法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบกรมสรรพสามิต ว่าด้วยการเปรียบเทียบคดี พ.ศ. 2540

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
32
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบกรมสรรพสามิต

ระเบียบกรมสรรพสามิต

ว่าด้วยการเปรียบเทียบคดี

พ.ศ. ๒๕๔๐

เพื่อให้การปฏิบัติตามความในมาตรา ๔๔ ทวิ

แห่งพระราชบัญญัติสุรา พ.ศ. ๒๔๙๓ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสุรา (ฉบับที่

๓) พ.ศ. ๒๕๑๐ มาตรา ๕๔ แห่งพระราชบัญญัติยาสูบ พ.ศ. ๒๕๐๙ และมาตรา ๑๓๓ แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต

พ.ศ. ๒๕๒๗

ที่บัญญัติให้อธิบดีหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากอธิบดีมีอำนาจเปรียบเทียบคดีความผิดที่มีโทษปรับสถานเดียวหรือความผิดที่มีโทษปรับหรือโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือนได้

กรมสรรพสามิตจึงวางระเบียบปฏิบัติการเปรียบเทียบคดีไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบกรมสรรพสามิต

ว่าด้วยการเปรียบเทียบคดี พ.ศ. ๒๕๔๐”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑]

ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันออกประกาศเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ยกเลิกระเบียบกรมสรรพสามิต

ว่าด้วยการเปรียบเทียบคดี พ.ศ. ๒๕๑๘ลงวันที่ ๒๔ มกราคม พ.ศ. ๒๕๑๘

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

บรรดาระเบียบ ข้อบังคับ

หรือคำสั่งอื่นใด ซึ่งขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้ให้ใช้ระเบียบนี้แทน

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

ให้ผู้อำนวยการสำนักกฎหมาย

เป็นผู้รักษาการตามระเบียบนี้

หากมีปัญหาเกี่ยวกับทางปฏิบัติหรือระเบียบนี้มิได้กำหนดทางปฏิบัติไว้ให้รายงานให้กรมสรรพสามิตเป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาด

หมวด

บททั่วไป

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

ในระเบียบนี้

“ผู้มีอำนาจเปรียบเทียบคดี” หมายถึง

ผู้ที่ได้รับมอบหมายจากอธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายให้มีอำนาจเปรียบเทียบ

“ผู้มีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบอำเภอหรือกิ่งอำเภออื่น”

หมายถึง สรรพสามิตอำเภอที่ได้รับมอบหมายให้มีอำนาจหน้าที่ภายในเขตอำเภอหรือกิ่งอำเภออื่นเพิ่มเติมตามบัญชีรายชื่ออำเภอหรือกิ่งอำเภอท้ายระเบียบนี้

“กฎหมายสรรพสามิต” หมายถึง

กฎหมายที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของกรมสรรพสามิต

หมวด

การดำเนินคดีและเปรียบเทียบคดี

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

ให้หน่วยงานดังต่อไปนี้มีอำนาจรับดำเนินคดีและทำการเปรียบเทียบคดีในกรณีความผิดตามกฎหมายสรรพสามิต

๗.๑ บรรดาความผิดที่เกิดขึ้น

อ้างหรือเชื่อว่าได้เกิดขึ้นในกรุงเทพมหานครให้ดำเนินคดีและทำการเปรียบเทียบคดี ณ

สำนักกฎหมาย กรมสรรพสามิต

๗.๒ บรรดาความผิดที่เกิดขึ้น

อ้างหรือเชื่อว่าได้เกิดขึ้นในท้องที่อื่นนอกจากกรุงเทพมหานคร

ถ้าเกิดในท้องที่อำเภอหรือกิ่งอำเภอใด ให้ดำเนินคดีและทำการเปรียบเทียบคดี ณ

สำนักงานสรรพสามิตอำเภอหรือกิ่งอำเภอนั้น

๗.๓

ในกรณีที่ท้องที่เกิดเหตุใดไม่มีสำนักงานสรรพสามิตอำเภอหรือกิ่งอำเภอตั้งอยู่

ให้ผู้มีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบอำเภอหรือกิ่งอำเภออื่นดำเนินคดีและทำการเปรียบเทียบคดี

