法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร เรื่อง หลักเกณฑ์การวัดและประเมินผลการศึกษาในระดับปริญญาตรี

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
10
มาตรา อารัมภบท

ประกาศมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร

ประกาศมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร

เรื่อง

หลักเกณฑ์การวัดและประเมินผลการศึกษาในระดับปริญญาตรี[๑]

อาศัยอำนาจตามความในข้อ

๑๗ แห่งข้อบังคับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ว่าด้วยการศึกษาระดับปริญญาตรี

พ.ศ. ๒๕๕๐ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร จึงกำหนดหลักเกณฑ์การวัดและประเมินผลการศึกษาในระดับปริญญาตรี

ดังนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

ให้คณะที่เปิดสอนในมหาวิทยาลัย

จัดการวัดผลและประเมินผลการศึกษาสำหรับรายวิชาที่นักศึกษาลงทะเบียนเรียนไว้ในภาคการศึกษาหนึ่ง

การประเมินผลการศึกษาในแต่ละรายวิชา

ให้กำหนดเป็นระดับคะแนนต่างๆ ซึ่งมีค่าระดับคะแนนต่อหน่วยกิต และผลการศึกษา

ดังต่อไปนี้

ระดับคะแนน (Grade)

ค่าระดับคะแนนต่อหน่วยกิต

ผลการศึกษา

ก หรือ A

๔.๐

ดีเยี่ยม (Excellent)

ข + หรือ B+

๓.๕

ดีมาก (Very Good)

ข หรือ B

๓.๐

ดี (Good)

ค+ หรือ C+

๒.๕

ดีพอใช้ (Fairly Good)

ค หรือ C

๒.๐

พอใช้ (Fair)

ง+ หรือ D+

๑.๕

อ่อน (Poor)

ง หรือ D

๑.๐

อ่อนมาก (Very Poor)

ต หรือ F

ตก (Fail)

ถ หรือ W

ถอนรายวิชา (Withdrawn)

ม.ส. หรือ I

ไม่สมบูรณ์ (Incomplete)

พ.จ. หรือ S

พอใจ (Satisfactory)

ม.จ. หรือ U

ไม่พอใจ (Unsatisfactory)

ม.น. หรือ AU

ไม่นับหน่วยกิต (Audit)

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒

การให้ระดับคะแนน ก (A), ข+ (B+), ข (B), ค+ (C+), ค (C), ง+ (D+), ง (D) และ ต (F)

จะกระทำได้ในกรณี ต่อไปนี้

(๑) ในรายวิชาที่นักศึกษาเข้าสอบและหรือมีผลงานที่ประเมินผลการศึกษาได้

(๒) เปลี่ยนจากระดับคะแนน ม.ส. (I) ที่บันทึกไว้ในระเบียนเมื่อคณะส่งระดับคะแนนให้สำนักส่งเสริมวิชาการและงานทะเบียน

เพื่อเปลี่ยนระดับคะแนนก่อนวันสิ้นภาคการศึกษาถัดไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

การให้ระดับคะแนน ต (F) นอกเหนือไปจากข้อ ๒ แล้ว จะกระทำได้

ดังต่อไปนี้

(๑) ในรายวิชาที่นักศึกษามีเวลาศึกษาไม่ครบร้อยละ ๘๐ ของเวลาศึกษา

(๒) เมื่อนักศึกษาทำผิดระเบียบการสอบในแต่ละภาคการศึกษาตามข้อบังคับ

หรือระเบียบหรือประกาศมหาวิทยาลัยว่าด้วยการนั้น ๆ

และได้รับการตัดสินให้ได้ระดับคะแนน ต (F)

(๓) เปลี่ยนจากระดับคะแนน ม.ส. (I)

ที่บันทึกไว้ในระเบียนช้ากว่าที่กำหนดไว้ก่อนวันสิ้นภาคการศึกษาถัดไป

(๔) ในรายวิชาที่นักศึกษาขอถอนรายวิชาเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาการถอนรายวิชา

ตามข้อ ๑๒ (๒) (ค)

แห่งข้อบังคับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนครว่าด้วยการศึกษาระดับปริญญาตรี

พ.ศ. ๒๕๕๐

(๕) ในรายวิชาที่นักศึกษาขอลาพักการศึกษาเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาการลาพักการศึกษาตามข้อ

