องจัดให้มีข้อตกลงที่แสดงได้ว่าผู้บริหาร ผู้ถือหุ้นที่ถือหุ้นมากกว่าร้อยละห้าของจํานวนหุ้นที่จําหน่ายได้แล้วทั้งหมด และผู้ที่เกี่ยวข้องกับบุคคลดังกล่าว จะถือหุ้นของผู้ได้รับอนุญาตรวมกันไม่น้อยกว่าร้อยละห้าสิบห้าของจํานวนหุ้นที่จําหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัทภายหลังการเสนอขายหุ้นต่อประชาชน จนกว่าผู้ได้รับอนุญาตจะมีรายได้จากการดําเนินงานครบหนึ่งปี เว้นแต่ได้รับการผ่อนผันจากสํานักงาน

(4) ในกรณีที่ผู้ได้รับอนุญาตเป็นบริษัทมหาชนจํากัดที่ประกอบธุรกิจหลักโดยการถือหุ้นในบริษัทอื่น (holding company) ผู้ได้รับอนุญาตต้องกํากับและควบคุมให้บริษัทย่อยตามข้อ 18(1) ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กําหนดใน (1) และ (2) โดยอนุโลมด้วย

(5) ผู้ได้รับอนุญาตต้องดําเนินการขายหุ้นให้แล้วเสร็จภายในหกเดือนนับแต่วันที่สํานักงานแจ้งการอนุญาต หากไม่สามารถดําเนินการให้แล้วเสร็จได้ภายในระยะเวลาดังกล่าวและยังประสงค์จะเสนอขายหุ้นต่อไป ให้ผู้ได้รับอนุญาตมีหนังสือถึงสํานักงานก่อนพ้นระยะเวลาดังกล่าวไม่น้อยกว่าสามสิบวันเพื่อขอขยายระยะเวลาเสนอขาย โดยต้องแจ้งเหตุผลพร้อมแจ้งการเปลี่ยนแปลงในเรื่องเกี่ยวกับคุณสมบัติของผู้ได้รับอนุญาตด้วย ในกรณีนี้ ให้สํานักงานมีอํานาจขยายระยะเวลาให้อีกได้ตามที่เห็นควร แต่ระยะเวลาดังกล่าวต้องไม่เกินสิบสองเดือนนับแต่วันที่สํานักงานแจ้งผลการอนุญาตครั้งแรก

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ ผู้ขออนุญาตใดได้ยื่นคําขออนุญาตเสนอขายหุ้น พร้อมทั้งเอกสารหลักฐานที่ถูกต้องครบถ้วนตามประกาศคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการในการขออนุญาตเสนอขายหุ้นที่ออกใหม่และการอนุญาต ลงวันที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2535 และสํานักงานยังมิได้แจ้งผลการพิจารณาก่อนวันที่ประกาศนี้มีผลใช้บังคับ ให้สํานักงานดําเนินการพิจารณาคําขออนุญาตต่อไปตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่กําหนดในประกาศดังกล่าว แต่ผู้ได้รับอนุญาตต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขภายหลังการอนุญาตตามข้อ 23 แห่งประกาศนี้ด้วย

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ บริษัทมหาชนจํากัดที่มีหุ้นเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและไม่เป็นบริษัทที่อยู่ในข่ายเพิกถอนหุ้น หากบริษัทมหาชนจํากัดดังกล่าวได้ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหุ้นที่ออกใหม่และร่างหนังสือชี้ชวน พร้อมทั้งเอกสารหลักฐานที่ถูกต้องครบถ้วนต่อสํานักงานก่อนวันที่ประกาศนี้มีผลใช้บังคับ

(1) ให้ถือว่าบริษัทมหาชนจํากัดนั้นได้รับอนุญาตให้เสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ดังกล่าวจากสํานักงานแล้วตามนัยของข้อ 2 ทวิแห่งประกาศคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการในการขออนุญาตเสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ และการอนุญาตลงวันที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ.2535 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ กจ. 26/2541 เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติมหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการในการขออนุญาตเสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ และการอนุญาต (ฉบับที่ 4) ลงวันที่ 11 มิถุนายน พ.ศ.2541

(2) ให้บริษัทมหาชนจํากัดดังกล่าวปฏิบัติตามข้อ 23 (1) ถึง (4) แห่งประกาศนี้ด้วยโดยอนุโลม

ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2543

(นายธารินทร์ นิมมานเหมินท์)

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

ประธานกรรมการ คณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

25 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศคณะกรรมการ ก.ล.ต. ที่ กจ. 12/2543 เรื่อง การขออนุญาตและการอนุญาตให้เสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_9c815bdc01df5506

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com