ณ ที่ว่าการอำเภอหรือกิ่งอำเภอท้องที่นั้น

โดยให้ประสานงานกับนายอำเภอหรือปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้าประจำกิ่งอำเภอ

เว้นแต่มีความจำเป็นที่ไม่สามารถเปรียบเทียบคดี ณ

ท้องที่เกิดเหตุได้ให้มาดำเนินคดีและทำการเปรียบเทียบคดี ณ สำนักงานสรรพสามิตอำเภอหรือกิ่งอำเภอที่ตนดำรงตำแหน่งอยู่

ทั้งนี้ให้คำนึงถึงพฤติการณ์แห่งคดี ความสะดวกและความยุติธรรมที่พึงมีต่อผู้ต้องหา

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘

ภายใต้บังคับแห่งความในข้อ ๗.๒ และ

๗.๓

ถ้ามีพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งอำเภอหรือมีประกาศกระทรวงมหาดไทยจัดตั้งกิ่งอำเภอขึ้นใหม่แล้วแต่กรณี

และมิได้มีประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีกำหนดส่วนราชการสำนักงานสรรพสามิตอำเภอหรือกิ่งอำเภอนั้น

ให้สรรพสามิตอำเภอเดิมซึ่งมีอำนาจหน้าที่ในท้องที่เป็นส่วนใหญ่ก่อนที่จะมีการแยกออกมาจัดตั้งเป็นอำเภอหรือกิ่งอำเภอใหม่เป็นผู้มีอำนาจดำเนินคดีและทำการเปรียบเทียบคดีที่เกิดขึ้น

อ้างหรือเชื่อว่าได้เกิดขึ้นภายในอำเภอหรือกิ่งอำเภอที่จัดตั้งขึ้นใหม่นั้นด้วย

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙

หากว่าตามลักษณะของความผิด

ฐานะของผู้กระทำผิด จำนวนผู้กระทำผิดความรู้สึกของประชาชนส่วนมากแห่งท้องถิ่นนั้น

หรือเหตุผลอย่างอื่น ซึ่งไม่อาจจะส่งดำเนินคดีและทำการเปรียบเทียบคดี ณ

สำนักงานสรรพสามิตอำเภอหรือกิ่งอำเภอที่เกิดเหตุได้

ให้เจ้าพนักงานผู้จับกุมอาจขออนุมัติจากอธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายเพื่อส่งดำเนินคดีและทำการเปรียบเทียบคดี

ณ สำนักงานสรรพสามิตจังหวัด สำนักงานสรรพสามิตภาค หรือสำนักกฎหมายก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐

ในกรณีที่ไม่แน่ใจว่าผู้มีอำนาจเปรียบเทียบคดีคนใดในจังหวัดเดียวกันควรเป็นผู้มีอำนาจเปรียบเทียบคดี

ให้สรรพสามิตจังหวัดนั้นมีอำนาจชี้ขาด และในกรณีที่ไม่แน่ใจว่า

ผู้มีอำนาจเปรียบเทียบคดีคนใดในระหว่างหลายจังหวัดในเขตพื้นที่รับผิดชอบของสำนักงานสรรพสามิตภาคเดียวกันควรเป็นผู้มีอำนาจเปรียบเทียบคดี

ให้ผู้อำนวยการสำนักงานสรรพสามิตภาคนั้นมีอำนาจชี้ขาด

หากในกรณีที่ไม่แน่ใจว่าผู้มีอำนาจเปรียบเทียบคดีคนใดในระหว่างหลายจังหวัดต่างเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบของสำนักงานสรรพสามิตภาค

หรือในระหว่างจังหวัดกับกรุงเทพมหานคร ให้อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายเป็นผู้ชี้ขาด

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑

ให้ผู้มีอำนาจเปรียบเทียบคดีทำการเปรียบเทียบโดยมิชักช้า

เพื่อให้เป็นไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาที่บัญญัติให้ควบคุมผู้ถูกจับไว้ไม่เกินกว่าความจำเป็นตามพฤติการณ์แห่งคดี