๑๕ (๕) (ค)

แห่งข้อบังคับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนครว่าด้วยการศึกษาระดับปริญญาตรี

พ.ศ. ๒๕๕๐

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

การให้ระดับคะแนน ถ (W) จะกระทำได้ในกรณี ต่อไปนี้

(๑) นักศึกษาป่วยก่อนสอบและไม่สามารถเข้าสอบในบางรายวิชาหรือทั้งหมดได้

โดยปฏิบัติการลาป่วยถูกต้อง และคณบดีพิจารณาร่วมกับอาจารย์ผู้สอนรายวิชานั้นแล้ว

เห็นว่าการศึกษาของนักศึกษาผู้นั้นขาดเนื้อหาส่วนที่สำคัญ สมควรให้ระดับคะแนน ถ (W) ในรายวิชานั้น

(๒) นักศึกษาลาพักการศึกษาในระหว่างภาคการศึกษา ตามข้อ ๑๕ (๕) (ข)

แห่งข้อบังคับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนครว่าด้วยการศึกษาระดับปริญญาตรี

พ.ศ. ๒๕๕๐

(๓) คณบดีอนุญาตให้เปลี่ยนระดับคะแนนจาก ม.ส. (I)

เนื่องจากป่วยหรือเหตุสุดวิสัยตามข้อ ๑๕ (๕) (ค)

แห่งข้อบังคับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนครว่าด้วยการศึกษาระดับปริญญาตรี

พ.ศ. ๒๕๕๐

(๔) ในรายวิชาที่นักศึกษาได้รับอนุญาตให้ลงทะเบียนเรียนโดยไม่นับหน่วยกิต (AU) และมีเวลาศึกษาไม่ครบร้อยละ ๘๐ ของเวลาศึกษา

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

การให้ระดับคะแนน ม.ส. (I)

จะกระทำได้ในรายวิชาที่ผลการศึกษายังไม่สมบูรณ์โดยอาจารย์ผู้สอนจะต้องระบุสาเหตุที่ให้ระดับคะแนน

ม.ส. (I) ประกอบไว้ด้วย ดังกรณีต่อไปนี้

(๑)

นักศึกษาที่ขาดสอบปลายภาคของการศึกษาใดโดยมีกรณีเจ็บป่วยหรือมีเหตุสุดวิสัยให้อาจารย์ผู้สอนให้ระดับคะแนน

ม.ส. (I) เพื่อบันทึกไว้ในระเบียน แล้วขออนุญาตคณบดี

เพื่อจัดสอบใหม่ภายใน ๑๕ วันทำการนับจากวันสิ้นสุดการสอบ เมื่อคณบดีได้อนุญาตแล้ว

แต่นักศึกษายังไม่สามารถสอบใหม่ตามกำหนดระยะเวลาดังกล่าวได้ด้วยเหตุผลอันสมควร

การบันทึกค่าระดับคะแนนยังคงเป็น ม.ส. (I)

ในกรณีที่คณบดีไม่อนุญาตให้จัดสอบใหม่ตามความในวรรคแรก

ให้ถือว่าส่วนที่ขาดสอบปลายภาคนั้นได้คะแนนเป็นศูนย์ (๐)

และให้อาจารย์ผู้สอนรายวิชานั้น ให้ระดับคะแนนตามคะแนนระหว่างภาคการศึกษานั้นๆ

(๒)

นักศึกษาทำงานที่เป็นส่วนประกอบการศึกษายังไม่สมบูรณ์และอาจารย์ผู้สอนรายวิชานั้นเห็นสมควรให้รอผลการศึกษาไว้

โดยความเห็นชอบจากอาจารย์ที่ปรึกษาและหัวหน้าสาขาวิชา

และสำนักส่งเสริมวิชาการและงานทะเบียน ทราบเป็นลายลักษณ์อักษรพร้อมกับระดับคะแนนของนักศึกษาอื่นที่ลงทะเบียนเรียนในรายวิชานั้นๆ

(๓) การขอให้มีการวัดผลการศึกษาที่สมบูรณ์

นักศึกษาผู้ใดได้ระดับคะแนน

ม.ส. (I) ในรายวิชาใด จะต้องยื่นคำร้องต่ออาจารย์ผู้สอนรายวิชานั้นโดยเร็วที่สุด

ทั้งนี้จะต้องกระทำภายในกำหนด ๕ วันทำการนับแต่วันประกาศผลการศึกษา

เพื่อขอให้อาจารย์ผู้สอนกำหนดระยะเวลาสำหรับการวัดผลการศึกษาที่สมบูรณ์ในรายวิชานั้นเพื่อเปลี่ยนระดับคะแนนม.ส.

(I) ให้แล้วเสร็จภายใน ๑๕ วันทำการนับแต่วันประกาศผลการศึกษา

ยกเว้นการเปลี่ยนระดับคะแนนม.ส. (I)

ของรายวิชาที่เป็นโครงการ ให้ขออนุมัติจากคณบดีเพื่อเปลี่ยนระดับคะแนน ม.ส. (I) และให้คณะส่งระดับคะแนนถึงสำนักส่งเสริมวิชาการและงานทะเบียน

ก่อนวันสิ้นภาคการศึกษาถัดไปหากพ้นกำหนดทั้ง ๒ กรณีนี้แล้ว

นักศึกษาที่ได้ระดับคะแนน ม.ส. (I)

ในรายวิชาใดจะถูกเปลี่ยนเป็นระดับคะแนน ต (F) โดยอัตโนมัติ

ก่อนวันสิ้นภาคการศึกษาถัดไป

หมายถึง ก่อนวันที่ที่มหาวิทยาลัยกำหนดไว้ให้เป็นวันสิ้นภาคการศึกษาใดๆ

ถัดไปจากภาคการศึกษาที่นักศึกษาได้ระดับคะแนน ม.ส. (I)

เป็นระยะเวลา ๑ ภาคการศึกษา

ยกเว้นภาคการศึกษาฤดูร้อนซึ่งเป็นภาคการศึกษาที่ไม่บังคับ

แต่หากนักศึกษาลงทะเบียนเรียน

ในภาคการศึกษาฤดูร้อน

จะต้องดำเนินการวัดผลการศึกษาที่สมบูรณ์ให้เสร็จสิ้นก่อนวันสิ้นภาคการศึกษาฤดูร้อน

มิฉะนั้น ระดับคะแนน ม.ส. (I) จะถูกเปลี่ยนเป็นระดับคะแนน ต (F) โดยอัตโนมัติ

นักศึกษาผู้ใดที่ได้รับระดับคะแนน

ม.ส. (I) ได้ยื่นคำร้องเพื่อขอรับปริญญาในภาคการศึกษาฤดูร้อน

จะต้องดำเนินการวัดผลการศึกษาที่สมบูรณ์ให้เสร็จสิ้นก่อนวันสิ้นภาคการศึกษาฤดูร้อน

มิฉะนั้นระดับคะแนน ม.ส. (I) จะถูกเปลี่ยนเป็นระดับคะแนน ต (F) โดยอัตโนมัติ

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

การเปลี่ยนระดับคะแนน ม.ส. (I) จะกระทำได้ในกรณี ดังต่อไปนี้

(๑) นักศึกษาที่มีเวลาศึกษาครบร้อยละ ๘๐

ของเวลาศึกษาแต่ไม่ได้สอบเพราะเจ็บป่วยหรือมีเหตุสุดวิสัยหรืออาจารย์ผู้สอนในรายวิชานั้นๆ

ไม่สามารถที่จะดำเนินการให้นักศึกษาได้รับการวัดผลการศึกษาที่สมบูรณ์ได้

หรือนักศึกษามีหลักฐานการลาป่วยโดยปฏิบัติถูกต้อง

และได้รับอนุญาตจากคณบดีในกรณีเช่นนี้ การเปลี่ยนระดับคะแนน ม.ส. (I) ให้ได้ตามระดับคะแนนปกติ

(๒) เมื่ออาจารย์ผู้สอนและหัวหน้าสาขาวิชา

เห็นสมควรให้รอผลการศึกษาเพราะนักศึกษาต้องทำงานซึ่งเป็นส่วนประกอบการศึกษาในรายวิชานั้น

โดยมิใช่ความผิดของนักศึกษา ในกรณีเช่นนี้การเปลี่ยนระดับคะแนน ม.ส. (I) ให้สูงกว่าระดับคะแนน ค (C) ขึ้นไปได้