หมวด

การปฏิบัติในการเปรียบเทียบคดี

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒

ให้ผู้มีอำนาจเปรียบเทียบคดีตรวจบันทึกการจับ

หรือการบันทึกการค้นสิ่งของในคดีความผิดต่อกฎหมายสรรพสามิต

หรือบันทึกการตรวจค้นและจับ

หรือบันทึกอื่นใดอันเป็นเอกสารในการดำเนินคดีว่าของกลางและพฤติการณ์ในการกระทำผิดเป็นความผิดตามข้อกล่าวหา

หรือครบองค์ประกอบความผิดหรือไม่

หากผู้มีอำนาจเปรียบเทียบพิจารณาเห็นว่าจากพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงซึ่งอาจจะเป็นปัญหาทั้งในข้อกฎหมายและข้อเท็จจริงของการจับกุม

รวมถึงการตั้งข้อกล่าวหายังไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง

ซึ่งอาจจะเป็นปัญหาในข้อกฎหมาย ก็ให้ผู้มีอำนาจเปรียบเทียบคดีแจ้งให้เจ้าพนักงานผู้จับกุมดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องก่อนที่จะลงรับคดีในสมุดรับคำกล่าวโทษ

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓

ในการลงรับคดีในสมุดรับคำกล่าวโทษให้ผู้มีอำนาจเปรียบเทียบคดีหรือเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องบันทึกชื่อผู้กล่าวหา

ชื่อผู้ต้องหา ที่อยู่ จำนวนของกลาง ข้อหาในการกระทำผิด วันเวลาที่จับกุม

และสถานที่เกิดเหตุ

หากผู้ต้องหาเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตหรือจดทะเบียนตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายสรรพสามิต

ให้ดำเนินการลงรายการดังกล่าวในสมุดรับคำกล่าวโทษด้วย

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔

เมื่อได้ลงรายการเกี่ยวกับคดีในสมุดรับคำกล่าวโทษแล้ว

ให้บันทึกคำให้การผู้กล่าวโทษสำหรับของกลางให้ทำการตรวจพิสูจน์ตามระเบียบว่าด้วยการนั้น

และให้ผู้มีอำนาจเปรียบเทียบคดีชี้แจงให้ผู้ต้องหาเข้าใจถึงความผิดที่เกิดขึ้นว่าเป็นคดีที่ทำการเปรียบเทียบได้

ถ้าผู้ต้องหายินยอมให้เปรียบเทียบก็ให้บันทึกคำให้การผู้ต้องหาไว้

แล้วจึงทำการเปรียบเทียบ

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕

ในการเปรียบเทียบคดี

ให้กำหนดเงินค่าปรับที่ผู้ต้องหาพึงชำระ

โดยคำนึงถึงความหนักเบาและพฤติการณ์แห่งการกระทำความผิด

ห้ามมิให้กำหนดเงินค่าปรับเกินหรือต่ำกว่าที่กฎหมายกำหนด

หรือที่ทางการได้วางระเบียบไว้

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖

ในคดีที่ผู้มีอำนาจเปรียบเทียบคดีเห็นว่า

ไม่อาจเปรียบเทียบคดีได้ หรือไม่สมควรเปรียบเทียบ

หรือผู้ต้องหายินยอมให้เปรียบเทียบแล้วไม่ชำระเงินค่าปรับภายในกำหนดเวลา

ก็ให้ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗

คดีที่ยังไม่ได้ตัวผู้กระทำผิดให้แจ้งให้เจ้าพนักงานผู้จับกุมทำเรื่องส่งให้พนักงานสอบสวนเพื่อทำการสืบสวนหาตัวผู้กระทำผิด

ส่วนของกลางให้ผู้มีหน้าที่รักษาของกลางเก็บรักษาไว้ เมื่อได้ตัวผู้กระทำ

ผิดมาแล้วถ้าเป็นคดีที่เห็นว่าอยู่ในอำ นาจเปรียบเทียบได้ก็ให้นำ สำ

นวนคดีมาทำการเปรียบเทียบคดีต่อไป

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘

ในคดีตามพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต

พ.ศ. ๒๕๒๗ ที่ผู้ต้องหายินยอมให้เปรียบเทียบ และอาจจะปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาได้