แต่ถ้าเป็นกรณีความผิดของนักศึกษาแล้ว การเปลี่ยนระดับคะแนน ม.ส. (I) ให้ได้ไม่สูงกว่าระดับคะแนน ค (C)

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

การให้ระดับคะแนน พ.จ. (S) และ ม.จ. (U)

จะกระทำได้ในรายวิชาที่ผลการประเมินผลการศึกษาเป็นที่พอใจ และไม่พอใจ

ดังกรณีต่อไปนี้

(๑)

ในรายวิชาที่หลักสูตรกำหนดไว้ว่ามีการประเมินผลการศึกษาอย่างไม่เป็นระดับคะแนน ก (A), ข+ (B+), ข (B), ค+ (C+), ค (C), ง+ (D+), ง (D) หรือ ต (F)

(๒)

ในรายวิชาที่นักศึกษาลงทะเบียนเรียนนอกเหนือไปจากหลักสูตรและขอรับประเมินผลการศึกษาเป็นระดับคะแนน

พ.จ. (S) และ ม.จ. (U) ระดับคะแนน พ.จ.

(S) และ ม.จ. (U)

ไม่มีค่าระดับคะแนนต่อหน่วยกิตและหน่วยกิตที่ได้ไม่นำมาคำนวณหาค่าระดับคะแนนเฉลี่ยประจำภาคและค่าระดับคะแนนเฉลี่ยสะสม

แต่ให้นับรวมเข้าเป็นหน่วยกิตสะสมด้วย

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘

การให้ระดับคะแนน ม.น. (AU) จะกระทำได้ในรายวิชาใดวิชาหนึ่งที่อาจารย์ที่ปรึกษาอาจจะแนะนำให้นักศึกษาลงทะเบียนเรียนเพื่อเป็นการเสริมความรู้โดยไม่นับหน่วยกิตในรายวิชานั้นก็ได้แต่ต้องได้รับอนุญาตจากอาจารย์ผู้สอนรายวิชานั้น

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙

การคำนวณหาค่าระดับคะแนนเฉลี่ย

เมื่อสิ้นภาคการศึกษาหนึ่งๆ

มหาวิทยาลัยจะคำนวณหาค่าระดับคะแนนเฉลี่ยของรายวิชาที่นักศึกษาแต่ละคนได้ลงทะเบียนเรียนไว้ในภาคการศึกษานั้นๆ

เรียกว่า

ค่าระดับคะแนนเฉลี่ยประจำภาคตามผลรวมของหน่วยกิตที่นักศึกษาลงทะเบียนเรียนในแต่ละภาคการศึกษา

ซึ่งเรียกว่า หน่วยกิตประจำภาคและจะคำนวณหาค่าระดับคะแนนเฉลี่ยทุกรายวิชาของทุกภาคการศึกษา

รวมทั้งภาคการศึกษาฤดูร้อนด้วยตั้งแต่เริ่มสภาพการเป็นนักศึกษาจนถึงภาคการศึกษาปัจจุบันเรียกว่า

ค่าระดับคะแนนเฉลี่ยสะสม

ตามผลรวมของหน่วยกิตที่นักศึกษาลงทะเบียนเรียนทุกภาคการศึกษาทั้งหมด

ซึ่งเรียกว่าหน่วยกิตสะสม

ค่าระดับคะแนนเฉลี่ยมี

๒ ประเภท ซึ่งคำนวณหาได้ ดังต่อไปนี้

(๑) ค่าระดับคะแนนเฉลี่ยประจำภาค

ให้คำนวณหาจากผลการศึกษาของนักศึกษาในแต่ละภาคการศึกษา

โดยเอาผลรวมของผลคูณของหน่วยกิตคำนวณกับค่าคะแนนต่อหน่วยกิต

ที่นักศึกษาได้รับในแต่ละรายวิชาเป็นตัวตั้ง

แล้วหารด้วยผลรวมของจำนวนหน่วยกิตประจำภาค ในการหารเมื่อได้ทศนิยม ๒ ตำแหน่งแล้ว

ถ้าปรากฏว่ายังมีเศษก็ให้ปัดทิ้ง

(๒) ค่าระดับคะแนนเฉลี่ยสะสม

ให้คำนวณหาจากผลการศึกษาของนักศึกษาตั้งแต่เริ่มสภาพการเป็นนักศึกษาจนถึงภาคการศึกษาปัจจุบันที่กำลังคิดคำนวณ