ถ้าผู้ต้องหาหรือผู้มีประโยชน์เกี่ยวข้องร้องขอให้ผู้มีอำนาจสั่งปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหา

มีอำนาจสั่งปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาในระหว่างรอการเปรียบเทียบหรือรอการชำระค่าปรับโดยมีประกัน

หรือมีประกันและหลักประกันได้ ทั้งนี้

การวินิจฉัยคำร้องปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาให้พิจารณาตามระเบียบว่าด้วยการนั้น

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙

สำหรับการเปรียบเทียบคดีโดยคณะกรรมการเปรียบเทียบคดี

เมื่อคณะกรรมการเปรียบเทียบคดีได้มีมติให้เปรียบเทียบปรับผู้ต้องหาเป็นจำนวนเงินเท่าใด

ให้ผู้มีอำนาจดำเนินคดีณ หน่วยงานสรรพสามิตที่มีการลงรับคดีในสมุดรับคำกล่าวโทษแจ้งผลการเปรียบเทียบปรับของคณะกรรมการเปรียบเทียบคดีให้ผู้ต้องหาทราบ

โดยส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ

เมื่อผู้ต้องหาได้ชำระเงินค่าปรับตามจำนวนที่เปรียบเทียบภายใน

๓๐ วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งให้ถือว่าคดีเลิกกัน แต่ถ้าผู้ต้องหาไม่ยินยอมตามที่เปรียบเทียบ

หรือเมื่อยินยอมแล้วไม่ชำระเงินค่าปรับภายในกำหนดเวลาดังกล่าว

ให้ผู้มีอำนาจดำเนินคดีทำเรื่องส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป

หมวด

การออกใบเสร็จรับเงินและการเก็บรักษาเงิน

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐

ให้ผู้มีอำนาจเปรียบเทียบคดี หรือเจ้าพนักงานที่มีหน้าที่ลงรับคดีออกใบเสร็จรับเงินให้แก่ผู้ต้องหา

ในกรณีที่ผู้ต้องหายินยอมให้เปรียบเทียบ

และให้ผู้ต้องหาลงลายมือชื่อรับทราบถึงจำนวนเงินค่าปรับไว้ที่คู่ฉบับใบเสร็จรับเงิน

ซึ่งเจ้าพนักงานเก็บรักษาด้วย เพื่อแสดงว่าข้อความและจำนวนเงินค่าปรับผู้ต้องหาได้รับทราบและตรวจความถูกต้องแล้ว

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑

ในการรับเงิน

การหักจ่ายเป็นเงินสินบนและหรือเงินรางวัลให้แก่ผู้มีสิทธิได้รับการเก็บรักษาเงิน

และการนำเงินค่าปรับในการเปรียบเทียบคดีส่งคลังให้ถือปฏิบัติตามระเบียบว่าด้วยการนั้นๆ

หมวด

การจัดการของกลางในคดี

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒

ในการเปรียบเทียบคดีที่มีของกลางซึ่งกฎหมายบัญญัติให้ศาลต้องริบก็ดีหรือในกรณีของกลางที่ศาลอาจสั่งริบ

หรือผู้ต้องหายินยอมยกให้เป็นของกรมสรรพสามิต

ให้ดำเนินการกับของกลางดังกล่าวตามระเบียบว่าด้วยการนั้น

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓

สำหรับของกลางตามพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต

พ.ศ. ๒๕๒๗ ซึ่งเป็นของกลางที่ยังมิได้เสียภาษี หรือเสียภาษีไม่ครบถ้วนนั้น

มิใช่ของกลางที่มีบทบัญญัติให้ศาลต้องริบ หรือที่ศาลอาจสั่งริบได้

และผู้ต้องหายินยอมให้เปรียบเทียบ

เมื่อผู้มีอำนาจเปรียบเทียบคดีทำการเปรียบเทียบเสร็จแล้ว

ให้แจ้งให้ผู้ต้องหาทราบว่าต้องเสียภาษีสำหรับของกลางนั้นให้ครบถ้วน

และเมื่อมีการชำระภาษีครบถ้วนแล้วให้ผู้มีอำนาจเปรียบเทียบคดีแจ้งให้เจ้าหน้าที่ผู้มีหน้าที่เก็บรักษาของกลาง

คืนของกลางแก่ผู้ต้องหาหรือเจ้าของรับไป

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔

สำหรับกรณีที่ของกลางในคดีใด

ไม่มีกฎหมายบัญญัติให้ริบโดยเด็ดขาดหรือต้องคืนแก่ผู้ต้องหาหรือเจ้าของ

ให้ผู้มีอำนาจเปรียบเทียบคดีใช้ดุลพินิจสั่งคืนของกลางให้แก่ผู้ต้องหาหรือเจ้าของ

ถ้าการคืนของกลางนั้นจะต้องมีการเสียภาษีหรือนำเครื่องหมายอย่างหนึ่งอย่างใดมาปิดไว้กับของกลาง

เพื่อแสดงเป็นหลักฐานว่าได้เสียภาษีโดยถูกต้องแล้ว ให้ผู้มีอำนาจเปรียบเทียบคดีหรือเจ้าหน้าที่อื่นที่เกี่ยวข้องดำเนินการให้เป็นไปตามระเบียบหรือคำสั่งในเรื่องนั้น

หมวด

การจัดทำงบเดือน

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕

ให้ผู้มีอำนาจเปรียบเทียบคดี

บันทึกการเปรียบเทียบคดีที่เสร็จแล้วไว้ในสมุดบันทึกการเปรียบเทียบคดี

และให้จัดทำงบเดือนตามแบบรายงานผลคดี โดย

๒๕.๑ ในส่วนกลาง ให้ส่วนคดี สำนักกฎหมาย

จัดทำงบเดือน รายงานผลคดีในแต่ละเดือนเสนอกรมสรรพสามิตทราบ

และให้สำเนาส่งสำนักตรวจสอบ ป้องกันและปราบปรามและศูนย์สารสนเทศ

เพื่อเก็บรวบรวมไว้เป็นสถิติคดี

๒๕.๒ ในส่วนภูมิภาค ให้สำนักงานสรรพสามิตอำเภอหรือกิ่งอำเภอ

จัดทำงบเดือนรายงานผลคดีในแต่ละเดือนพร้อมทั้งรายงานสำนวนการเปรียบเทียบคดีส่งสำนักงานสรรพสามิตจังหวัด

ภายในวันที่ ๕ ของเดือนถัดไป

ให้ผู้มีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบในเขตอำเภอหรือกิ่งอำเภออื่นด้วยนั้น

จัดทำสำนวนบันทึกต่างๆ งบเดือน และอื่นๆ แยกต่างหากกับอำเภอหรือกิ่งอำเภอที่ตนดำรงตำแหน่งอยู่

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖

เมื่อสำนักงานสรรพสามิตจังหวัด

ได้รับงบเดือนรายงานผลคดี และสำนวนการเปรียบเทียบคดี ตามข้อ ๒๕.๒

ให้รวบรวมงบเดือนรายงานผลคดีลงสมุดสารบบคดีและตรวจสอบสำนวนการเปรียบเทียบคดีด้วย

เมื่อเห็นว่าถูกต้องแล้วให้เก็บไว้ที่สำนักงานสรรพสามิตจังหวัด

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗

ให้สำนักงานสรรพสามิตจังหวัด

จัดทำงบเดือนรายงานผลคดีของทุกอำเภอและกิ่งอำเภอส่งไปยังสำนักงานสรรพสามิตภาค

ภายในวันที่ ๑๕ ของเดือนที่ได้รับงบเดือน และให้สำนักงานสรรพสามิตภาค

ตรวจสอบความถูกต้องของงบเดือนนั้น

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘

ให้สำนักงานสรรพสามิตภาค

รวบรวมจัดทำรายงานสถิติคดีผู้กระทำผิดในแต่ละพระราชบัญญัติของทุกจังหวัดภายในภาค

เช่น จำนวนคดี จำนวนเงินค่าปรับ จำนวนเงินสินบนรางวัลจำนวนเงินส่งคลัง

จำนวนของกลาง พร้อมทั้งรายละเอียดอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