โดยเอาผลรวมของผลคูณของหน่วยกิตคำนวณกับค่าระดับคะแนนต่อหน่วยกิตที่นักศึกษาได้รับในแต่ละรายวิชาเป็นตัวตั้ง

แล้วหารด้วยผลรวมของจำนวนหน่วยกิตสะสม ในการหารเมื่อได้ทศนิยม ๒ ตำแหน่งแล้ว

ถ้าปรากฏว่ายังมีเศษก็ให้ปัดทิ้ง

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐

การลงทะเบียนเรียนซ้ำหรือแทน และการนับหน่วยกิตรวมตลอดหลักสูตร

(๑) นักศึกษาที่ได้ระดับคะแนน ง+ (D+) หรือ ง (D) ในรายวิชาที่ต้องใช้ประกอบการขออนุญาตประกอบวิชาชีพตามพระราชบัญญัติอื่น

ให้มีสิทธิลงทะเบียนเรียนรายวิชานั้นซ้ำอีกได้การลงทะเบียนเรียนที่กล่าวนี้

เรียกว่า การเรียนเน้น

(๒) นักศึกษาที่ได้ระดับคะแนนตั้งแต่ ค (C) ขึ้นไป

หรือได้ พ.จ. (S) ในรายวิชาใด ไม่มีสิทธิลงทะเบียนในรายวิชานั้นซ้ำอีก

เว้นแต่จะได้รับความเห็นชอบจากอาจารย์ที่ปรึกษา หัวหน้าสาขาวิชา หรือคณบดี

หรือเป็นไปตามเงื่อนไขในข้อ ๑๘ (๒)

แห่งข้อบังคับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนครว่าด้วยการศึกษาระดับปริญญาตรี

พ.ศ. ๒๕๕๐

(๓) รายวิชาใดที่นักศึกษาได้ระดับคะแนน ต (F) หรือ

ม.จ. (U) หรือ ถ (W)

หากเป็นรายวิชาบังคับในหลักสูตรแล้ว

นักศึกษาจะต้องลงทะเบียนเรียนรายวิชานั้นซ้ำอีกจนกว่าจะได้ระดับคะแนนตามที่หลักสูตรกำหนดไว้

ถ้ารายวิชาใดที่นักศึกษาได้ระดับคะแนนตามวรรคแรก

เป็นรายวิชาเลือกในหลักสูตรนักศึกษาจะลงทะเบียนเรียนรายวิชาอื่นแทนก็ได้

รายวิชาใดที่นักศึกษาได้ระดับคะแนน

ต (F) หรือ ม.จ. (U)

เมื่อมีการลงทะเบียนเรียนรายวิชาซ้ำหรือแทนกันแล้ว

ให้นับหน่วยกิตสะสมเพียงครั้งเดียวในการคำนวณหาค่าระดับคะแนนเฉลี่ยสะสม

(๔) การนับหน่วยกิตที่ได้ หรือผ่านรวมตลอดหลักสูตร ให้นับรวมเฉพาะหน่วยกิตของรายวิชาที่ได้รับคะแนนตั้งแต่

ง (D) ขึ้นไป หรือได้คะแนน พ.จ. (S)

เท่านั้น

ในกรณีที่นักศึกษาลงทะเบียนเรียนรายวิชาใดซ้ำหรือแทนกัน

ให้นับหน่วยกิตของรายวิชาที่ได้ระดับคะแนนดีที่สุดเพียงครั้งเดียว

ประกาศ ณ วันที่ ๒๐

มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๐

ดวงสุดา เตโชติรส

อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร

มณฑิตา/ผู้จัดทำ

๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔

วิภา/ตรวจ

๑๐ มิถุนายน ๒๕๕๔

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๒๔/ตอนพิเศษ ๘๒ ง/หน้า ๕๓/๙ กรกฎาคม ๒๕๕๐

10 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร เรื่อง หลักเกณฑ์การวัดและประเมินผลการศึกษาในระดับปริญญาตรี (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_9c93302406accae2

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com