รวมทั้งปัญหาและอุปสรรคหรือข้อเสนอแนะ (ถ้ามี) ส่งกรมสรรพสามิตภายในวันที่ ๒๐

ของเดือนที่ได้รับงบเดือนโดยให้สำนักกฎหมาย และศูนย์สารสนเทศ

จัดทำรวบรวมสถิติคดีของทุกภาคไว้เพื่อเป็นข้อมูล

หมวด

การตรวจสอบการเปรียบเทียบคดี

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙

ในกรณีที่สรรพสามิตจังหวัดเห็นว่าการเปรียบเทียบคดีของอำเภอหรือกิ่งอำเภอใดยังไม่ถูกต้อง

ซึ่งอาจจะเป็นปัญหาทั้งในข้อกฎหมายและข้อเท็จจริง

ก็ให้มีอำนาจสั่งให้ผู้มีอำนาจเปรียบเทียบคดีปฏิบัติให้ถูกต้องภายในอายุความพร้อมกับคำแนะนำอันประกอบด้วยเหตุผล

ถ้าการเปรียบเทียบคดีนั้นมีปัญหาสำคัญ

ซึ่งสรรพสามิตจังหวัดไม่แน่ใจว่าจะเป็นการถูกต้องก็ให้หารือไปยังผู้อำนวยการสำนักงานสรรพสามิตภาค

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐

ให้สรรพสามิตจังหวัดตรวจการปฏิบัติงานเกี่ยวกับเปรียบเทียบคดีของสำนักงานสรรพสามิตอำเภอหรือกิ่งอำเภอ

อย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง

โดยให้บันทึกการตรวจไว้เป็นหลักฐานแล้วเสนอผลการตรวจนั้นให้ผู้อำนวยการสำนักงานสรรพสามิตภาคทราบ

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑

ให้ผู้อำนวยการสำนักงานสรรพสามิตภาค

มีอำนาจหน้าที่ในการควบคุมดูแลการดำเนินคดีและการเปรียบเทียบคดีของจังหวัดภายในภาค

หากมีคดีที่เป็นปัญหาสำคัญให้รายงานกรมสรรพสามิตเพื่อพิจารณาสั่งการ

และให้สำนักกฎหมายมีอำนาจหน้าที่ในการให้คำแนะนำและตรวจการเปรียบเทียบคดีของส่วนภูมิภาคให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและถูกต้อง

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒

ให้สำนักกฎหมายหรือสรรพสามิตจังหวัดแล้วแต่กรณี

รับผิดชอบในการเก็บรักษาสำนวนการเปรียบเทียบคดีที่เสร็จคดีไว้ภายในกำหนดอายุความ

เมื่อพ้นกำหนดอายุความให้ขออนุญาตทำลายตามระเบียบต่อไป

ประกาศ

ณ วันที่ ๒๘ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๐

สมชัย

ฤชุพันธุ์

อธิบดีกรมสรรพสามิต

[เอกสารแนบท้าย]

๑.

บัญชีรายชื่ออำดภอหรือกิ่งอำเภอที่ให้มีอำนาจหน้าที่เพิ่มเติม

แนบท้ายระเบียบกรมสรรพสามิตว่าด้วยการเปรียบเทียบคดี พ.ศ. ๒๕๔๐

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

ปริยานุช/ผู้จัดทำ

๑๓

กันยายน ๒๕๕๐

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๒๔/ตอนพิเศษ ๑๐๖ ง/หน้า ๑๐/๒๙ สิงหาคม ๒๕๕๐

32 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบกรมสรรพสามิต ว่าด้วยการเปรียบเทียบคดี พ.ศ. 2540 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_9ca7730d6e3e226e

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com